| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระอานนท์พุทธอนุชา (๑๒)
จินตนิยายสมัยพุทธกาลอิงหลักธรรมพระพุทธศาสนา
"พระอานนท์พุทธอนุชา"
![]()
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
ตอนที่ผ่านมา
๑๒. สุทัตตะสร้างอารามเชตวัน
พระศาสดาทรงเทศนาอริยสัจแต่โดยย่อแก่ท่านสุทัตตะ จนเศรษฐีได้ดวงตาเห็นธรรม เป็นผู้มีศรัทธาไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัยแล้ว ทรงย้ำในตอนสุดท้ายว่า
"ดูก่อนสุทัตตะ! การได้อัตภาพมาเป็นมนุษย์เป็นของยาก การดำรงชีพอยู่แห่งสัตว์ทั้งหลายเป็นของยาก การได้ฟังธรรมของสัตบุรุษเป็นของยาก และการอุบัติขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายก็เป็นของยาก ดูก่อนสุทัตตะ! เพราะเหตุนั้นการแสดงธรรมของสัตบุรุษก็ตาม การเกิดขึ้นแห่งพระพุทธเจ้าก็ตาม ล้วนเป็นเหตุนำความสุขความสงบมาสู่โลก"
"ดูก่อนผู้สืบอริยวงค์" พระอานนท์กล่าวต่อไป 'พระธรรมเทศนาของพระศาสดานั้น ไพเราะจับใจและแจ่มแจ้งยิ่งนัก เพราะเหตุนี้เมื่อพระองค์แสดงจบลง จึงมักมีผู้ชมเชยเสมอว่า "แจ่มแจ้งจริงพระเจ้าข้าฯ เหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืด เพื่อให้ผู้มีตาดีได้มองเห็นรูป ดังนี้"
อนาถปิณฑิกเศรษฐี หรืออีกนัยหนึ่งคือสุทัตตคฤหบดี ซึ่งบัดนี้ได้เป็นโสดาบันแล้ว ด้วยการฟังพระธรรมเทศนาครั้งเดียว ทูลอาราธนาพระตถาคตเจ้าเพื่อเสด็จสู่กรุงสาวัตถี ราชธานีแห่งโกศลรัฐ เมื่อพระพุทธองค์ทรงรับแล้ว เศรษฐีจึงมุ่งหน้ากลับสู่นครตน ล่วงหน้าไปก่อน ตามรายทางเศรษฐีให้คนสร้างที่พักไว้เป็นแห่งๆ และป่าวประกาศให้ประชาชนสร้างที่พัก เพื่อพระสงฆ์สาวก ตามเส้นทางที่พระศาสดาเสด็จไป
เมื่อถึงสาวัตถีแล้ว อนาถปิณฑิกะก็มองหาสถานที่จะสร้างอารามถวายพระศาสดาและภิกษุสงฆ์ เห็นที่อยู่แห่งหนึ่งเป็นสวนของเจ้าชายในราชตระกูล ผู้ทรงพระนามว่า "เชตะ" ได้ลักษณะควรเป็นอารามสำหรับพุทธนิวาส คืออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากหมู่บ้าน มีทางเข้าออกได้สะดวก ไม่อึกทึกในเวลากลางวัน และเงียบสงัดในเวลากลางคืน ห่างจากหมู่บ้าน เหมาะสำหรับเป็นที่สำราญพระอิริยาบถของพระตถาคตเจ้า และเป็นที่ตรึกตรองธรรมอันลึกซึ้งสำหรับภิกษุสงฆ์
อนาถปิณฑิกะได้เข้าเฝ้าเจ้าชายเชตะขอซื้อสวนสร้างอาราม เบื้องแรกเจ้าชายทรงปฏิเสธ แต่เมื่อเศรษฐีขอร้องวิงวอนหนักเข้า ก็ทรงยอม แต่ทรงโก่งราคาแพงเหลือหลาย ถึงกับว่าถ้าจะซื้อให้ได้ก็ต้องให้ราคาเท่ากับเอาทองไปปูลงให้เต็มสวนนั้น ทั้งนี้เพราะพระองค์ทรงดำริว่าถ้าราคาแพงเกินไป เศรษฐีคงไม่ซื้อ แต่พระองค์ทรงเข้าพระทัยผิดไป เศรษฐียอมตกลงซื้อ เมื่อตกลงแล้วก็วัดเนื้อที่ชำระเงินเป็นตอนๆ ไป เหลือเนื้อที่อยู่อีกนิดหน่อยซึ่งเศรษฐีกำหนดไว้ว่า จะทำซุ้มประตูตรงนั้น พอดีเงินหมด เศรษฐีกำลังจะไปยืมเพื่อนที่สนิทไว้ใจกันคนหนึ่งมา เจ้าชายเชตะทรงเห็นใจและสงสารเศรษฐี จึงทรงยกเนื้อที่ตรงนั้นให้
