| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อยากทราบมาก
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1พระธัมมจักกัปปวัตนสูตร
มีพระภาคเจ้าตรัสกับปัญจวัคคีย์ว่า ดูกรพวกเธอทั้งหลาย บรรพชิตไม่ควรประพฤติส่วนที่สุด ๒ ประการคือ
การเสวยสุขในกามคุณอารมณ์ เพราะเป็นข้อประพฤติของชาวบ้าน เป็นธรรมเลว เป็นธรรมของปุถุชน มิใช่ธรรมของพระอริยะ เพราะไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑ การเบียบเบียนตนให้ลำบาก (ทรมานตน) เป็นทุกข์ มิใช่ธรรมของพระอริยะ เพราะไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ๑
ดูกรพวกเธอทั้งหลาย บัดนี้ ตถาคตได้ตรัสรู้ทางสายกลาง ที่ไม่เข้าถึงส่วนที่สุด ๒ ประการนั้นแล้ว ก่อให้เกิดดวงตาเห็นธรรม ก่อให้เกิดปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบกิเลส เพื่อความยิ่งรู้ เพื่อความรู้แจ้ง และเพื่อดับทุกข์
ทางสายกลางที่ตถาคตได้ตรัสรู้ ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ๑ ความดำริชอบ ๑ การกล่าวชอบ ๑ การกระทำชอบ ๑ การเลี้ยงชีพชอบ ๑ ความเพียรชอบ ๑ ความระลึกชอบ ๑ และความตั้งมั่นชอบ ๑
ดูกรพวกเธอทั้งหลาย ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ตถาคตตรัสรู้แล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง คือ ทุกขอริยสัจ ๑
ทุกขสมุทยอริยสัจ ๑
ทุกขนิโรธอริยสัจ ๑
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ ๑โดย พี่เณร [10 ก.ย. 2551 , 18:21:47 น.] ( IP = 58.9.140.202 : : )
สลักธรรม 2ทุกขอริยสัจ ได้แก่ ..ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ ความเศร้าโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์ การประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รักเป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ความปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์ กล่าวโดยย่ออุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นทุกข์
ทุกขสมุทยอริยสัจ คือ ตัณหาอันก่อให้เกิดภพใหม่ ประกอบด้วยความยินดี พอใจ เพลิดเพลินในภาพและอารมณ์นั้น ๆ ได้แก่ กามตัณหา ความผูกพันในกามคุณอารมณ์ ภวตัณหา ความผูกพันที่มีความเห็นผิดว่าภพเที่ยง วิภวตัณหา ความผูกพันที่มีความเห็นผิดว่าภพขาดสูญ
ทุกขนิโรธอริยสัจ ได้แก่ ความดับสนิทซึ่งตัณหา ความสละตัณหา ความปล่อยตัณหา ความวางตัณหา ความไม่พัวพันตัณหานั้นทั้งหมด
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ มรรคอันเป็นทางดับทุกข์ คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่ ...
ความเห็นชอบ ๑
ความดำริชอบ ๑
การกล่าวชอบ ๑
การกระทำชอบ ๑
การเลี้ยงชีพชอบ ๑
ความเพียรชอบ ๑
ความระลึกชอบ ๑
และความตั้งมั่นชอบ ๑
ดูกรพวกเธอทั้งหลาย บัดนี้ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณได้เกิดปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิดแล้วแก่ตถาคต ในธรรมไม่เคยสดับมาก่อนว่า... นี้คือ ทุกขอริยสัจ ซึ่งเป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้.. อันตถาคตได้กำหนดรู้แล้ว
ดูกรพวกเธอทั้งหลาย บัดนี้ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิดแล้วแก่ตถาคต ในธรรมไม่เคยสดับมาก่อนว่า นี้คือ ทุกขสมุทยอริยสัจ ซึ่งเป็นธรรมที่ควรละ อันตถาคตได้ละแล้ว
ดูกรพวกเธอทั้งหลาย บัดนี้ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิดแล้วแก่ตถาคต ในธรรมไม่เคยสดับมาก่อนว่า นี้คือ ทุกขนิโรธอริยสัจ ซึ่งเป็นธรรมที่ควรทำให้แจ้ง อันตถาคตได้ทำให้แจ้งแล้ว
ดูกรพวกเธอทั้งหลาย บัดนี้ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิดแล้วแก่ตถาคต ในธรรมไม่เคยสดับมาก่อนว่า นี้คือ ทุกขนิโรธมินีปฏิปทาอริยสัจ ซึ่งเป็นธรรมที่ควรให้เจริญ อันตถาคตได้เจริญแล้ว
พวกเธอทั้งหลาย ปัญญาที่รู้เห็นตามความเป็นจริงในอริยสัจ ๔ ..มีรอบ ๓.. มีอาการ ๑๒ ของตถาคตหมดจดดีแล้ว ตถาคตจึงปฏิญาณได้ว่า เป็นผู้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในเหล่าสัตว์มีสมณพราหมณ์พร้อมด้วย เทวดาและมนุษย์ ชาตินี้ของตถาคตเป็นชาติสุดท้าย ภพใหม่มิได้มีอีกต่อไปโดย พี่เณร [10 ก.ย. 2551 , 18:30:09 น.] ( IP = 58.9.140.202 : : )
สลักธรรม 3ขณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระธรรมเทศนานี้อยู่ ดวงตาเห็นธรรมปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้บังเกิดขึ้นแก่,b>ท่านโกณฑัญญะว่า.. สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา
ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศธรรมจักรให้เป็นไปแล้ว เหล่าภุมมเทวดา ได้ป่าวประกาศว่า ..ท่านผู้เจริญ บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงธรรมจักร อันยอดเยี่ยม ณ อิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้กรุงพาราณสี อันเป็นธรรมที่สมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือผู้ใดในโลกจะปฏิวัติมิได้
เทวดาชั้น จาตุมหาราช ได้ยินเสียงของภุมมเทวดาแล้ว ก็บันลือเสียงต่อไป ฯลฯ ...เทวดาชั้น ดาวดึงส์ ได้ยินเสียงของเทวดาชั้นจาตุมหาราชแล้วฯลฯ ...เทวดาชั้น ยามา ได้ยินเสียงของเทวดาชั้นดาวดึงส์แล้ว .....ฯลฯ เทวดาชั้น ดุสิต ได้ยินเสียงของเทวดาชั้นยามาแล้ว...ฯลฯ
เทวดาชั้น นิมมานรดี ได้ยินเสียงของเทวดาชั้นดุสิตแล้ว ...ฯลฯ เทวดาชั้น ปรนิมมิตวสวัตตี ได้ยินเสียงของเทวดาชั้นนิมมานรดีแล้ว........ฯลฯ
เทวดาที่นับเนื่องในหมู่พรหม ได้ยินเสียงของเทวดาชั้นปรนิมมิตวสวัตดีแล้ว ก็บันลือเสียงต่อไปว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ณ อิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้กรุงพาราณสี อันสมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือผู้ใดในโลกจะปฏิวัติมิได้โดย พี่เณร [10 ก.ย. 2551 , 18:39:42 น.] ( IP = 58.9.140.202 : : )
สลักธรรม 4ในบรรดา ปัญจวัคคีย์ เหล่านั้น เมื่อท่านโกณฑัญญะ ส่งญาณไปตามกระแสของพระธรรมเทศนา เวลาจบพระสูตรได้ดำรงอยู่ใน พระโสดาปัตติผล พร้อมกับ พรหม ๑๘ โกฏิ
ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเปล่งอุทานว่า อญฺญาสิ วต โภ โกณฺฑญฺโญ แปลว่า ท่านผู้เจริญ บัดนี้โกณฑัญญะได้รู้แล้ว
ด้วยเหตุนี้ อัญญาโกณฑัญญะ จึงเป็นสมญานามของ พระโกณฑัญญะสืบมาครับ จบแล้วครับที่มาของพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร
![]()
โดย พี่เณร [10 ก.ย. 2551 , 18:43:16 น.] ( IP = 58.9.140.202 : : )
สลักธรรม 5...พุทธองค์ทรงชี้นำวัฏจักร
...ให้ยึดหลัก...กรรมมุนา...พาสวรรค์
...วัฏเก...แห่งเวลา...ศึกษาญาณ
...โลโกสาร...ญาณเจนจบ...พบนิพพาน
...โลกาเกิด...กำเนิดสัตว์...วิบัติขึ้น
...ทรงจุดยืน...ย้อนเวลา...มาประสาน
...ชี้นำทาง...สว่างให้...ได้นิพพาน
...พ้นภัยพาล...ท่านชี้นำ...พ้นกรรมเวร
...เบญจศิล...ให้รักษา...พาสุขสันต์
...ธรรมะท่าน...นั้นชี้นำ...ทำตามเห็น
...เช่นภิกษุ...ผู้ศึกษา...ธรรมะเป็น
...ปัญญาเห็น...เช่นบรรลุ...ผู้รู้ธรรม
...สัจธรรม...ความเป็นจริง...สิ่งไม่เที่ยง
...คิดหลีกเลี่ยง...เพียงทำใจ...ไม่ถลำ
...สร้างกุศล...ให้ผลบุญ...ช่วยหนุนนำ
...พ้นบ่วงกรรม...บุญทำให้...ไปชั้นพรหม
...พุทธองค์...ทรงดำรัส...ไว้ชัดแจ้ง
...ทรงชี้แจง...แห่งช่องทาง...อย่างสุขสม
...สัจธรรม...ของธรรมะ...พารื่นรมย์
...ไม่ระทม...พบแต่สุข...ที่ถูกทาง
...ให้ยึดหลัก...ทางหิริ...เป็นที่ตั้ง
...โอตตัปปะทั้ง...พามั่นคง...จงสะสาง
...ในแก่นแท้...แห่งพระธรรม...ชี้นำทาง
...เช่นแบบอย่าง...พุทธองค์...ทรงดำเนิน
![]()
![]()
![]()
โดย ไอ้จ่อย [10 ก.ย. 2551 , 18:50:46 น.] ( IP = 58.9.140.202 : : )
สลักธรรม 6พระพุทธองค์ทรงสอนย้อนวัฏฏะ
ให้หลีกละลดกิเลสเหตุสังสาร
ตรัสรู้ชี้ทางนฤพาน
เพื่อหลุดพ้นมือมารการเกิดตาย
แม้นภพภูมิสุคติมิทุกข์มาก
ก็ยังหลากตัณหาพากระหาย
ถึงเกิดในเทวภูมิก็วุ่นวาย
มีกิเลสมากมายในกามา
แม้นชั้นพรหมก็ยังจมในทิฏฐิ
บ้างดำริผิดทางอย่างคิดกล้า
ต้องเวียนเกิดเวียนตายตามเวลา
ไม่อาจหาทางพ้นหนทางมาร
เพียงทางเดียวเปลี่ยวชีพไม่บีบรัด
เป็นทางหัดสติปัญญามาประสาน
ปูพื้นด้วยศีลธรรมนำสะพาน
แล้วสืบการณ์ด้วยสงบสงบภัย
มัชฌิมาพาพ้นหนทางทุกข์
ความเพียรปลุกสติมาปัญญาใส
เมื่อองค์มรรคสามัคคีที่ภายใน
ธรรมจักรผลักไสไร้ทุกข์พลัน
พี่ดอกแก้วขอเขียนด้วยนะคะ
ธรรมะพาสุขจริงๆค่ะ น้องจ่อย...
เขียนอีกนะคะ...เรียงเรียงธรรมนำสุขใจเช่นกันค่ะ
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [10 ก.ย. 2551 , 18:53:09 น.] ( IP = 58.9.140.202 : : )
สลักธรรม 7เข้ามาอ่านพระธรรมบทยอดเยี่ยมโดยย่อ สาธุค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.ย. 2551 , 21:46:02 น.] ( IP = 58.9.96.122 : : )
สลักธรรม 8อยากทราบว่า ชวนจิตดวงที่ 1 ให้ผลในชาติปัจจุบันนั้นให้อย่างไร
โดย สนทนา [15 ก.ย. 2551 , 19:08:55 น.] ( IP = 58.9.142.160 : : )
สลักธรรม 9การให้ผลนั้นให้ตามกิจ จิตที่ทำชวนกิจ คือจิตที่ทำกิจเสพ(กินรส)อารมณ์ด้วยกุศล หรืออกุศล อันเป็นส่วนของกรรมวัฏฏ์ ซึ่งเป็นเหตุให้มีวิบากวัฏฏ์ตามมา ด้วยเหตุที่มีการกระทำซ้ำ ๆ กันอยู่หลายขณะ จึงมีอำนาจทำให้เกิดวิบากได้
อย่างไรก็ดี จิตที่เสพ(ทำชวนกิจ)แต่ละขณะทำให้เกิดวิบากในระยะสั้น-ยาวได้ไม่เท่ากัน บางขณะให้ผลได้ระยะสั้นแค่ชาตินี้ขณะรู้อารมณ์ เช่น ชวนดวงที่ ๑ บางขณะให้ผลในระยะยาวกว่าคือให้ผลในชาติหน้า เช่น ชวนดวงที่ ๗ แต่บางขณะก็ให้ผลได้ไม่จำกัดเวลาแน่นอน เช่น ชวนดวงที่ ๒-๖ เป็นต้น
จากภาพวิถีจิตทางจักขุทวารวิถี = วิถีจิตที่เกิดทางตา = การเห็น )
ตี น ท ปัญ จัก ส ณ โว ช ช ช ช ช ช ช ตทา ตทา ภ
เหตุที่ชวนดวงที่ ๑ ให้ผลในชาตินี้เท่านั้น ก็เนื่องจากเป็นจิตที่เพิ่งเสพอารมณ์เป็นครั้งแรก(ในวิถี) ยังมีกำลังอ่อนกว่าชวนดวงอื่น ๆ เช่น ถ้ามีสติเจตสิกเป็นหัวหน้า ทำกิจระลึกได้(ในกุศล) เมื่อระลึกได้แล้วก็ดับไป ไม่มีกำลังให้เกิดวิบากอีกโดย มาลี [15 ก.ย. 2551 , 19:11:17 น.] ( IP = 58.9.142.160 : : )
สลักธรรม 10ชวนดวงต่อมาได้ปัจจัยมาจากดวงที่ ๑ แต่มีการระลึกซ้ำจึงมีกำลังจากการสั่งสม ชวนดวงสุดท้ายมีกำลังมากสุด และเป็นปัจจัยส่งผลในขณะปฏิสนธิกาลของชาติที่ติดกันได้ เมื่อส่งผลขณะปฏิสนธิกาลแล้วก็หมดกำลังลง ไม่ทำให้เกิดวิบากอื่นอีก
สำหรับชวนดวงที่ ๒-๖ มีกำลังมากน้อยตามลำดับ จึงส่งผลในปวัตติกาลของแต่ละภพมากกว่า (ตั้งแต่ชาติที่ ๓ เป็นต้นไป) ทุกวันนี้เรารับวิบากจากชวนดวงที่ ๒-๖ ดวงใดดวงหนึ่ง จากภพใดภพหนึ่งในอดีตตั้งแต่เวียนว่ายตายเกิดเป็นต้นมาที่หาเบื้องต้นไม่ได้นั่นเองคะโดย มาลี [15 ก.ย. 2551 , 19:12:40 น.] ( IP = 58.9.142.160 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |