มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แก่นธรรม




แก่นธรรม



ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม
ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นปฏิจจสมุปบาท (มหาหัตถิปโทปมสูตรที่ ๘)
ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา
ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม (วักกลิสูตร๑๗/๑๒๙)


ภิกษุทั้งหลาย นี้แล คือความจริงอันประเสริฐเรื่องความทุกข์ คือความเกิดก็เป็นทุกข์, ความแก่ก็เป็นทุกข์, ความเจ็บไข้ก็เป็นทุกข์, ความตายก็เป็นทุกข์, ความประจวบกับสิ่งที่ไม่รักก็เป็นทุกข์, ความพรากจากสิ่งที่รักก็เป็นทุกข์, ความปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น เป็นทุกข์ กล่าวโดยย่อ ขันธ์๕ที่ประกอบด้วยอุปาทานเป็นทุกข์ (บาลี มหาวาร, สํ๑๙/๕๒๘/๑๖๖๔, ตรัสแก่ภิกษุทั้ง๕ที่อิสิปตมฤคทายวัน -


เราตถาคต บัญญัติเพื่อความเพิกถอน ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส ในปัจจุบัน
(พระไตรปิฏก ฉบับสยามรัฐ เล่มที่ ๑๓/๑๕๑) กล่าวคือ
บัญญัติสั่งสอนทั้งปวงก็เพื่อการเพิกถอนหรือดับเหล่าอุปาทานทุกข์ทั้งหลายในปัจจุบันชาติลงไปเสียนั่นเอง


ผู้ไม่มีอุปาทานย่อมบรรลุพระนิพพาน (เวสาลีสูตร ๑๘/๑๒๓)
ความรัก เสมอด้วยรักตนเองไม่มี
นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ (สารตฺถ. ๑/๑/๘๑-๘๒)


ผู้มีธรรม ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งซึ่งล่วงไปแล้วอีกทั้งยังไม่เพ้อฝันถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึงดํารงอยู่ด้วยปัจจุบันธรรมผิวพรรณจึงผ่องใส (อรัญญสูตร ๑๕/๖)
"อารมณ์อันวิจิตรทั้งหลายในโลกหาใช่(ทําให้เกิด)กามไม่, ราคะ(ตัณหา)ที่เกิดจากความคิดของคนต่างหากที่เป็นกาม, อารมณ์ทั้งหลายอันวิจิตรย่อมดํารงอยู่ตามสภาพของมัน อย่างนั้นเอง ดังนั้นชนอันประกอบด้วยธรรมทั้งหลายจึงขจัดแต่เพียงตัวความอยาก(ตัณหาฉันทะ)ในอารมณ์วิจิตรเหล่านั้น (กล่าวคือมิได้กําจัดอารมณ์อันวิจิตร) " (อฺงคุตฺตรนิกาย ฉกฺกนิปาต ๒๒/๓๓๔/๔๖๐)


โดย ธีรวัสดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ก.ย. 2551 , 20:27:52 น.] ( IP = 58.9.115.146 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

กามทั้งหลายมีรสอันน่ายินดีน้อยมีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษอันร้ายแรงมีอยู่ในกามนั้นอย่างยิ่ง
(จูฬทุกขักขันธสูตร ๑๒/๑๔๓)
กามทั้งปวงให้ความยินดีน้อย แต่มีทุกข์มาก บัณฑิตรู้ความจริงเช่นนี้แล้ว จึงไม่ควรจะยินดีในกามแม้ที่เป็นของทิพย์ (ธรรมบท ๒๕/๓๔)
ภิกษุทั้งหลาย การที่ปุถุชนผู้มิได้เรียนรู้ จะเข้าใจไปยึดถือว่าร่างกายอันประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ ว่าเป็นตัวตน (ขยายความว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นความเข้าใจที่ผิดก็ตาม แต่ก็)ยังดีกว่าจะยึดถือจิตว่าเป็นตัวตน เพราะว่า กายอันประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ นี้ ยังปรากฎให้เห็นว่าดำรงอยู่(ขยายความว่า คงทนอยู่ไม่ได้อย่างแท้จริง อาจอยู่ได้)เพียงปีหนึ่งบ้าง ๒ ปีบ้าง ๓ - ๔ - ๕ ปีบ้าง ๑๐ - ๒๐ - ๓๐ - ๔๐ - ๕๐ ปีบ้าง ๑๐๐ ปีบ้าง เกินกว่านั้นบ้าง แต่สิ่งที่เรียกว่า จิต มโน หรือวิญญาณนี้ เกิดดับอยู่เรื่อย ทั้งวันทั้งคืน (ขยายความว่า เกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับๆ อยู่ทั้งในขณะตื่น และแม้ขณะหลับไป เช่นการฝัน)" (อัสสุตวตาสูตร, เล่ม ๑๖ / ๒๓๑ )


โดยมากจิตของเราเมื่อจะแล่น ก็แล่นไปสู่ "กามคุณเป็นอดีต"นั้น, น้อยนักที่จะแล่นไปสู่กามคุณในปัจจุบันหรืออนาคต ความไม่ประมาทและสติเป็นเครื่องป้องกันจิตจากกามคุณ๕ อันเป็นอดีตที่เคยสัมผัสมา และดับไปแล้วเพราะความแปรปรวนนั้น อะไรหนอ เป็นรสอร่อยของรูป ?


-สุขโสมนัสใดๆ ที่อาศัยรูปแล้วเกิดขึ้น สุขและโสมนัสนั้นแลเป็นรสอร่อยของรูปอะไรเป็นโทษของรูป ?
-รูปไม่เที่ยงเป็นทุกข์ทนอยู่ไม่ได้มีการแปรปรวนเป็นธรรมดา ด้วยอาการใด อาการนั้นเป็นโทษของรูปอะไรเป็นอุบายเครื่องพ้นไปได้จากรูป ?


-การนําออกและละเสีย ซึ่งความกําหนัดด้วยอํานาจความพึงพอใจในรูปเสียได้นั้น เป็นอุบายเครื่องพ้นจากรูปได้ โดยนัยเดียวกันกับ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และ ธาตุ ๔ และ อายตนะ๖ (รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์)รูปไม่เที่ยง, สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็นทุกข์, สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นเป็นอนัตตา, สิ่งใดเป็นอนัตตา สิ่งนั้นพึงเห็นด้วย "สัมมาปัญญา"ตามที่มันเป็นอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา, มิใช่เราเป็นนั่น, นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา (โดยนัยเดียวกันกับ เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ)กามทุกชนิด ไม่เที่ยง เป็นทุกข์(คงทนอยู่ไม่ได้) มีอันแปรปรวนเป็นธรรมดาภพทุกภพ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์(คงทนอยู่ไม่ได้) มีอันแปรปรวนเป็นธรรมดา


ผู้ใดไม่ถือมงคลตื่นข่าว ไม่ถืออุกกาบาต ไม่ถือความฝัน ไม่ถือลักษณะดีหรือชั่ว ผู้นั้นชื่อว่าล่วงพ้นโทษแห่งการถือมงคลตื่นข่าว ครอบงํากิเลสที่ผูกสัตว์ไว้ในภพ อันประดุจคูกั้นเสียได้ ย่อมไม่กลับมาเกิดอีก (ขุ.ชา. ๒๗/๘๗/๒๘ หรือ พุทธธรรม น.๒๑๕)
ถ้าแม้นบุคคลจะพ้นจากบาปกรรมได้ เพราะการอาบนํ้า(ชําระบาป) กบ เต่า นาค จรเข้ และสัตว์เหล่าอื่นที่เที่ยวไปในแม่นํ้า ก็จะพากันไปสู่สวรรค์แน่นอน.......(และกล่าวในมุมมองอีกมุมหนึ่งว่า)ถ้าแม่นํ้าเหล่านี้พึงนําบาปที่ท่านทําไว้แล้วในกาลก่อนไปได้ไซร้ แม่นํ้าเหล่านี้ก็พึงนําบุญของท่านไปได้ด้วย (เป็นคำกล่าวของพระปุณณิกาเถรี) (ขุ.เถรี.๒๖/๔๖๖/๔๗๓ หรือ พุทธธรรม น.๒๑๕)


โดย Tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ก.ย. 2551 , 20:29:35 น.] ( IP = 58.9.115.146 : : )


