| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อยู่ด้วยรัก (๓)
ธรรมบรรยายโดย หลวงพ่อเสือ
เรื่อง...อยู่ด้วยรัก
ตอนที่ผ่านมา
เราได้เรียนรู้แล้วว่าชีวิตเป็นทุกข์ ฉะนั้น มีความกรุณาเกิดขึ้น คิดจะให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น เท่ากับไม่เพิ่มเติมความทุกข์ให้เขา ได้บุญเพราะทุกข์ที่แต่ละคนมีอยู่นี้ก็มากพอแล้ว แก้ไขทุกข์แต่ละวันยังไม่หมด ควรช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่จะสามารถทำได้ เป็นกุศลที่จะติดตามให้ผลแก่ตัวเองไปในชาติต่อไป
เมื่อเห็นใครได้ดี มีความสุขเพราะได้ประสบกับสิ่งที่พึงปรารถนา ก็พิจารณาด้วยมุทิตาจิตว่า ชีวิตของแต่ละคนนั้นมีทุกข์เกิดขึ้นตลอดเวลา สุขที่เกิดขึ้นก็เป็นเพียงสุขเวทนาและมีอยู่เพียงชั่วเวลาน้อย เมื่อเขามีโอกาสได้รับความสุขก็ควรยินดีกับเขาที่วิบากดี เพราะได้ทำกรรมดีมาแต่อดีตชาติ ฉะนั้นต้องยินดีกับเขา ริษยาเขาเป็นบาป
เมื่อมีศรัทธาในวิบากกรรมแล้ว ความริษยาก็ไม่เกิด ทำลายความลำเอียงลงด้วยอุเบกขาธรรม คนเราชอบลำเอียง มีญาติเป็นที่สุด มีเพื่อนเป็นที่สุด มีของๆเราเป็นที่สุด เมื่อมีที่สุดอย่างนี้แล้ว ความลำเอียงย่อมต้องมี เวลาเรานั่งคนเดียวเฉยๆ ในขณะนั้นไม่มีใครเลย นั่นคือของแท้ จิตมันจะต้องอยู่ที่หทยวัตถุ ที่จริงแล้วจิตอาศัยอยู่ที่หัวใจ ลูกลองพิจารณาดู กลางคืนปิดไฟมืดแล้ว ถ้ายังไม่หลับ อย่าไปโวยวาย ดูตนเองตอนนี้ ไม่มีใครเลย ของจริงแท้ เราไม่มีญาติสักคนเดียว มาคนเดียวแล้วก็ไปคนเดียว มาเปล่าๆแล้วก็ไปมือเปล่าๆ ไหนใครออกจากท้องแม่มีสมบัติติดมาด้วย ไม่มี เกิดมาแล้วมีได้ก็เพราะว่าทำกรรมในอดีตชาติไว้ดี มีความเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขึ้น คบหาสมาคมกับใครมีแต่คนรัก แต่ถ้าเกิดมาแล้วอัตคัดขัดสนก็เพราะอดีตทำไว้เอง เราสร้างของเราเองทุกอย่าง ฉะนั้น ใครทำใครได้ ทำมากได้มาก ทั้งดีทั้งชั่ว
เมื่อเรารู้ว่า ทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว จงทำความดีให้มาก เราก็จะได้ผลดีมากเอง ขอให้ผ่านด่านนี้ไปเถิดลูก สิ่งที่ทำลายยาก คือ พยาบาท เบียดเบียน ริษยา ลำเอียง จึงต้องปราบด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อันมีรากฐานมาจากศรัทธา ๔โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ส.ค. 2551 , 09:28:47 น.] ( IP = 58.9.140.245 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ทำอย่างไรจะให้ศรัทธา ๔ มีความมั่นคงได้ จำเป็นต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจในคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสอนให้ประพฤติปฏิบัติดี ทำกาย วาจา ใจ ให้สุจริตจากเครื่องเศร้าหมอง พยายามงดเว้นจากทุจริต และพระองค์ยังทรงสอนว่า คน สัตว์ไ ม่มี มีแต่รูปมีแต่นาม ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป
เรายังปฏิบัติไปไม่ถึง เราจึงยังไม่แจ้งความจริงที่พระองค์ทรงสอนไว้ เราจึงจะต้องเชื่อคำสั่งสอนของพระองค์ แล้วเดินตาม เมื่อเดินทางถึงจุดมุ่งหมายแล้ว หมดเกลี้ยงเลยไม่ต้องทำอีก
แต่ก่อนที่จะดำเนินชีวิตไปให้ถึงจุดมุ่งหมายอันสูงสุดคือพระนิพพานนั้น เราจะต้องตั้งเป้าหมายของชีวิตไว้เป็น ๓ ระดับ มีเป้าหมายขั้นต้น ขั้นกลาง และเป้าหมายขั้นสูงสุด คนเราจะตะเกียกตะกายไปสู่ขั้นสูงสุด ต้องผ่านขั้นต้นเสียก่อน
เป้าหมายขั้นต้น จงพยายามใช้ปีใหม่นี้สำหรับการตั้งต้นไว้ชอบ อันเป็นเป้าหมายเพื่อประโยชน์ในชาตินี้ ด้วยการขยันในการประกอบการงานสุจริต ถ้ายังเรียนหนังสือก็ตั้งเป้าหมายเพื่อจะได้มีอาชีพที่ดีงาม พยายามเรียน ดูหนังสือ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทำงานอาชีพก็มีความเพียร ความอดทน และสุจริต เพื่อจะได้ตั้งตัว สร้างฐานะโดยไม่ผิดศีลธรรม เป็นบ่อเกิดของความเจริญในชาตินี้ได้
เป้าหมายขั้นกลาง เรายังต้องมีการเวียนว่ายตายเกิดอย่างแน่นอน ฉะนั้น เราต้องสร้างสมอริยทรัพย์เพื่อจะเป็นทุน เป็นเสบียงที่จะติดตามไปในชาติหน้า เพราะชาตินี้ที่เราประสบกันอยู่นี้ก็เพียงไม่นาน เดี๋ยวก็ตาย แต่ที่จะต้องไปเริ่มต้นใหม่อีกชาติหน้าและชาติต่อๆไปสำคัญยิ่งนัก เสบียงที่จะมีประโยชน์และให้ผลแก่เราได้คุ้มค่า คือ เสบียงกุศล ได้แก่ การบริจาคทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เพราะผลของทานคือ ไม่อดอยากยากจน เมื่อเกิดมามีความสมบูรณ์ในความเป็นอยู่ของชีวิต แล้วก็จะทำความดีได้โดยไม่มีอุปสรรค (ขอเชิญศึกษาอานิสงส์ของบุญต่างๆได้จากหนังสือ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐) นอกจากหมั่นให้ทานแล้ว ก็ต้องรักษาศีล แค่ศีล ๕ ก็พอแล้ว ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด ไม่ดื่มสุรายาเมา (ขอเชิญศึกษารายละเอียดของศีลได้จากหนังสือ ผลของอกุศลกรรมบถ ๑๐)โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ส.ค. 2551 , 09:36:27 น.] ( IP = 58.9.140.245 : : )
สลักธรรม 2ต่อไปก็คือเจริญภาวนา หมั่นอบรมจิตใจให้มีสมาธิ หมั่นขัดเกลาจิตใจให้หมดจดจากกิเลส คือ ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เป็นการสร้างทางไปสู่เป้าหมายขั้นกลาง (ขอเชิญศึกษารายละเอียดได้จากหนังสือก้าวแรกของวิปัสสนา เคล็ดลับของวิปัสสนา และมรรคาแห่งสันติสุข)
เป้าหมายชีวิตขั้นสูงสุด เป็นเป้าหมายซึ่งทุกคนต้องการ คือ ความสุขอันสถาพร ความสุขที่จะมีมาได้ก็จะต้องพ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิดอันเต็มไปด้วยความทุกข์ ความเดือดร้อนต่างๆ คนที่บอกว่าไม่ต้องการเกิด แต่สร้างทางให้ตัวเองต้องเกิด ทั้งนี้ก็เพราะไม่รู้วิธีที่จะไม่ต้องเกิดนั่นเอง ฉะนั้น เป้าหมายสูงสุดก็คือ พระนิพพาน
นิพพานัง ปรมัง สุขัง นิพพานเป็นบรมสุขอย่างยิ่ง ควรจะต้องตั้งใจศึกษาว่าหนทางที่จะถึงเป้าหมายอันเป็นบรมสุขนั้นเป็นอย่างไร และเพียรพยายามดำเนินตั้งแต่ชาตินี้ ถ้าไม่เริ่มต้นทำในชาตินี้แล้ว ชาติหน้าความเคยชินในการกระทำก็ไม่มี และไม่มีใครทำอะไรครั้งเดียวสำเร็จ ต้องตั้งใจปฏิบัติด้วยความเพียรสุดความสามารถ ด้วยการ....
เพียรระงับความชั่วไม่ให้เกิดขึ้นในกาย วาจา ใจ ตน
เพียรระวังอย่าให้ความชั่วที่เคยเกิดขึ้นแล้วกลับมาเกิดใหม่ ได้แก่การเลิกคิดนึกถึงความชั่วที่ทำไปแล้วซ้ำอีก
เพียรสร้างความดีให้เกิดขึ้นในกาย วาจา ใจ ตน
เพียรรักษาความดีนั้นไม่ให้เสื่อมไปจากกาย วาจา ใจ ตน
นั่นคือความเพียรอันสูงสุดเพื่อจะเดินทางสู่เป้าหมายแห่งสันติสุข อันได้แก่มรรค มีองค์ ๘ คือ ศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อขจัดขัดเกลากิเลสให้ออกไปจากจิตใจ พระอรหันต์คือผู้ที่บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสแล้ว หมดความยึดมั่นในทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อสิ้นชีวิตลง จิตไม่มีที่เกาะ ที่ยึด จึงสิ้นสุดจากการเกิดต่อไปโดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ส.ค. 2551 , 09:42:36 น.] ( IP = 58.9.140.245 : : )
สลักธรรม 3ความเป็นไปในชีวิตของพระอรหันต์นั้นคือ มีสติอยู่กับปัจจุบันทุกขณะจิต เป็นสติที่มีพลังอันยิ่งใหญ่ เรียกว่า มหาสติ สามารถเว้นกั้นจากความโลภ ความโกรธ ความหลง อันเป็นกิเลสที่ทำให้จิตใจเศร้าหมองได้อย่างเด็ดขาด
ผู้ที่ต้องการจะพ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏ จึงต้องดำเนินไปตามคำสอนของพระพุทธองค์ เพื่อตรงสู่เป้าหมายคือความเป็นพระอรหันต์ให้ได้ โดยเริ่มต้นรักษาศีลเพื่อกำจัดกิเลสอย่างหยาบ ซึ่งมีการแสดงออกมาทางกายและวาจา ปฏิบัติสมาธิเพื่อกำจัดกิเลสอย่างกลาง ซึ่งทำให้เกิดความฟุ้งซ่านซัดส่ายของจิต ให้นึกคิดไปในเรื่องราวต่างๆอันไร้สาระ ทำให้จิตไม่สามารถตั้งมั่นได้ และปฏิบัติวิปัสสนาเพื่อกำจัดกิเลสอย่างละเอียดอันซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจ และสร้างปัญญาให้ประจักษ์แจ้งความจริงของชีวิตซึ่งมีอยู่ ๓ ลักษณะ คือ ความไม่เที่ยง ความทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และความไม่สามารถบังคับบัญชาได้ ผู้ใดได้ประจักษ์ในความจริงดังกล่างนี้ ก็จะถึงซึ่งความเป็นพระอรหันต์ได้แน่นอน
เมื่อเรียนรู้แล้วว่า พระอรหันต์คือผู้ที่มีสติอยู่กับปัจจุบันทุกขณะ เว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลง จึงต้องให้ความสำคัญกับสติ เหนือกว่าอะไรทั้งสิ้น พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ว่า สติคือจอมทัพของกุศล สติจะช่วยในกิจทั้งปวง หมายถึงกิจทั้งทางโลกและทางธรรมโดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ส.ค. 2551 , 09:46:39 น.] ( IP = 58.9.140.245 : : )