เมื่อสร้างอารามเสร็จแล้วก็ถึงเวลาทำซุ้มประตู เศรษฐีดำริว่าเจ้าชายเชตะมีคนเคารพนับถือมากในพระนครสาวัตถี ถ้ามีชื่อเจ้าชายอยู่ด้วยจะเป็นประโยชน์มาก จึงให้ยกป้ายขึ้นว่า "เชตวัน" แต่คนทั้งหลายมักจะต่อท้ายว่า "อารามของอนาถปิณฑิกเศรษฐี" ด้วยประการฉะนี้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 ก.ย. 2551 , 08:24:52 น.] ( IP = 58.9.146.207 : : )
สลักธรรม 1![]()
อันว่าเชตวันนี้เป็นอารามที่สวยงามที่สุด และใหม่ที่สุด อนาปิณฑิกะให้สร้างกุฏิวิหาร ห้องประชุม ห้องเก็บของ ขุดสระใหญ่ปลูกบัวขาว บัวขาบ บัวหลวง บัวเขียว บานสะพรั่ง ชูดอกไสว ปลูกมะม่วง เพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิมแล้ว ยังมีพันธุ์ไม้หลายหลากเป็นทิวแถว ที่ทำเป็นซุ้มเป็นพุ่มก็มี สะอาด สวยงาม และร่มรื่น ต้นไม้ส่วนมากมีผลอันจะเป็นประโยชน์แก่ภิกษุสามเณร รวมความว่าเชตวันเป็นอารามที่น่าอยู่น่าอาศัย มีสัปปายธรรมพร้อมทั้ง ๔ ประการคือ
๑. เสนาสนสัปปายะ ที่อยู่อาศัยสบาย
๒. ปุคคลสัปปายะ มีมิตรสหายดี มีผู้เอาใจใส่พอควร
๓. อาหารสัปปายะ มีข้าวปลา อาหารบริบูรณ์
๔. ธัมมสัปปายะ มีธรรมเป็นที่สบาย ข้อนี้หมายความว่า ธรรมที่จะปฏิบัติเพื่อบรรลุคุณเบื้องสูงเหมาะแก่จริตอัธยาศัย และมีเรื่องราวต่างๆ โน้มน้อมใจไปเพื่อละบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อพยายามมิให้อกุศลที่ยังไม่เกิดได้เกิดขึ้น เพื่อทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดมี และเพื่อรักษากุศลที่เกิดแล้วให้คงอยู่และเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
ดูก่อนอาคันตุกะ! กล่าวเฉพาะอย่างยิ่งประการที่ ๒ คือ ปุคคลสัปปายะนั้น ท่านอนาถปิณฑิกะ นอกจากจะถวายอารามแล้วยังบำรุงภิกษุสงฆ์ ด้วยปัจจัยอื่นๆ อีกเช่น จีวร อาหาร และยารักษาโรค ท่านจะไปเฝ้าพระศาสดาทั้งเช้าและเย็น
เมื่อไปตอนเช้าก็จะนำอาหาร เป็นต้นยาคูและภัตต์ เมื่อไปในเวลาเย็นก็จะนำปานะชนิดต่างๆ ไป เป็นต้นว่า น้ำผึ้ง และน้ำอ้อย ท่านไม่เคยไปมือเปล่าเลยด้วยละอายว่าภิกษุหนุ่มและสามเณรจะดูมือ เมื่อไปเฝ้าก็ไม่เคยทูลถามปัญหาพระศาสดาเลย เพราะท่านคิดว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เคยเป็นกษัตริย์สุขุมมาลชาติและบัดนี้ก็เป็นพระพุทธเจ้าสุขุมมาล ถ้าจะถามปัญหาพระองค์ก็จะทรงดำริว่า เศรษฐีเป็นผู้มีอุปการะมากต่อเรา แล้วจะทรงแก้ปัญหาด้วยความตั้งพระทัย จะทำให้พระองค์ทรงลำบากโดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 ก.ย. 2551 , 08:30:23 น.] ( IP = 58.9.146.207 : : )
สลักธรรม 2![]()
"ดูก่อนอาคันตุกะ! พระศาสดาทรงทราบอัธยาศัยอันนี้ของเศรษฐีแล้วทรงดำริว่า..
เศรษฐีนี้เกรงใจเราในฐานะที่ไม่ควรจะเกรง ก็เราบำเพ็ญบารมีมาเป็นเวลายืดยาวนาน เคยควักลูกนัยน์ตา เคยตัดศีรษะอันประดับประดาแล้วด้วยมงกุฎ และเคยสละอวัยวะอื่นๆ ตลอดถึงชีวิต ให้เป็นทาน บารมี ๑๐ เราบำเพ็ญมาแล้วอย่างเข้มงวดและบริบูรณ์ ก็ด้วยจุดประสงค์ที่จะขนสัตว์ในสังสารสาครขึ้นสู่ที่อันเกษม คือ พระนิพพาน ทรงดำริเช่นนี้ก็แสดงธรรมแก่เศรษฐีพอสมควรทุกครั้งที่เขาไปเฝ้า
"ดูก่อนพงค์พันธุ์แห่งอารยะ! นอกจากท่านอนาถปิณฑิกะแล้วยังมีคนอื่นๆ อีกมากที่เคารพเลื่อมใสในพระศาสดาแลภิกษุสงฆ์ ท่านเหล่านั้นล้วนเป็นกำลังสำคัญแห่งพระพุทธศาสนา ช่วยบำรุงรักษา และการเผยแผ่คำสอนของพระตถาคตเจ้า
เป็นต้นว่า นางวิสาขามหาอุบาสิกา นางสุปปวาสา นางสุปปิยา ตลอดไปถึงพระราชาธิบดีปเสนทิโกศล และพระนางมัลลิกาอัครราชชายา"
"ข้าแต่ท่านผู้ทรงพรตอันประเสริฐ!" พระกัมโพชะกล่าวขึ้น "ข้าพเจ้าเคยได้ยินชื่อเสียงของท่านเหล่านี้บ้างเป็นบางท่าน แต่ไม่ทราบรายละเอียด ถ้าท่านจะกรุณาอนุเคราะห์เล่าแก่ข้าพเจ้าบ้าง ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง"
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 ก.ย. 2551 , 08:34:18 น.] ( IP = 58.9.146.207 : : )
สลักธรรม 3ติดตามอ่านวันนี้เห็นได้ชัดเจนตามที่เคยได้ศึกษามาว่า..คุณลักษณะพิเศษของพระโสดาบันนั้น คือ ไม่มีความลังเลสงสัยในพระรัตนตรัย...มีศีล ๕ บริสุทธิ์ไม่ด่างพร้อย และมีจิตใจพร้อมบริจาคทุกเมื่อ
เมื่อได้ติดตามเนื้อเรื่องในวันนี้จึงชื่นใจในการทำทานของท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐี ผู้ซึ่งขณะนั้นสำเร็จเป็นพระโสดาบันแล้ว ความขวนขวายในทานบารมีของท่านจึงมีกำลังแรงจริงๆ ถึงขนาดเอาทองมาปูที่ๆจะซื้อได้
เคยไปที่อินเดียและไปเห็นสถานที่นี้มาแล้ว ได้รับฟังพระมัคคุเทศน์บรรยายเช่นกันถึงเรื่องนี้ ตอนนั้นก็รู้สึกว่าใจบุญจังเลยท่านเศรษฐีนี้ และนึกไปว่าท่านมีความสามารถเพราะท่านเป็นเศรษฐี แต่ในความรู้สึกวันนี้ต่างไปจากครั้งนั้น เห็นความเด็ดเดี่ยวของท่านอันเนื่องมาจากที่ท่านเป็นพระโสดาบันด้วย จิต ของท่านจึงไม่มีความลังเลในการกระทำเพื่อคุณความดี มีพระรัตนตรัยเป็นที่ตั้งสูงสุด การกระทำทานของท่านจึงพรั่งพร้อมสมบรูณ์ยิ่งนัก
และเข้าใจลึกซึ้งไปกับคำว่า สัปปายธรรม
อันเป้นปัจจัยเกื้อหนุนให้ธรรมทั้งหลายเจริญได้ขอรับ