  สลักธรรม 2

ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนเขลา ผู้คอยนับฤกษ์อยู่ ประโยชน์เป็นตัวฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทําอะไรได้ (ขุ.ชา ๒๗/๔๙/๑๖ หรือ พุทธธรรม น.๒๑๕) บุคคลประพฤติชอบเวลาใด เวลานั้นได้ชื่อว่า เป็นฤกษ์ดี เป็นมงคลดี เป็นเช้าดี อรุณดี เป็นขณะดี ยามดี และ(นับได้ว่า)เป็นอันได้ทําบูชาดีแล้ว ในท่านผู้ประพฤติพรหมจรรย์ทั้งหลาย แม้กายกรรมของเขา(นั้น)ก็เป็นสิทธิโชค วจีกรรมก็เป็นสิทธิโชค มโนกรรมก็เป็นสิทธิโชค ประณิธานของเขาก็(ย่อมต้อง)เป็นสิทธิโชค ครั้นกระทํากรรม(การกระทําใดๆ)ทั้งหลายที่เป็นสิทธิโชคแล้ว เขาย่อมได้ประสบแต่ผลที่มุ่งหมายอันเป็นสิทธิโชค (สุปุพพัณหสูตร, องฺ.ติก. ๒๐/๕๙๕/๓๗๙ หรือพุทธธรรม น. ๒๑๕)


ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลอาศัยจักษุ(ตา)และรูป เกิดจักษุวิญญาณ ความประจวบกันของธรรมทั้ง๓เป็นผัสสะ และเพราะผัสสะเป็นปัจจัย ย่อมเกิดความเสวยอารมณ์(เวทนา) เป็นสุขบ้าง เป็นทุกข์บ้าง มิใช่ทุกข์มิใช่สุขบ้าง เขา(บุคคล)อันสุขเวทนาถูกต้อง(กระทบ)แล้ว ย่อมไม่เพลิดเพลิน ไม่พูดถึง ไม่ดำรงอยู่ด้วยความติดใจ จึงไม่มีราคานุสัยนอนเนื่องอยู่ อันทุกขเวทนาถูกต้องแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ลำบาก ไม่ร่ำไห้ ไม่คร่ำครวญทุ่มอก ไม่ถึงความหลง(โมหะ)พร้อม จึงไม่มีปฏิฆานุสัยนอนเนื่องอยู่ อันอทุกขมสุขเวทนาถูกต้องแล้ว ย่อมทราบชัดความตั้งขึ้น ความดับไป คุณ โทษ และที่สลัดออกแห่งเวทนานั้น ตามความเป็นจริง จึงไม่มีอวิชชานุสัย นอนเนื่องอยู่


ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลนั้นละราคานุสัยเพราะสุขเวทนาบรรเทา, ละปฏิฆานุสัยเพราะทุกขเวทนา, ถอนอวิชชานุสัยเพราะอทุกขมสุขเวทนา, ยังวิชชาให้เกิดขึ้นเพราะละอวิชชาเสียได้ แล้วจักเป็นผู้กระทำที่สุดแห่งทุกข์ในปัจจุบันได้ นั่นเป็นฐานะที่มีได้ ฯ
ข้อความเดียวกันใน เสียง-หู, กลิ่น-จมูก, รส-ลิ้น, สัมผัส-กาย, ธรรมารมณ์-ใจ (ฉฉักกสูตร ๑๔/๘๒๓/๔๙๓)



โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ก.ย. 2551 , 20:30:43 น.] ( IP = 58.9.115.146 : : )


  สลักธรรม 3

ภิกษุทั้งหลาย โรคมีอยู่ ๒ ชนิดดังนี้ คือ โรคทางกาย๑ โรคทางใจ๑ สัตว์ทั้งหลายที่ยืนยันได้ว่า ตนไม่มีโรคทางกายเลยตลอดเวลาทั้งปี ก็มีปรากฎอยู่ ผู้ที่ยืนยันได้ว่า ตนไม่มีโรคทางกายเลยตลอดเวลา ๒ ปี...๓ ปี...๔ ปี...๕ ปี..๑๐ ปี...๒๐ ปี...๓๐ ปี...๔๐ ปี...๕๐ ปี...๑๐๐ ปี ก็มีปรากฎอยู่ แต่สัตว์ที่ยืนยันได้ว่า ตนไม่มีโรคทางใจเลย แม้ชั่วเวลาแค่ครู่หนึ่งนั้น หาได้ยากในโลก ยกเว้นแต่พระขีณาสพ ผู้สิ้นอาสวะทั้งหลาย (องฺ. จตุกฺก. ๒๑ / ๑๕๗ / ๑๙๑)
ตัณหาเป็นบ่อเกิดของความทุกข์ (ตัณหาสูตร ๒๑/๑๐)
ความอยาก(ความไม่อยาก)ทําให้คนต้องเกิด (ตัณหาสูตร ๒๑/๑๐)
โลกถูกความอยาก(และความไม่อยาก)นําไป (ตัณหาสูตร ๑๕/๕๓)
ความโศกย่อมเกิดมาจากความอยาก(และความไม่อยาก) (ธรรมบท ๒๕/๓๗)


เมื่อละความอยาก(ความไม่อยาก)ได้ขาด จึงจะตัดเครื่องผูกได้หมด (อิจฉาสูตร ๑๕/๕๖)
คนส่วนมากติดอยู่ในความอยาก(และความไม่อยาก) เหมือนนกติดบ่วง (ปาเถยยสูตร ๑๕/๖๑)
ความอยาก(ความไม่อยาก)ละได้ยากในโลก (ปาเถยยสูตร ๑๕/๖๑)
แม่นํ้าเสมอด้วยความอยาก(ความไม่อยาก)ไม่มี (ธรรมบท ๒๕/๔๐)


โลกทั้งมวล เป็นไปตามอํานาจของสิ่งเดียวคือตัณหา(ความอยากและไม่อยาก) (ตัณหาสูตร ๑๕/๕๓)
โลกถูกตัณหาความอยาก(และความไม่อยาก)ผูกเอาไว้ (อิจฉาสูตร ๑๕/๕๕)
ความสิ้นตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง (ธรรมบท ๒๕/๕๓)
จงอาศัยตัณหาละตัณหาเสีย(ใช้ตัณหาอยากพ้นไปจากทุกข์ไปดับตัณหาทั้งปวง) (จตุกกนิบาต ๒๑/๑๗๐)


ภัยย่อมเกิดมาจากความอยาก(และความไม่อยาก) (ธรรมบท ๒๕/๓๗)
เพราะตัดตัณหาได้ จึงตัดเครื่องผูกได้หมด (พันธนสูตร ๑๕/๕๔)
ทุกคนย่อมเป็นไปตามการกระทํา(กรรม) (อัยยิกาสูตร ๑๕/๑๓๗)
ความเพียรพยายามพวกเธอต้องทําเอง ตถาคตเป็นเพียงผู้ชี้บอกเท่านั้น (ธรรมบท ๒๕/๔๓)
คนจะพ้นทุกข์ได้เพราะความเพียร (อาฬวกสูตร ๑๕/๒๙๘)


แสวงหาที่ไม่ฉลาดในธรรม ย่อมไม่เห็นแจ้งนิพพานที่อยู่ใกล้ตัว (ปัคคัยหสูตร ๑๘/๑๔๒)
จิตมีธรรมชาติดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก (ธรรมบท ๒๕/๑๗)
ธรรมชาติของจิตย่อมผุดผ่อง แต่เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสจรมา (เอกนิบาต ๒๐/๙)
สิ่งทั้งหลายมีใจนําหน้า (ธรรมบท ๒๕/๑๓)
จิตนั้นเห็นได้แสนยาก ละเอียดอ่อนยิ่งนัก มักตกไปหาอารมณ์ที่ใคร่ (ธรรมบท ๒๕/๑๗)


โดย Tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ก.ย. 2551 , 20:32:05 น.] ( IP = 58.9.115.146 : : )


  สลักธรรม 4

จิตหลุดพ้นเพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น(อุปาทาน) ( กถาวัตถุสูตร ๒๐/๒๒๕)
อย่ายอมตกอยู่ในอํานาจของจิต (คุตตาเถรีคาถา ๒๖/๔๖๖)
จิตที่ฝึกหัดดีแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ (เอกนิบาต ๒๐/๕)
เราไม่เล็งเห็นสิ่งอื่นแม้สักอย่างหนึ่ง ที่จะเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วเหมือนจิตเลย (เอกนิบาต ๒๐/๙)
คนย่อมบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา (อาฬวกสูตร ๒๕/๓๓๐)
ผู้มีปัญญาย่อมตามรักษาจิต (ธรรมบถ ๒๕/๑๗)
จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมนําความสุขมาให้ (ธรรมบถ๒๕/๑๗)
ปัญญาไม่เกิดแก่ผู้ไม่พิจารณา (ธรรมบท ๒๕/๕๔)


แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี (นัตถิปุตตสมสูตร ๑๕/๙)
ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก (ปัชโชตสูตร ๑๕/๖๒)
ราคะมีโทษน้อยแต่คลายช้า
โทสะมีโทษมากแต่คลายเร็ว
โมหะ(ความหลง)มีโทษมากด้วย และคลายช้าด้วย (ติตถิยสูตร ๒๐/๒๒๖)


คนทั้งปวงเศร้าโศก เพราะสิ่งที่ยึดมั่นว่าของกู (ชราสูตร ๒๕/๔๓๘)
ผู้ใดสําคัญตนว่าเราเสมอเขา เราดีกว่าเขา เราเลวกว่าเขา ผู้นั้นจะต้องทะเลาะกับเขา (สมิทธิสูตร ๑๕/๑๖)
ความเพลิดเพลินเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ (มูลปริยายสูตร ๑๒/๑๑)
ความยินดีเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ (คันธภกสูตร ๑๘/๓๕๗)



ผู้ไม่ระวังผัสสะทั้งหกแม้ประตูหนึ่ง ย่อมประสพความทุกข์ (สังคัยหสูตร๑๘/๗๖)
เราบัญญัติสอนเรื่องทุกข์และความดับทุกข์ ทั้งในกาลก่อนและกาลบัดนี้ (อลคัททูปมสูตร ๑๒/๒๒๗)
เป็นผู้รักษาอย่างเดียว คืออะไร?
คือเธอเป็นผู้มีใจที่รักษาไว้ด้วยสติ (อริยวสสูตร ๒๔/๓๕)


คนมีสติย่อมดีขึ้นทุกวัน (มณิภัททสูตร ๑๕/๒๘๙)
เรากล่าวว่าสติมีประโยชน์ในที่ทั้งปวง (อัคคิสูตร ๑๙/๑๕๗)
ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ไม่สําคัญตนว่าเสมอเขา ว่าวิเศษกว่าเขา ว่าเลวกว่าเขาในโลก กิเลสของผู้นั้นไม่มีทางฟูขึ้น (ปุราเภทสูตร ๒๕/๔๔๗)
สติเป็นเตรื่องยึดเหนี่ยวของใจ (อุณณาภพราหมณสูตร ๑๙/๒๗๒)
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม (วาเสฏฐสูตร ๒๕/๔๐๙)
ไม่ควรคิดถึงสื่งที่ล่วงไปแล้วไม่ควรหวังในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง (ภัทเทกรัตตสูตร ๑๔/๒๙๗)


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ก.ย. 2551 , 20:36:22 น.] ( IP = 58.9.115.146 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาด้วยค่ะ..ที่ได้นำธรรมะมาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [26 ก.ย. 2551 , 20:55:11 น.] ( IP = 58.8.55.175 : : )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาสาธุกับทุกท่านด้วย
ขอธรรมะไปอ่านและไปแผยแพร่ด้วยครับ

โดย วิชา - [14 ธ.ค. 2553 , 14:22:51 น.] ( IP = 61.91.86.162 : : 10.206.3.105 )


  สลักธรรม 7

duvet covers bedding your imagination can go wild thinking of comforter sets black and white bedding bedding sets duvet covers Automatic Stainless Steel Bracelet Watch This.

โดย henry - [3 พ.ค. 2554 , 14:42:57 น.] ( IP = 123.153.76.202 : : )


  สลักธรรม 8

silver watches fake jaeger lecoultre watches sport watches replica audemars piguet watches best mens watches replica longines swiss watches.

โดย barbie - [7 ม.ค. 2555 , 12:00:45 น.] ( IP = 101.66.49.95 : : )


  สลักธรรม 9

Cocktail dress Ed Hardy Day Dresses Little blackdress BCBG Jumpsuits Wear shop Party Dresses Black little dress Juicy Couture Party Dresses Designers clothing Gucci Tops and Tees Where can i find a little black dress.

โดย hublot - [16 มี.ค. 2555 , 14:44:39 น.] ( IP = 101.66.54.229 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org