สลักธรรม 4
ทางโลก สติจะช่วยให้เกิดการกระทำที่ดีงาม ไม่ผิดพลาดพลั้งเผลอ
ทางธรรม สติจะเป็นผู้เตือนให้ระลึกรู้เท่าทันต่อกิเลสตัณหาต่างๆ สามารถสกัดกั้นได้ทันท่วงที โดยอาศัยฐานทั้ง ๔ เป็นที่ตั้ง คือ กาย เวทนา จิต ธรรม เรียกว่า สติปัฏฐาน ๔
ดังนั้น สิ่งที่เราจะต้องสร้างและพัฒนาให้เจริญขึ้นคือ สติ นั่นเอง มหาเศรษฐีต้องมาจากเศรษฐีธรรมดาฉันใด มหาสติก็ต้องมาจากสติธรรมดาฉันนั้น สติจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยการฝึกฝน
การเริ่มต้นฝึกสติ ทำได้ด้วยการ หยุดชะงักก่อนทำ เพื่อช่วยให้มีเวลาพอสำหรับการตัดสินใจที่รอบคอบ ให้โอกาสแก่จิตที่จะสำรวจสิ่งต่างๆนานขึ้นและกว้างขึ้น เพื่อคิด พิจารณา ทบทวน ใคร่ครวญ ว่าจะทำไปเพื่ออะไร มีตัวการอะไรในการกระทำนั้น มันดีหรือชั่ว ให้ผลอย่างไร ใครเป็นผู้ได้รับ แล้วจึงตัดสินใจทำลงไป จะทำให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้น้อย
ลูกทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ (ศาลาเสือพิทักษ์) พ่อด้วย ไม่มีระเบียบในเรือนใจอันมั่นคง ชอบทำงาน ๒-๓ อย่างพร้อมกัน ดิดด้วย พูดด้วย อ่านด้วย ดูด้วย บ่นด้วย เช่น ลูกมาขอเงิน ควักให้ด้วย บ่นไปด้วย จะบ่นก็ไม่ต้องให้ จะให้ไม่ต้องบ่น จะกินไม่ต้องอ่าน จะอ่านไม่ต้องกิน หัดทำอะไรทีละอย่างๆ ความมั่นคงของชีวิตเราก็จะดีขึ้น ไม่วุ่นวาย ที่จริงความวุ่นวายไม่ได้อยู่ภายนอก นะลูกนะ อยู่ภายในจิตใจของเราเอง ถ้าเราไม่ใส่ใจก็จบโดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ส.ค. 2551 , 09:50:40 น.] ( IP = 58.9.140.245 : : )
สลักธรรม 5ไม่มีใครพูดให้เราโกรธ เราโกรธเอง
ไม่มีใครทำให้เราเกลียด เราเกลียดเอง
อย่างนักร้องที่เขาร้องเพลง เขาไม่ได้ร้องให้เราไม่ชอบ เราไม่ชอบเอง เสียงนี้ฉันไม่ชอบ อยู่ดีๆก็ไม่ชอบเขา เขาบอกหรือว่าเขาทำให้เราชอบ หน้าที่เขาออกมาร้อง เขาก็ร้อง เราไม่ชอบเอง ความไม่ชอบเป็นโทสะ ความชอบเป็นโลภะ เพราะเราดูผู้อื่นตลอดเวลา เขาร้องเพลงจบก็ไปแล้ว ส่วนมากเรายังนึกว่าเขายังไม่ไป ที่จริงมันจบแล้ว แต่เราไม่พอใจต่อไปเอง แล้วก็ว่าเขาอย่างนั้นอย่างนี้
จงดูตัวเอง ระลึกในตัวเองแล้วเราจะชนะตนเอง เราจะไม่ได้ดังใจตนเองเลย เพราะเราไม่ได้ทำเอง บางครั้งเราทำเองเรายังบ่นเลย ใช่ไหมลูก เดี๋ยวอยากกินน้ำส้ม เดี๋ยวอยากกินน้ำเขียว เดี๋ยวอยากนอน เดี๋ยวอยากไปเที่ยว เรายังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จะให้ใครเขาเที่ยงระหว่างที่เรามีแต่ความเปลี่ยนแปลง แต่เราชอบของนิ่ง ตัวเราไม่นิ่งแล้วของมันจะนิ่งได้หรือ
ความสมควรนี้สำคัญที่สุด วางตนเองไว้ด้วยการให้เวลากับชีวิตสักนิด ชีวิตจะมีค่า หยุดคิดสักนิดว่า สิ่งที่เราจะพูดออกไปนี่สมควรหรือไม่ บางครั้งเราตั้งใจจะเตือนว่า แม่อย่าทำอย่างโน้นอย่างนี้ หยุดคิดสักนิดว่า เราจะใช้คำพูดอย่างไร ผู้ฟังจะไม่โกรธเคือง เราคิดอย่างนี้ เรามีน้ำใจ โบราณท่านว่า คนเราส่วนมากด่วนได้ ฉิบหายช่างมัน
ฉะนั้น เป็นลูกพ่อแล้วจงทำเวลาให้มีค่าที่สุด เวลาจะมีค่า เวลานั้นย่อมต้องประกอบไปด้วยปัญญาถ้าไม่มีปัญญาแล้ว อวิชชาก็เอาไปหมด คือความไม่รู้จักคิด ดิ้นรนผันผวนปรวนแปรไปตามเหตุของกรรมโดยไม่รู้ความจริง
การกระทำมหามงคล ที่จะให้ในวันปีใหม่นี้ คือการสร้างชีวิตให้มีสติและสัมปชัญญะ สัมปชัญญะคือตัวปัญญา รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำ อะไรคือสิ่งที่ควรละ ผู้ที่ดำเนินชีวิตด้วยสติและสัมปชัญญะ จะละเว้นจากการทำชั่วทั้งปวง จะสร้างคุณงามความดีให้ถึงพร้อม แล้วสามารถนำเอาสติสัมปชัญญะไปกระทำมงคล ๓๘ ประการให้กับชีวิตได้
พระพุทธองค์ทรงวางหลักไว้ว่า สติและสัมปชัญญะเป็นธรรมที่มีอุปการะมากที่สุด ( ขอเชิญศึกษารายละเอียดของมงคลในหนังสือ พุทธวิธีสร้างมงคลแก่ชีวิต พร้อมด้วยอานิสงส์อย่างครบถ้วน)
ภารกิจของแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน ความอบอุ่นของแต่ละครอบครัวก็ไม่เหมือนกัน บ้างมีสามี มีแม่ มีน้อง แต่เขาไม่ใส่ใจเราเท่าที่เราอยากได้ เพราะเขาทำเพื่อตัวเองเสมอ ลูกลองคิดดู ไม่มีใครรักเราเท่าเรารักตัวเอง อย่าไปหลงเพ้อฝันว่าเขาจะต้องรักเรา เป็นของเราคนเดียว เราไม่สามารถบังคับบัญชาได้ แม้กระทั่งตัวเองยังบังคับไม่ได้ แต่บอกตรงๆว่า ลูกยังมีสิ่งสุดท้ายคือพ่อของลูก พ่อพร้อมเป็นพ่อของทุกคน พ่อจะดูแลลูกสุดความสามารถ อะไรที่ช่วยแก้ไขได้ พ่อจะช่วย ทำมาค้าขายไม่ดี พ่อจะไปจูงคนมาเข้าร้านให้ ทางโลกจะได้มีความเพียบพร้อม ไม่ต้องตะเกียกตะกายมาก ขอสิ่งแลกเปลี่ยนคือ หันเหชีวิตเข้าหาธรรมะ เพื่อจะได้แจ้งแก่ใจ แล้วจะได้สลดจิต เปลี่ยนวิถีชีวิตแล้วไม่คิดกลับคืน ทำตัวเองให้ถึงประโยชน์อันสูงสุด
