มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วางไม่เป็นเย็นไม่ได้







วางไม่เป็นเย็นไม่ได้
โดย หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ
วันอาทิตย์ที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๐


ญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย

ณ บัดนี้ถึงเวลาของการแสดงธรรมะปาฐกถาธรรม อันเป็นหลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนาแล้ว ขอให้ทุกท่านอยู่ในอาการสงบ ตั้งอกตั้งใจฟังด้วยดี เพื่อให้ได้ประโยชน์อันเกิดจากการฟัง ตามสมควรแก่เวลา

หมู่นี้เป็นเดือนเมษายน อากาศร้อนหน่อย ซึ่งก็มันเป็นเรื่องธรรมชาติ หมุนเวียน เปลี่ยนแปลงกันมาโดยลำดับ มีร้อน มีหนาว มีฝน อะไรต่ออะไรตามเรื่องของดินฟ้าอากาศ เราทั้งหลายที่อยู่ในโลก ก็ต้องพบกับสิ่งเหล่านี้เป็นธรรมดา เวลามีความร้อน อย่าไปกระวนกระวายในทางจิตใจ เวลาหนาว เวลามีฝน ก็อย่าทำให้เกิดความทุกข์ ให้นึกแต่เพียงว่ามันเป็นธรรมดา ที่จะต้องเกิดต้องเป็นอย่างนี้ แล้วมันก็ไม่ได้เป็นอยู่นานหรอก ร้อนไม่กี่เดือนก็ถึงฝน ฝนไม่กี่เดือนก็ถึงหนาว หนาวไม่เท่าไรก็ถึงร้อนต่อไป กว่าเราจะลาโลกนี้ต้องพบกับฝน หนาว ร้อนหลายครั้งหลายหนหมุนเวียนกลับเปลี่ยนกันไปตลอดเวลา

หน้าที่ของเรานั้น คือควรจะทำใจให้มีความสุข อย่าทำใจให้มีความทุกข์ ความเดือดร้อนด้วยเรื่องอะไรๆ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน การทำใจให้เป็นสุขนั่นแหละเป็นหน้าที่ของเราทุกคน การทำใจของเราให้เป็นทุกข์ไม่ใช่หน้าที่ ถ้าเรานั่งกลุ้มใจ มีความทุกข์ความเดือดร้อน ด้วยเรื่องอะไรก็ตาม เรียกว่าเราทำผิดหน้าที่

การทำผิดหน้าที่นั่นแหละ คือการไม่ประพฤติธรรม เพราะธรรมะคือหน้าที่ และหน้าที่เราควรปฏิบัติก็คือ การทำใจของเราให้เบาโปร่ง ให้มีความสุขอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดขึ้น ถ้ามันจะมีความทุกข์บ้างก็นิดๆ หน่อยๆ ไม่ใช่ทุกข์กันนานๆ ทุกข์เป็นชั่วโมงหรือเป็นวันเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน อย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง เป็นการกระทำตนไม่ถูกเรื่อง

เราควรจะรีบแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ให้ผ่อนคลายลงไปโดยเร็วที่สุด เท่าที่จะเร็วได้ เพราะว่าความทุกข์ที่เกิดขึ้นในจิตใจของเรานั้น มันก็เป็นโรคอย่างหนึ่งเหมือนกัน เราเรียกว่าเป็นโรคทางใจ หรือว่าโรคทางจิต แต่โดยมากเขามักจะเรียกว่าเป็นโรคทางประสาท โรคทางประสาทนั้นมันเป็นเรื่องของทางร่างกาย แต่ว่าเกิดเป็นโรคประสาทขึ้นมานั้นก็เพราะว่าจิตอ่อน คือจิตคิดมากเกินไป ทำอะไรๆ มากเกินไป เช่นมีความกังวลในปัญหาต่างๆ ในเรื่องนั้นเรื่องนี้

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [30 ก.ย. 2551 , 19:07:03 น.] ( IP = 58.9.229.83 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

นั่งทำจิตให้สงบไม่คิดเรื่องอะไร ไม่ยุ่งเรื่องอะไร ทำใจให้สงบพอสว่างก็ลุกขึ้นบริหารร่างกาย ตามแบบง่ายๆ แกว่งแขนแกว่งขา อะไรยืนตัวตรงๆ แกว่งแขนไปมาสักพันครั้งก็ยังได้ เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มันไม่หนักอกหนักใจ นี่ยืนเรื่อยๆ แล้วแกว่งสักพันครั้งนับแกว่งไป นับก็นับไป เท่าใดก็เท่าใดก็เอาไปนับหนึ่งนับสอง ไปทางด้านหลังว่าหนึ่งนี่สองนี่ มันได้ห้าร้อย และต้องนับว่ามาหนึ่งสอง แกว่งยืนตัวตรงหายใจทีแล้วก็แกว่งไปแกว่งมาแล้ว เวลานั้นจิตต้องให้ว่างอย่าไปคิดกังวลอะไร ให้นึกถึงแขนที่แกว่งก็แล้วกัน แกว่งไปหน้าแกว่งไปหลัง แกว่งหน้าแกว่งหลังนึกแต่เรื่องแขน บริหารร่างกายจนเหงื่อไหลพอสมควร เข้าห้องน้ำอาบน้ำทำจิตใจให้สบายตลอดเวลา จนกระทั่งตื่นเช้ารับประทานอาหาร อย่าไปดื่มกาแฟมากมันนอนไม่ค่อยหลับ

พวกกาแฟนะอย่าไปเชื่อพวกโฆษณานั่นว่า กาแฟนี้ดี กาแฟนั้นดี เอามาลองฉันดูแล้ว ไม่เห็นดีสักอย่างเดียว ดูมันฝาดๆ เฝื่อนๆ นะมันไม่ได้เรื่องอะไรหรอก อย่าไปเที่ยวดื่มไอ้ของติดๆ เข้าไป กาแฟ บุหรี่ ของเมานี่มันไม่ดีทั้งนั้นแหละ ของเสพติดให้โทษ ทำให้โรคทางประสาท ร่างกายเรามันเสีย งดเว้นสิ่งเหล่านั้นให้หมด รับทานอาหารง่ายๆ ให้ดีต้องทานผักมากๆ เนื้อน้อยๆ อาหารย่อยง่ายๆ ร่างกายก็จะเป็นปกติกระปรี้กระเปร่า

เวลาไปถึงที่ทำงาน ก็บอกตัวเองว่าเอาละทีนี้ทำงานแล้วนะ คิดละนึกละวางแผน ในเรื่องงานเรื่องการไว้ให้เต็มที่ ทำงานไปเป็นปกติ งานมีอุปสรรคอย่าเป็นทุกข์ อย่าร้อนอกร้อนใจ ทุกอย่างต้องมีการขัดข้องต้องมีอุปสรรค เราก็ต้องคิดว่าเอามันเรื่องธรรมดา อุปสรรคเป็นเครื่องทดลองสติปัญญาของเรา เราไม่กลัวเรายิ้มรับกับมัน แล้วเราก็คิดค้นหาวิธีแก้ไขต่อไป ด้วยจิตใจที่ร่าเริงเบิกบานยิ้มเข้าไว้ หัดยิ้มๆ ไว้ ร่าเริงไว้ ยิ้มเถิดหนาจงร่าเริงเข้าไว้จะบูดบึ้งทำไมสดชื่น หัวเราะเป็นเล่นหรือจริงยิ่งครึกครื้น อายุยืนหมื่อนปีดีไหนละ แม่เจ้าเอยเจ้าดอกบานชื่นใครอยากอายุยืนต้องให้รื่นเริงเอย

รื่นเริงไม่ใช่หัวเราะคลักๆ ตลอดเวลา หมายความว่าจิตใจมันสบายอยู่ข้างใน ยิ้มอยู่ข้างในมองอะไรด้วยความจริงอยู่ตลอดเวลา รู้เท่ารู้ทันต่อสิ่งทั้งหลายที่เข้ามากระทบอารมณ์ อันนี้แหละที่จะทำให้จิตใจเราสบายเรื่อยขึ้นเป็นปกติ เราก็ต้องหมั่นอ่านหนังสือธรรมะเครื่องเตือนใจ ว่างๆ ก็ออกมาที่โปร่งๆ แจ้งๆ เหมือนกับญาติโยมมาที่วัดชลประทานนี่ มาแล้วใจมันก็สบาย นั่งพักตรงไหนก็ได้ ใต้ร่มไม้อะไร นั่งให้มันสบายใจ มองโลกด้วยความสดชื่น มันก็เพิ่มกำลังใจให้แก่ตนเอง

อันนี้ก็เรียกว่า วิธีการส่งเสริมสุขภาพทางจิตของเรา ให้อยู่ในโลกที่วุ่นวาย ได้โดยไม่วุ่นวายมากเกินไป ดังที่ได้แสดงมาก็สมควรแก่เวลา ขอยุติไว้เพียงนี้ฯ


โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [30 ก.ย. 2551 , 19:36:26 น.] ( IP = 58.9.229.83 : : )


  สลักธรรม 12

ทำใจให้เป็นสุขด้วยการฝึกจิต ทำจิตใจให้สงบ ปล่อยวางเรื่องราว อย่าแบกอยู่ตลอดเวลา

ขอบพระคุณค่ะที่ได้นำธรรมะมาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [30 ก.ย. 2551 , 20:51:45 น.] ( IP = 58.8.56.178 : : )


  สลักธรรม 13

ดีจังเลยค่ะ ...รู้สึกถึงความเย็นใจเลยนับตั้งแต่อ่านมาจนกระทั่งจบเรื่อง

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะคุณทับตะวัน

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ต.ค. 2551 , 13:29:26 น.] ( IP = 125.27.175.4 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org