มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อยากทราบว่า พระพุทธองค์ทรงเทศนาปัจจัย ๒๔ ด้วยความประสงค์อะไร








ตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้ว


ถาม ถ้าเรามีญาติผู้ใหญ่มากๆ ท่านมักจะอยู่กับความหลังที่ทำให้เจ็บช้ำทั้งกายและใจ และพร่ำบ่นและแช่งคนที่ทำให้ท่านเป็นอย่างนั้น แม้ว่าเราจะพยายามบอกให้ท่านอโหสิกรรมให้แก่คนที่ทำเพื่อจะได้ไม่เป็นเวรเป็นกรรมกันแต่ท่านก็ไม่เข้าใจและไม่เชื่อ เราจะทำอย่างไรดีค่ะ ถึงจะทำให้ท่านพ้นจากทุกข์นี้ โดยการกระทำอื่นๆที่ไม่ใช่การบอกให้ท่านกระทำเพราะท่านเป็นคนดื้อรั้นและเอาแต่ใจตัวเองมากไม่ค่อยฟังใคร มักจะคิดว่าตนเองรู้มากเพราะผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าย่อมรู้อะไรดีกว่า

ตอบ เห็นใจนะคะที่ต้องพบกับอารมณ์เช่นนั้น และก็มีหลายคนที่มาคุยให้ฟังเสมอเรื่อง..พ่อแม่ พี่ป้าน้าอา ชอบมีโทสะง่าย ที่เรียกว่าขี้บ่น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอุปนิสัยของผู้สูงอายุเลยทีเดียว เป็นเพราะผู้เฒ่าผู้แก่ ท่านไม่มีอารมณ์อยากสนุกร่าเริง ไม่อยากเที่ยว ไม่อยากไปไหนมาไหนเพราะร่างกายไม่เอื้ออำนวยแล้ว

สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ท่านเหล่านั้น มีแต่ความคิดเป็นไปในอดีต เล่าเรื่องอดีตซ้ำแล้วซ้ำอีก และอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ไม่ลืมเรื่องที่ทำให้ท่านเสียใจได้ง่ายเพราะว่า ท่านเองสร้างปมด้อยไว้ในใจว่าตนเองตนไม่มีค่าแล้วมั่ง ไม่มีความสำคัญเหมือนตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวบ้าง ทำนองนี้แหละคะ

ดังนั้น คิดว่าท่านที่มีความรู้สึกเหล่านี้เป็นผู้ที่น่าสงสารและน่าเห็นใจท่านนะคะ การที่เราจะช่วยท่านนั้น เพียงเราเองนั่นแหละอย่าปล่อยโอกาสให้ท่านมีคู่สนทนาในเรื่องไม่ดีที่พาเสียอารมณ์

พยายามพูดคุยชักโน้มท่านไปในเรื่องสนุกสนานร่าเริง ถามถึงเรื่องที่ท่านภูมิใจในชีวิตท่านที่ผ่านมา ให้ท่านเล่าให้ฟังและเราต้องเป็นผู้ฟังที่น่ารักด้วยนะคะ คือต้องสนใจฟังท่าน ชมท่าน ให้ความรู้สึกว่า ท่านมีความสามารถมีความหมายและเป็นผู้ที่เก่งคนหนึ่ง

พี่ดอกแก้วคิดว่า การทำเช่นนั้นแหละคะ จะเป็นการย้ายอดีตจากไม่ดีที่ท่านฝังใจ ไปสู่เหตุการณ์ที่ดีมีอารมณ์?ดีได้ และเมื่อท่านมีคนคอยใส่ใจในชีวิตที่ดีของท่าน ความภูมิใจนั่นแหละจะเป็นเครื่องเยียวยาใจท่านได้

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [17 ก.ย. 2551 , 13:47:32 น.] ( IP = 125.27.172.241 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ถาม เรื่องปัจจัย ๒๔ นั้นอยากทราบว่า พระพุทธองค์ ทรงเทศนาด้วยความประสงค์อะไรหรือคะพี่ดอกแก้ว?

ตอบ การที่พระพุทธองค์ทรงเทศนาเรื่องปัจจัย ๒๔ นั้น ก็เพื่อให้เวไนยสัตว์ทั้งหลายได้รู้ ความเป็นเหตุเป็นผลของพระปรมัตถธรรม ๔ ประการค่ะ

เพราะพระองค์ทรงแบ่งพระปรมัตถธรรมไว้รวม ๓ ประเภทค่ะว่า

ธรรมที่เป็นเหตุอย่างหนึ่ง…เรียกว่าปัจจัย
ธรรมที่เป็นผลอย่างหนึ่ง....เรียกว่าปัจจยุปปันนธรรม
ธรรมที่ไม่เป็นเหตุไม่เป็นผล คือนอกจากเหตุผลอย่างหนึ่ง..เรียกว่าปัจจนิกะ

หมายความว่า ธรรมดาสังขตธรรม และอสังขตธรรมทั้งหมด ในอดีต อนาคต และปัจจุบัน รวมในกาลทั้ง ๓ นี้ ย่อมเกิดมาตามเหตุตามผลค่ะ เมื่อปราศจากเหตุแล้ว ผลก็ย่อมเกิดไม่ได้

คำว่าผลๆนั้นเพราะมีเหตุปัจจัยนั่นเอง เช่นใครๆก็ย่อมรู้แล้วว่า อสังขตคือพระนิพพาน อาศัยผลธรรมที่มีเหตุ เมื่อมีเหตุปัจจัยแล้ว พระนิพพานก็ต้องปรากฏให้เห็น และการที่พระนิพพานปรากฏนั้นก็อาศัยเหตุธรรม เมื่อไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยแล้ว พระนิพพานก็ไม่รู้อยู่ที่ไหนและจะปรากฏได้อย่างไร

เพราะฉะนั้นการที่พระองค์ทรงเทศนา ก็เพื่อให้เวไนยสัตว์ทั้งหลาย รู้เหตุธรรมของ สังขตธรรมและอสังขตะ และมีความสามารถที่จะต้องปฏิบัติต่อไป การปฎิบัตินั้นนำไปสู่พระนิพพานธาตุ ซึ่งเป็นผลธรรมใหญ่โตที่สุด

ดังนั้น การศึกษาเรื่องปัจจัย ๒๔ นั้น มีประโยชน์เกินพรรณนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.ย. 2551 , 13:48:06 น.] ( IP = 125.27.172.241 : : )


  สลักธรรม 2



ถาม ตามที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ในปฏิจสมุปบาทธรรมว่า วิญญาณเกิดมาเพราะสังขาร คำว่าวิญญาณนี้ทราบว่าเป็นนามธรรม แต่ไม่เข้าใจว่า นามธรรมนี้ก่อให้เกิดนามรูปต่อไปได้อย่างไร เพราะตามที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ว่า วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ นั้นหมายถึง วิญญาณเป็นปัจจัยแก่นามรูป ซึ่งแสดงว่านามรูปนั้นเกิดขึ้นได้เพราะมีวิญญาณ จึงขอคำอธิบายด้วยค่ะว่า ทำไมพระพุทธองค์จึงทรงอธิบายความต่อมาเช่นนี้อีกว่า นามรูปย่อมเกิดขึ้นเพราะวิญญาณเป็นปัจจัย

ตอบ ตามพระบาลีนั้นนะคะ พระบรมศาสดาท่านทรงเทศนา เป็นคำสามัญว่า วิญาณปจฺจย นามรูปํ แต่ความจริงวิญญาณบางทีก็ทำให้เกิดแต่รูปได้นะคะ เช่น ปัญจมฌานกุศล ทำให้เกิดในพวกพรหม อสัญญสัตว์ บางทีก็ทำให้เกิดแต่นาม เช่นอรูปกุศล ทำให้เกิดเป็นนามในอรูปพรหม บางทีก็ทำให้เกิดทั้งรูปทั้งนาม ในปัญจโวการภูมิไงค่ะ

เพราะฉะนั้นเมื่อจะต้องการวิเคราะห์ศัพท์ละก็ต้องทำดังนี้นะคะ

นามญฺจ รูปญฺจ นามรูปญฺจ นามรูปํ แปลว่า นามและรูป และนามรูป... เรียกว่านามรูป

ในอภิธัมมัตถวิภาวินีกล่าวไว้นะคะว่า นามรูปปจฺจยาติ เอตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ นามรูปญฺจ นามรูปนฺติ สรูเปกเสโส เวทิตพฺโพ แปลว่า ในปฏิจจสมุปบาทพระบาลีว่า นามรูปนั้น

ต้องทำวิเคราะห์ศัพท์ว่า นามญฺจ รูปญฺจ นามรูปญฺจ นามรูปํ เป็นสรูเปกเสสนัย เป็นตามไวยากรณ์ค่ะ

เพราะฉะนั้นเพื่อให้สมกับอรรถและสภาวะ คำว่านามรูป จึงได้แก่ นาม – รูป – นามรูปตามฐานที่รูปนามเกิด ดังที่ท่านพระฎีกาจารย์ท่านได้อธิบายไว้ค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.ย. 2551 , 13:48:57 น.] ( IP = 125.27.172.241 : : )


  สลักธรรม 3



ถาม "ในโพธิปักขิยะธรรม ๓๗ ดวงนั้น คำว่าสติปัฎฐาน แปลว่า สติเป็นประธานนั้น อยากรู้ว่า สติอย่างไรเป็นประธานคะ และเป็นประธานแก่ธรรมอะไร ?

ตอบ คำว่า สติ ตามศัพท์นั้น วิเคราะห์ว่า สรณํ สติ แปลว่าความระลึกถึงกุศลต่างๆที่ตนทำมาแล้วค่ะ หรือแปลว่าระลึกได้ในอารมณ์ดีๆที่ประสพมาแล้ว เรียกว่า สติ

สติมีลักษณะนึกถึงกุศลได้ ในโพธิปักขิยะธรรม หมายเอาสติเจตสิก ที่ประกอบในจิต ๕๙ ดวง คือกามาวจรโสภณ ๒๔ ดวง มหัคคต ๒๗ ดวง และจิตที่เป็นโลกุตตร ๘ ดวง รวมเป็น ๕๙ ดวงเท่านั้น

และในการทำความเพียรในสติปัฎฐาน มี กาย เวทนา จิต และธรรมนั้นต้องใช้สติมากกว่าธรรมอย่างอื่น เพราะในการเพ่ง...

กายานุปัสสนา สตินั้นสามารถทำลาย สุภสัญญาได้
เวทนานุปัสสนา สติสามารถทำลายสุขสัญญาได้
จิตตานุปัสสนา สติสามารถทำลายนิจจสัญญาได้
ธัมมานุปัสสนา สติสามารถทำลายอัตตสัญญาได้

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.ย. 2551 , 13:49:18 น.] ( IP = 125.27.172.241 : : )


  สลักธรรม 4



ดังนั้นเมื่อปราศจากสติเจตสิกแล้ว การเพ่งสติปัฎฐานก็ไม่ได้ผลเลยนะคะ ด้วยเหตุนี้พระบรมศาสดาจึงทรงเทศนาสั่งสอนไว้ว่า...

กตฺถ ภิกฺขเว สตินฺทฺริยํ ทฎฺฐพฺพํ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ เอตฺถ สตินฺทฺริยํ ทฎฺฐพฺพํ

แปลว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คำว่าสตินทรีย์นั้นต้องรู้ตรงไหนบ้าง ภิกษุทั้งหลายสตินทรีย์ต้องรู้ในสติปัฏฐาน ๔

เพราะฉะนั้นการเพ่งในสติปัฏฐาน ต้องมีสติเป็นประจำ และถ้าปราศจากสติแล้ว หาเป็นสติปัฏฐานไม่

เพื่อประหารวิปลาสธรรม ๔ ประการโดยลำดับ จึงควรทำสติให้เป็นประธาน เป็นใหญ่ในสติปัฏฐาน ๔ นั่นเองค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.ย. 2551 , 13:49:45 น.] ( IP = 125.27.172.241 : : )


  สลักธรรม 5



ถาม ในสติปัฏฐาน ๔ นั้น กายานุปัสสนา เวทนานุปัสสนา และจิตตานุปัสสนา นั้นพอจะเข้าใจไม่ยาก แต่ธรรมานุปัสสนานั้น ธรรมในที่นี้หมายเอาอะไรแน่คะ

ตอบ คำว่า ธรรมในพระพุทธศาสนา แปลได้หลายนัยค่ะ คือ ในบางแห่งได้แก่ปริยัติธรรม บางแห่งแปลว่าเหตุ บางแห่งแปลว่าคุณ บางแห่งแปลว่านิสัตตนิชชีวะ คือไม่ใช่สัตว์และชีวะ

ธรรมในที่นี้ที่ถามมาหมายถึง นิสัตตนิชชีวะค่ะ

เมื่อกายานุปัสสนานับเอารูปขันธ์ได้ เวทนานุปัสสนานับเอาเวทนาขันธ์ได้ จิตตานุปัสสนานับเอาวิญญาณขันธ์ได้ ยังเหลือสัญญาขันธ์และสังขารขันธ์ทั้ง ๒ ต้องนับเข้าในธัมมานุปัสสนาได้เหมือนกัน

เพราะฉะนั้นธัมมานุปัสสนา ได้แก่ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์ (คือเจตสิก ๕๐ ดวง ) รวมเจตสิก ๕๑ ดวงนี้แหละค่ะ ที่เรียกว่าธรรมหรือธัมมานุปัสสนาค่ะ

และที่แท้แล้วการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ก็คือการพิจารณาเกี่ยวกับขันธ์ห้า ซึ่งก็คือการดูชีวิตของตนนั่นเอง เพราะสามหมวดแรกนั้นเป็นการพิจารณาถึง รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ส่วนหมวดธรรมที่เหลือก็หมายถึงสัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์


โดย น้องกิ๊ฟ [17 ก.ย. 2551 , 13:50:08 น.] ( IP = 125.27.172.241 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณน้องกิ้ฟอีกเช่นเคย ที่นำความรู้มาฝากราบวันเลยครับ อ่านแล้วเข้าใจครับและมีความกระตือรือล้นที่จะทำความเข้าใจให้มากๆตามลำดับครับ โดยที่อย่างมีความรู้แจ้งเข้าไปในเรื่อง นิสัตตนิชชีวะ นะครับ

โดย พี่เณร [17 ก.ย. 2551 , 18:04:20 น.] ( IP = 58.9.143.149 : : )


  สลักธรรม 7


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [18 ก.ย. 2551 , 09:55:40 น.] ( IP = 124.121.174.45 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณค่ะ..ที่ได้นำความรู้มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [18 ก.ย. 2551 , 12:42:45 น.] ( IP = 58.137.94.76 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org