มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อิทธิปาฏิหาริย์มีจริงหรือไม่?








ตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้ว


ถามอิทธิปาฏิหาริย์มีจริงหรือไม่?

ตอบกล่าวถึงเรื่องของแสงแดดมาเป็นตัวนำเรื่องว่า ขณะนี้ถ้าเราไปอยู่กลางแดดทำไมตัวเราไม่ไหม้ แต่ถ้าเอาเลนส์นูนมารองรับแสง แสงก็จะถูกรวมไว้ที่จุดโฟกัส และเมื่อนำหัวไม้ขีดไปวางไว้ตรงจุดนั้น ไฟก็จะติดที่หัวไม้ขีด นี่คืออานุภาพของการรวมพลังงานแสง

จิตก็เช่นกัน จิตเป็นสิ่งที่มีอำนาจ แต่ที่มีกันอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นไปแบบกระจัดกระจายจึงมีพลังงานน้อย แต่ถ้าหากนำมารวมอำนาจโดยการทำสมาธิก็จะมีพลังมากขึ้นจนสามารถทำฤทธิ์ต่างๆได้

สมาธิมีหลายระดับ ได้แก่ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิ ขณิกสมาธินั้นมีสมาธิเป็นขณะๆ ไม่แนบแน่น อุปจารสมาธินั้นมีความแนบแน่นมากขึ้นกว่าเดิมด้วยอำนาจของการบริกรรม อัปปนาสมาธินั้นมีอำนาจมากเพราะมีสมาธิอย่างแนบแน่น จนกระทั่งสามารถยกองค์ฌานขึ้นมาอธิษฐานได้ จิตที่มีอำนาจสมาธิเหล่านี้เรียกว่า มหัคคตจิต ที่มีทั้งรูปฌาน และอรูปฌาน ที่สามารถทำฤทธิ์ได้ต่างๆกัน

เพราะฉะนั้นอิทธิปาฏิหาริย์จึงมีจริงด้วยอำนาจของจิตที่มีกำลังเหล่านี้ แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เองก็แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ปราบเดียรถีร์ โดยเหาะขึ้นไปยืนเหนือยอดมาม่วงแล้วแสดงฤทธิ์ต่างๆ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [16 ต.ค. 2551 , 14:24:01 น.] ( IP = 125.27.172.99 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ถาม ๑. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพชาวพุทธคืออะไร
๒. คุณภาพของชาวพุทธเป็นอย่างไร
๓.ใครเป็นผู้กำหนดเกณฑ์ตัดสินนี้
๔.ทำไมจึงต้องกำหนดเกณฑ์ตัดสินไว้
๕.ปัจจุบันพุทธศาสนิกชนชาวไทยมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่
๖.มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง
๗.จะต้องพัฒนาอย่างไรจึงจะนำไปสู่เกณฑ์มาตรฐานนั้น
๘.ทำอย่างไรจึงจะพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น

ตอบเราต้องทำความรู้จักอย่างแท้จริงว่า พระพุทธศาสนาได้อยู่คู่แผ่นดินไทยมาช้านาน นับตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ที่บรรพบุรุษของเรามีความเจริญรุ่งเรืองกันมา ..พอมาถึงสมัยนี้ก็เสื่อมถอยลง ..สมตามคำที่กล่าวว่า ..แม้แต่จะสู้คนที่เป็นต้นโคตรเราเองก็ไม่ได้....

เราจึงต้องทำความเข้าใจว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาของแผ่นดิน เป็นศาสนาที่ยู่คู่แผ่นดินไทยมาช้านาน ..เป็นรากฐานของจริยธรรม ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงาม

การที่จะไปตัดสินว่าสิ่งใดมีคุณภาพหรือได้ตามมาตรฐานหรือไม่ เราก็ควรจะต้องทำความเข้าใจให้ท่องแท้เสียก่อนว่า พระพุทธศาสนาเกี่ยวข้องกับสังคมไทยอย่างไร ...ศึกษาให้รู้ถึงจุดเด่นและจุดด้อยที่เรามี เราจึงจะไปสู่การพัฒนาให้เจริญขึ้นได้ จุดเด่นของพระพุทธศาสนาก็คือ

๑. พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน

๒.พระพุทธศาสนาเป็นสิ่งเดียวกับความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ..ภาษา ..ประเพณี..และวิถีชีวิต

๓. เป็นศาสนาแห่งสายเลือด ด้วยสืบทอดมาตามระยะเวลาที่ยาวนาน

๔.เป็นศาสนาที่ประจำสถาบันพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาล

๕.เป็นศาสนาที่ให้อิสระแก่ผู้ที่นับถือผู้ปฏิบัติอย่างทั่วหน้า ไม่มีการบังคับ

ซึ่งก็สมกับคำว่า "ไท" ที่หมายถึงอิสระ พระพุทธศาสนาก็ให้ความอิสระเช่นเดียวกันคือ เมื่อถึงพระนิพพานเมื่อไหร่เมื่อนนั้นก็จะพบกับความอิสระจากกิเลสทั้งหมด

นี่คือจุดเด่นของพระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ต.ค. 2551 , 14:24:36 น.] ( IP = 125.27.172.99 : : )


  สลักธรรม 2



ต่อไปก็คือจุดด้อย ที่เราจะต้องทราบเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้พัฒนาขึ้นมา จุดด้อยก็คือ

๑. สมัยนี้มีการมุ่งเน้นพิธีกรรมมากว่าการปฏิบัติธรรม ...จะเห็นว่าในงานพิธีทางศาสนานั้นจะใช้เวลาสำหรับพิธีการเสียเป็นส่วนมาก และดเวลาสำหรับการปฏิบัติธรรมไว้เป็นส่วนน้อย ....เวลาจะมีค่าเวลานั้นย่อมต้องประกอบไปด้วยปัญญา แต่เพราะเราเน้นที่พิธีกรรมกันมาก ..ความเสื่อมจึงเกิดขึ้นมา

๒. พระพุทธศาสนายังไม่ได้รับการอุปถัมภ์อย่างจริงๆจังๆ จากองค์กรของรัฐ

๓. ชาวพุทธนิยมให้ทาน แต่หย่อนยานในเรื่องวินัย

๔.มีการตีความคำสอนคือพระไตรปิฎกไปแตกต่างกัน เช่นในพระไตรปิฎกได้บอกไว้ว่า การปฏิบัติอย่างนี้เรียกว่า สมาธิ อย่างนี้เรียกว่า วิปัสสนา แต่ผู้ศึกษามีความไม่เข้าใจก็ตีความไปผิดๆว่า การปฏิบัติสมาธิคือการเจริญวิปัสสสนา ทั้งที่ความจริงแล้วมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

๕. การสื่อสาร การโฆษณา ขาดหลักความจริง ซึ่งขณะนี้มีโฆษณาหลายอย่างที่ลบหลู่พระพุทธศาสนาทำให้เห็นว่าเป็นสิ่งตลกขบขัน เช่น ไปทำอะไรมาจึงมาตกนรก ...ขับรถทับคางคกตายแบนแต๊ดแต๋ ....แต่ว่ายังมีความดีคือส่งเบี้ยประกันครบไม่เคยโกง ..จึงแต่งตั้งให้เป็นสมุห์บัญชีอยู่ในนรก.... โฆษณาเช่นนี้เป็นการทำให้เห็นว่า นรกเป็นของที่ไม่น่ากลัว ..ก็จะทำให้เยาวชนเกิดความเห็นผิดไม่รู้จักบาปบุณคุณโทษ

นี่คือจุดด้อยของพระพุทธศาสนาที่เราจะต้องยอมรับ

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ต.ค. 2551 , 14:25:02 น.] ( IP = 125.27.172.99 : : )


  สลักธรรม 3



ต่อไปเป็น จุดยืน ที่เมื่อเรายอมรับในความเด่นและด้อยแล้ว เราก็ต้องมีจุดยืนที่ถูกต้อง นั่นก็คือ สิ่งที่เราเห็นว่าเป็นความด้อยนั้นเกิดขึ้นมาจากอะไร

เกิดขึ้นมาเพราะการไม่ได้ศึกษาพระพุทธศาสนอย่างถูกต้องต้อง จึงทำให้มีความคิดที่ผิด เราจึงต้องปรับปรุงความคิดที่ผิดนี้เสียใหม่ ....ที่เรียกว่า ทิฐิสามัญญตา ..เพราะเรามีความเห็นผิดเราจึงทำผิด ..กลายเป็นความวิปลาสเกิดขึ้นมาคือ ทิฐิวิปลาส ..จิตตวิปลาส และสัญญาวิปลาส

เพราะเราไม่ได้ศึกษาเราจึงไม่รู้ว่าอวิชชาคือเครื่องกั้นความจริง และเป็นเครื่องที่ร้อยรัดชีวิตไว้ให้อยู่ในสังสารวัฏฏ์ .....คือรอบของปฏิจจสมุปบาทอันมีอวิชชา ....(ตรงนี้อาจารย์พูดถึงองค์ทั้ง ๑๒ ด้วยความรวดเร็วมากค่ะ)....ชรา-มรณะ

เพราะไม่ได้ศึกษาจึงไม่ทราบว่าตัณหาคือสิ่งที่ผูกติดยึดติดไว้ในสังโยชน์ ...โดยทั่วไปเราจะรู้จักว่า ตัณหาเป็นเรื่องของเพศสัมพันธ์ แต่ที่จริงแล้วตัณหามี ๓ อย่าง คือ กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา

กามตัณหา คือความยินดีติดใจในกามอารมณ์ทั้ง ๖ มีรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

ภวตัณหา คือความต้องการอยากได้เพราะเห็นผิดคิดว่าเที่ยง ...จึงเห็นว่า น่าจะเป็นอย่างนั้นดีกว่า อย่างโน้นดีกว่า

วิภวตัณหา คือความต้องการอย่างได้ที่เนื่องมาจากความเห็นผิดคิดว่าขาดสูญ เช่น ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นก็ดี อย่างนี้ก็ดี เป็นต้น

เราจะเห็นว่าตัณหาทั้งสามนี้เกิดขึ้นอยู่กับเราตลอดเวลา แต่ว่าเราไม่รู้ ... บางคนคิดว่าความยากจนเป็นความทุกข์ แต่พอร่ำรวยขึ้นมาแล้วไม่มีความทุกขืเกิดขึ้นกับตนเอง ..อย่างนี้เป็นความเข้าใจผิด ..เพราะที่แท้จริงแล้วเรามีความทุกข์เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังที่พระพุทธองค์ตรัสว่า ภาราหเว ปัญจัก ขันธา ..ขันธ์ทั้งห้าเป็นของหนักเน้อ .....

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ต.ค. 2551 , 14:25:21 น.] ( IP = 125.27.172.99 : : )


  สลักธรรม 4



แต่เป็นเพราะเราไม่เคยศึกษาว่า แท้จริงแล้วชีวิตคืออะไร ...จิต คืออะไร ..รูปนามคืออะไร เมื่อไม่รู้แล้วก็อธิบายไปผิดๆ หรือเรียกชื่อซ้ำๆกัน เช่น คำว่า จิตวิญญาณ ...ซึ่งที่จริง จิต... กับวิญญาณ เป็นอย่างเดียวกัน คือมีสภาพรู้อารมณ์เหมือนกัน ..แต่รู้กันคนละที่ เช่น

ขณะที่รู้อารมณ์ทางตา ก็เรียกว่า จักขุวิญญาณ .....ขณะที่รู้อารมณ์ทางกาย ก็เรียกว่า กายวิญญาณ ...นอกจากนี้จิตก็ยังมีชื่อเรียกกันออกไปต่างๆอีกมาก เช่น มโน มนินทรีย์ มนายตนะ มโนธาตุ มโนวิญญาณ...เป็นต้น เหมือนกับตอนที่เราเป็นเด็ก เราก็เรียกตัวเองว่า เด็กหญิงเด็กชาย ..โตขึ้นมาก็เรียก นางสาวหรือนาย พอไปเข้าเฝ้าก็เรียกแทนตนเองว่าข้าพระพุทเจ้า ..อย่างนี้เป็นต้น

เพราะฉะนั้นการเรียกว่า จิตวิญญาณ ..จึงเป็นการเรียกที่ซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น เหมือนเรียกชื่อตนเองซ้ำๆในครั้งเดียวนั่นเอง

ถ้าหากจะบอกท่านว่า ปัญญามี ๔๗ ชนิด ท่านก็คงจะสงสัยว่าปัญญาอะไรมีถึง ๔๗ ชนิด ..... จึงต้องศึกษาพระอภิธรรมให้ทราบถึงความเป็นไปของชีวิตว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ..เมื่อทราบแล้วก็จะได้พัฒนาชีวิตของตนได้ถูกต้อง และก็จะเข้าถึงพระรัตนตรัยได้อย่างแท้จริง ...เราต้องทราบว่า การถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสังฆเจ้าเป็นอย่างไร ....

การถึงพระรัตนตรัยนั้นก็ต้องอาศัยศีล สมาธิ และปัญญา การที่จะพบพระนิพพานก็ต้องรู้จักว่า อริยสัจจ์สี่คืออะไร .....

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ต.ค. 2551 , 14:25:41 น.] ( IP = 125.27.172.99 : : )


  สลักธรรม 5



ทุกข์ คือสิ่งที่มีอยู่แท้จริงแต่ไม่มีใครกำหนดรู้

สมุทัยคือเหตุให้เกิดทุกข์แต่ไม่มีผู้ละ

นิโรธคือความสิ้นสุดทุกข์หมายถึงนิพพานซึ่งเป็นผล

มรรคคือทางดำเนินไปสู่ความพ้นทุกข์ ที่ประกอบไปด้วยองค์ ๘

ซึ่งในองค์ทั้ง ๘ ของมรรคนี้เมื่อสรุปลงมาแล้วก็คือศีล สมาธิ และปัญญา เช่นเดียวกัน

ในบรรดาองค์ทั้งแปดนั้นจะเห็นว่า สัมมาทิฏฐิ เป็นองค์แรกของมรรค นั่นก็คือความเห็นถูก ..เพราะความเห็นถูกนี่เองจึงทำให้เราสามารถพ้นไปจากทุกข์ได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับเรื่องที่กล่าวมาทั้งสิ้น

ถ้าเราไม่มีสัมมาทิฏฐิ คือ ปัญญาแล้วเราก็จะไม่รู้ว่า ขณะผัสสะผัสโสเกิดขึ้นนั้นเราจะต้องมีสติ ..และขณะที่เวทนาเกิดขึ้นเราจะต้องมีปัญญา ...... เพราะเวทนาเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกิดความยินดีความไม่ยินดีซึ่งเป็นกิเลสตามมาได้ ...

เมื่อเรามีสติปัญญารู้เท่าทันแล้ว ก็จะเห็นว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มีการดับไปๆ ที่เรียกว่า ไตรลักษณ์นั่นเอง การพบไตรลักษณ์นี้จะต้องเจริญวิปัสสนากรรมฐานเพียงประการเดียวเท่านั้น ....เป็นการดำเนินไปตามทางมรรคที่จะต้องมีสัมมาทิฏฐิเป็นหัวหน้า

โดย น้องกิ๊ฟ [16 ต.ค. 2551 , 14:26:08 น.] ( IP = 125.27.172.99 : : )


  สลักธรรม 6



มาถึงตรงนี้แล้วก็ขอสรุปเพื่อตอบคำถามทั้ง ๘ ข้อว่า

๑. คุณธรรมศรัทธาน้อมพร้อมตัดสิน
๒. คุณภาพชีวินมีเหตุผล
๓. หลีกละกรรมไม่ทำชั่วมัวเมาตน
๔ .ฝึกฝนสติปัฏฐานงานพุทธา
๕. ตัดวิจิกิจฉา โลภะสัมปยุต
๖. รั้งโทสะให้หยุดเลิกโทสา
๗. ตัดขาดความหลงไหลอ่อนลงมา
๘. หมดสิ้นตัวนำพาสังโยชน์กรรม

นี่คือคำตอบของเกณฑ์ตัดสินคุณภาพ

แล้วจะพัฒนาคุณภาพกันอย่างไร ...เราก็ต้องรู้จักคำว่า ..สร้างหลักฐาน.. สานหลักแหล่ง ..แต่งหลักกรรม ..ทำหลักใจ.. จึงจะไปสู่คุณภาพที่ดีทางพระพุทธศาสนา

การสร้างหลักฐานก็จะต้องรู้จักสัปปุริสธรรทั้ง ๗ ประการ คือ รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักกาล รู้จักชุมชน และรู้จักเลือกคบคน

รู้ว่าสิ่งใดทำแล้วเสื่อม สิ่งใดทำแล้วเจริญ อย่างที่มีพุทธศาสนภาษิตว่า ..ราชา รัฏฐัสสะ ปัญญานัง ..พระราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น ..ราชา มุขัง มะนุสสานัง ..พระราชาเป็นหน้าตาแห่งมนุษย์

ประชาชนจึงต้องรู้ว่าทำสิ่งใดที่จะไม่ทำลายความสง่างามนี้ลงไป ....จะต้องรู้ว่า การศึกษาใดๆที่ปราศจากศีลธรรม ทำให้คนเป็นโจรได้...แต่การศึกษาพระพุทธศาสนาจะช่วยปราบโจรนั้น เพราะผู้ศึกษาจะทราบถึงความเป็นไปเกี่ยวกับกรรม


โดย น้องกิ๊ฟ [16 ต.ค. 2551 , 14:26:28 น.] ( IP = 125.27.172.99 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากครับน้องกิ้ฟ ที่นำหลักเกณฑ์คุณภาพชีวิตของชาวพุทธมาฝากให้อ่าน ดีจังเลยครับได้อ่านอีกครั้ง

ยิ่งมาถึงวันนี้คุณภาพชีวิตแย่ลงทั้งทางโลกและทางจิตใจคือไร้ธรรมกันมากขึ้นจริงๆครับ

เฮ้อ..ต้องเตือนใจให้นึกหลักสัมปุริสธรรมให้มากๆขึ้นแล้วละครับ

โดย พี่เณร [16 ต.ค. 2551 , 14:46:33 น.] ( IP = 58.9.143.108 : : )


  สลักธรรม 8


ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะน้องกิ๊ฟ ที่นำปุจฉา-วิสัชนา ที่ดีมีประโยชน์มาให้ได้อ่านเป็นประจำ

โดย พี่ดา [17 ต.ค. 2551 , 10:07:58 น.] ( IP = 124.121.177.250 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยค่ะ.ที่ได้นำประโยชน์มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [19 ต.ค. 2551 , 21:03:53 น.] ( IP = 58.8.54.160 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org