มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำไมบอกว่าความสุขไม่มีล่ะ?








ตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้ว


ถาม สงสัยว่าทำไมบอกว่าความสุขไม่มีล่ะคะ ในเมื่อมีสวนสนุก โรงหนัง และสถานที่ให้ความสุขมากมาย

ตอบ ความสุขที่คุณยกมานั้น เป็นสุขที่เกิดจากความพอใจ เป็นสุขวิปลาส หมายความว่า คลาดเคลื่อนไปจากความจริง

เพราะถ้าเป็นของจริงแล้ว ต้องมีความไม่แปรปรวนคือต้องเที่ยง แต่นี้มีความไม่เที่ยงอยู่ตลอดเวลา เพราะใครๆก็ไม่สามารถบังคับให้สภาพธรรมนั้นๆคงอยู่ไม่ดับไปได้ ดังนั้นจึงเป็นสุขวิปลาส

แต่พระนิพพาน คือบรมสุข ได้แก่ความสุขที่พ้นจากอำนาจอนิจจังแล้วค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [6 ต.ค. 2551 , 14:42:45 น.] ( IP = 125.27.173.10 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ถาม ท่านอาจารย์หรือผู้รู้ทุกท่าน ผมกำลังศึกษาเรื่อง จิต อยู่จากหนังสือต่างๆที่เขียนโดยท่านอาจารย์บุญมี ในส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่ไม่เข้าใจและสงสัย คือ เรื่องของ เจตนา ท่านอาจารย์บอกว่า เจตนาคือกรรม ผมสงสัยว่าเจตนานี่เป็นส่วนหนึ่งของจิตหรือไม่ เช่น เราเคยฝึกเขียน ก.ไก่ เป็นแล้ว ต่อมาเรานึกถึง ก.ไก่ อาจารย์บอกว่าสิ่งที่ไปทำให้จิตไปมีอารมณ์ที่ ก.ไก่ คือ เจตนา เลยสงสัยว่า เจตนาที่ว่านี้เป็นส่วนหนึ่งของจิต หรือเป็นอะไรครับ โปรดกรุณาอธิบายให้ผมด้วยครับ

ตอบ สวัสดีค่ะ เมื่อพูดถึงเรื่องเจตนาแล้ว ก็ขอให้ทราบตรงนี้ก่อนนะคะว่าจิตนั้นเกิดขึ้นลำพังเดียวๆไม่ได้ ต้องเกิดพร้อมกับเจตสิก

เหมือนที่เราเรียกว่า แกงส้ม เป็นต้น แกงส้มนั้นจะเป็นแกงส้มได้ก็ต้องมีสูตรสำเร็จ เช่น มีพริกแกง มีน้ำมะขามเปียก มีน้ำปลา มีน้ำตาล มีผักที่จะแกง และมีน้ำที่จะเป็นตัวรวมส่วนผสมนั้นลงไปแกง

สภาพจิตที่เกิดขึ้นรู้อารมณ์ ไม่ว่าทางทวารใดก็ตาม จะมีสูตรสำเร็จเช่นกัน ภาษาธรรมะเรียกว่า สัมปยุตธรรม สูตรนั้นก็คือ..ทุกครั้งที่จิตเกิดจะมีเจตสิกเกิดร่วมด้วยเสมอแน่นอน ๗ ดวง คือ..ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ และมนสิการ

ทั้ง ๗ ดวงนี้ล้วนเป็นเจตสิกทั้งหมด ไม่ใช่จิต และแต่ละดวงก็มีหน้าที่ต่างกัน เหมือนพริกแกง...มีกิจที่ทำให้เผ็ด น้ำมะขามเปียก...มีกิจที่ทำให้รสเปรี้ยว มีน้ำปลา...มีกิจที่ทำให้รสเค็ม มีน้ำตาล...มีกิจที่ทำให้รสหวานนั่นเอง

แต่พอเราทานแกงส้มเราก็ได้แต่รู้สึกว่าอร่อยหรือไม่อร่อยเท่านั้น เราทานสิ่งที่รวมรสมาแล้ว โดยไม่ได้แยกส่วนผสมต่างๆเลยเพราะอะไร ก็เพราะความรวดเร็วของจิตที่ถูกกิเลสปรุงแต่งนั่นเอง จึงไม่สามารถเข้าไปรู้สิ่งต่างๆอย่างละเอียดได้

เช่นกันการเห็น การได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส และรู้สัมผัส ที่เกิดขึ้นกับเรานั้น เราก็รู้ไปพร้อมๆกับชอบหรือไม่ชอบเลยที่เดียว โดยไม่รู้ว่า..การรู้นั้นต้องมีการเกิดขึ้นของธรรมะอะไรบ้าง

ด้วยเหตุนี้เองการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงนำมาซึ่งความรู้โดยละเอียดนั่นเอง..เหมือนผู้ปรุงแกงส้มต้องรู้ว่า ทำอย่างไร ใส่อะไรจึงจะเป็นแกงส้มค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [6 ต.ค. 2551 , 14:44:12 น.] ( IP = 125.27.173.10 : : )


  สลักธรรม 2



ที่ยกตัวอย่างมานี้ก็เพื่อให้เห็นชัดถึงธรรมะที่ละเอียดลึกซึ้ง และเพื่อจะตอบว่า เจตนาเป็นธรรมะอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับจิตแต่ไม่ใช่จิต

เจตนาเจตสิก คือการแสวงหาหรือขวนขวายที่จะให้เป็นไปในอารมณ์ หรือความตั้งใจ หรือความสำเร็จ หรือธรรมชาติที่กระตุ้นเตือนสัมปยุตตธรรมให้ทำงานตามหน้าที่ของตนๆ

เช่น ความโลภเกิดก็กระตุ้นให้โลภะทำหน้าที่

ความโกรธเกิดขึ้นก็กระตุ้นให้โทสะทำหน้าที่

ความหลงเกิดขึ้นก็กระตุ้นให้โมหะทำหน้าที่

มหากุสลจิตเกิดขึ้นก็กระตุ้นให้ทำบุญทำกุสล

เจตนา คือกรรมที่ทำหน้าที่ทาง กาย วาจา ใจ ค่ะ หวังว่าคงเข้าใจดีขึ้นนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [6 ต.ค. 2551 , 14:44:34 น.] ( IP = 125.27.173.10 : : )


  สลักธรรม 3



ถาม โยนิโสมนสิการองค์ธรรมได้แก่อะไรครับ และข้อธรรมคือ สัมมาปณิธิคือการตั้งไว้ชอบนั้น จะตรงกับโยนิโสมนสิการหรือไม่ครับผม.

ตอบ ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักข้อธรรมคือ สัมมาปณิธิ ซึ่งได้แก่ การตั้งไว้ชอบ

ในมงคลสูตร ท่านอธิบายว่า ได้แก่การตั้งไว้ในสุจริตธรรม ๑๐ ประการ พูดง่ายๆ ก็คือตั้งไว้ในกุศลธรรมทั้งหลายนั่นเอง

แต่ในมงคลท่านใช้ว่า อัตตสัมมาปณิธิ คือการตั้งตนไว้ชอบ คือตั้งตนเองไว้ในกุศลธรรมทั้งหลายนั่นเอง ซึ่งในการตั้งไว้ชอบนี้ จะต้องมีโยนิโสมนสิการ คือการใส่ใจโดยอุบายอันแยบคาย คือโดยถูกทางนั่นเอง โดยองค์ธรรมได้แก่ มนสิการเจตสิก

โยนิโสมนสิการนี้ มองเผินๆ น่าจะเป็นปัญญาเจตสิก แต่ก็ไม่ใช่ ทั้งนี้ขออ้างจากปัญหาพระยามิลินท์ ในปัญหาที่ ๗ และที่ ๘ ว่า

โดย น้องกิ๊ฟ [6 ต.ค. 2551 , 14:44:51 น.] ( IP = 125.27.173.10 : : )


  สลักธรรม 4



พระยามิลินท์ตรัสถามพระนาคเสนว่า “โยนิโสมนสิการเป็นปัญญามิใช่หรือ”

พระนาคเสนทูลว่า “หามิได้ โยนิโสมนสิการก็อย่างหนึ่ง ปัญญาก็อย่างหนึ่ง

แม้พวกสัตว์มีแพะ แกะ โค กระบือ อูฐ เป็นต้น ก็มีโยนิโสมนสิการได้ แต่หามีปัญญาไม่

ปัญญามีการตัดเป็นลักษณะ
มนสิการมีการจับเป็นลักษณะ

อุปมาเหมือนคนเกี่ยวข้าว เอามือซ้ายจับมัดข้าวไว้ใช้มือขวาถือเคียวตัดข้าวฉันใด พระโยคาวจรก็ใช้มนสิการจับจิตไว้ (ในอารมณ์ที่ควรใส่ใจมีอารมณ์กรรมฐานเป็นต้น ไม่ใส่ใจในอารมณ์อื่น) แล้วใช้ปัญญาตัดกิเลสทั้งหลายฉันนั้น”

สรุปได้ว่า.... เมื่อจิตมีโยนิโสมนสิการใส่ใจอยู่ แต่อารมณ์กรรมฐานก็ย่อมตัดกิเลสทั้งหลายได้ด้วยวิปัสสนาปัญญาและมรรคปัญญา

เพราะฉะนั้น โยนิโสมนสิการจึงได้แก่มนสิการเจตสิก ที่ใส่ใจในอารมณ์ที่ควรใส่ใจมีอารมณ์กรรมฐานเป็นต้น ถ้าไม่ใส่ใจในอารมณ์ที่ควรใส่ใจ ก็เป็นอโยนิโสมนสิการค่ะ


โดย น้องกิ๊ฟ [6 ต.ค. 2551 , 14:45:06 น.] ( IP = 125.27.173.10 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณน้องกิ้ฟมากๆเลยครับ ที่นำประโยชน์คือความรู้นี้มาให้อย่างเสมอมาครับ

ขออนุโมทนาสาธุด้วยจริงๆครับน้องกิ้ฟ

โดย พี่เณร [6 ต.ค. 2551 , 19:15:05 น.] ( IP = 58.9.143.181 : : )


  สลักธรรม 6

มาเพิ่มเติมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยค่ะ

โดย เซิ่น [6 ต.ค. 2551 , 20:39:10 น.] ( IP = 58.8.56.187 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org