ขอกราบบูชาทานบารมีของท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐีไว้ด้วยโอกาสนี้ พร้อมทั้งตั้งจิตอธิฐานเจริญชีวิตตามท่านในการสร้างทานด้วยเช่นกัน ขอให้ข้าพเจ้าสามารถสะสมเสบียงทานเพื่อทานที่สูงๆต่อไปได้เทอญ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย เทพธรรม [25 ก.ย. 2551 , 08:51:18 น.] ( IP = 58.9.146.207 : : )
สลักธรรม 4
ในตอนนี้ได้เห็นถึงความพรั่งพร้อมของผู้ที่มีบารมีสูงเลยนะคะ จะไปทางใดก็สะดวกราบรื่น มีผู้พร้อมจะต้อนรับและกราบไหว้ การสร้างพระเชตวันของอนาถบิณฑกมหาเศรษฐีนี้ทำให้เห็นถึงการสละทรัพย์อันเป็นอสังขารได้อย่างชัดเจนและเมื่อมาอ่านความเห็นของท่านเทพธรรมแล้วก็เหมือนกับย้ำคุณลักษณะของผู้ที่ละกิเลสบางอย่างได้อย่างเด็ดขาดแล้ว
อ่านแล้วก็เกิดความสุขใจ ทำให้นึกภาพเมื่อครั้งที่ไปยังพระเชตวันแห่งนี้ ได้มีการสวดมนต์บูชาและเวียนทักษิณาวัตรด้วยความเคารพในพระรัตนตรัย
และก็ขอกราบบูชาพระคุณของท่านพระอานนท์เถระเจ้าที่สร้างพระสุตตันปิฎก..พระสูตรอันบรรจุไว้ด้วยบทธรรมคำสอนอันเป็นการยกตัวอย่างการกระทำกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิตยิ่ง
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้อ่านโดย น้องกิ๊ฟ [25 ก.ย. 2551 , 10:11:48 น.] ( IP = 125.27.173.142 : : )
สลักธรรม 5อ่านแล้วทำให้เพิ่มความสัทธาตั้งมั่นในปณิธานที่ตั้งเจตนาเพียรสร้างสมทานบารมีเพื่อเป็นเสบียงในการเดินทางอีกยาวไกลในสังสารวัฏฏ์ค่ะ....
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำเรื่องชีวิตของพระอานนท์พระพุทธอนุชามาให้ได้อ่าน พร้อมทั้งได้รับฟังเรื่องราวต่างๆ ของบุคคลในพุทธประวัติจากพระอานนท์ผู้ที่ใกล้ชิดและเคารพรักบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งโดย พี่ดา [25 ก.ย. 2551 , 10:22:55 น.] ( IP = 124.121.175.148 : : )
สลักธรรม 6เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวในการสร้างทานบารมีของท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐีที่ได้สร้างสถานที่สัปปายะ และเป็นท่านหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยบำรุงรักษาและเผยแผ่คำสอนพระพุทธศาสนา
ทำให้รู้สึกว่าขอให้ข้าพเจ้ามีศรัทธาในการสร้างบารมีธรรมต่างๆ และได้มีส่วนช่วยในการบำรุงรักษาพระพุทธศาสนา
กราบขอบพระคุณพี่เณรที่ได้นำมาฝากไว้ค่ะโดย เซิ่น [25 ก.ย. 2551 , 12:57:57 น.] ( IP = 58.137.94.76 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณ และ กราบอนุโมทนาค่ะ
โดย abctoy - [16 ต.ค. 2551 , 10:30:07 น.] ( IP = 118.172.244.98 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |