มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปรมัถต์ปรากฏบัญญัติหาย ให้ความหมายหน่อนนะครับ




อยากรู้ว่า คำที่ว่า ปรมัตถ์ปรากฏ บัญญัติหาย คืออะไรครับ มีความหมายอย่างไร เปรียบเทียบ อุปมาคืออะไรได้บ้างครับ

โดย อยากรู้ครับ - [2 ก.ย. 2551 , 20:02:22 น.] ( IP = 118.172.97.254 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


สวัสดีค่ะ ขอแสดงความคิดเห็นตามที่เข้าใจมาสักเล็กน้อยนะคะ

ปรมัตถ์ในที่นี้ น่าจะหมายถึง นามรูปที่เป็นสภาวปรมัตถ์ และมีอาการพระไตรลักษณ์คือ อนิจจลักษณะ (สภาพที่ไม่เที่ยง) ทุกขลักษณะ(สภาพที่เป็นทุกข์) และอนัตตลักษณะ(สภาพที่ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้) ปรากฏเกิดขึ้นในปัจจุบัน

และอาการความเป็นไปต่างๆ ของรูปนามที่เป็นอนิจจลักษณะ ทุกขลักษณะ และอนัตตลักษณะที่ปรากฏให้รู้ได้นั้นสามารถเรียกได้ว่าเป็น อาการบัญญัติ ซึ่งเป็นบัญญติพิเศษที่ใช้เรียกขึ้นมาเท่านั้น (เพราะบัญญัติจริงๆนั้นไซร้ ไม่มีอาการเกิดดับ)

  • นามรูป มีอาการ อนิจจลักษณะ จึงเรียกว่านามรูปนั้นเป็น ...อนิจจัง
  • นามรูป มีอาการทุกขลักษณะจึงเรียกว่านามรูปนั้นเป็น...ทุกขัง
  • นามรูป มีอาการ อนัตตลักษณ จึงเรียกว่านามรูปนั้นเป็น...อนัตตา


  • ดังนั้นขณะพิจารณาอาการต่างๆ ที่ปรากฏเกิดขึ้น ก็เรียกว่าพิจารณา (อาการ)บัญญติอยู่
    เมื่อประจักษ์แล้ว ก็แจ้งแก่ใจในสภาวะปรมัตถ์ที่แท้จริงของรูปนามนั้น ว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

    จึงกล่าวว่าปรมัตถ์ปรากฏ บัญญัติหาย ค่ะ

    หากท่านใดมีความเห็นประการใดเพิ่มเติมก็กรุณาบอกกล่าวด้วยนะคะ..ขอบพระคุณค่ะ

    โดย พี่ดา [3 ก.ย. 2551 , 11:13:45 น.] ( IP = 124.121.177.107 : : )


      สลักธรรม 2

    สวัสดีค่ะคุณอยากรู้..

    ตามธรรมดาของจิตนั้นจะรับรู้หรือทำงานรับอารมณ์ได้ทีละอย่างในแต่ละขณะ ..ในขณะที่เรารู้สิ่งหนึ่งว่าสวย ในขณะนั้นเราจะรู้สิ่งที่ไม่สวยด้วยไม่ได้ และคำว่า "ปรมัตถ์ปรากฏ บัญญัติหาย " น่าจะเป็นคำที่ใช้อธิบายในเรื่องของวิปัสสนากรรมฐานนะคะ เพราะเป็นคำที่แยกให้เห็นถึงการรู้อารมณ์ที่แตกต่างกันที่เกิดขึ้นในแต่ละขณะ

    ซึ่งในสภาวะปกติในการรับอารมณ์ทางทวารต่างๆ ที่ไม่มีโยนิโสมนสิการนั้น จะไม่รู้ถึงอะไรเป็นปรมัตถ์หรืออะไรเป็นบัญญัติ แต่จะรู้ด้วยความเป็นตัวตนคนสัตว์ไปโดยใช้บัญญัติมาเรียกขานสิ่งที่มากระทบเหล่านั้น และในบางชีวิตก็ไม่รู้เลยว่าที่ตนเองใช้พูดใช้เรียนนี้แหละท่านจัดว่าเป็นบัญญัติ

    ส่วนในการทำสมาธิก็จะไม่ทราบถึงความแตกต่างนี้เช่นกันเพราะมีแต่การใช้บัญญัติมาเป็นอารมณ์เพื่อทำกรรมฐาน ฉะนั้น คำพูดนี้จึงควรปรากฏได้ในเรื่องของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเท่านั้น

    อาการของ "ปรมัตถ์ปรากฏ บัญญัติหาย" เป็นอาการที่ผู้ปฏิบัติเข้าไปรู้ความจริง(ปรมัตถ์ธรรม)ของสภาวธรรมที่กำลังเกิดขึ้น(ปรากฏ)ในฐานะผู้สังเกตการณ์ เป็นการรู้อารมณ์ในสภาพปรมัตถ์ ไม่ใช่การรู้อารมณ์ด้วยบัญญัติ

    โดยในขณะที่รู้จริงนั้นก็จะไม่ไปคิดว่า สิ่งนี้เรียกว่าอะไร สิ่งนั้นเรียกว่าอะไรซึ่งเป็นสมมุติบัญญัตินั่นเอง ..นี่เป็นประการหนึ่ง

    เช่น ในขณะที่"เห็น" ดอกไม้ ..การเห็นได้เกิดขึ้นด้วยความมีสติตรงดิ่งไปยังอารมณ์ที่เป็นดอกไม้และรับรู้ลักษณะของรูปธรรมนั้นด้วยสัมปชัญญะ(ในขณะที่เห็น)ซึ่งเป็นสภาพของนามธรรม ..โดยไม่มีตัวตนคนสัตว์เป็นผู้เห็น ไม่มีดอกไม้อะไรที่ถูกเห็น และยังไม่เข้าไปสู่ความชอบหรือความชัง ..

    หรือในขณะที่มีความโกรธแล้วมีการสังเกตรู้ในสภาพธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เป็นนามธรรมโดยยังไม่มีการคิดเลยไปเรียกชื่อความรู้สึกนั้น แต่เป็นสภาพที่กำลังรู้นามธรรมที่กำลังเกิดขึ้นนั้น การรู้สภาพธรรมเช่นนี้จึงยังไม่มีบัญญัติเข้ามาเกี่ยวข้องว่า โกรธหรือเราโกรธ ..แต่ภายหลังการรู้อาการต่างๆนั้นแล้วก็จะมีการใช้บัญญัติเข้ามากำหนดรู้ว่าเป็น นามรู้สึก นามเห็น

    อีกประการหนึ่งก็คือ ในการรับรู้อารมณ์ต่างๆ นั้นเมื่อมีความเพียรดูหรือสังเกตไปเรื่อยๆ ก็จะรู้ถึงสภาพของตัวผู้รู้ กับผู้ที่ถูกรู้ซึ่งเป็นสภาวปรมัตถ์ที่ถี่ขึ้นๆ และก็รู้ถึงความเป็นไปของสภาพรูปธรรมหรือนามธรรมนั้นที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น จากที่เริ่มมีมา ยังมีอยู่ และหมดสิ้นไป ...การรู้เช่นนี้เป็นการรู้ด้วยปรมัตถ์ บัญญัติจึงไม่เกิดขึ้นในขณะดังกล่าวนั่นเองค่ะ ขอตอบไว้โดยย่อเท่านี้นะคะ

    โดย น้องกิ๊ฟ [3 ก.ย. 2551 , 13:06:06 น.] ( IP = 125.27.173.141 : : )


      สลักธรรม 3

    มาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยกัน
    แต่หากสิ่งใดไม่ถกต้องก็ขอผู้รู้ได้ช่วยแก้ไขด้วยนะคะ

    ก็คงเป็นมุมมองที่เป็นความเห็นอีกประการหนึ่ง

    เพราะสภาพแห่ง ปรมัตถ์ และบัญญัติต่างกันอย่างสิ้นเชิง
    สภาพปรมัตถ์นั้นจะต้องมีสภาวะแห่งไตรลักษณ์เข้ามารองรับ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

    ส่วนบัญญัติเป็นสิ่งที่สมมุติขึ้นมาไม่มีสภาวะไตรลักษณ์รองรับ

    การที่จำในสิ่งที่เป็นบัญญัติได้ ย่อมเกิดจากความจำได้หมายรู้ นั่นคือมีสัญญาที่ทำให้เกิดการจำได้

    แต่สภาพของปรมัตถ์จะปรากฎได้ย่อมเกิดจากปัญญาที่เข้าไปรู้ในสภาพความเป็นจริง
    ซึ่งระดับปัญญาของบุคคลก็ยังแตกต่างกันอีก
    ผู้ที่มีปัญญามากก็ย่อมเข้าไปรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของปรมัตถ์ธรรมเหล่านั้นได้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจนโดยมีสภาพแห่งไตรลักษณ์มาปรากฎให้เห็นความจริงเหล่านั้น

    และเมื่อเข้าใจเช่นนี้ ผู้ปฏิบัติย่อมเข้าใจในความจริงแห่งปรมัตถ์ด้วยความประจักษ์แก่ใจนั่นคือ บัญญัติก็ไม่มี ปรมัตถ์ก็ปรากฎ

    โดย น้องอุ๊ [3 ก.ย. 2551 , 18:19:00 น.] ( IP = 125.24.46.134 : : )


      สลักธรรม 4

    สัจจะหรือความจริง ในโลกนี้มีความจริงอยู่ 2 ระดับ คือ ความจริงระดับสมมุติ (บัญญัติ) และความจริงระดับปรมัตถ์

    มนุษย์ส่วนใหญ่จะเข้าใจเพียงความจริงระดับสมมุติจากภาษาเท่านั้น ได้แก่ บัญญัติชื่อต่าง ๆ เช่น คน สัตว์ วัตถุ และความเป็นเจ้าของสิ่งเหล่านั้นทั้งโดยชื่อและโดยความรู้สึก เช่น นายดำ แมว เงินของฉัน ลูกของฉัน เป็นต้น เป็นความจริงที่ต้องขึ้นกับการอ้างอิงและเปรียบเทียบ ซึ่งรู้จักกันเฉพาะในกลุ่มชนบางกลุ่มที่ใช้ภาษาเดียวกัน วัฒนธรรมเดียวกันเท่านั้น จะใช้กับต่างกลุ่ม ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมไม่ได้
    ส่วนความจริงอีกระดับหนึ่ง คือ ความจริงระดับปรมัตถ์ ปรมัตถ์นี้จะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกลุ่มชน สถานที่ หรือยุคสมัย อดีตนับตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ไฟเคยให้ความร้อนและเผาไหม้อย่างไร ในอนาคตจนถึงโลกถูกทำลาย ไฟก็ยังคงให้ความร้อนและเผาไหม้ตลอดไป

    คำว่า ไฟ เป็นจริงเฉพาะในหมู่คนไทย ต่างชาติจะเรียกอีกอย่างหนึ่ง แม้ออกเสียงต่างกัน ก็อาจทำให้นึกถึงสิ่งเดียวกันได้ ถ้าได้เคยตกลงทางภาษากันไว้ก่อน

    แต่ ความรู้สึกร้อน จะเป็นสากลสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดทั้งคนและสัตว์ เมื่อถูกไฟจะรู้สึกว่าร้อน และรีบดึงมือออกเหมือนกัน แม้ไม่เคยมีการตกลงกันว่าสิ่งนี้เรียกว่าไฟ ต้องดึงมือออก

    ความร้อนเป็นความจริงระดับปรมัตถ์ของ ไฟ จึงกล่าวได้ว่าเมื่อปรมัตถ์ปรากฏ บัญญัติหาย

    โดย herb [6 ก.ย. 2551 , 22:12:46 น.] ( IP = 202.28.182.130 : : 10.7.160.232 )

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org