มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไม่ได้เป็นผู้สิ้นคิด








ไม่ได้เป็นผู้สิ้นคิด


เช้าวันนี้ ก่อนที่จะสวดมนต์ทำวัตรเช้าอาจารย์บุษกรได้เข้ามาในห้องก่อนเวลากว่าครึ่งชั่วโมง แม้ว่าจะยังอยู่ในสภาพอิดโรยเนื่องจากปัญหาสุขภาพที่รุมเร้ามาตลอดสัปดาห์ ที่ท่านก็พยายามที่จะรักษามาตรฐานของกุศลในชีวิตไว้ให้ดีที่สุด ท่านได้มาพูดคุยทักทายกับลูกศิษย์หลายที่เข้ามารออยู่ก่อนและนำปัญหาธรรมเกี่ยวกับศีลบางข้อมาอธิบายให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจในพระวินัยบางประการที่ยากแก่บุคคลในสมัยนี้จะเข้าใจได้ และเมื่อถึงเวลาสวดมนต์ทำวัตรเช้าแล้วท่านก็ได้กล่าวนำขึ้นว่า

"ด้วยศรัทธานี้มีมอบให้พี่น้องทุกคน" จากเนื้อเพลงสลักธรรมที่เราทุกคนได้ยินกันอยู่นี้ก็เหมือนใจที่รู้สึกอยู่ ก็เพราะต้องเรียนท่านว่าขณะนี้ไม่สบายมาก ทุกวันนี้ยังต้องให้ออกซิเจน และหลังจากที่ออกจากห้องนี้ไปแล้วก็ต้องให้ออกซิเจนอีก แต่ด้วยศรัทธาที่มีให้พี่น้องทุกคนที่เกิดขึ้นจากความมั่นใจที่เชื่อแน่ว่า ทำดีย่อมต้องได้ดี การที่เรานึกดี คิดดี และตั้งจิตไว้ชอบด้วยการใฝ่อยู่ในกุศลผลบุญ ..กุศลย่อมต้องคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมแน่นอน

ชีวิตที่ผ่านภาวะวิกฤตมาหลายๆ ครั้ง แต่ก็อยู่มาได้ก็เพราะว่าบุญ การผ่านความรู้สึกอึดอัดที่หายใจไม่ออกเมื่อวานนี้และวันนี้แต่ยังมาที่นี่ได้อยู่ก็เพราะว่าบุญคุ้มครอง และไม่ยอมให้ตนเองจมอยู่ในความทุกข์อันเป็นวิบากขันธ์ แต่จะมาอาศัยขันธ์นี้ทำคุณงามความดีให้มากขึ้น และก็เห็นชัดจริงๆ เลยว่า ขณะใดที่กำลังทำความดีอยู่คิดดีอยู่นี้อำนาจอกุศลวิบากก็จะเบาบางลง อาการป่วยก็จะไม่ค่อยปรากฏ แต่เมื่อใดที่เราหยุดงานตรงนั้นลง โดยไม่ได้ไปทำชั่วอะไรแต่วิบากมันก็ยังมีโอกาสอยู่ เพราะเหมือนไม่มีรัศมีอะไรมาคุ้มครองหรือเป็นเช่นกระจกมากั้นวิบากที่พุ่งแรงเข้ามา

ฉะนั้น ตอนนี้ยังมีกำลัง มีศรัทธาที่จะมอบให้ทุกคนอย่างเสมอต้นเสมอปลายจนกว่าชีวิตจะทำงานไม่ได้ หรือคลานมาไม่ได้ ก็ขอเชิญชวนทุกท่านให้ตั้งใจเชื่อกันเถอะว่า ทำดีย่อมต้องได้ดี

พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ ..สามประการนี้ ขอให้เรานึกถึงและมีอยู่ตลอดเวลาในจิตใจของเรา และทั้งสามประการคือพระรัตนตรัยนี้ให้ท่านเชื่อเถิดว่า จะเป็นที่พึ่งในยามที่เรามีความทุกข์ได้ ในยามที่เราว้าเหว่ เหงา เศร้า ซึม เซ็ง เครียด เบื่อ กลุ้ม ..ให้มีพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ เป็นเครื่องระลึกนึกถึงตลอดเวลา เพราะจะทำให้เกิดความชื่นใจ มีความสุขใจ สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งดีที่สุดในโลกไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว จึงขอเชิญชวนท่านเพื่อจะได้ไหว้พระสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยที่ประเสริฐสุดและดีที่สุดในโลกนี้โดยพร้อมเพรียงกัน

ขอให้มองไปที่องค์พระปฏิมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเคารพนบนอบทั้งกายและใจ เทิดทูนบูชาไว้เหนือยิ่งชีวิต แล้วกล่าวคำว่า พุทธง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ...

