มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


าคนทำชั่ว เห็นได้ดี มีถมไป อย่างนี้จะว่าอย่างไรครับ








ตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้ว


ถาม อ่านงานของพี่ดอกแก้วทีไร ก็ให้รู้สึกทึ่งและชื่นชมในความสามารถพิเศษของพี่ดอกแก้ว และเกิดความเห็นที่คล้อยตามไปกับพี่ดอกแก้วทุกครั้งเลยค่ะ ครั้งนี้ก็เช่นกันค่ะ สิ่งที่ไม่สบายใจก็ไม่ควรเก็บมาครุ่นคิดให้อกุศลจิตเกิดขึ้นอีก ตามที่เราได้เรียนกันมา

แต่..สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนพระอภิธรรม และมีอุปนิสัยชอบขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆที่ไม่ชอบใจมาพูด และเป็นผู้สูงวัยด้วย อยากจะขออนุญาติรบกวนพี่ดอกแก้ว ช่วยชี้แนะวิธีที่จะบอกให้ท่านผู้นั้นเชื่อ..ว่าการกระทำเช่นนั้นไม่ดี เพราะผู้สูงอายุบางคน มักจะไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆด้วยสิคะ รบกวนเรียนถามพี่ดอกแก้วด้วยคะ ขอบพระคุณมากค่ะ

ตอบ ขอบคุณมากที่เข้ามาอ่านและมาตั้งคำถามไว้ พี่ดอกแก้วอ่านแล้วเป็นปัญหาที่ค่อนข้างแก้ไขลำบาก เพราะการแนะนำนั้น ผู้แนะนำจะต้องทราบถึงปัญหานั้นอย่างชัดเจน ไม่ชอบแก้ปัญหาให้ใครโดยไม่ทราบปัญหานั้นอย่างแท้จริง เพราะผลที่ออกมาคงน้อยกว่าความสามารถที่มีอยู่ จึงเป็นเรื่องยากดังที่บอก แต่ก็ขอแนะนำว่า การที่เรารับรู้เรื่องอะไรต่อมิอะไรมากมาย "น้องอย่าลืมนะคะว่าเราเป็นผู้ใส่ใจในการฟังนั้นด้วย(มนสิการ)" เพราะถ้าขาดการใส่ใจแล้ว เราคงไม่รับอะไรได้แน่นอน แต่ก็เป็นเรื่องยากที่คนอยู่ร่วมกันจะทำชีวิตคล้ายเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และวางเฉยได้ในทุกๆครั้ง (นั่นต้องอยู่คนเดียวจริงไหมคะ) ก็คงทำได้เพียงบำบัดแต่จะแก้ไขให้ดีนั้นคงเป็นไปได้ยาก

การบำบัดก็ต้องบำบัดทั้งคู่คือทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ในกรณีที่ผู้พูด..ขอโทษนะคะต้องขอให้คำว่าเพ้อเจ้อในเรื่องราวต่างๆอยู่นั้น ตรงนี้เป็นหน้าที่ของผู้ฟังที่จะต้องมีสติสัมปชัญญะระลึกรู้ถึงผู้พูดว่ากำลังเพ้อเจ้อ และรู้ไปอีกว่าการกระทำเช่นนั้นยังโทษให้เกิดกับผู้ทำ และต้องรู้ด้วยว่าอัชฌาสัยเช่นนี้เกิดขึ้นมาจากความสันทัดจัดเจน ไม่ใช่เพราะวัยที่แก่อย่างเดียว จริงอยู่เรามักจะได้ยินบ่อยๆว่า คนแก่ขี้บ่น จู้จี้ จุกจิก

แต่เชื่อนะคะว่ามีคนแก่จำนวนมหาศาลที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่ไม่มีใครมาพูดถึงเท่านั้นเอง เช่น ไม่มีใครมาเคยเล่าให้เป็นตำนานว่า คนแก่คนนี้เรียบร้อยจัง สงบจัง ไม่ค่อยพูดอะไรเลย มีความสำรวมกาย วาจาเป็นนิตย์ เหล่าท่านทั้งหลายจึงได้รับรู้แต่เรื่องคนแก่ขี้บ่นนั่นเอง ซึ่งในความจริงทุกอย่างต้องมีข้อเปรียบเทียบให้เป็นเสมอ เช่น ขาวคู่กับดำ ฟ้าคู่กับดิน จริงไหมคะพี่ ตรงนี้นี่ไงคะจึงทำให้พี่ดอกแก้วกล้าพูดได้ว่า จริตอัชฌาสัยเช่นนั้น ไม่ใช่เพราะความแก่อย่างเดียว แต่มีปัจจัยหลายๆอย่าง ดังนั้นการแก้ไข จึงเป็นเรื่องยากมาก เพราะการกระทำเช่นนั้นได้สะสมมาเป็นเวลาช้านาน จะไปห้ามตอนแก่ จะไปแก้ตอนปลายชีวิต ก็ขอให้พี่คิดสักนิดว่ายากนะคะ แก้ที่ใจของเราดีกว่า ฝึกฝนตนเองเพื่อจะก้าวไปสู่ความเป็นคนแก่ที่มีค่า การรับฟังก็รับฟังไป คิดเสียว่าให้ท่านมีเพื่อนคุยดีกว่าท่านไปหาเพื่อนคุยที่อื่นแล้วก็เกิดจริตตรงกันยิ่งฟุ้งซ่านยิ่งเพ้อเจ้อกันไปใหญ่จริงไหมคะ ถ้ามีโอกาสเติมเหตุผล(ข้อแย้งว่าไม่ดี)ในความคิดเช่นนั้นบ้าง ก็เติมไปเถอะค่ะ

เท่าที่พี่ดอกแก้วอยู่กับคนแก่มาก็มาก ต้องบอกตรงๆ นะคะ ยังไม่มีคนแก่คนใดพูดเรื่องเดียวได้ทั้งปี ฟังมาก็หลายเรื่อง บางครั้งท่านก็สุขในเรื่องนั้น บางครั้งท่านก็ไม่สุขในเรื่องนั้น เป็นที่เรามากว่ามักจะเรื่องเดียวแล้วก็เก็บมาเป็นอารมณ์ พอท่านพูดเรื่องใหม่ใจเราก็ด่วนสรุปว่าเหมือนเดิม ทั้งๆที่หลักธรรมก็บอกแล้วว่า ไม่มีอะไรเหมือนเดิมใช่ไหมคะ

การตอบตรงนี้เป็นการตอบจากความจริงใจที่มุ่งหวังนำความสงบและความสบายใจมาสู่ชีวิตมากกว่าคนที่ต้องการให้แก้ปัญหานะคะ เพราะมั่นใจว่า ถ้าพี่เข้าใจในเหตุผลตรงนี้ จะละวางต่างๆ ได้มากขึ้น แล้วกลับมามีความสุขอยู่กับการสร้างทางชีวิตก่อนแก่มากกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะเป็นตำนานของลูกหลานก็ได้ในความเป็นผู้อาวุโสที่เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมไงคะ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [15 ต.ค. 2551 , 10:50:50 น.] ( IP = 125.27.175.10 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ถามถามพี่ดอกแก้วด้วยนะครับว่าที่พูดกันว่าทำดีได้ดี ทุกวันนี้เหตุการณ์บ้านเมืองมันดูจะค้านๆนะ จะเป็นว่าคนทำชั่ว เห็นได้ดี มีถมไป อย่างนี้จะว่าอย่างไรครับ

ตอบ ที่ถามมาว่าจะทำอย่างไรนั้น พี่ดอกแก้วไม่ว่าอย่างไรหรอกค่ะเพียงจะขอยกนำพระพุทธภาษิตมาให้ทราบก่อนนะคะว่า..

“กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ”
ผู้มีปกติกระทำกรรมอันดีงาม....ย่อมได้รับผลดีงาม
ผู้มีปกติกระทำกรรมอันชั่ว.... ย่อมได้รับผลชั่ว

อุปมาดังบุคคลหว่านพืชชนิดใด ย่อมได้รับผลชนิดนั้น คนปลูกมะพร้าวย่อมได้รับผลมะพร้าว จะไปให้ได้รับผลเป็นมะม่วง จากต้นมะพร้าวไม่ได้ และไม่มีใครไปเสก หรือทำต้นมะพร้าวให้ออกผลเป็นมะม่วง หรือ ให้เป็นข้าวสาลีได้ ฉันใด บุคคลผู้กระทำกรรมเช่นไร ก็ย่อมได้รับผลเช่นนั้น ฉันนั้น ไม่มีใครจะไปเสกหรือช่วยให้ได้รับผล คนละคุณภาพกับกรรมที่ได้กระทำไว้แล้วนั้นได้ ดังพระพุทธดำรัสที่ว่า

ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้รับผลเช่นนั้น

แต่ว่าอาจจะมีผู้ค้านขึ้นว่า ..ไม่เสมอไปหรอก คนทำชั่ว เห็นได้ดี มีถมไป...ดังที่คุณศานติถามมานั้นนะคะ คำคิดค้านเช่นนี้ ถ้าจะพิจารณาแต่เพียงผิวเผินก็จะเห็นสมเหตุการณ์ หรือพฤติกรรมที่เป็นไป ให้ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นได้ก็มี

สำหรับปัญหาข้อข้องใจนี้พี่ดอกแก้วก็จะขอแก้ข้อสงสัยนั้นไว้ในเบื้องต้นก่อนว่า

กรณีที่บุคคลกำลังประกอบการงานสุจริตบ้าง ทุจริตบ้าง หรือดีบ้าง ชั่วบ้าง หรือว่าชั่วมากกว่าดี แต่ยังกลับได้เสวยลาภ ยศ สรรเสริญ สุขอยู่ ไม่เห็นว่าจะได้รับผลจากกรรมชั่วนั้น ก็เนื่องด้วยสมบัติ ๔ ประการ ที่เขานั้นได้รับผลจากกรรมดีที่ได้เคยกระทำไว้แต่อดีต กำลังให้ผลแก่เขาอยู่ ส่วนกรรมชั่วยังไม่ให้ผลเป็นวิบัติแก่เขานะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ต.ค. 2551 , 10:51:23 น.] ( IP = 125.27.175.10 : : )


  สลักธรรม 2



สมบัติ ๔ ประการนั้น คือ

๑.กาลสมบัติ คือ เป็นระยะเวลาที่กรรมดีที่เขาได้เคยกระทำไว้แต่อดีตกำลังให้ผล ส่วนกรรมที่เขากำลังกระทำอยู่ ยังไม่ถึงเวลาให้ผลเปรียบดังชาวนาทำนาไว้ตั้งแต่ฤดูฝน ครั้นถึงฤดูเก็บเกี่ยว ก็เก็บเกี่ยวข้าวไว้เต็มยุ้งฉาง จึงได้มีข้าวรับประทานตลอดมา แต่ต่อมาเขาได้เปลี่ยนไปปลูกพืชพันธุ์อย่างอื่น แต่ยังไม่ออกดอกออกผล ตราบใดที่ข้าวยังไม่หมดจากยุ้งฉาง เขาก็ยังมีข้าวรับประทานได้ต่อไป ต่อเมื่อใดที่ข้าวหมดยุ้งฉาง และพืชพันธุ์อย่างอื่นที่เขาปลูกไว้ในกาลต่อมาออกดอกออกผล เขาก็ไม่มีข้าวรับประทาน แต่กลับจะได้เสวยดอกผลของพืชพันธุ์ใหม่ที่เขาปลูกไว้ แล้วให้ผลในกาลต่อมานั้นนั่นแหละ ฉันใดฉันนั้นเหมือนกัน ผลจากกรรมดีที่เขาได้เคยกระทำไว้แล้วนั้นนั่นแหละ ที่เป็นชนกกรรมให้เขาได้มาบังเกิดในตระกูล ที่มั่งคั่งร่ำรวย หรือในตระกูลที่มียศถาบรรดาศักดิ์สูง ชื่อว่า คติสมบัติ

๒.คติสมบัติ ทำให้เขาได้เสวยผลบุญจากกรรมดีที่เคยได้กระทำไว้ ได้รับความคุ้มครองป้องกันการกระทำความชั่วของเขา มิให้ปรากฏผลหรือให้ได้รับผลที่อ่อน และช่วยอุปถัมภ์ค้ำจุนชีวิตของเขา มิให้ตกต่ำ และให้ดำรงอยู่ได้ ตราบใดที่กรรมชั่วนั้นไม่หนักเกินกว่ากำลังของผลกรรมดีที่จะรองรับอุปถัมภ์ค้ำจุนไว้ได้

๓.อุปธิสมบัติ คือผลบุญจากกรรมดี ดังกล่าวแล้วข้างต้น ยังช่วยให้เขาได้รับผลเป็นอุปธิสมบัติ ได้แก่ เป็นบุคคลที่มีบุคลิกดี มีบุคลิกของความเป็นผู้นำสูง มีพลานามัยแข็งแรง และให้ได้รับผลเป็นสุข

๔.ปโยคสมบัติ คือเป็นผู้มีคุณสมบัติเป็นเครื่องประกอบ ได้แก่ ความเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีอำนาจเงิน มีอำนาจพวกพ้อง บริษัท บริวารมาก มีอำนาจจากการได้รับแต่งตั้งตามกฎหมาย ที่พอคุ้มครองความเป็นผู้ขาดคุณธรรม ศีลธรรมประจำใจเช่นนั้น ให้ดำรงคงอยู่ได้ก่อน

โดย น้องกิ๊ฟ [15 ต.ค. 2551 , 10:51:43 น.] ( IP = 125.27.175.10 : : )


  สลักธรรม 3



สมบัติ ๔ ประการเหล่านี้ คือ กาลสมบัติ ๑ คติสมบัติ ๑ อุปธิสมบัติ ๑ ปโยคสมบัติ ๑ อันเป็นผลแต่กรรมดีที่ได้เคยทำไว้แต่เดิม กำลังให้ผล ส่วนกรรมชั่วที่เขาทำขึ้นใหม่นั้นยังไม่ทันให้ผล เขาจึงดำรงอยู่ได้ก่อนอย่างที่ท่านเห็นอยู่ว่าทำไมเขาจึงมีความสุขนะคะ

เพราะฉะนั้นเมื่อได้พิจารณาให้ลึกซึ้งให้เห็นเหตุเห็นปัจจัย ที่ก่อให้เกิดผลดี หรือผลชั่วแต่ละอย่างๆ เราก็จะพบว่า ผลเช่นไร ย่อมมาจากเหตุที่ได้กระทำไว้แล้วเช่นนั้น

แต่เหตุคือ กรรม ที่ได้กระทำมาแล้วแต่ละภพชาติ มาจนถึงปัจจุบันนั้นมีมากมาย มีทั้งดีบ้าง ชั่วบ้าง หนักบ้าง เบาบ้าง คือเป็นกรรมดีมากบ้าง น้อยบ้าง เป็นกรรมชั่วหนักบ้าง เบาบ้าง

กรรม คือเจตนาที่ได้กระทำไปแล้วตั้งแต่อดีต นับภพนับชาติไม่ถ้วน จนถึงปัจจุบัน ทั้งที่เป็นกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่ดีก็ตาม หรือที่ชั่วก็ตาม ย่อมประทับอยู่ในจิตสันดานของผู้ที่กระทำกรรมนั้นๆ แต่ที่ยังไม่ได้ให้ผล ก็ไม่ใช่ว่าจะหมดอำนาจนะคะ รอจังหวะของการให้ผลอยู่ค่ะ ดังนั้นเราจึงไม่ควรมองอะไรอย่างผิวเผิน เพราะจะทำให้ประมาทในธรรมนะคะ.


โดย น้องกิ๊ฟ [15 ต.ค. 2551 , 10:52:14 น.] ( IP = 125.27.175.10 : : )


  สลักธรรม 4

ขออนุโมทนาสาธุกับน้องกิ้ฟอย่างยิ่งเลยครับ ที่ได้นำถามตอบอันจะเกิดประโยชน์แก่คนทั่วไปได้มาฝากให้อ่านกันเสมอๆครับ

เรื่องทำดีได้ดี (ช้าไปหน่อย) เพราะไม่ทันใจผู้ทำนี้มีปัญหามากจริงๆนะครับ ยิ่งถ้าไม่มีศรัทธาและปัญญามากพอแล้ว สามารถไขว่เขวได้จริงๆเลยนะครับน้องกิ้ฟ

โดย พี่เณร [16 ต.ค. 2551 , 08:36:53 น.] ( IP = 58.9.143.108 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบพระคุณและอนุโมทนาในการสร้างสรรงานที่ดีและมีประโยชน์ต่อผู้อ่านเสมอมาค่ะ

โดย พี่ดา [16 ต.ค. 2551 , 10:14:43 น.] ( IP = 124.121.176.134 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับงานกุศลของน้องกิ๊ฟด้วยค่ะ

โดย เซิ่น [19 ต.ค. 2551 , 20:49:55 น.] ( IP = 58.8.54.160 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org