มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บุญและบาปนั้นเกิดได้อย่างไร?








ตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้ว


ถาม คนชอบพูดเพ้อเจ้อ ปากคอเรอะร้าย พูดให้คนเจ็บใจ เจตนาให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้มมัวเมา อย่างรายการผู้หญิงรายการหนึ่งพิธีกรปากจัดมาก แต่ทำไมถึงได้ดิบได้ดี มีแต่คนชอบ

ตอบ คิดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะคะ เพราะการที่คนเราได้รับอะไรในชีวิตดีๆนั้น เกิดจากเหตุอดีตเขาทำมาดีค่ะ เช่นผลของทานนั้น ให้ผลคือ เป็นที่รักของคนหมู่มากเป็นตน แต่ถ้าเป็นผลของของอภิชฌา จะปรากฏผลให้ผู้ที่ได้รับนั้น คือเสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี..มีผู้เกลียดชังมากเป็นต้น.

และอดีตเหตุกับปัจจุบันเหตุ ก็ต่างกันนะคะที่ว่าต่างกันนี้พี่ดอกแก้วมุ่งหมายถึงตรงการให้ผลของกรรม ดังนั้นการที่คนเราทำดี ผลจะปรากฏเลยทันทีนั้นดูจะเห็นได้ยาก เพราะเป็นการให้ผลของชวนะดวงที่ ๑ เท่านั้นแต่ชวนะดวงที่ ๗ ให้ผลในชาติหน้าค่ะ ตรงนี้ละคะชีวิตที่ไปจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่ชวนะดวงที่ ๗ ที่จะเป็นตัวกำหนดให้ ส่วนดวงที่ ๒ ถึงดวงที่ ๖ ก็ยังคงมีอำนาจในการให้ผลแก่ชีวิตอยู่เสมอตราบที่ชีวิตยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่

ขอให้พยายามหาสิ่งที่เป็นประโยชน์คิดดีกว่านะคะ อย่ามองอะไรไปไกลตนเองเลย และขอให้พยายามหลีกเลี่ยงในการถามที่เจาะจงไปยังบุคคลอื่นเถิดค่ะ เพราะนอกจากไม่ดีแล้ว ทางลานถามตอบธรรมะของเรานี้ มุ่งหมายเพื่อให้ความรู้ตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าค่ะ ทางเราจะไม่วิจารณ์ใดๆ หรือใครๆ เพราะไม่ยังประโยชน์เลยนะคะ.

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [9 ต.ค. 2551 , 14:05:59 น.] ( IP = 125.27.175.73 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ถาม ธรรมสำหรับคู่สามี-ภรรยา มีอะไรบ้างคะ เคยได้ฟังมาจากที่หนึ่ง จำไม่ได้แน่ คลับคล้ายว่าจะมี ขันติ-ทมะ-วิริยะ แหละคะ

ตอบ สวัสดีค่ะ เรื่องธรรมที่ใช้ในการครองคู่นั้น ก็ได้แก่ธรรม ๔ ประการคือ

๑.สัจจะ ได้แก่มีความจริงต่อกัน คือจริงทั้งคำพูดและจริงใจต่อกันและกัน

๒.ทมะ คือรู้จักข่มอารมณ์ตนเองได้ ไม่วู่วาม ไม่ใช้อารมณ์ในการอยู่ร่วมกัน

๓.ขันติได้แก่มีความอดทนอดกลั้น ไม่ถืออารมณ์ตนและกันและกันเป็นใหญ่

๔.จาคะคือต่างต้องมีความเสียสละได้ ไม่ตระหนี่นั่นเอง

เพราะธรรม ๔ ประการดังกล่าวนั้น ทำให้สามารถรักษาชีวิตคู่ให้ราบรื่นได้ค่ะ เพราะจะทำให้เกิดการไว้เนื้อเชื่อใจกันและเห็นใจกัน และสามารถปรับสถานการณ์ให้ดีได้นะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ต.ค. 2551 , 14:06:34 น.] ( IP = 125.27.175.73 : : )


  สลักธรรม 2



ถาม อยากทราบว่า ธรรมะที่ใช้ในการศึกษาเล่าเรียน มีอะไรบ้าง

ตอบ ทุกอย่างที่จะทำให้เรานั้นมีคุณภาพในการศึกษาไม่ว่าจะเป็นวิชาทางโลก หรือทางธรรม ขั้นแรกต้องอาศัยศรัทธาก่อนอื่น เพราะความศรัทธาหมายถึงความเลื่อมใสก็ก็ผิด แต่ถ้าแปลตรงๆแล้วก็คือความปลงใจเชื่อถือนั่นเอง

การที่เราจะเรียนอะไรสักอย่างหนึ่งนั้น ถ้าลงไม่เชื่อในผลที่จะบังเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะกระตุ้นให้เกิดความเพียร แต่ถ้าจิตมีความศรัทธาเลื่อมใสแล้ว ก็จะเป็นตัวการให้เกิดวิริยะคือความเพียรตามมาและความตั้งมั่นในการศึกษาวิชาเหล่านั้นได้

ประกอบกับต้องมี สุ จิ ปุ ลิ อันเป็นหลักในการศึกษา และก็ยังไม่พอถ้าอยากให้เกิดความคล่องแคล่วในวิชานั้น ต้องหมั่นทบทวนจริงๆ

แต่ถ้าคุณต้องการจะศึกษาธรรมะของพระพุทธองค์แล้ว ขอแนะนำอีกสักนิดว่า...คุณจะต้องสร้าง ฉันทะคือความพอใจที่รู้ว่า ธรรมะนั้นมีค่ามีประโยชน์จริงแท้แน่นอนทีเดียวค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ต.ค. 2551 , 14:06:57 น.] ( IP = 125.27.175.73 : : )


  สลักธรรม 3



ถาม พรหมภูมินั้นมีอยู่เท่าไหร่ และภวัคคพรหมหมายถึงพรหมประเภทไหน

ตอบ ภวัคคพรหมนี้หมายถึง พรหมที่อยู่ในยอดภพ คืออยู่ในภพสูงสุด

บุคคลที่เป็นพรหมนั้นย่อมเกิดในพรหมภูมิ ไม่เกิดในภูมิอื่น ไม่ว่าจะเป็นมนุสสภูมิหรือเทวภูมิ ๖ ชั้น

พรหมภูมินั้นมีอยู่ ๒๐ ภูมิ คือภูมิของพรหมที่มีขันธ์ ๕ ครบ มี ๑๕ ภูมิ คือ ปฐมฌานภูมิ ๓ ชั้น....ทุติยฌานภูมิ ๓ ชั้น....ตติยฌานภูมิ ๓ ชั้น....จตุตถฌานภูมิ ๖ ชั้น....และภูมิที่มีขันธ์เดียวคือรูปขันธ์อีก ๑ ภูมิ คืออสัญญสัตตภูมิ ๑ จึงเป็นรูปพรหมภูมิ ๑๖ ชั้น กับภูมิของอรูปพรหมอีก ๔ ชั้น จึงรวมเป็นพรหมภูมิ ๒๐ ชั้น

ภูมิที่สูงสุดในฝ่ายรูปพรหมภูมิมี ๒ ภูมิ คือ เวหัปผลาภูมิ กับอกนิษฐาภูมิ ภูมิที่สูงสุดในฝ่ายอรูปพรหมภูมิคือ เนวสัญญายตนะภูมิ ภูมิทั้ง ๓ นี้ท่านจัดไว้เป็นยอดภูมิ คือ

เวหัปผลาภูมินั้น จัดเป็นยอดภูมิของปุถุชน หมายความว่าปุถุชนที่ได้รูปฌานต้องเกิดในพรหมภูมิแน่นอน แต่เกิดได้อย่างสูงสุดก็เพียงเวหัปผลาภูมิเท่านั้น ไม่เกิดสูงกว่านั้น

เพราะฉะนั้น เวหัปผลาภูมิจึงเป็นยอดภูมิของปุถุชน เรียกว่าปุถุชนภวัคคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ต.ค. 2551 , 14:07:28 น.] ( IP = 125.27.175.73 : : )


  สลักธรรม 4



ส่วนสุทธาวาสภูมิอีก ๕ ชั้นมี อวิหา อตัปปา สุทัสสา สุทัสสี และอกนิษฐานั้น เป็นภูมิที่อยู่ของพระอนาคามี ที่ได้จตุตถฌานที่ ๔ โดยจตุกนัย หรือปัญจมฌาน ฌานที่ ๕ โดยปัญจกนัยเท่านั้น ผู้ที่ไม่ได้ฌานที่ ๔ หรือ ฌานที่ ๕ และไม่ใช่พระอนาคามีแล้วจะขึ้นไปเกิดในสุทธาวาสภูมิ ๕ ภูมินี้ไม่ได้เด็ดขาด

และใน ๕ ภูมินี้ อกนิษฐาภูมิเป็นยอดภูมิ เป็นภูมิสูงสุด จัดเป็นอริยภวัคคะ คือยอดภูมิของพระอริยะ

สำหรับยอดภูมิทั้งสองที่กล่าวมาแล้ว เป็นพรหมภูมิของพรหมที่มีขันธ์ ๕ ครบ เรียกว่าเป็นยอดภูมิของปัญจโวการภูมิ

ส่วนยอดภูมิของพรหมที่มีเพียงนามขันธ์ ๔ ขันธ์ ไม่มีรูปขันธ์ ที่เรียกว่าจตุโวการภูมินั้น คือเนวสัญญานาสัญญายตนะภูมิ

อรูปพรหมภูมิ ภูมินี้จัดเป็นยอดภูมิของทั้งปุถุชนและพระอริยบุคคลที่ได้อรูปฌานที่ ๔ คือได้เนวสัญญานาสัญญายตนะฌาน หมายความว่า...ปุถุชนที่ได้อรูปฌานที่ ๔ ตายแล้วต้องเกิดในเนวสัญญานาสัญญายตนะภูมินี้ ไม่เกิดที่อื่น แม้พระอริยบุคคลมีพระโสดาบัน จนถึงพระอนาคามีที่ได้อรูปฌานที่ ๔ ก็ต้องเกิดในเนวสัญญานาสัญญยตนะภูมินี้เท่านั้นไม่เกิดที่อื่น

เพราะฉะนั้น เนวสัญญานาสัญญยตนะภูมิจึงได้ชื่อว่า สัพพภวัคคะ คือยอดภูมิของทั้งปุถุชนและพระอริยบุคคลที่มีเพียงนามขันธ์ ๔ นี่เป็นการแบ่งยอดภูมิโดยละเอียด แต่สำหรับบางแห่ง ท่านมุ่งเอายอดภูมิที่มีขันธ์ ๕ คือสุทธาวาสภูมิชั้นที่ ๕ คืออกนิษฐาภูมิเท่านั้นก็มี

ขอสรุปว่า ภวัคคพรหมนั้นหมายถึง พรหมที่อยู่ในยอดภูมิทั้ง ๓ ภูมิใดภูมิหนึ่ง คือเวหัปผลาภูมิ ๑ อกนิษฐาภูมิ ๑ และเนวสัญญานาสัญญยตนะภูมิอีก ๑

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ต.ค. 2551 , 14:07:56 น.] ( IP = 125.27.175.73 : : )


  สลักธรรม 5



ถาม อธิบายให้หน่อยครับว่า.. บุญและบาปนั้นเกิดได้อย่างไร? ไม่ใช่ไม่เชื่อแต่ไม่เข้าใจครับ

ตอบ คงเคยศึกษาพระอภิธรรมมานะคะ จึงถามคำถามแบบนี้มา ยินดีด้วยนะคะ เพราะการศึกษาพระอภิธรรมเท่านั้น สามารถจะบ่งชี้ให้เห็นถึง สภาพการเกิดของจิตบุญจิตบาปได้ค่ะ

ตามธรรมชาติของจิต เมื่อมีอารมณ์มาปรากฏทางทวารใด จิตหรือวิญญาณจะเกิดขึ้นเพื่อรับอารมณ์ทางทวารนั้น เช่น เมื่อมีเสียงมาปรากฏทางหู โสตวิญญาณวิถีจะเกิดขึ้นเพื่อรับรู้เสียงนั้น โสตวิญญาณจะเกิดดับเร็วมาก เป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน สลับกับมโนวิญญาณวิถีที่เกิดขึ้นทางใจ เพื่อตีความหมายของเสียงที่กำลังปรากฏอยู่

เมื่อรู้ความหมายว่าเป็นเสียงที่มาชื่นใจหรือที่ถูกใจก็จะมีความยินดีพอใจ แต่หากเป็นเสียงด่าก็จะเกิดโทสะขึ้นมา เรียกว่าเกิดโทสะชวนะค่ะ

ถ้ามีสติยับยั้งไว้ได้ก็ดีไป แต่เมื่อใดที่ขาดสติก็จะเกิดการตอบโต้ ทางกาย (กายกรรม) เช่น ไปชี้หน้า ตบหน้าผู้ที่กำลังด่าเรา หรือทางวาจา (วจีกรรม) เช่น ต่อว่าต่อขานหรือไม่ก็ด่าตอบไปทันที ซึ่งเป็นการสร้างกรรมใหม่ ที่จะต้องได้รับผลของกรรม (วิบาก) ในอนาคตต่อไปค่ะ

ใจจะเป็นผู้สั่งให้เกิดการกระทำ ทางกายและทางวาจา ทั้งที่เป็นบุญ (กุศลกรรม) และที่เป็นบาป (อกุศลกรรม) บางครั้งก็เพียงแต่คิดไว้ในใจ (มโนกรรม) โดยที่ไม่ได้แสดงออกทางกาย หรือ ทางวาจาเลยก็มี การแสดงออกทางกายและทางวาจาที่เป็นบุญ เรียกว่า กายสุจริต วจีสุจริต ส่วนการแสดงออกทางกายและทางวาจา ที่เป็นบาป เรียกว่า กายทุจริต วจีทุจริต

กรรมที่ทำด้วยเจตนาดีนั้น ผลลัพธ์จะออกมาเป็นความสุข ท่านเรียกว่า บุญ ส่วนกรรมที่ทำด้วยเจตนาไม่ดี มีจิตเศร้าหมอง และจะส่งผลออกมาเป็นความทุกข์ ท่านเรียกว่า บาป

กรรมที่กระทำไว้แล้ว ไม่ว่าดีหรือชั่วย่อมไม่สูญหายไปไหน เพราะกรรมสามารถติดตามไปให้ผลได้ ทั้งในชาตินี้แล้ชาติหน้าค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ต.ค. 2551 , 14:08:33 น.] ( IP = 125.27.175.73 : : )


  สลักธรรม 6



เราสั่งสมกรรมไว้ได้อย่างไร? มีที่เก็บไว้อย่างไร? ใครเป็นผู้เก็บไว้ให้นั้น? ท่านต้องเข้าใจนะคะว่า คือบุญบาปที่เราทำไว้นั้น ไม่ต้องมีใครมาติดตามจดบันทึกไว้ เพราะจิตมีอำนาจวิเศษอย่างหนึ่ง ในการสั่งสมบุญและบาป

เมื่อเราได้กระทำกรรมใด ๆ ลงไป ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว แม้จะนานสักเพียงใดก็ตาม จะกี่ภพกี่ชาติก็ตาม ผู้กระทำย่อมจะต้องได้รับผลของบุญ และบาปเมื่อกรรมมีโอกาสส่งผล

ถึงแม้จิตจะเกิดดับอยู่ตลอดเวลาก็ตาม แต่ผลกรรมที่ได้กระทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นบุญ หรือเป็นบาป ก็จะไม่สูญหายไปพร้อมกับการดับของจิตแต่ละดวง ทั้งนี้ เพราะจิตดวงที่เกิดขึ้นใหม่ มีเหตุปัจจัยมาจากจิตดวงเก่าดับลงและจิตดวงใหม่ที่เกิดขึ้นมานั้น ก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยให้แก่จิตดวงต่อไปเช่นกันค่ะ

การที่จะเกิดมาเป็นมนุษย์ได้นั้น จะต้องอาศัยผลของบุญกุศลในอดีต ครั้นหมดเหตุหมดปัจจัยของบุญกุศล ก็ต้องตายไปจากโลกมนุษย์

เมื่อตายไปแล้วก็ต้องเกิดอีก การเกิดใหม่ก็ต้องอาศัยเหตุปัจจัยชุดใหม่ ทำให้ชีวิตเกิดขึ้นมาใหม่อีก สุดแล้วแต่เหตุปัจจัยใหม่นี้จะเป็นกุศลหรืออกุศล

ถ้าเป็นกุศลก็จะปฏิสนธิ (เกิด) ในสุคติภูมิ คือเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดา

ถ้าเป็นอกุศลก็จะปฏิสนธิในอบายภูมิ คือ เกิดเป็นสัตวนรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉาน แล้วแต่เวรกรรมของตน เพราะชีวิตของคนเราและสัตว์ทั้งหลายต้องเวียนเกิดเวียนตาย ตามอำนาจของกรรมและกิเลส อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยค่ะ


โดย น้องกิ๊ฟ [9 ต.ค. 2551 , 14:09:13 น.] ( IP = 125.27.175.73 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณน้องกิ้ฟมากๆครับ ที่ได้เอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการคิดมาฝากเสมอเลย

เรื่องของกรรม และผลของกรรมนี้ มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใดเลยจริงๆนะครับ

โดย พี่เณร [9 ต.ค. 2551 , 18:23:02 น.] ( IP = 58.9.135.249 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟค่ะ ที่ได้นำความรู้มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [9 ต.ค. 2551 , 22:40:55 น.] ( IP = 58.8.55.7 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณและอนุโมทนาในกุศลอาจิณณกรรมค่ะน้องกิ๊ฟ

โดย พี่ดา [10 ต.ค. 2551 , 20:59:15 น.] ( IP = 58.9.142.29 : : )


  สลักธรรม 10

มีสามีเจ้าชู้แต่ไม่ยอมเลิกรากับเราอยากทราบวิธีทำอย่างไรถึงจะหมดเวรหมดกรรมกับผู้ชายคนนี้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครที่เป็นเนื้อคู่ของเรา

โดย คนสิ้นหวัง [5 ม.ค. 2552 , 23:56:50 น.] ( IP = 222.123.217.132 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org