มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การเบียดเบียนลักษณะนี้จะได้รับผลกรรมดีหรือชั่วอย่างไร?








ตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้ว


ถาม การที่ผู้บริหารโรงเรียนต้องการเงินบริจาคจำนวนมากเพื่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ โดยใช้วิธีการเรี่ยไรเงินจำนวนมาก จากนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี แต่มีบางชั้นที่มีฐานะยากจน ก็บริจาคเพียงน้อย ท่านก็จะประจานเพื่อทำให้ได้อาย จะได้บริจาคเพิ่มขึ้น การกระทำของท่าน หากมองในในโลก ก็ถือว่าท่านมีความสามารถในการสร้างอาคารซึ่งมีราคาแพงได้ อยากทราบความเห็นของกัลยาณมิตรทางธรรมค่ะ ว่าการเบียดเบียนลักษณะนี้จะได้รับผลกรรมดีหรือชั่วอย่างไร?

ตอบ เรื่องที่คุณเล่ามานั้นน่าเห็นใจมากค่ะ ยิ่งปัจจุบันนี้ทุกอย่างแพงไปหมด เพราะน้ำมันแพงนั่นเอง เงินทองก็เป็นของหายากมากขึ้น เหล่านี้ได้รับผลกันทั่วถ้วน

ส่วนเรื่องการเรี่ยไรเงิน หรือการรับบริจาคนั้น ก็ต่างคนต่างก็มีสิทธิในการกระทำด้วยกันทั้งสองฝ่ายนะ เรามีน้อยก็ทำน้อย เข้ากับหลักที่พระพุทธองค์ตรัสสอนว่า การกระทำบุญนั้นเป็นเรื่องดี แต่ต้องทำอย่างรู้ถูก คืออย่าเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นไงคะ

คราวนี้มามองว่า ถ้าผู้ปกครองได้ทำตามความเป็นจริงกับฐานะของตนแล้ว ก็ดีแล้วนะคะ และหลังจากนั้นคือการทำใจให้ดีด้วย คืออย่าหวั่นไหวไปในโลกธรรม คำที่คุณยกมาคำว่า "ประจาน" นั้นก็ตรงกับคำว่านินทานั่นเอง ซึ่งเป็นธรรมตรงกันข้ามกับการสรรเสริญ และทั้งสองอย่างก็เป็นธรรมที่มีอยู่ประจำโลก ถ้าเราปล่อยใจให้หวั่นไหวไปก็เป็นทุกข์เสมอ มิหน่ำซ้ำกิเลสโรคร้ายจะทำให้เราทนไม่ได้ต้องเติมเงินลงไปอีกทั้งๆที่ไม่พร้อม ด้วยเหตุเพราะกลัวเสียหน้าเป็นต้น

เห็นไหมคะ ขึ้นชื่อว่ากิเลสแล้วทำให้เรามีแต่เสียกับเสียเสมอ ไม่ให้ได้ดีเลย จึงควรวางใจให้ถูกค่ะ เรามีความสามารถแค่นี้ก็ควรยินดีในการกระทำของตน อย่าไปรอให้ใครเขามาร่วมยินดีกับเราเลยนะคะ เพราะเราเองนั่นแหละจะต้องผิดหวัง

ที่นี้มาถึงตรงที่คุณถามว่า การเบียดเบียนที่ว่านั้นจะมีผลอย่างไรนั้น ขอเรียนให้ทราบนะคะว่า การที่เพ่งเล็งอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่นมานั้น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม เข้าข่ายอกุศลกรรมบถข้อที่แปด คืออภิชฌานะคะ

แต่ก็ไม่ต้องการที่จะให้คุณผู้ปกครองไปนึกคิดในเรื่องคนอื่นอีกเลยนะคะ เขาทำอย่างไรย่อมได้ผลกรรมของเขาเองทั้งดีและชั่ว สำคัญที่เราต่างหาก ถ้ายังข้องติดในเรื่องเศร้าหมองใจ และตัดใจการเนื้อเรื่องไม่ดีไม่ได้ เราจะบาปเสมอๆ ปล่อยอดีตที่เป็นไปแล้วให้แล้วไปเถอะค่ะ เริ่มต้นที่ใจเราดีกว่านะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [8 ต.ค. 2551 , 14:05:08 น.] ( IP = 125.27.172.219 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ถาม การช่วยเหลือสัตว์ให้พ้นจากความตาย เช่นปลาเป็นกุศลยิ่งใหญ่อย่างไร ช่วยตอบให้รู้ด้วย

ตอบ เรื่องการช่วยเหลือสัตว์ให้พ้นจากความตายนั้น โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ย่อมมีอานิสงส์มาก เพราะถ้าเปรียบกับการฆ่าสัตว์ใหญ่ ก็มีโทษมาก

โดยหลักการ ..การช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยวัตถุสิ่งของก็ตาม ด้วยการช่วยชีวิตก็ตาม นับเป็นการแสดงออกซึ่งเมตตากายกรรม วจีกรรม มโนกรรมอันมีคุณค่าสูง

โดยเฉพาะการแสดงออกซึ่งเมตตาธรรมนี้ ทางพระพุทธศาสนาถือว่าเลิศกว่าการทำบุญแบบโลกๆ (โอปธิกบุญ-บุญที่เนื่องจากอุปธิ)ทั้งปวงค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [8 ต.ค. 2551 , 14:05:44 น.] ( IP = 125.27.172.219 : : )


  สลักธรรม 2



ถาม มีเพื่อนคนหนึ่งเขาไม่สบายใจ เล่าให้ฟังว่าไปวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งในวัดแห่งนั้นมีผู้นำกระดาษไปวางไว้ข้างฤาษี เพื่อนเข้าใจว่าเป็นบทสวดมนต์ก็หยิบมาพับเก็บไว้ โดยไม่ได้อ่าน แต่พอกลับมาถึงบ้านแล้ว ก็อ่านพบว่า มีลักษณะเหมือนจดหมายลูกโซ่เล่าเกี่ยวกับพระ (ขอโทษค่ะจำเนื้อเรื่องไม่ได้) และมีเงื่อนไขให้ส่งต่อ ๑,๐๐๐ ฉบับ หากไม่ส่งต่อจะพบกับความเสียหาย เพื่อนกลุ้มใจมาก เกรงว่าหากตนทำอย่างนี้ผู้รับจะเกิดความไม่สบายใจเหมือนตัวเอง ทั้งๆ ที่เขาก็เต็มใจจะส่งหากว่าเป็นผลดี ควรทำอย่างไรดีค่ะ

ตอบ อย่าได้ไปกลุ้มใจกับจดหมายลูกโซ่นั้นเลยนะคะ จดหมายแบบนี้มีมานานแล้ว ก็เคยได้รับมาหลายครั้งเหมือนกันและก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากลบทิ้งไป ไม่ได้ส่งให้ใครด้วย เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรสำคัญยิ่งไปกว่าเรื่องกรรม

กรรมมีอำนาจแท้จริง มีผลจริงนะคะ และถ้าเราทำดีแล้วก็ต้องได้รับผลดีแน่นอน ไม่มีใครจะเก่งเกินกรรมได้หรอก

ดังนั้นใครจะอ้างอะไรที่ว่ามีอำนาจศักดาเหนือใครๆนั้น เป็นไปไม่ได้นะคะสบายใจได้ค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [8 ต.ค. 2551 , 14:06:01 น.] ( IP = 125.27.172.219 : : )


  สลักธรรม 3



ถาม อยากรู้ว่า.. กายสังขาร วจีสังขาร มโนสังขาร ทั้ง ๓ อย่างนี้หมายความว่ากระไร และ องค์ธรรมปรมัตถได้แก่อะไร ? ครับช่วยตอบด้วยครับ

ตอบ กายสังขาร หมายความว่า การปรุงแต่งทางวาจา องค์ธรรมได้แก่เจตนาเจตสิก ๒๐ ที่ประกอบกับกามาวจรกุศล และ อัสสาสะ ปัสสาสะ

วจีสังขาร หมายความว่า การปรุงแต่งทางกาย องค์ธรรมได้แก่ เจตนาเจตสิก ๒๐ ที่ประกอบกับกามาวจรกุศลและอกุศล และวิตก วิจาร เพราะธรรมดาสัตว์ทั้งหลาย ต้องคิดนึกเสียก่อน จึงจะพูดออกมาได้ ความคิดนึกนี้เป็นวิตก ทำให้ความคิดนึกนั้น ติดต่อกันอยู่เรื่อยไปเป็นวิจาร

มโนสังขาร หมายความว่า การปรุงแต่งทางใจ องค์ธรรมได้แก่ เจตนาเจตสิกที่ประกอบกับโลกียะ ที่เป็นกุศลและอกุศล ๒๙ และสัญญา เวทนา เพราะการปรุงแต่งทางใจนี้ จะเว้นเสียจากความจำ และ ความเสวยนั้นไม่มี

โดย น้องกิ๊ฟ [8 ต.ค. 2551 , 14:06:22 น.] ( IP = 125.27.172.219 : : )


  สลักธรรม 4



ถาม พระพุทธเจ้าตรัสไว้ไหมคะ ว่าอะไรเป็นทุกข์บ้างนอกจากชีวิตนี้ ยังมีอย่างอื่นอีกไหมค่ะ

ตอบ ก่อนอื่นมีคำที่ต้องทำความเข้าใจอยู่สองคำ คือ ทุกข์ และทุกขสัจจ์

ธรรมบางอย่างเป็นทุกข์แต่ไม่ใช่ทุกขสัจจ์

ธรรมบางอย่างเป็นทุกข์ด้วย เป็นทุกขสัจจ์ด้วย

ทุกข์ในที่นี้ไม่ได้หมายเฉพาะการปวดหัวไม่สบายกาย ไม่สบายใจเท่านั้น

ทุกข์ เป็นสภาพที่ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไป สิ่งใดที่ทนอยู่ไม่ได้ สิ่งนั้นล้วนเป็นไปด้วยอำนาจของทุกข์ทั้งสิ้น ทุกข์จึงเกิดได้ทั้งในสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่ชีวิต

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ สิ่งใดเกิดการการปรุงแต่ง (สังขาร) สิ่งนั้นย่อมเปลี่ยนแปลงไปเพราะหมดการปรุงแต่งในเวลาต่อมา " สพฺเพ สงฺขารา ทุกขา "

ส่วนทุกขสัจจ์ หรือเรียกเต็ม ๆ ว่า ทุกขอริยสัจจ์ เป็นความจริงสำหรับพระอริยเจ้าเท่านั้น(ไม่ใช่ของปุถุชน)ที่เห็นชีวิตโดยความเป็นทุกข์อย่างเดียว ไม่เห็นเป็นอย่างอื่นคือความสุขเลย

ปุถุชนจะไม่เห็นว่าชีวิตจะเป็นทุกข์อย่างไร ทุกขสัจจ์จึงเป็น ความจริงของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น เพราะเหตุว่า เมื่อมีการปรากฎขึ้นของรูป-นามแล้ว ย่อมหนีไม่พ้นความชรา-มรณะในที่สุด

ความสัมพันธ์ที่ต้องเปลี่ยนไปจากชาติ ชราจนถึงมรณะ คือลักษณะของทุกข์โดยตรงค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [8 ต.ค. 2551 , 14:06:37 น.] ( IP = 125.27.172.219 : : )


  สลักธรรม 5



ถาม อยากเรียนถามท่านผู้รู้ ว่า เราควรมีวิธีปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้เราไม่เครียด ไม่ทุกข์ในการทำงาน แต่งานที่เราทำก็ยังเติบโต จนมีรายได้มากพอที่จะแบ่งเบาภาระหนี้สินทางบ้าน...ขอบคุณครับ

ตอบ เรื่องของความทุกข์นั้นเป็นสัจจะธรรม ไม่มีใครหนีพ้น เพราะไม่ทุกข์กาย ก็ทุกข์ใจค่ะ

และความทุกข์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดจากวิบากกรรมเก่าที่เราต่างทำมาเองทั้งสิ้น เมื่อเราสามารถเข้าใจในเรื่องกรรมและผลของกรรมได้ดีแล้ว เราก็จะวางใจได้ไม่มากก็น้อยนะคะ

และที่ถามว่า.."เราควรมีวิธีปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้เราไม่เครียด ไม่ทุกข์ในการทำงาน"

ขอแนะนำว่าขอให้เราตั้งใจทำงานด้วยความสุจริตยุติธรรมเพียงเท่านี้ก็จะมีแรงขับเคลื่อนชีวิตได้ ประกอบกับมีความขยันหมั่นเพียรไม่ท้อแท้ และท่องในใจเสมอว่า ในทุกๆที่นั้นมีปัญหาทั้งสิ้น

แต่ขอให้ท่องไว้ว่าไม่มีใครตั้งใจจะสร้างปัญหาให้เราหรอกค่ะ ไม่มีใครพูดหรือทำให้เราโกรธหรอก เราเองทั้งนั้นที่เป็นผู้รู้สึกเช่นนั้นเอง และที่สำคัญอย่าหวังอะไรมากเกินไป ยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงจะดีที่สุด


โดย น้องกิ๊ฟ [8 ต.ค. 2551 , 14:06:52 น.] ( IP = 125.27.172.219 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟค่ะ ที่ได้นำความรู้มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [9 ต.ค. 2551 , 22:40:12 น.] ( IP = 58.8.55.7 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org