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [12 ต.ค. 2551 , 22:45:41 น.] ( IP = 58.9.104.174 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



หลังจากที่การสวดมนต์จบลงแล้ว ท่านอาจารย์ได้กล่าวนำทุกคนว่า "ด้วยความเคารพเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ พร้อมน้อมกายถวายชีวิตเพื่อจะลิขิตทางกุศล หาผลแห่งความเจริญ มีการศึกษาพระอภิธรรมปิฎกให้เกิดขึ้นในชีวิตอย่างมีความเข้าใจ มีความรู้แจ้ง ในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นสืบต่อกันมาด้วยเจตนานี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายขออัญเชิญคุณพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ โปรดคุ้มครองข้าพเจ้า โรคภัยไข้เจ็บที่ได้รับอยู่ในขณะนี้ จงเบาบางจางห่างไปจากชีวิตของข้าพเจ้า ในขณะที่ข้าพเจ้ามีความตั้งใจที่จะกระทำคุณงามความดี มีการเจริญสติปัญญาเป็นต้น มีความพอใจที่จะศึกษาเล่าเรียน และเผยแพร่พระธรรม มีจิตตั้งมั่นไม่หวั่นไหวไปในอาการต่างๆ ตั้งมั่นอยู่ในกุศลและเพียรสืบสาวตนเอง ถึงที่มาของโรคภัยไข้เจ็บ รู้เรื่องกรรม เรื่องผลของกรรม จึงตั้งตนไว้ชอบประกอบไปด้วยความตั้งมั่น ขออานุภาพแห่งพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ จงทำให้ข้าพเจ้ามีความสดชื่นทั้งกายและใจด้วยเทอญ"

ต่อจากนั้นท่านก็ได้แผ่เมตตาและหันมากล่าวกับทุกคนว่า ..อย่างที่ได้บอกกับทุกท่านว่า"ด้วยศรัทธานี้มีมอบให้พี่น้องทุกคน" เพราะเนื้อเพลงที่ได้ยินนั้นตรงกับเสียงของหัวใจ เพราะเสียงของหัวใจก็คือ "ต้องมา ต้องไหว ต้องทำได้" เพราะมีความรู้สึกว่าชีวิตเป็นของทุกๆ ท่าน แต่ไม่ได้เป็นของตัวเอง และก็เพื่อจะมาเป็นแกนหลักส่วนหนึ่งที่พยุงใจท่านให้ก้าวเข้ามาทำความดีเพราะชีวิตอยู่ยาก เราจะต้องสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ สู้กับเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นวิบากรรมอย่างที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ชีวิตของเราก็เหมือนกับการพายเรืออยู่ตามลำพังลำเดียว ..นี่คือเรือชีวิตที่มีหัวใจเป็นผู้พาย ให้แล่นไปทางซ้าย แล่นไปทางขวา แล่นมาที่นี่ ..เรือชีวิตของเราต้องโต้กับคลื่นคือคลื่นวิบาก ก็เหมือนกับตนเองที่ตอนนี้วิบากไม่ค่อยดีมีความไม่สบายมากๆ พรุ่งนี้ก็คงต้องไปโรงพยาบาล เมื่อวานคิดว่าถ้าไม่ไหวก็คงจะไม่มา เพราะเมื่อกลับไปถึงบ้านแล้วก็ต้องให้ออกซิเจน เมื่อเช้าก็เกือบจะต้องให้แต่เพราะมีความสดชื่นจากการที่คิดว่า เดี๋ยวก็ต้องได้มาเจอกับทุกท่าน ..ก็เลยทนได้

ตอนที่สวดมนต์ก็รู้สึกเหนื่อยมาก ก็เลยเจริญอิทธิบาทสี่ตามที่ท่านได้กล่าวตาม เพื่อจะได้อาศัยบาทของคุณงามความดีมาเป็นที่ส่องทาง ว่าเราจะต้องเดินทางนี้ด้วยความตั้งมั่นคือ ฉันทะ..พอใจที่จะทำคุณงามความดี มีความเพียร..พยุงกายและใจอยู่ในทางดี มีจิตไม่หวั่นไหว...ต่อสิ่งที่เป็นวิบากที่ทำให้เหนื่อยมากๆ ก็มุ่งไปแม้นตายไม่ว่าขอให้ได้ทำความดี และก็รู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าสิ่งที่มาเกิดนี้เป็นอาการ และอาการที่เกิดนั้นเป็นวิบากรรมที่มาทำให้เห็นเป็นคลื่นมาสัดสาดทำให้เรือโคลงเคลงแต่ใจของเรายังพยุงอยู่ได้

