| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สร้างทุนไปค้าบุญขายกิเลส
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 11![]()
ดังนั้น ในการไปเกิดในแต่ละภูมินั้นเราก็จะเห็นได้ถึงคำนี้เลยว่า "สัตวโลกต่างมีกรรมเป็นของตน"จริงๆ ใครทำกรรมอะไรมาก็ย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีใครมาดลบันดาลเลย เพราะเมื่อดูจากวงจรของปฏิจจสมุปบาทก็จะเห็นได้ชัดเลยว่า สัตวโลกต่างมีกรรมเป็นของตน แล้วก็เป็นไปตามกรรม
เราเคยเรียนมาว่า ถนนชีวิตนั้นแบ่งเป็น ๗ สาย คือ นรก, เปรต-อสุรกาย, เดรัจฉาน, มนุษย์, เทวดา, พรหม -อรูปพรหม และนิพพาน ซึ่งเป็นการเรียนโดยภาพรวมว่าถ้าหากใครทำอะไรไว้ก็จะไปเกิดในถนนสายนั้นๆ
เช่น ผู้ที่มีโลภะที่ประกอบไปด้วยมิจฉาทิฏฐิมากๆ มีชีวิตที่สุ่มเสี่ยงเหลือเกิน และไม่ใช่มีเฉพาะตอนที่จะตายนะ เพราะที่ใครก็แล้วแต่ที่อยู่กันมาจนถึงทุกวันนี้แล้วมีโลภะมาก และโลภะนี้ก็มีความเห็นผิดเข้าร่วมอยู่บ่อยๆ อยากได้ชนิดไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา ไม่ได้ด้วยคาถาก็เอาวาจาทิ่มแทงเพื่อจะได้มาซึ่งลาภ ยศ สรรเสริญ สุข
ทุกคนนั้นมีโลภะเป็นพื้นฐานมีความต้องการ อยากได้ มีความหวงแหนในอารมณ์กันอยู่แล้ว แต่ผู้ที่มีสิ่งเหล่านี้มากจนเกินไปจึงไปอยากได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุขด้วยความเห็นผิด เข้าแย่งชิงวิ่งราวและทำการทุกอย่างด้วยความทุจริตคอรัปชั่น และเพียรพยายามเพื่อจะให้ตนนี้ขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ..พวกนี้แหละมีโอกาสตายแล้วไปเป็นเปรต
ถ้าผู้ใดกำลังดำรงชีวิตอยู่มีโทสะอันเนื่องด้วยมิจฉาทิฏฐิคือมีความขุ่นเคืองในอารมณ์มากหรือเกิดขึ้นบ่อยๆ โกรธง่าย และรวมถึงไม่ชอบอะไรง่ายๆ ใครเสนออะไรมาก็ไม่ชอบ ไม่ดี ไม่ถูกใจ คือปฏิเสธอารมณ์ตลอดเวลา พอมีอารมณ์มาทางตาก็..ไม่ดี มีเสียงประกาศมา..ไม่ดี
แล้วก็มีความตั้งใจก็ใส่เครื่องหมายไว้เลยว่า ถ้าหากจะถูกใจตนเองต้องเป็นอย่างนี้ๆ ซึ่งความถูกใจของตนเองนี้ก็ไม่แน่นอนหาจุดจบแห่งความพอใจของตนเองไม่ได้ เมื่อความพอใจของตนเองไม่มีลิมิต ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นความไม่พอใจที่ไม่มีลิมิตไปหมด ..นี่แหละที่จะนำไปเกิดเป็นสัตวนรก
โดย น้องกิ๊ฟ [28 ก.ย. 2551 , 20:01:02 น.] ( IP = 58.9.105.21 : : )
สลักธรรม 12![]()
เช่นเดียวกันกับผู้ที่มีโมหะมากอันเนื่องด้วยมิจฉาทิฏฐิมีโอกาสไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ผู้ที่มีโมหะมากนั้นโอกาสที่จะมาละบาปคือมาทำทุนค้าบุญขายบาปก็ยาก เพราะส่วนมากจะค้ากำไรเกินควร และเป็นชีวิตที่ไม่มีจุดยืน ไม่มีแกน เป็นชีวิตที่ตกอยู่ภายใต้อัตตาธิปเตยยะมีพวกมากลากไป ใครจะพูดอย่างไรฉันเห็นด้วย เสียงใครดังใครใหญ่ฉันก็เห็นด้วย ไม่มีวิจารณญาณของตนเองเลยแต่ทำตามเขาอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ไม่อายชั่วไม่กลัวบาปด้วย
เราจะเห็นจากธรรมชาติของสัตว์เดรัจฉานที่มีความเปิดเผยตลอดเวลาจะกินก็เปิดเผยด้วยความมูมมาม พอเห็นก็รู้เลยเพราะมันตั้งหน้าตั้งตากิน ถ่ายก็รู้ว่าถ่ายไม่ต้องหาที่ปิดบังซ่อนเร้น เพราะไม่มีความอาย ไม่มีหิริโอตตัปปะเกิดขึ้นเลย เวลาเสพสมก็ไม่เลือกที่ ..นี่แหละจึงเป็นความสุ่มเสี่ยงว่าตายแล้วไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน
ผู้ที่มีเบญจศีล-เบญจธรรมก็ไปเกิดเป็นมนุษย์ ผู้ที่มีหิริ-โอตตัปปะ จาคะ ก็ไปเกิดเป็นเทวดา ผู้ที่มีฌานจิตส่งผลก็ไปเกิดเป็นพรหม-อรูปพรหม และผู้ที่มีปัญญาอันแก่กล้าที่สามารถผ่านโสฬสญาณได้ก็เข้าสู่กระแสพระนิพพานที่หนึ่ง สอง สาม และสี่จนสิ้นสุด
เราก็จะเห็นได้ว่าวงจรปฏิจจสมุปบาทคือ อวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ-ชรา-มรณะ เหล่านี้เกิดขึ้นอยู่กับชีวิตของเราตลอดเวลา และปฏิจจสมุปบาทนี้มีมูล ๒ คือ อวิชชา กับตัณหา
อวิชชาเหมือนพ่อ ตัณหาเหมือนแม่ เมื่อผสมกันแล้วคือทำงานสัมพันธ์กันก็มีลูกออกมามากเลยในวัฏฏสงสาร
ถามว่าผู้ที่มีอวิชชาจะมีตัณหาด้วยไหม? มี ผู้ที่มีตัณหาจะมีอวิชชาด้วยไหม? มี ฉะนั้น วัฏฏสงสารจึงหมุนเวียนไปด้วย กิเลสวัฏฏ์ กัมมวัฏฏ์ และวิบากวัฏฏ์
โดย น้องกิ๊ฟ [28 ก.ย. 2551 , 20:01:19 น.] ( IP = 58.9.105.21 : : )
สลักธรรม 13![]()
กิเลสที่หมุนเวียนไปมีอะไรบ้าง? มีกิเลสอย่างหยาบ อย่างกลาง และอย่างละเอียด.. ซึ่งแต่ละคนก็ทำกิเลสต่างกันไปจึงมีความหมุนเวียนอยู่เป็นกิเลสวัฏฏ์
เมื่อมีกิเลสแล้วก็เป็นเหตุให้เกิดการกระทำกรรมทั้งกุศลกรรมคือมหากุศลกับมหัคตกุศล และอกุศลกรรม.. กรรมก็หมุนเวียนเป็นกัมมวัฏฏ์
เมื่อกรรมแล้วก็ต้องมีวิบากเป็นวิบากวัฏฏ์ที่หมุนเวียนไปในภูมิเบื้องต่ำ ภูมิเบื้องกลาง และภูมิเบื้องสูง คือ
เมื่อทำอกุศล ..ก็จะไปเกิดในภูมิเบื้องต่ำ -เหฏฐิมสังสาระ
เมื่อทำกุศล(มหากุศล) ..ก็จะไปเกิดในภูมิเบื้องกลาง - มัชฌิมสังสาระ
เมื่อทำกุศล(มหัคตกุศล) ..ก็จะไปเกิดในภูมิเบื้องสูง - อุปริมสังสาระ ( อ่านภูมิทั้งสามเพิ่มเติม )
อย่างพวกเราทุกคนนั้นยังเป็นผู้สุ่มเสี่ยงเพราะเราทำกัมมวัฏฏ์ที่เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มาก
ถ้าหากมรณาสันนกาลไปจับอกุศลที่เป็นกัมมวัฏฏ์ขึ้นมาก็จะเห็นว่า อกุศลให้ผลไปในถนนถึงสามสายคือ นรก, เปรต-อสุรกาย และเดรัจฉาน ..ภูมิเบื้องต่ำ
ถ้าหากมรณาสันนกาลไปจับกุศลที่เป็นกัมมวัฏฏ์ขึ้นมาก็จะเห็นว่า กุศลให้ผลไปในถนนได้สองสายคือ มนุษย์ และเทวดา ..ภูมิเบื้องกลาง
ส่วนกัมมวัฏฏ์ที่เป็นมหัคตกุศลนั้นเราไม่มีสิทธิ์ไปเสกสร้าง แต่ถ้าเป็นผู้ที่ทำได้ก็จะมีสิทธิ์เลือกได้ที่จะไปในถนนอีกหนึ่งสาย คือ พรหม-อรูปพรหม ..ภูมิเบื้องสูง
วงจรแห่งสังสารวัฏฏ์ทั้งภูมินี้มีกิเลสเกิดขึ้นได้ทั้งอย่างหยาบ กลาง และละเอียด แม้จะเป็นพรหมแล้วก็ยังมีกิเลสอย่างละเอียดที่นอนเนื่องอยู่ในขันธสันดาน
โดย น้องกิ๊ฟ [28 ก.ย. 2551 , 20:01:38 น.] ( IP = 58.9.105.21 : : )
สลักธรรม 14![]()
เมื่อพระพุทธองค์อุบัติขึ้นมาแล้วท่านให้ตัดรากถอนโคนมูลสองคือ อวิชชาและตัณหานี้ เพราะเป็นมูลที่ทำให้มีการผสมเป็นพันธุ์ต่างๆ อยู่ในวัฏฏะ ดังนั้น เพื่อจะให้วัฏฏะสงสารนี้หมดไปก็ด้วยการฆ่าแม่ฆ่าพ่อเสีย ..ตัณหาเป็นแม่ อวิชชาเป็นพ่อ
โดยในการปฏิบัตินั้นท่านให้งดเว้นจากตัณหา ..อย่าทำอะไรด้วยความอยาก ความหยาบเป็นของหยาบที่เห็นได้ชัดและสามารถสกัดกั้นได้ เช่น เราอยากเห็น อยากกิน ..เราสกัดกั้นได้ แต่เราไม่สามารถไปสกัดกั้นอวิชชาได้
วิปัสสนาจึงยกหลักนี้ออกมาว่า "อย่าทำด้วยความอยาก" จงทำเพื่อแก้ไขทุกข์ จะเดินก็อย่าอยากเดิน แต่เมื่อจำป็นจะต้องเดินจึงค่อยเดิน จำเป็นนั้นเป็นอย่างไร? คือเมื่อยแล้วเดิน อย่าอยากกินแต่จำเป็นแล้วจึงกิน จำเป็นนั้นคืออะไร? คือเมื่อหิวแล้วหรือเมื่อถึงเวลาที่สมควรแล้ว
อย่าอยากอาบน้ำ..อย่าอยากนอนเพราะความอยากนั้นคือตัณหา ..ที่เราต้องระวังเพราะเป็นแม่ เดี๋ยวจะคลอดความอยากออกมาเยอะ
ส่วนอวิชชานั้น..เมื่อเราละเว้นตัณหาได้แล้วมีตัวรู้เข้าไปคือปัญญา ด้วยการใช้สติกับสัมปชัญญะ ...เมื่อมีปัญญาสาดเข้าไปแล้ว ความมืดแบบอวิชชาก็ไม่เกิด วิธีนี้จึงเป็นการตัดมูลสองของชีวิต ที่จะได้ไม่ต้องไปเวียนว่ายตายเกิดนั่นคือ ทางสายเอก
ทางสายเอกนี้สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้วรู้แจ้งแทงตลอดในการเวียนว่ายตายเกิดเรียกว่าวัฏฏภัย ท่านจึงมาจาระไนออกมาแล้วพระอนุรุทธาจารย์พระเถระผู้ทรงคุณอันประเสริฐสำหรับชาวอภิธรรม ได้รจนาคัมภีร์พระอภิธรรมมัตถสังคหะมาให้เราศึกษา
การศึกษาของเรานี้จึงอย่าเพียงเป็นไปแค่รู้แต่ต้องเข้าใจว่าที่เป็นไปอย่างนี้ก็คือวงจรของราหูอมจันทร์คือแขนทั้งสองข้างของวงจรแห่งวัฏฏสงสารได้ล้อมภูมิต่างๆ คืออมโลกไว้ปิดบังด้วยกิเลสอาสวะมีอวิชชาและตัณหาเป็นรากเหง้า
ก็ขอผลของกุศลผลบุญและเจตนาที่ทุกคนตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนเพียรปฏิบัติ เพียรกระทำความรู้ความเข้าใจให้แตกฉาน เพื่อสามารถสร้างทุนให้เกิดขึ้นในชีวิตแล้วไปค้าบุญแล้วขายกิเลสให้หมดไป สามารถนำพาชีวิตของท่านทั้งหลายให้ไปสู่ถนนสายที่ ๗ คือพระนิพพานได้โดยไวทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคนเทอญ ..อนุโมทนา
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [28 ก.ย. 2551 , 20:01:58 น.] ( IP = 58.9.105.21 : : )
สลักธรรม 15วัฏฏะ ๓ โดย พี่ดา [29 ก.ย. 2551 , 10:35:57 น.] ( IP = 124.121.175.116 : : )
สลักธรรม 16
คนเราชอบที่จะเปลี่ยนคนอื่นให้เป็นไปดังใจเราอยู่เสมอ.เรื่องยุ่งยากต่างๆจึงเกิดมีให้เห็นอยู่ทุกวัน
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่ให้ข้อคิดเตือนใจให้รู้จักใช้สติ เพื่อยังความสงบของจิตให้เกิดขึ้น พร้อมทั้งอธิบายให้เข้าใจเรื่องการส่งผลของกรรมที่ทำให้ชีวิตดำเนินไปตามวงจรปฏิจจสมุปบาทอย่างไม่ขาดสายจริงๆ ไม่เว้นแม้วาระสุดท้ายของชีวิตในภพชาติหนึ่งๆ มาถึง
ขอบพระคุณและอนุโมทนาในการงานอันเป็นกุศลที่น้องกิ๊ฟเพียรกระทำมาอย่างสม่ำเสมอค่ะโดย พี่ดา [30 ก.ย. 2551 , 09:10:28 น.] ( IP = 124.121.175.206 : : )
สลักธรรม 17อ่านเรื่องนายโกตุหสิกะแล้วเกิดความฉุกใจย้อนระลึกถึงความคิดของตัวเองว่าใช้เวลาไปกับอะไรมากที่สุดในแต่ละวันเลยครับ
หลายต่อหลายครั้งที่มุ่งมั่นทำหน้าที่การงานจนลืมไปว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นของชั่วคราว เป็นเพียงเวทีรองรับละครแห่งวิบากและรอรับกรรมที่เราจะสร้างขึ้นมาใหม่เท่านั้น ยิ่งถ้ามัวแต่ไปยึดติดหงุดหงิดรุ่มร้อนอยู่กับเรื่องราวอันไม่เป็นแก่นสารนั้นมากๆ ท่าทางคงจะไม่แคล้วมีที่ไปหลังความตายเป็นเปรตเฝ้าโต๊ะทำงานแน่เลย ต้องปรับใจปรับความคิดตัวเองเสียใหม่ก่อนจะสายเกินแก้เสียแล้ว
ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากเลยครับที่ช่วยเตือนสติและให้ปัญญาในการใช้ชีวิตอยู่เสมอๆ และขออนุโมทนารวมทั้งขอบพระคุณน้องกิ๊ฟผู้น่ารักด้วยครับที่นำมาเผยแพร่ให้ได้อ่านกันบนลานธรรมนี้
โดย เณรจิ๋ว [30 ก.ย. 2551 , 10:06:59 น.] ( IP = 120.16.161.189 : : )
สลักธรรม 18เห็นความน่ากลัวของมโนกรรมที่มีความเห็นผิด คิดว่าเป็นสัตว์เดรัจฉานดี เพราะกำลังสร้างหนทางไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
และได้รายละเอียดมากขึ้นของวงจรปฏิจจสมุปบาทที่มีอวิชชาและตัณหาเป็นมูลสอง จะต้องอาศัยสติกับสัมปชัญญะที่จะไปถอนมูลทั้งสองนี้
กราบขอบพระคุณในคำสอนของท่านอาจารย์ค่ะ
อนุโมทนากับกุศลกรรมที่น้องกิ๊ฟนำธรรมะมาฝากไว้ค่ะโดย เซิ่น [30 ก.ย. 2551 , 12:42:32 น.] ( IP = 58.137.94.76 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |