มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สร้างทุนไปค้าบุญขายกิเลส








สร้างทุนไปค้าบุญขายกิเลส


เช้าวันนี้ ..เมื่อทุกคนมานั่งอยู่ในศาลาเสือพิทักษ์กันอย่างพรักพร้อมและเสียงเพลงสลักธรรมได้จบลงไปแล้ว ท่านอาจารยืได้กล่าวขึ้นกลางที่ประชุมนั้นว่า ...

อาบแสงแห่งสัจจะ ประกาศท้าความเหนื่อยยากไม่ยอมแพ้ ดวงใจรวมกันมั่นสร้างสรรค์ความดี.. .. เราทุกคนที่เดินมาถึงวันนี้คือยังมีชีวิตอยู่นี้ ต้องบอกว่า เหนื่อย!

ที่นั่งกันอยู่ในห้องนี้ก็มีหลายวัยทั้งคุณลุง คุณป้า คุณน้า คุณอา ซึ่งแต่ละท่านและรวมทั้งตัวเราเองก็ผ่านวันเดือนปีมานานแล้ว เราได้บริหารร่างกายคือการเดิน ยืน นั่ง นอน เหยียด คู้ ก้ม เงย และมีการทำงานทางใจซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องรับผิดชอบก็ดี หรือสิ่งที่เราชอบทำก็ดีที่ได้ทำกันมาเป็นระยะเวลายาวนานจึงย่อมมีความเหนื่อยล้า กำลังกายก็ตก แต่เราจะไม่ยอมให้กำลังปัญญาและกำลังความเพียรของเราตกไปได้

แม้ความเหนื่อยยากเหล่านั้นจะเกิดขึ้นในการเดินทางมาที่นี่ ไม่ว่าฝนจะตกฟ้าจะร้องถนนหนทางและยานพาหนะก็ไม่สะดวกนั้นก็ไม่ทำให้เรายอมแพ้ที่จะมามุ่งมั่นสร้างสรรค์ความดี

ดังนั้นเมื่อเรามีความมุ่งมั่นอย่างนี้แล้ว ก็ขอให้ทุกคนตั้งใจให้มั่นที่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับชีวิตตนเองได้มากที่สุด และการที่เราได้ทำประโยชน์ด้วยความรอบคอบและรอบรู้นี้ก็เท่ากับเราช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสิ่งที่เราเทิดทูนบูชาเคารพสักการะยิ่งด้วยความจงรักภักดี

ขอให้ทุกคนพนมมือขึ้นแล้วมองไปที่องค์พระปฏิมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความตั้งมั่นแล้วกล่าวคำว่า" พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังคัง สรณัง คัจฉามิ "

เมื่อเราได้กล่าวตั้งเจตนาว่า เราขอถึงซึ่งพระพุทธ ขอถึงซึ่งพระธรรม และขอถึงซึ่งพระสงฆ์แล้ว เราก็จะสวดมนต์ทำวัตรเช้าเป็นการเริ่มต้นชีวิตในวันอาทิตย์นี้ด้วยความเป็นศิริมงคลสืบเนื่องไปจนถึงการศึกษาเล่าเรียนเพียรปฏิบัติธรรมของเราให้มีความตั้งมั่นตลอดไป

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [28 ก.ย. 2551 , 19:49:31 น.] ( IP = 58.9.105.21 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11



ดังนั้น ในการไปเกิดในแต่ละภูมินั้นเราก็จะเห็นได้ถึงคำนี้เลยว่า "สัตวโลกต่างมีกรรมเป็นของตน"จริงๆ ใครทำกรรมอะไรมาก็ย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีใครมาดลบันดาลเลย เพราะเมื่อดูจากวงจรของปฏิจจสมุปบาทก็จะเห็นได้ชัดเลยว่า สัตวโลกต่างมีกรรมเป็นของตน แล้วก็เป็นไปตามกรรม

เราเคยเรียนมาว่า ถนนชีวิตนั้นแบ่งเป็น ๗ สาย คือ นรก, เปรต-อสุรกาย, เดรัจฉาน, มนุษย์, เทวดา, พรหม -อรูปพรหม และนิพพาน ซึ่งเป็นการเรียนโดยภาพรวมว่าถ้าหากใครทำอะไรไว้ก็จะไปเกิดในถนนสายนั้นๆ

เช่น ผู้ที่มีโลภะที่ประกอบไปด้วยมิจฉาทิฏฐิมากๆ มีชีวิตที่สุ่มเสี่ยงเหลือเกิน และไม่ใช่มีเฉพาะตอนที่จะตายนะ เพราะที่ใครก็แล้วแต่ที่อยู่กันมาจนถึงทุกวันนี้แล้วมีโลภะมาก และโลภะนี้ก็มีความเห็นผิดเข้าร่วมอยู่บ่อยๆ อยากได้ชนิดไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา ไม่ได้ด้วยคาถาก็เอาวาจาทิ่มแทงเพื่อจะได้มาซึ่งลาภ ยศ สรรเสริญ สุข

ทุกคนนั้นมีโลภะเป็นพื้นฐานมีความต้องการ อยากได้ มีความหวงแหนในอารมณ์กันอยู่แล้ว แต่ผู้ที่มีสิ่งเหล่านี้มากจนเกินไปจึงไปอยากได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขด้วยความเห็นผิด เข้าแย่งชิงวิ่งราวและทำการทุกอย่างด้วยความทุจริตคอรัปชั่น และเพียรพยายามเพื่อจะให้ตนนี้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ..พวกนี้แหละมีโอกาสตายแล้วไปเป็นเปรต

ถ้าผู้ใดกำลังดำรงชีวิตอยู่มีโทสะอันเนื่องด้วยมิจฉาทิฏฐิคือมีความขุ่นเคืองในอารมณ์มากหรือเกิดขึ้นบ่อยๆ โกรธง่าย และรวมถึงไม่ชอบอะไรง่ายๆ ใครเสนออะไรมาก็ไม่ชอบ ไม่ดี ไม่ถูกใจ คือปฏิเสธอารมณ์ตลอดเวลา พอมีอารมณ์มาทางตาก็..ไม่ดี มีเสียงประกาศมา..ไม่ดี

แล้วก็มีความตั้งใจก็ใส่เครื่องหมายไว้เลยว่า ถ้าหากจะถูกใจตนเองต้องเป็นอย่างนี้ๆ ซึ่งความถูกใจของตนเองนี้ก็ไม่แน่นอนหาจุดจบแห่งความพอใจของตนเองไม่ได้ เมื่อความพอใจของตนเองไม่มีลิมิต ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นความไม่พอใจที่ไม่มีลิมิตไปหมด ..นี่แหละที่จะนำไปเกิดเป็นสัตวนรก

โดย น้องกิ๊ฟ [28 ก.ย. 2551 , 20:01:02 น.] ( IP = 58.9.105.21 : : )


  สลักธรรม 12



เช่นเดียวกันกับผู้ที่มีโมหะมากอันเนื่องด้วยมิจฉาทิฏฐิมีโอกาสไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ผู้ที่มีโมหะมากนั้นโอกาสที่จะมาละบาปคือมาทำทุนค้าบุญขายบาปก็ยาก เพราะส่วนมากจะค้ากำไรเกินควร และเป็นชีวิตที่ไม่มีจุดยืน ไม่มีแกน เป็นชีวิตที่ตกอยู่ภายใต้อัตตาธิปเตยยะมีพวกมากลากไป ใครจะพูดอย่างไรฉันเห็นด้วย เสียงใครดังใครใหญ่ฉันก็เห็นด้วย ไม่มีวิจารณญาณของตนเองเลยแต่ทำตามเขาอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ไม่อายชั่วไม่กลัวบาปด้วย

เราจะเห็นจากธรรมชาติของสัตว์เดรัจฉานที่มีความเปิดเผยตลอดเวลาจะกินก็เปิดเผยด้วยความมูมมาม พอเห็นก็รู้เลยเพราะมันตั้งหน้าตั้งตากิน ถ่ายก็รู้ว่าถ่ายไม่ต้องหาที่ปิดบังซ่อนเร้น เพราะไม่มีความอาย ไม่มีหิริโอตตัปปะเกิดขึ้นเลย เวลาเสพสมก็ไม่เลือกที่ ..นี่แหละจึงเป็นความสุ่มเสี่ยงว่าตายแล้วไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน

ผู้ที่มีเบญจศีล-เบญจธรรมก็ไปเกิดเป็นมนุษย์ ผู้ที่มีหิริ-โอตตัปปะ จาคะ ก็ไปเกิดเป็นเทวดา ผู้ที่มีฌานจิตส่งผลก็ไปเกิดเป็นพรหม-อรูปพรหม และผู้ที่มีปัญญาอันแก่กล้าที่สามารถผ่านโสฬสญาณได้ก็เข้าสู่กระแสพระนิพพานที่หนึ่ง สอง สาม และสี่จนสิ้นสุด

เราก็จะเห็นได้ว่าวงจรปฏิจจสมุปบาทคือ อวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ-ชรา-มรณะ เหล่านี้เกิดขึ้นอยู่กับชีวิตของเราตลอดเวลา และปฏิจจสมุปบาทนี้มีมูล ๒ คือ อวิชชา กับตัณหา

อวิชชาเหมือนพ่อ ตัณหาเหมือนแม่ เมื่อผสมกันแล้วคือทำงานสัมพันธ์กันก็มีลูกออกมามากเลยในวัฏฏสงสาร

ถามว่าผู้ที่มีอวิชชาจะมีตัณหาด้วยไหม? มี ผู้ที่มีตัณหาจะมีอวิชชาด้วยไหม? มี ฉะนั้น วัฏฏสงสารจึงหมุนเวียนไปด้วย กิเลสวัฏฏ์ กัมมวัฏฏ์ และวิบากวัฏฏ์

โดย น้องกิ๊ฟ [28 ก.ย. 2551 , 20:01:19 น.] ( IP = 58.9.105.21 : : )


  สลักธรรม 13



กิเลสที่หมุนเวียนไปมีอะไรบ้าง? มีกิเลสอย่างหยาบ อย่างกลาง และอย่างละเอียด.. ซึ่งแต่ละคนก็ทำกิเลสต่างกันไปจึงมีความหมุนเวียนอยู่เป็นกิเลสวัฏฏ์

เมื่อมีกิเลสแล้วก็เป็นเหตุให้เกิดการกระทำกรรมทั้งกุศลกรรมคือมหากุศลกับมหัคตกุศล และอกุศลกรรม.. กรรมก็หมุนเวียนเป็นกัมมวัฏฏ์

เมื่อกรรมแล้วก็ต้องมีวิบากเป็นวิบากวัฏฏ์ที่หมุนเวียนไปในภูมิเบื้องต่ำ ภูมิเบื้องกลาง และภูมิเบื้องสูง คือ

เมื่อทำอกุศล ..ก็จะไปเกิดในภูมิเบื้องต่ำ -เหฏฐิมสังสาระ

เมื่อทำกุศล(มหากุศล) ..ก็จะไปเกิดในภูมิเบื้องกลาง - มัชฌิมสังสาระ

เมื่อทำกุศล(มหัคตกุศล) ..ก็จะไปเกิดในภูมิเบื้องสูง - อุปริมสังสาระ ( อ่านภูมิทั้งสามเพิ่มเติม )

อย่างพวกเราทุกคนนั้นยังเป็นผู้สุ่มเสี่ยงเพราะเราทำกัมมวัฏฏ์ที่เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มาก

ถ้าหากมรณาสันนกาลไปจับอกุศลที่เป็นกัมมวัฏฏ์ขึ้นมาก็จะเห็นว่า อกุศลให้ผลไปในถนนถึงสามสายคือ นรก, เปรต-อสุรกาย และเดรัจฉาน ..ภูมิเบื้องต่ำ

ถ้าหากมรณาสันนกาลไปจับกุศลที่เป็นกัมมวัฏฏ์ขึ้นมาก็จะเห็นว่า กุศลให้ผลไปในถนนได้สองสายคือ มนุษย์ และเทวดา ..ภูมิเบื้องกลาง

ส่วนกัมมวัฏฏ์ที่เป็นมหัคตกุศลนั้นเราไม่มีสิทธิ์ไปเสกสร้าง แต่ถ้าเป็นผู้ที่ทำได้ก็จะมีสิทธิ์เลือกได้ที่จะไปในถนนอีกหนึ่งสาย คือ พรหม-อรูปพรหม ..ภูมิเบื้องสูง

วงจรแห่งสังสารวัฏฏ์ทั้งภูมินี้มีกิเลสเกิดขึ้นได้ทั้งอย่างหยาบ กลาง และละเอียด แม้จะเป็นพรหมแล้วก็ยังมีกิเลสอย่างละเอียดที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน

โดย น้องกิ๊ฟ [28 ก.ย. 2551 , 20:01:38 น.] ( IP = 58.9.105.21 : : )


  สลักธรรม 14



เมื่อพระพุทธองค์อุบัติขึ้นมาแล้วท่านให้ตัดรากถอนโคนมูลสองคือ อวิชชาและตัณหานี้ เพราะเป็นมูลที่ทำให้มีการผสมเป็นพันธุ์ต่างๆ อยู่ในวัฏฏะ ดังนั้น เพื่อจะให้วัฏฏะสงสารนี้หมดไปก็ด้วยการฆ่าแม่ฆ่าพ่อเสีย ..ตัณหาเป็นแม่ อวิชชาเป็นพ่อ

โดยในการปฏิบัตินั้นท่านให้งดเว้นจากตัณหา ..อย่าทำอะไรด้วยความอยาก ความหยาบเป็นของหยาบที่เห็นได้ชัดและสามารถสกัดกั้นได้ เช่น เราอยากเห็น อยากกิน ..เราสกัดกั้นได้ แต่เราไม่สามารถไปสกัดกั้นอวิชชาได้

วิปัสสนาจึงยกหลักนี้ออกมาว่า "อย่าทำด้วยความอยาก" จงทำเพื่อแก้ไขทุกข์ จะเดินก็อย่าอยากเดิน แต่เมื่อจำป็นจะต้องเดินจึงค่อยเดิน จำเป็นนั้นเป็นอย่างไร? คือเมื่อยแล้วเดิน อย่าอยากกินแต่จำเป็นแล้วจึงกิน จำเป็นนั้นคืออะไร? คือเมื่อหิวแล้วหรือเมื่อถึงเวลาที่สมควรแล้ว

อย่าอยากอาบน้ำ..อย่าอยากนอนเพราะความอยากนั้นคือตัณหา ..ที่เราต้องระวังเพราะเป็นแม่ เดี๋ยวจะคลอดความอยากออกมาเยอะ

ส่วนอวิชชานั้น..เมื่อเราละเว้นตัณหาได้แล้วมีตัวรู้เข้าไปคือปัญญา ด้วยการใช้สติกับสัมปชัญญะ ...เมื่อมีปัญญาสาดเข้าไปแล้ว ความมืดแบบอวิชชาก็ไม่เกิด วิธีนี้จึงเป็นการตัดมูลสองของชีวิต ที่จะได้ไม่ต้องไปเวียนว่ายตายเกิดนั่นคือ ทางสายเอก

ทางสายเอกนี้สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้วรู้แจ้งแทงตลอดในการเวียนว่ายตายเกิดเรียกว่าวัฏฏภัย ท่านจึงมาจาระไนออกมาแล้วพระอนุรุทธาจารย์พระเถระผู้ทรงคุณอันประเสริฐสำหรับชาวอภิธรรม ได้รจนาคัมภีร์พระอภิธรรมมัตถสังคหะมาให้เราศึกษา

การศึกษาของเรานี้จึงอย่าเพียงเป็นไปแค่รู้แต่ต้องเข้าใจว่าที่เป็นไปอย่างนี้ก็คือวงจรของราหูอมจันทร์คือแขนทั้งสองข้างของวงจรแห่งวัฏฏสงสารได้ล้อมภูมิต่างๆ คืออมโลกไว้ปิดบังด้วยกิเลสอาสวะมีอวิชชาและตัณหาเป็นรากเหง้า

ก็ขอผลของกุศลผลบุญและเจตนาที่ทุกคนตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนเพียรปฏิบัติ เพียรกระทำความรู้ความเข้าใจให้แตกฉาน เพื่อสามารถสร้างทุนให้เกิดขึ้นในชีวิตแล้วไปค้าบุญแล้วขายกิเลสให้หมดไป สามารถนำพาชีวิตของท่านทั้งหลายให้ไปสู่ถนนสายที่ ๗ คือพระนิพพานได้โดยไวทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคนเทอญ ..อนุโมทนา



โดย น้องกิ๊ฟ [28 ก.ย. 2551 , 20:01:58 น.] ( IP = 58.9.105.21 : : )


  สลักธรรม 15

วัฏฏะ ๓

โดย พี่ดา [29 ก.ย. 2551 , 10:35:57 น.] ( IP = 124.121.175.116 : : )


  สลักธรรม 16


คนเราชอบที่จะเปลี่ยนคนอื่นให้เป็นไปดังใจเราอยู่เสมอ.เรื่องยุ่งยากต่างๆจึงเกิดมีให้เห็นอยู่ทุกวัน

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่ให้ข้อคิดเตือนใจให้รู้จักใช้สติ เพื่อยังความสงบของจิตให้เกิดขึ้น พร้อมทั้งอธิบายให้เข้าใจเรื่องการส่งผลของกรรมที่ทำให้ชีวิตดำเนินไปตามวงจรปฏิจจสมุปบาทอย่างไม่ขาดสายจริงๆ ไม่เว้นแม้วาระสุดท้ายของชีวิตในภพชาติหนึ่งๆ มาถึง

ขอบพระคุณและอนุโมทนาในการงานอันเป็นกุศลที่น้องกิ๊ฟเพียรกระทำมาอย่างสม่ำเสมอค่ะ

โดย พี่ดา [30 ก.ย. 2551 , 09:10:28 น.] ( IP = 124.121.175.206 : : )


  สลักธรรม 17

อ่านเรื่องนายโกตุหสิกะแล้วเกิดความฉุกใจย้อนระลึกถึงความคิดของตัวเองว่าใช้เวลาไปกับอะไรมากที่สุดในแต่ละวันเลยครับ

หลายต่อหลายครั้งที่มุ่งมั่นทำหน้าที่การงานจนลืมไปว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นของชั่วคราว เป็นเพียงเวทีรองรับละครแห่งวิบากและรอรับกรรมที่เราจะสร้างขึ้นมาใหม่เท่านั้น ยิ่งถ้ามัวแต่ไปยึดติดหงุดหงิดรุ่มร้อนอยู่กับเรื่องราวอันไม่เป็นแก่นสารนั้นมากๆ ท่าทางคงจะไม่แคล้วมีที่ไปหลังความตายเป็นเปรตเฝ้าโต๊ะทำงานแน่เลย ต้องปรับใจปรับความคิดตัวเองเสียใหม่ก่อนจะสายเกินแก้เสียแล้ว


ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากเลยครับที่ช่วยเตือนสติและให้ปัญญาในการใช้ชีวิตอยู่เสมอๆ และขออนุโมทนารวมทั้งขอบพระคุณน้องกิ๊ฟผู้น่ารักด้วยครับที่นำมาเผยแพร่ให้ได้อ่านกันบนลานธรรมนี้




โดย เณรจิ๋ว [30 ก.ย. 2551 , 10:06:59 น.] ( IP = 120.16.161.189 : : )


  สลักธรรม 18

เห็นความน่ากลัวของมโนกรรมที่มีความเห็นผิด คิดว่าเป็นสัตว์เดรัจฉานดี เพราะกำลังสร้างหนทางไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน

และได้รายละเอียดมากขึ้นของวงจรปฏิจจสมุปบาทที่มีอวิชชาและตัณหาเป็นมูลสอง จะต้องอาศัยสติกับสัมปชัญญะที่จะไปถอนมูลทั้งสองนี้

กราบขอบพระคุณในคำสอนของท่านอาจารย์ค่ะ

อนุโมทนากับกุศลกรรมที่น้องกิ๊ฟนำธรรมะมาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [30 ก.ย. 2551 , 12:42:32 น.] ( IP = 58.137.94.76 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org