เมื่อได้อาศัยการเจริญอิทธิบาทนี้ก็ทำให้รู้สึกหายใจดีขึ้นบ้างแล้ว เรือชีวิตของแต่ละคนได้โต้คลื่นคือคลื่นวิบากกันมา ก็อยู่ที่ว่าเราจะไม่หวั่นไหวจะตั้งมั่นรู้จักกรรม รู้จักวิบากของเราขนาดไหน วันนี้ก็จะพยายามทำกรรมสู้กรรมวิบากและจะพยายามทำกรรมใหม่ให้ดีไม่ต่างไปจากเดิมให้ได้ แต่ก่อนที่จะไปอธิบายเรื่องในพระสูตรบางเรื่องนั้นก็ขอหยุดการพูดก่อนสักนิดหนึ่งเพื่อที่จะมารู้เหมือนกันว่า ..เรือลำน้อยที่ยาววาหนาคืบของเราที่มีใจเป็นผู้พายนี้ มันอยู่ยากอย่างไร? แล้วควรจะทำอย่างไร? จึงขอให้ทุกคนฟังเพลงที่ตนเองได้แต่งขึ้นนี้เพื่อกล่อมใจสร้างทางไปที่ดีกว่าเดิม

เพลงชลาลัย

ในนทีชีวิตที่แสนยาก ในนทีที่หลากต่างกันเหลือ

ต่างล่องลอยตามกรรมต่างนำเรือ ล่องลอยเหลือ หลบเร้นเช่นๆ กัน

โอ้เอ๋ย โอ้ชีวิต..ใครหนอสรรสร้าง ให้เรือชีวิตแล่นเคว้งคว้าง จบลงด้วยความอัปปางต่างๆ กัน

นทีธรรมนำล่องฟ้า..ดุจดาวเดือนดาราพาสดใส หากนทีแห่งชีวิตลอยล่องไปคงสุขใจไปนิรันดร์

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2551 , 22:46:11 น.] ( IP = 58.9.104.174 : : )


  สลักธรรม 2



เป็นความจริงที่เรือชีวิตของเราก็จบลงด้วยความอัปปางต่างๆ กัน ขณะที่เสียงเพลงนี้ยังดังอยู่ตัวเองก็มองไปที่ภาพของพระครูทั้งสามท่านก็รู้สึกชื่นใจแล้วก็อยากเป็นเช่นท่าน ไม่ว่าจะมองไปที่ภาพของครูท่านไหนก็ได้รับคำประโยคเดียวคือ คนดี..ที่ตายแล้ว

รูปที่เราเห็นอยู่นี้เป็นรูปของคนดีที่ตายแล้ว แต่เรายังไม่ตาย และในอนาคตเราก็ต้องตาย ฉะนั้น ชื่อเรา รูปเรา หรือคนที่รู้จักเรา..จะนึกถึงเราเหมือนที่เรานึกเมื่อเห็นภาพพระครูทั้งสามท่านไหม? ว่า ท่านเป็นคนดี..ที่ตายแล้ว เมื่อเราต้องการเป็นอย่างไรเราก็ต้องเดินทางนั้นด้วยตัวเอง

ไม่มีใครทำอะไรแทนใครได้ถ้าหากเราไม่ช่วยตนเอง ..ชีวิตแต่ละคนจึงต้องสู้ ต้องบากบั่น อดทนอดกลั้นต่อความลำบาก ต่อทุกขเวทนาที่เกิดขึ้น เพราะว่าไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่จะเกิดมาแล้วปฏิเสธไม่พ่วงเอาทุกข์ติดตามมาได้ ทุกคนจึงมีทุกข์ทั้งนั้นทั้งทุกข์ประจำทุกข์จร

โรคภัยไข้เจ็บก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะมาบั่นทอนร่างกายและจิตใจของเราให้ทรุดลงไปได้ แต่ถ้าเผื่อเราสามารถระลึกได้ว่า เราทำมาเอง ขณะนี้ถึงเวลามีหนี้มาทวงแล้วเราก็ต้องใช้หนี้ไป ..อย่าไปรั้งหนี้เอาไว้ แต่เราก็ยังมีทุนเราก็หยิบใช้หนี้ไป คือการตั้งใจทำความดีแม้ความดีนั้นจะเป็นเฮือกสุดท้ายของชีวิตก็ทำไปเถอะ เพราะทำดีย่อมต้องได้ดีแน่ ทำชั่วก็ย่อมต้องได้ชั่ว และก็ใครทำใครได้ ทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว

ซึ่งมีเรื่องมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้ เป็นเรื่องที่สอนใจได้ดีมาก แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่น่าพิสมัยเลย แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคนี้อย่างมากมายคือเรื่องกรรมของคนเจ้าชู้

ศีลห้าคือข้อวิรัติที่ทำให้เป็นคนดี การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด ไม่เสพสุรายาเมา ศีลห้านี้เป็นรากฐานเป็นโครงสร้างที่จะทำให้คุณงามความดีต่างๆ เจริญไพบูลย์ขึ้นมาได้ ก็เพราะอาศัยศีล

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2551 , 22:46:29 น.] ( IP = 58.9.104.174 : : )


  สลักธรรม 3



ในศีลข้อที่สามคือ กาเมสุมิจฉาจาร..ท่านบอกว่าบุคคลใดเสพส้องแล้วทำให้มากแล้วย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อนรก เพื่อกำเนิดในสัตว์เดรัจฉาน เพื่อวิสัยแห่งเปรต วิบากของกาเมสุมิจฉาจารนี้อย่างเบาที่สุดเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วก็เป็นไปพร้อมกับการมีศัตรู มีเวร และไม่เป็นที่รักของใครๆ เลย

นี่ก็คือเรื่องหนึ่งที่เราจะได้รับทราบเพื่อจะได้รู้ว่า มันไม่ดีเลยนะ เพราะผลมันมากมายเหลือเกินทำให้เราต้องท่องเที่ยวอยู่ในอบายภูมิเบื้องต่ำ เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วก็ไม่มีใครมารักเราเลย

เบื้องหลังของเราทุกๆ ชีวิตนี้ ถ้าหากเราสามารถนึกย้อนกลับไปดูได้ และเห็นอดีตตนเองซึ่งเป็นที่มาของปัจจุบัน โดยในอดีตชาติที่เกิดๆ มานับชาติไม่ถ้วน เราแต่ละคนก็เคยทำกรรมดีเคยทำกรรมชั่วมาทั้งสิ้น ถ้าหากเราได้ทำกรรมดีไว้มากๆ ก็จัดได้ว่าเป็นความสว่างของชีวิต ส่วนความชั่วก็เป็นมุมมืดของชีวิต เพราะบาปกรรมที่เราทำเอาไว้ในอดีตทำให้ชีวิตของเรายังไม่มีอะไรสมบูรณ์ บางครั้งเราจะเห็นได้ว่าเรามีทั้งสุขมีทั้งทุกข์คละเคล้ากัน เดี๋ยววันนี้สบาย เดี๋ยววันนี้ไม่สบาย เป็นต้น

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมารู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออกแต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว นี่ก็จะเห็นว่าเดี๋ยวก็ไม่สบาย เดี๋ยวก็สบาย เป็นสุขทุกข์ที่สลับกันเพราะวิบากมาให้ผล เหมือนคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งที่ไม่ได้มีเพียงคลื่นเดียว พอคลื่นลูกนี้ซัดไปแล้ว คลื่นอีกลูกหนึ่งก็ซัดต่อมาอีกเรื่อยๆ

คลื่นลูกแรกอาจจะเป็นวิบากอกุศลโหมเข้ามา แล้วมันก็หายไป คลื่นลูกที่สองซัดมาก็รู้สึกสบายแล้ว ฉะนั้น ทำไมดูคนนี้สบาย เดี๋ยวไม่สบาย เดี๋ยวพูดได้ เดี๋ยวพูดไม่ได้ นี่แหละคลื่นกรรม เกลียวคลื่น ด้วยแรงกรรมที่ไม่เหมือนกัน มันพร้อมจะส่งผลทั้งดีทั้งชั่ว อยู่ที่ว่าเราตั้งรับถูกหรือเปล่า เท่านั้นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2551 , 22:46:55 น.] ( IP = 58.9.104.174 : : )


  สลักธรรม 4



พระบาลีที่มีปรากฏในพระอภิธรรมปิฏกกล่าวเป็นคาถาว่า กาเมสุมิจฉาจารอันบุคคลเสพซ้องแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อนรก เป็นไปพร้อมเพื่อกำเนิดเดรัจฉาน เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรต และวิบากของกาเมสุมิจฉาจาร อย่างเบาๆ ที่สุด เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ก็พร้อมที่จะเป็นไปเพื่อผู้มีศัตรูมาก เป็นผู้มีเวรมีภัยมาก และไม่เป็นที่รักของคนอื่น

เพราะความเจ้าชู้ ทำให้เกิดความระแวงกัน คือถ้าในครอบครัวที่มีภรรยาเจ้าชู้หรือสามีเจ้าชู้ พอกลับบ้านไม่ตรงเวลาก็จะทำให้เกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นยังมีศัตรูมากและทำให้ไม่เป็นที่รัก ดังเรื่องในอดีตชาติของภิกษุณีท่านหนึ่ง หลังจากท่านปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวทางที่พระพุทธเจ้า และบรรลุความเป็นพระอรหันต์พร้อมกับมีฌานจิตเกิดขึ้นด้วยนั้น ท่านก็ได้ระลึกดูประวัติในการสร้างบารมีที่ผ่านมาว่าท่านสะสมบุญอะไรไว้บ้าง ถึงได้บรรลุความเป็นอรหัตตผล

แล้วทำไมในภพชาติสุดท้ายก่อนที่ท่านจะบรรลุนั้นจึงต้องพบความทุกข์อย่างสาหัสมาก ท่านก็ระลึกถึงบุพกรรมของตนเอง โดยท่านก็ระลึกไปในชาติก่อนหน้าปัจจุบันภพนี้ก็ทราบว่าท่านแต่งงานถึงสามครั้งและถูกสามีทอดทิ้งโดยโดยไม่เหลือเยื่อใย

ท่านอยากรู้ว่ากรรมอะไรจุงถูกทอดทิ้งไม่มีเหลือเยื่อใยเลย เมื่อระลึกชาติไปดูแล้วก็พบว่า ชาติที่ผ่านๆ มา ท่านเองต้องเสวยวิบากกรรมเกิดจากการประพฤติผิดในกาม ไม่ใช่ว่ามาชาตินี้ถูกสามีทิ้งสามครั้ง อดีตชาติลึกๆ ไป ท่านเสวยผลของกาเมสุมิจฉาจารมาตลอดเลย แม้ในปัจจุบัชาตินี้ที่เกิดเป็นลูกสาวเศรษฐีที่ได้แต่งงานกับขอทานแล้วก็ยังไม่พ้นต้องเสวยวิบากจากการประพฤติผิดในกาม เขาก็ยังไม่ปรารถนาอยากอยู่ร่วมกับตนเลย

พระเถรีรูปนี้ระลึกชาติไปก็พบว่า ท่านเคยสร้างบารมีมาสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ หลายภพ ตรงนี้เป็นข้อที่ควรทราบว่า ..ผู้ที่ได้พบพระพักตร์พระพุทธเจ้าถือเป็นบุญมหาศาล เพราะเมื่อได้พบแล้วไม่มีทางที่พระองค์จะไม่สอนสั่งแนะนำอะไรให้ และเมื่อได้รับคำแนะนำจากพระองค์แล้วอดีตพระเถรีรูปนี้ก็เกิดความรู้ความเข้าใจ

และก็เลื่อมใสศรัทธา โดยในอดีตชาตินั้นพระเถรีรูปนี้ก็เคยเกิดเป็นผู้ชายมาแล้วหลายภพหลายชาติและเป็นผู้ที่เคยสั่งสมบุญเป็นอุปนิสัย ซึ่งบุญนี้มีทานศีลภาวนาเพื่อพระนิพพานเป็นเป้าหมายสูงสุด

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2551 , 22:47:29 น.] ( IP = 58.9.104.174 : : )


  สลักธรรม 5



ครั้นพอมาในเจ็ดชาติสุดท้าย ท่านก็ได้เกิดในนครใหญ่แห่งหนึ่งเป็นลูกชายของนายช่างทองที่มีสมบัติมาก และเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยรูปทรัพย์ หล่อ รวย รูปร่างหน้าตาดี จึงเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั้งหลาย ใครๆ เห็นก็เกิดความรัก เสน่หา ด้วยเหตุนี้ ลูกของนายช่างทองก็ได้ประพฤติผิดในกาม

เพราะความเจ้าชู้กับภรรยาผู้อื่นเพราะมีสตรีให้เลือกมาก และตัวเองก็มีนิสัยสำมะเลเทเมา ครั้นเมื่อตายจากภพนั้นแล้วก็ไปบังเกิดในนรกหมกไหม้อยู่อย่างยาวนาน พอพ้นจากอัตภาพสัตว์นรกแล้ว บุญที่เคยทำเอาไว้ในอดีตก็มาพยุงให้เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานถึงสามชาติ

ชาติแรกได้เกิดมาเป็นลูกวานรเพศผู้ พอคลอดมาได้เจ็ดวันก็ยังอยู่ในอกแม่ พอวานรจ่าฝูงมาเห็นเข้าก็ตรงเข้ากัดอวัยวะเพศของลูกวานรตัวนี้ทิ้ง เพราะผลกรรมของความเจ้าชู้ที่ทำมาก่อนทำให้เกิดความบกพร่องในเรื่องอวัยวะเพศ

เมื่อวานรตัวนี้ตายแล้วก็ไปเกิดเป็นแพะตาบอดและเป็นง่อย มีความเป็นอยู่ลำบากมาก เพราะมีเด็กๆ ชักชวนกันมาขี่หลังแพะตัวนี้ แต่ด้วยความตาบอดก็เดินไม่ตรงทางเพราะมองไม่เห็นจึงโดนตีได้รับทุกขเวทนา และเพราะความเจ้าชู้นั่นเองที่ทำให้อวัยวะเพศของแพะเป็นโรคหนองในจึงได้รับทุกขทรมานอย่างมากที่อวัยวะเพศมาจนตาย

จากนั้นก็มาเกิดเป็นลูกโคของพ่อค้าที่มีขนสีแดงเหมือนน้ำครั่ง มีลักษณะสมส่วนเป็นที่ดึงดูดใจของโคตัวเมียทั้งหลาย แต่ก็ต้องมาถูกตอนตั้งแต่ยังไม่โตเป็นโคหนุ่ม และก็ถูกใช้งานหนักมากจนตาบอดแล้วอยู่มาจนกระทั่งตาย

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2551 , 22:48:38 น.] ( IP = 58.9.104.174 : : )


  สลักธรรม 6



พอตายจากโคแล้วก็มากิดเป็นลูกของนางทาสี โดยมีเพศกะเทยซึ่งได้รับการดูถูกเหยียดหยามจากสังคมในสมัยนั้น เมื่อตนเองเกิดมีความวิปริตอน่างนั้นก็ไม่ได้รับความรักจากคนในครอบครัวชีวิตจึงได้พบแต่ความระทมใจตลอดมา ไปรักชายหนุ่มก็ไม่มีใครรักตอบ ไปคบหญิงสาวก็ถูกหญิงสาวหวาดระแวง ครั้นเมื่ออายุได้สามสิบปีก็ล้มป่วยตาย

เมื่อตายจากกระเทยแล้วก็มาเกิดเป็นเด็กหญิงในตระกูลช่างทำเกวียนที่เข็ญใจเพราะถูกเจ้าหนี้ตามทวงหนี้อยู่ทุกวัน เมื่อหนี้สินมากขึ้นนายช่างทำเกวียนก็ถูกนายกองเกวียนริบสมบัติรวมทั้งลูกสาวคนนี้ด้วยโดยนำไปเป็นคนรับใช้ที่บ้าน

ครั้นหญิงคนนี้อายุได้สิบหกลูกชายนายกองเกวียนก็เกิดความรักขึ้นในตัวหญิงผู้นี้จึงไปขออนุญาตภรรยาหลวงเพื่อนำนางมาเป็นภรรยาน้อย เมื่อมาเป็นภรรยาน้อยแล้วก็ยังไปพูดยุยงให้สามีกับภรรยาหลวงมีความแตกแยกจนกระทั่งต้องแยกกันอยู่ทั้งที่จริงแล้วภรรยาหลวงนี้เป็นผู้ที่มีศีลธรรม มีคุณธรรม และซื่อสัตย์ต่อสามี ..ตรงนี้ก็เป็นการสร้างกรรมใหม่

พอมาถึงปัจจุบันชาตินี้หญิงคนนั้นก็มาเกิดเป็นลูกสาวเศรษฐีในกรุงอุชเชนีและก็ถูกขอทานที่เป็นสามีทอดทิ้งก่อนที่จะเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ก็จะเห็นว่าอำนาจของกาเมสุมิจฉาจารนั้นพาไปสู่ที่ต่ำและต้องข้องแวะอยู่กับทุกขเวทนา ..อ่านเพิ่มเติมที่นี่

เวรกรรมนั้นจำเพาะเจาะจง มุ่งส่งอุดหนุนเงื่อนไข ..เมื่อมีการกระทำพฤติกรรมอันเลวร้ายเช่นในเรื่องของอวัยวะเพศกรรมก็จำเพาะเจาะจงว่าอวัยวะเพศจะต้องเป็นอย่างนี้ๆ นะ เช่นในตอนเป็นวานรก็ถูกกัดอวัยวะเพศ พอเป็นแพะก็เป็นโรคหนองใน พอมาเป็นโคก็ถูกตอน พอมาเป็นมนุษย์ก็เป็นกะเทย ...นี่จึงเรียกว่า ทำอย่างไรได้อย่างนั้น ใครทำใครได้

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2551 , 22:48:56 น.] ( IP = 58.9.104.174 : : )


  สลักธรรม 7



ที่นำเรื่องนี้มาพูดก็เพราะว่าอย่างน้อยก็มีโอกาสได้สร้างกุศลผลบุญบ้างเพราะตอนนี้สุขภาพไม่ดีเลย แต่การที่เราเลือกหางานที่ดีทำก็จะได้ผ่อนหนักเป็นเบา คือไม่จมปลักอยู่กับวิบากอกุศล และในห้องใจภักดิ์รักกุศลนั้นก็มีข้อความมาฝาก เพราะเมื่อวานเหนื่อยมากเป็นความเหนื่อยที่สะสมมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ต้องไปทำธุระเกี่ยวกับที่ดินให้มูลนิธิเมื่อกลับมาแล้วก็เป็นไข้

แต่ก็คิดว่าต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดกับภารกิจที่เหลืออยู่ โดยในระหว่างสัปดาห์ก็มีญาติธรรมมาพบซึ่งก็ได้คุยธรรมะช่วยเหลือสร้างความสุขให้แก่เขาไป พอกลางคืนวันพุธก็รู้สึกไม่สบายมากแต่ก็ขับรถไปโรงพยาบาลไม่ไหวก็ได่แต่พักจนมาถึงกระทั่งเช้าก็นึกถึงสัญญาที่รับปากกับพี่สาวที่น่ารักว่าจะมาที่มูลนิธิ

และก็เห็นว่ามีพี่อีกคนหนึ่งที่มาพักอยู่ในมูลนิธิต้องเดินทางกลับบ้านแล้ว จึงเห็นว่าโอกาสของพี่เขาที่จะได้พบและคุยกับเรานี้มีน้อยจริงๆ หนึ่งปีมีเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้นเองและเราก็ยังไม่ได้เป็นอะไรมากเรามาแชร์ความสุขให้เขาเถอะ การที่เราได้พูดกับเขาหรือแนะนำอะไรให้สักนิดนึงก็เหมือนกับการที่เราให้กำลังใจเขาให้มีแรงสู้กับชีวิตที่เป็นวิบากของเขาอย่างมากมาย

เมื่อมาแล้วก็ได้คุยธรรมะกันจนกระทั่งพี่ๆ เขาทักว่าหน้าตาไม่ดีเลย เพราะซีดเซียวมาก เมื่อคุยกับพี่ๆ เขาจบแล้วก็เลยกลับบ้านในช่วงบ่ายกลับไปเป็นลมที่บ้าน พอเช้าวันศุกร์ก็เข้ามาลงงานในกระทู้ธรรมเพราะตั้งใจว่าจะทำการงานไม่คั่งค้าง และในระหว่างที่อ่านเรื่องพระอานนท์นั้นจิตก็มีความบันเทิงในธรรมก็เหมือนกับการรักษาความเจ็บป่วยไป ในช่วงกลางวันก็มีน้องๆ มาอยู่ด้วยหลายคน และก็ต้องเติมออกซิเจนเพราะป่วยมากซึ่งปกติก็จะไม่เรียกหาออกซิเจนเพราะไม่อยากให้ใครห่วงใย

เมื่อเช้าสวดมนต์ก็เหนื่อยมากก็เลยเจริญอิทธิบาทสี่ แล้วรู้สึกดีขึ้น วันนี้ในห้องใจภักดิ์รักกุศลจึงไม่มีอะไรนอกจากจะบอกว่า

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2551 , 22:49:59 น.] ( IP = 58.9.104.174 : : )


  สลักธรรม 8




ห้องใจภักดิ์รักกุศล


ฉันเหนื่อย ..เกินที่จะคิดอะไรมาให้ แต่ฉันก็ไม่ได้เป็นผู้สิ้นคิด โดยเฉพาะการคิดใคร่ครวญในการดำรงชีวิตที่ถูก

ระยะทางที่ยาวนาน ..ตัวอักษรที่มีมากมายบนกระดาน ซึ่งเพียรบรรจงใจนำมาโปรยลงบนทางนี้ มันมากเกินชีวิตจะเรียบเรียงลงบนใจได้หมด โดยเฉพาะผู้ที่มองผ่าน อ่านผ่าน

แต่ก็ยังเชื่อว่า .. ยังมีสายตาบางคู่ เฝ้าดู และพยายามแกะรอยธรรมนี้อยู่

นี่แหละ คือ สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าสุขใจ
และก็หวังว่า ..ทางสายนี้ คงไม่เปลี่ยวนัก

บุษกร เมธางกูร
๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๑



โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2551 , 22:51:36 น.] ( IP = 58.9.104.174 : : )


  สลักธรรม 9



เพราะคิดอะไรไม่ออกจริงๆ แต่ที่บอกว่าไม่ใช่เป็นผู้สิ้นคิดก็คือ การท้อแท้ต่อวิบาก ต่อร่างกาย ต่อโรคภัยไข้เจ็บ จมปลักเฉาอยู่กับที่ ..เพราะมีความคิดอย่างอื่นที่จะทำความดี โดยเฉพาะการคิดใคร่ครวญในการดำรงชีวิตที่ถูก

ระยะทางที่ยาวนาน คือตั้งแต่เกิดมาจนถึงวันนี้ก็ห้าสิบสามปีแล้ว แต่ละคนก็ลองดูสมุดจดสิว่า ตัวอักษรที่เคยเขียนให้ท่านอย่างมากมายบนกระดาน ซึ่งเพียรบรรจงใจนำมาโปรยลงบนทางนี้ มันมากเกินชีวิตจะเรียบเรียงลงบนใจได้หมด

นี่ก็คือความรู้สึก ..ธรรมะมีมากมายและก็ให้มามากแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะยังอยู่ให้ไปได้อีกเท่าไหร่เพราะความเจ็บป่วยดังที่กล่าวให้ทราบแล้ว ก็คงมาทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรให่ท่านได้มากที่สุดเท่าลมหายใจ หรือว่าท่านจะไปก่อนก็ยังไม่แน่

ฉะนั้น การที่เราได้รับอะไรไปถ้าหากไม่ได้นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์แล้วก็จะลำบาก วันนี้จึงตั้งใจมาทำความดี และก็ขอให้ระลึกถึงคำว่าคนดีที่ตายไปแล้วอย่างที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ เพราะต่อไปอาจมีคนมาระลึกให้อย่างนี้ แต่พวกท่านล่ะจะอยู่กันอย่างไรแล้วจะไปอย่างไร สิ่งที่ให้ไปกับสิ่งที่ทำอยู่ในมูลนิธิแห่งนี้เป็นสิ่งที่ให้ท่านเลือกสรรที่จะทำคุณงามความดีได้ทั้งสิ้น แล้วก็ใครทำใครได้ ทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว

ขออนุโมทนากับทุกท่าน ขอคุณงามความดีและความตั้งใจที่จารอักษรจากหัวใจลงใส่ใจตนเองและขอให้อานุภาพแห่งพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ จงคุ้มครองรักษาให้สุขภาพร่างกายพลานามัยแข็งแรงมีดวงจิตแจ่มใสอุดมสมบูรณ์ด้วยสติปัญญา และสามารถนำสติปัญญานั้นเป็นเครื่องมือเดินทางชีวิตที่คิดได้นึกได้แล้วทำได้ในสิ่งที่ดีที่สุดทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน

ขอให้ทุกคนจงใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ที่อย่าหวังอะไรมาก หวังเป็นคนดีและหวังได้เกิดดีเป็นพอ.. สวัสดีค่ะ


โดย น้องกิ๊ฟ [12 ต.ค. 2551 , 22:52:27 น.] ( IP = 58.9.104.174 : : )


  สลักธรรม 10

สวัสดีตอนเช้าครับ

เณรจิ๋วอ่านไปก็นึกเป็นห่วงอาจารย์ไป อยากจะโทรไปไถ่ถามสภาพอาการของท่านด้วยตัวเอง แต่เมื่อได้เห็นว่าตัวท่านอาจารย์เองยังนำธรรมะมาให้เรามากมายโดยไม่แยแสกับโรคภัยไข้เจ็บที่มารุมเร้าท่านเลยซักนิด เราเองก็ต้องควรจะต้องใส่ใจกับธรรมะที่ท่านให้ไว้มากกว่าวิบากกรรมความป่วยเจ็บของท่านเหมือนกัน


ธรรมะที่ท่านทิ้งไว้ในวันนี้ แม้ว่าท่านจะบอกว่านึกอะไรไม่ออก แต่สิ่งที่ท่านนำมาย้ำในห้องใจภักดิ์รักกุศลในวันนี้ เป็นสิ่งที่เตือนให้พวกเราเลิกมองผ่านและอ่านผ่าน แต่พยายามนำเอาถ้อยคำต่างๆที่ท่านเคยเรียงร้อยมามอบให้มาใส่ใจและทำให้ติดอยู่ในใจให้ได้เสียที เพราะเวลาของพวกเราทุกคนในโลกนี้มิได้จีรังและยั่งยืนตลอดไป


เรื่องราวของพระสูตรในครั้งนี้ก็เช่นกัน อ่านแล้วนึกสยองพองขนมากเลยครับ นี่ขนาดผู้ที่มีบุญบารมีถึงขนาดจะได้เป็นพระอรหันต์อยู่ในอีกไม่กี่ชาตินี้แล้ว เวรกรรมนั้นยังจำเพาะเจาะจง ทำให้ท่านต้องมาเสวยวิบากกรรมชั่วที่เคยทำไว้ ทำให้ไปเกิดในนรกภูมิ เป็นสัตว์เดรัจฉานที่ต้องทนทรมานกับวิบากทางเพศ จนถึงชาติสุดท้ายก่อนจะได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์เลย ได้เห็นผลอันแสนสาหัสอย่างนี้แล้วเขย็ดขยาดกับกรรมชั่วขึ้นมาเลยครับ


เณรจิ๋วขอนำกุศลทั้งหลายที่ได้กระทำมา รวมทั้งการได้รับความเข้าใจในธรรมและความรู้สึกเขย็ดขยาดกลัวบาปกรรมทั้งหลายทั้งปวงจากข้อคิดคำสอนของท่านในเช้าวันนี้ พร้อมทั้งความรักและความเป็นห่วงส่งไปคุ้มครองท่านอาจารย์ให้มีสุขภาพแข็งแรงและจิตใจที่แจ่มใสสดชื่นโดยพลันด้วยเทอญ


อนุโมทนากับน้องกิ๊ฟด้วยครับที่ช่วยนำธรรมะที่มีค่ามาเผยแพร่ ขอบคุณจริงๆครับ

โดย เณรจิ๋ว [13 ต.ค. 2551 , 08:04:25 น.] ( IP = 137.111.159.35 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org