ลูกทุกคนคือลูก แม้จะต้องจากกันในวันหยุด พ่อก็ไปบ้านลูกทุกคน เวลาลูกเศร้า น้อยเนื้อต่ำใจ พ่อพูดด้วยว่า พ่อยืนอยู่ตรงนี้ไงลูก แต่ลูกไม่เห็นพ่อเอง ลูกลองนึกถึงพ่อสักนิด ลูกจะอบอุ่นขึ้น เวลาลูกอยู่บ้านคนเดียว รอการกลับของคนอื่น เอามือคว่ำหน้ากับหมอน น้ำตาไหล พ่อพยายามลูบหัวลูกเสมอ เขาก็คือเขานะลูก เรารักกันชาตินี้ชาติเดียว แต่เราไม่ลืมรักตัวเอง พ่อมีความรักอันประกอบไปด้วยเมตตาต่อลูกทุกภพทุกชาติ ไม่มีใครเป็นที่ปรึกษา เชิญมา พ่อจะช่วยแก้ไขให้ทุกคน เท่าที่จะทำได้ พ่อพร้อมและยินดีช่วยลูกทุกคนเสมอ สิ่งที่อยากได้กลับคืน คือความเป็นตัวของตัวเองด้วยปัญญาของลูกเท่านั้นโดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ส.ค. 2551 , 10:07:51 น.] ( IP = 58.9.140.245 : : )
สลักธรรม 6พ่อไม่อยากให้ทุกคนมีทุกข์ พ่อเองก็ไม่อยากมีทุกข์ แต่ลูกกำลังจมอยู่ในกองทุกข์ พ่อทนไม่ได้ จำไว้ การที่ลูกนั่งรอเขาคนนั้น รับฟังจากคนนี้ หรือคอยการปลอบใจจากคนไหน พ่อยืนอยู่ไกล้ๆลูกแล้ว เปรียบเสมือนหนึ่งว่า ...เมื่อลูกออกไปกลางแดด เงาของลูกคือพ่อ
เมื่อลูกอยู่ในที่ร่ม การเต้นของหัวใจของลูก คือแรงของพ่อ
พ่อพร้อมที่จะช่วยเหลืออุดหนุนส่งเสริมลูกหญิง ลูกชายทุกคน พ่อมีความภูมิใจและยินดีเสมอมาที่ต่างคนต่างบำเพ็ญเพียร พยายามขัดเกลากิเลสตัณหา ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็มีจิตเลื่อมใสในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากันสม่ำเสมอตลอดมา ความปีติเกิดขึ้นจึงแผ่เมตตาไปยังเวไนยสัตว์ต่างๆทั่วไป
ขอน้อมนำความปีติอันเกิดด้วยความศรัทธาในการปฏิบัติของลูกศิษย์ทุกคนมาอำนวยอวยพรเป็นของขวัญปีใหม่ สิ่งใดที่พ่อเคยกระทำไว้ด้วยกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต ขอให้เป็นพลวปัจจัยพิทักษ์รักษาลูกหญิง ลูกชายทุกคน อย่าได้ตกต่ำ อย่าได้พลาดถลำไปด้วยความประมาท ขอให้มีสติปัญญาอันแรงกล้า นำพาวิถีชีวิตลูกเดินสู่สันติสุขได้ทั่วหน้ากันทุกคน ขอให้พบพานสัตบุรุษ ได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ ได้ตั้งตนเองไว้ชอบประกอบไปด้วยสติและสัมปชัญญะโดยไม่เสื่อมถอย กาลเวลาในอนาคตของปัจจุบันชาติ ขอให้หน้าที่การงานต่างๆเกิดความรุ่งเรือง
สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษเป็นภัย ขอให้พ่ายแพ้แก่ความดี ความงามของกาย วาจา ใจ ที่ลูกทำกันด้วยความสุจริต ความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อครูบาอาจารย์ มีต่อบิดามารดา เลี้ยงดูช่วยเหลือเจือจุน ที่ลูกได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเอง ขอให้เป็นมงคลสวมชีวิตให้สถิตย์อยู่ด้วยความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา โดยไม่เสื่อมถอย ทำชีวิตตนเองให้คุ้นเคยกับความสงบ และไม่ประสบปัญหาทั้งทางโลกและทางธรรม ขอให้ทุกคนสามารถสำเร็จมรรคผลนิพพานไวชาติทุกคน
พวกที่โทสะแรงๆก็ขอให้ปีนี้ จงเป็นปีแห่งการทำลายโทสะ นะลูกนะ ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข
![]()
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ส.ค. 2551 , 10:08:47 น.] ( IP = 58.9.140.245 : : )
สลักธรรม 7มาติดตามอ่านต่อค่ะ ได้ข้อคิดข้อเตือนใจและวิธีการใช้ชีวิตด้วยการมีเป้าหมายของชีวิต ๓ ระดับ เพื่อถึงจุดมุ่งหมายอันสูงสุดที่ได้ปรารถนาไว้
กราบขอบพระคุณในความรักและความเมตตาของหลวงพ่อค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่ได้นำธรรมะมาฝากค่ะโดย เซิ่น [21 ส.ค. 2551 , 12:43:53 น.] ( IP = 58.137.94.76 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณในความเมตตาของหลวงพ่อเป็นอย่างสูงค่ะ
เมื่อได้อ่านถึงครั้งนี้ก็ทำให้อดคิดถึงวันวานไม่ได้
เพราะรอยเมตตาของหลวงพ่อที่ได้ประทับไว้กับลูกๆ
ก็หวลกลับมาในใจด้วยความซาบซึ้งใจ
และระลึกถึงเจตนาของหลวงพ่อที่มอบให้แก่ลูกๆเสมอมา
ทำให้ลมหายใจกลายเป็นลมแห่งกุศล และชื่นใจอีกหลายๆหน
ขอน้อมรับพรนำมาระลึกและเพียรตั้งชีวิตไว้ชอบเพื่อเดินทางไปตามทางของพ่อค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข และหายใจสดชื่นจังเลยโดย น้องอุ๊ [21 ส.ค. 2551 , 18:55:51 น.] ( IP = 125.24.27.82 : : )
สลักธรรม 9
กราบขอบพระคุณในความรักความเมตตาที่หลวงพ่อมีต่อลูกๆ เสมอมาค่ะ
ชีวิตนี้ที่ดีขึ้น ก็ด้วยความรักความเมตตาอันเปี่ยมล้นของหลวงพ่อ ที่เพียรขัดเกลาอบรมมาตลอด
จะเพียรเดินตามรอยเท้าพ่อ ไปหาพ่อ เพื่อให้พ่อจูงไปสู่เป้าหมายที่วาดหวังค่ะ
น้อมกราบหลวงพ่อด้วยความรักอย่างหาประมาณมิได้
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำธรรมที่มีคุณค่ายิ่งมาฝาก...อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [22 ส.ค. 2551 , 08:54:25 น.] ( IP = 124.121.176.105 : : )
สลักธรรม 10
อ่านตั้งแต่ต้นจนจบอย่างละเอียดทุกตัวอักษรก็ว่าได้ค่ะ
ธรรมะของหลวงพ่ออ่านเมื่อไหร่ก็ซึ้งใจ ยิ่งอ่านยิ่งได้ เพราะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตอย่างแท้จริง
จะขอจดจำคำสอนของหลวงพ่อให้ได้มากที่สุด และระลึกในความรักความเมตตาของหลวงพ่อที่มีให้ลูกๆเสมอมาค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำธรรมอันมีค่ามาให้อ่านด้วยความสุขใจค่ะโดย ธัญธร [22 ส.ค. 2551 , 14:44:08 น.] ( IP = 118.173.33.199 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |