มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สถานที่สลักธรรม






ผืนดิน ๓ ไร่ ๘๔ ตารางวา รูปสี่เหลี่ยมคางหมูเล็กๆผืนนี้ อยู่เยื้องกับพุทธมณฑลสถาน ซึ่งเป็นสถานแห่งธรรมชาติของหมู่มวลสรรพสิ่งที่มีชีวิตอาศัยอยู่ ซึ่งในอาณาจักรแห่งนี้ พร้อมสะพรั่งด้วยถาวรวัตถุแห่งศาสนธรรม ที่เกิดขึ้นตามกำลังของผู้มีจิตศรัทธา ทุ่มเทกายใจเนรมิตขึ้นมาเพื่อท้าทายธรรมชาติแห่งจิตที่มืดสลัว โดยอาศัยเพียงหยาดเสี้ยวแห่งพระปัญญาธิคุณของพระพุทธองค์

ท่ามกลางบรรยากาศที่พร้อมจะ "สลักธรรม"เพื่อมวลชนทั้งหลายแห่งนี้ ชิดใกล้ขอบเขตที่ยังอุดมไปด้วยทุ่งกว้างที่พร้อมจะให้ต้นข้าวชูรวงและพริ้วไสวแข่งแรงลมไม่เว้นวันตลอดมา

ครั้นถึงฤดูฝน พื้นดินที่ว่างเปล่าก็กลับกลายเป็นสีเขียว เริ่มจากเหล่าวัชพืชซึ่งมีรากฝังลึกอยู่ในดิน ต่างพากันแทงยอดมารับแสงแดดอันอบอุ่น พฤษาชาติต่างชูช่อดอกได้อย่างงดงามตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้ฉันฉงนใจไปว่า..

ใต้ผิวดินที่ประดับดอกไม้และต้นไม้ที่ให้ผลต่างๆนานานั้น ลึกลงไปเพียงเสียมสัมผัส กลับกลายเป็นชั้นดินอันมืดดำที่ปราศจากสีสัน ยิ่งลึกก็ยิ่งมีแต่โคลนตมเปียกแฉะ หาสิ่งสวยงามเจริญตาแทบไม่ได้ ซึ่งต่างกับผิวบนสุดที่ปกคลุมไปด้วยพฤกษาชาติอันชวนรื่นรมย์ทั้งหมู่ไม้และดอกไม้ที่มีแสงแดดวนเวียนแวะมาอาบไล้ให้สวยสดด้วยสีสันอยู่เสมอ

โดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.ย. 2551 , 09:01:40 น.] ( IP = 58.9.139.35 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

เมื่อพินิจไปทำให้เห็นว่าสิ่งที่เป็นอยู่นั้นไม่ผิดไปจากร่างกายของคนเรานี้เลย หากเอาเครื่องปกปิดคือเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องสำอางที่คลุมเคลือบฉาบทาอยู่ ผิวของมนุษย์เราประกอบไปด้วย หนัง ที่นุ่มนวลเนียนเรียบ ผม ที่ดกดำยาวสลวย ขน ที่เข้มตามคิ้วมุมสัน ฟัน ที่ขาวเรียบเป็นระเบียบ และเล็บ ที่สะอาดเรียบเรียวงาม นั่นก็คือเปลือกนอกที่ห่อหุ้มร่างกายอยู่เท่านั้น ที่ทำหน้าที่คอยปกคลุมได้อย่างมิดชิดให้ดูหมดจดงดงามเท่านั้น

แต่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง ที่ไม่ต่างไปจากผิวดินนั่นเอง ที่เต็มไปด้วยเลือด น้ำเหลือง ไขมัน เอ็นและโครงกระดูกที่เกาะเกี่ยวเป็นโครงสร้าง มีพังผืด ตับไตไส้พุง ปอดหัวใจและอวัยวะน้อยใหญ่บรรจุไว้แน่นและอาบซึมด้วยสิ่งคัดหลั่งอันมีกลิ่นคาวคลุ้ง

ร่างกายนี้ยังมีทวารทั้ง ๙ ให้สิ่งไม่สะอาดใหลออกอยู่เป็นนิตย์ซึ่งล้วนเป็นปฏิกูลอันชวนรังเกียจยิ่งนัก คนเราจึงต้องคอยชะล้างทำความสะอาด และหาสิ่งหอมและอาภรณ์มาฉาบอาบทาตกแต่งกันเพียงเพื่อปิดบังความจริงอยู่เสมอ สิ่งปกปิดที่นำมาประดับกาย ก็มิได้ต่างไปจากดอกไม้ประบเปลือกโลกนั่นเอง

อะยัง โข เม กาโย , อุทัง ปาทะตะลา, อะโธ เกสะมัตถะกา, ตะจะปะริยันโต, ปูโร นานัปปะการัสสะ อะสุจิโน...กายของเรานี้แล เบื้องบนแต่พื้นเท้าขึ้นมา เบื้องต่ำแต่ปลายผมลงไป มีแต่หังหุ้มอยู่เป็นที่สุดรอบ เต็มไปด้วยของไม่สะอาดมีประการต่างๆ.

การที่พระองค์ให้พิจรณาดูความไม่สะอาดของร่างกายนี้ ก็เพื่อให้เราเห็นตามความจริงโดยปราศจากสิ่งอำพรางปิดบัง ซึ่งจะเป็นคุณอย่างยิ่งในการถ่ายถอนความกำหนัดในกาม อันมี รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส กายคตาสติจึงเป็นอุบายวิธีอันประเสริฐเลิศยิ่ง ที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ความเร่าร้อน อันเกิดจากไฟราคะ ที่กำลังแผดเผาผู้ตกเป็นทาสนั่นเอง

เพราะคนเราจะตกสู้ห้วงทุกข์แห่งความรัก ความใคร่ ก็ด้วยเพราะหลงใหลในรูปกายมาก่อนเป็นมูลเหตุ

โดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.ย. 2551 , 09:27:56 น.] ( IP = 58.9.139.35 : : )


  สลักธรรม 2

วันเวลาผ่านไป วัชพืชต่างๆก็ค่อยๆขึ้นแทรกมวลหมู่ดอกไม้และเกาะพันเกี่ยวลำต้นไม้จนสูง ต้องคอยถางตัดหักฟันมิให้ปกคลุมทำความเสียหายแก่ต้นที่มีประโยชน์

กามราคะก็ดุจเดียวกับวัชพืช หากปล่อยให้ลุกลามใหญ่โตก็ย่อมปกคลุมจิตใจให้มืดมนจนเสียประโยชน์ของชีวิตไปได้และนำมาซึ่งความระทมตรมตรอมแก่ร่างกายและจิตใจ ทั้งตนเองและบุคคลอื่นๆ ซึ่งต้องคอยกำจัดตัดฟันให้บรรเทาเบาบางลง แม้เพียงชั่วคราวก็ยังดี โดยอาศัย อสุภกรรมฐาน มาพิจารณาให้เห็นสภาพร่างกายอันแท้จริงที่เป็นดังซากและอสุภที่งามอยู่เพียงเปลือกนอก

แม้ทว่าจะได้ระงับทุกข์ของกามจนสงบลงได้บ้างจากการอาศัยอสุภกรรมฐาน แต่สำหรับปุถุชนแล้ว ราคะก็อาจกำเริบขึ้นใหม่ได้ หากตัณหายังมิได้ถูกขุดรากถอนโคนให้หมดสิ้น เหมือนวัชพืชที่มิได้ขุดเอาเหง้าหัวในดินออกมาให้หมดไป ย่อมรอคอยจังหวะเติบโตขึ้นมาก่อความเสียหายได้อีกเสมอ

โดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.ย. 2551 , 09:41:37 น.] ( IP = 58.9.139.35 : : )


  สลักธรรม 3

การสงบระงับดับกาม จึงต้องอาศัยความพากเพียรที่ยาวนานและต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้แดนดินที่รวมกันเพื่อมาสลักธรรม ในทุกๆวันเสาร์และอาทิตย์ จึงพร้อมให้ทุกท่านผู้ปรารถนาจะดับความเร่าร้อนจากฤทธิ์เสน่หา และพึงพอใจที่จะไปให้พ้นภัยแห่งภพชาติ แลพบสุขอันปราณีตกว่าสะอาดกว่า เดินเข้ามาสร้างความก้าวหน้าบนเส้นทางธรรม และยอมสละทิ้งเสียซึ่งความงามแห่งบุปผาชาติริมทาง และมองดูดอกไม้เหล่านั้นเหี่ยวแห้งไปจากความหลงใหล มาเอาใจใส่ชีวิตด้วยการเดินบนเส้นทางที่ปลอดภัย มิให้รูป รส กลิ่น เสียงแห่งกามซึ่งเป็นความงามแต่เพียงเปลือกนอกมาหลอกลวง จยตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์และโทมนัส หันกลับมาพากเพียรเรียนรู้และพยายามขุดรากถอนเหง้าแห่งราคะออกจนถึงที่สุด

ดั่งการขุดรากเหง้าเหล่าตฤณชาติที่ฝังรากลึกในดินให้สิ้นลงฉะนั้น หรือเสมือนป่าที่บอกลาความมืดและสิ่งรกรุงรัง เพื่อรักษาธรรมชาติดั่งเดิมของมันไว้ในนิรันดร์กาลแห่งความสงบได้ที่นี่ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ



ชีวิตไม่ได้ง่ายเหมือนจัดวาง ..แต่ไม่ยากที่จะจัดการนะคะ

ด้วยความปรารถนาดีคะ
พี่ดอกแก้ว.

โดย พี่ดอกแก้ว [4 ก.ย. 2551 , 09:58:40 น.] ( IP = 58.9.139.35 : : )


  สลักธรรม 4



เป็นงานที่สวยด้วยภาษาไทยและภาษาธรรม ชอบมากเลยค่ะกับถ้อยคำสุดท้าย "ชีวิตไม่ได้ง่ายเหมือนจัดวาง ..แต่ไม่ยากที่จะจัดการ"

และทั้งหมดนี้ล้วนเป็นลำนำธรรมนำที่ไปสู่การชำแหละชีวิตจนเห็นถึงความไม่สวยงามที่อยู่ภายใต้ ..ทำให้ต้องระลึกย้อนกลับไปบูชาเจตนาและพระคุณของผู้สร้างและผู้สืบสานมูลนิธิแห่งนี้ที่มีความมุ่งหมายให้ผู้ที่เข้ามาในเขตรั้วได้มีความสวยงามที่เกิดจากลวดลายธรรมบนชีวิต

กราบขอบพระคุณค่ะพี่ดอกแก้ว


โดย น้องกิ๊ฟ [4 ก.ย. 2551 , 11:20:49 น.] ( IP = 125.27.173.225 : : )


  สลักธรรม 5

ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่โชคดี(วิบากกุศล)ได้มีโอกาสเข้ามาสลักธรรม ณ สถานที่นี้ได้เรียนรู้ว่าชีวิตคืออะไร เกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัยอย่างไรบ้าง

ทำให้รู้วิธีที่จะทำชีวิตให้มีค่า ไม่เป็นเพียงวัชชพืช

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วมากค่ะ

โดย abctoy - [4 ก.ย. 2551 , 12:44:56 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.92 )


  สลักธรรม 6

เป็นสถานที่ที่มีครูอาจารย์ได้สลักธรรมโดยให้ความรู้ความเห็นถูกกับผู้ที่มาเยือน รู้หนทางปฏิบัติที่จะพาชีวิตพ้นจากทุกข์ภัยของชีวิต

กราบขอบพระคุณผู้สร้าง ผู้สานต่อ และครูอาจารย์ทุกท่านค่ะ

โดย เซิ่น [4 ก.ย. 2551 , 12:51:09 น.] ( IP = 58.137.94.76 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วมากค่ะ
สำหรับมุมมองที่ย้อมใจให้เห็นอุบายธรรมเพื่อนำมาน้อมพิจารณาได้อย่างงดงาม

และก็นึกไม่ถึงว่าหากมองย้อนไปทั้งอ
ดีต มองลึกถึงความปรารถนาดีของครูบาอาจารย์
จะพบว่า ครูบาอาจารย์ได้มอบความรักและความเมตตาให้แก่พวกเราอันใหญ่หลวง
พร้อมทั้งคอยขุดรากเหง้าที่จมปลักด้วยความเห็นผิดของพวกเรามาอย่างยาวนาน

พร้อมทำทางเดินให้พ้นจากวัชชพืช และเป็นทางเดินที่ปลอดภัย

และทำให้เห็นทางเดินข้างหน้า อันจะเป้นเส้นทางที่งดงาม

จึงขอน้อมกราบขอบพระคุณในพระคุณของครูที่ชี้แนะเส้นทางของพวกเราตลอดมา

ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ

โดย น้องอุ๊ [4 ก.ย. 2551 , 20:48:58 น.] ( IP = 125.24.2.205 : : )


  สลักธรรม 8

ขณะเริ่มอ่านนั้นคิดว่า...เป็นการบรรยายถึงสถานที่ มูลนิธิอภิธรรม รับรู้ถึงบรรยากาศที่น่าอภิรมย์ที่อยู่รอบๆ ได้

แต่เมื่ออ่านต่อไป กลับเป็นการชี้ให้เห็นสภาพที่แท้จริงของชีวิตก็ไม่ต่างอะไรกับใต้พื้นดิน ที่ประกอบด้วยสิ่งปฏิกูลต่างๆ หาสิ่งสวยงามไม่ได้ แต่เพียรหาสิ่งต่างๆ มาปกปิด ประดุจวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมพื้นดิน
สะท้อนให้เห็นความจริงของชีวิตที่เราต่างหลงใหลมกหมุ่นอยู่มิรู้สร่าง

จึงรู้สึกสำนึกในพระคุณของครูผู้สร้าง และสืบสานต่องานของสถานที่สลักธรรมแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง...ขอน้อมกราบบูชาพระคุณครูทุกท่านค่ะ

โดย พี่ดา [5 ก.ย. 2551 , 10:08:35 น.] ( IP = 124.121.176.185 : : )


  สลักธรรม 9

พี่เณรต้องขอเอาภาพปกหนังสือมีแต่ความงามมอบให้คุณมาลงแทนความรู้สึกที่ได้รับจากสถานที่แห่งนี้ครับ

นอกจากจะเป็นสถานที่กลับตัวกลับใจแล้ว ยังเป็นที่ที่ให้เดินไปอย่างสง่างามในเส้นทางแห่งบุญ และเป็นบุญที่สร้างเสริมด้วยศรัทธาและความเพียรจริงๆครับ

ถ้าจะย้อนไปสู่ตำนานของผู้สร้างคงยากมากเลยครับที่จะนำมาเขียนให้อ่านกัน แต่ก็มิได้หมายความว่าสิ่งอันทรงคุณค่าที่ท้าทายวิบากนั้นยังคงตรึงตราตรึงใจมาจนทุกวันนี้ครับ และเป็นกุศลที่ยังความปราบปลื้มได้เสมอทุกครั้งที่ระลึกถึงครับ

ขอขอบพระคุณท่านผู้สร้างแผ่นดินนี้ให้ไว้ เป็นสถานที่สลักธรรมประจำตัวจริงๆครับ

โดย พี่เณร [5 ก.ย. 2551 , 20:01:25 น.] ( IP = 58.9.229.156 : : )


  สลักธรรม 10


ค่อยๆ อ่านไป พร้อมๆกับการระลึกถึงพระคุณของท่านผู้ก่อสร้างสถานที่ และครูบาอาจารย์ที่เพียรพยามสลักธรรมลงสู่จิตใจให้กับพวกเรา

ที่ผ่านมาเคยชื่นชมกับบรรยากาศของทุ่งนาที่เปลี่ยนสีสันจากเขียวอ่อน เป็นเขียวแก่ จนในที่สุดเป็นสีทองของรวงข้าว จนเมื่อเก็บเกี่ยวไปหมดแล้ว จึงเห็นสภาพของดินโคลนที่เปื้อนดำ

...แต่ก็ไม่เคยมีความคิดที่จะนำมาเปรียบเทียบกับชีวิต ดั่งที่พี่ดอกแก้วนำมาพรรณนามาด้วยภาษาที่ไพเราะ จนทำให้เห็นคุณค่าของการพิจารณากายคตาสติเพื่อบรรเทากามราคะที่ลุกลามง่ายดังวัชชพืช

กราบระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่พยายามเคี่ยวเข็ญขุดรากถอนเหง้าแห่งราคะของลูกศิษย์ให้หมดไป
...ตลอดจนสถานที่ที่สลักธรรมสู่ใจของพวกเรา คือ ... มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิแห่งนี้ ที่พี่เณรบอกว่านอกจากจะเป็นสถานที่กลับตัวกลับใจของพวกเราแล้ว ยังเป็นที่ที่ให้พวกเราเดินไปอย่างสง่างามในเส้นทางแห่งบุญ นับเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยในทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ....ให้กับเราทุกๆคน

กราบขอบพระคุณ
พี่ดอกแก้ว เป็นอย่างมาก สำหรับคำเตือนที่ว่า.... ชีวิตไม่ได้ง่ายเหมือนจัดวาง ตลอดจนกำลังใจที่ว่า... แต่ไม่ยากที่จะจัดการ

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.ย. 2551 , 15:00:33 น.] ( IP = 58.9.103.72 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org