มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เราสามคน




เราสามคน


ณ วัดแห่งหนึ่ง หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาต เห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร

ลูกศิษย์ตอบกลับมา ว่า "ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อยๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อ ผมเลย ฮือ ฮือ"

หลวงตานั่งลงข้างๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ ว่า เจ้ารู้ไหมในตัวเรามีคนอยู่สามคน

คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริงๆ

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา คนเราล้วนมีความฝันความทะเยอทะยานอยากตามประสาปุถุชน ทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง หัวใจ

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [18 ต.ค. 2551 , 19:08:36 น.] ( IP = 58.9.135.92 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศจนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ

แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์จนไม่อยากจะนึกถึงซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉยๆเช้ามาพบศพใต้ท้องรถก็ต้องขับรถหนี ทั้งที่ศพนั้นถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร

คนที่ชอบนินทานั้น มองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้าไร้วิจารณญาณ ใจแคบ มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม

เจ้าต้องจำไว้นะทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลวคนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับ เราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมาเมื่อเห็นสิ่งไม่ดีของใคร จงเตือนตัวเองว่า อย่าทำอย่าเลียนแบบ นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล

แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อยๆ ลูกศิษย์ หยุดร้องไห้แล้ว เริ่มสนทนาโต้ตอบ

หลวงตา... เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ เราห้ามใจ ใครไม่ได้สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำไม่ได้คิดไม่ได้ เป็นแต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง ใจเราควรสงบนิ่ง ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอก ให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่นแต่ไม่มีเวลามองตัวเองจงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม

เข้าใจครับ หลวงตา เด็กน้อยยิ้มมี ความสุขอีกครั้ง


โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [18 ต.ค. 2551 , 19:17:09 น.] ( IP = 58.9.135.92 : : )


  สลักธรรม 2

เป็นมุมมองที่ทำให้จิตใจไม่ทุกข์ร้อนที่ต้องเจอกับคนเข้าใจผิด..ว่าเป็นผู้ที่น่าสงสารเพราะมีเวลามองคนอื่นแต่ไม่มีเวลามองตัวเอง

ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำประโยชน์มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น [20 ต.ค. 2551 , 21:51:33 น.] ( IP = 58.8.51.58 : : )


  สลักธรรม 3

ได้ย้อนกลับมาอ่านเรื่องนี้อีกครั้งพร้อมทั้งมีบทสรุปจากเหตุการณ์ที่เคยพบมา เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นนิทานที่เข้าใจง่าย แต่เป็นเรื่องยากที่จะกำหนดบทบาทที่ชัดเจนของตนได้

คนส่วนใหญ่มักจะถูกคาดหวังจากคนรอบข้าง..ในแบบที่เขาอยากให้เราเป็น แล้วบางคนก็จำเป็นที่จะต้องเล่นไปตามบทนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของคนอื่นให้เขาสมปรารถนา ทั้งที่ผู้แสดงบทไม่ได้ต้องการเป็นเช่นนั้นอยู่ตลอดเวลา จึงกลายเป็นผู้ที่มีฉากหน้าที่สร้างภาพ และฉากหลังที่เป็นภาพจริง ที่ดูน่าเหน็ดเหนื่อยและเสี่ยงอันตรายต่อการถูกจับได้

บุคคลมากมายโดยเฉพาะผู้ที่มียศมีตำแหน่งสูง เป็นผู้ใหญ่ หรือเป็นครูบาอาจารย์...มักได้รับการสถาปนาภาพลักษณ์ที่งดงามให้จนกลายมาเป็นเงื่อนไขให้ชีวิตอึดอัดขาดอิสระในบางครั้ง ...นับเป็นความทุกข์ที่เพิ่มขึ้นเพราะต้องการสนองตอบต่อความคาดหวังของผู้อื่นจึงต้องเล่นไปตามบทที่ผู้อื่นอยากจะดู

และบุคคลมากมายเหมือนกันที่มีภาพลักษณ์ที่ไม่สวยงามจากการคาดคิดของผู้อื่น ก็เป็นความทุกข์ที่ต้องแบกไว้ด้วยความอึดอัด และอาจทุกข์มากขึ้นไปอีกเมื่อหาทางดิ้นรนแก้ไข ชีวิตที่มีทุกข์มากอยู่แล้วจึงยิ่งเหน็ดเหนื่อยมากขึ้นเพราะจิตใจหมกมุ่นอยู่กับบทบาทที่คนอื่นมอบให้

และบางครั้งเราก็มีความทุกข์เพราะคนที่เราอยากจะเป็น ...เนื่องเพราะเราไม่ได้เตรียมความพร้อมมาเพื่อสิ่งนั้น แต่เราวาดหวังที่จะเป็นอย่างที่ใจฝัน..ชนิดดันทุรังก็มี หรือบางทีเราอาจพูดออกไปโดยไม่ยั้งคิดเพราะสถานการณ์พาไปหรืออยากโชว์หรืออยากแสดงอารมณ์บางอย่างให้ถึงที่สุด

แต่สุดท้ายคำพูดนั้นก็กลายมาเป็นตัวผูกมัดกำหนดบทบาทให้เราต้องเป็นในสิ่งที่เราพูดให้ได้ ทั้งที่จริงแล้ว ตัวเราไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย และเราก็มีความผันผวนในการกระทำอยู่ตลอดเวลา แต่เราก็ต้องขาดอิสระในการกระทำไปเพราะการมุ่งจะบังคับบัญชาตนเองให้เป็นไปอย่างนั้น นี่ก็คงเป็นความทุกข์ไม่น้อยเช่นกัน

แต่สำหรับบทบาทของคนที่เราอยากจะเป็นโดยผ่านกระบวนการไตร่ตรองเรียบร้อยแล้วนั้น ...ก็คงมีการแสดงไปด้วยความราบรื่นเพราะเราสมัครใจ แม้จะไม่ได้ผลสำเร็จอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแต่ก็มีความสุขใจได้ที่ได้ลงมือทำแล้ว โดยเฉพาะการอยากเป็นคนดีในพระพุทธศาสนา

คือเป็นผู้ที่คลายจากความกำหนัด มีใจสงบร่มย็น ไม่สะสมกองกิเลส เป็นคนมักน้อย เป็นคนสันโดษ จัดชีวิตให้สงบสงัดจากหมู่คณะ มีความเพียรอันตรงต่อทางมรรคผลนิพพาน และเป็นคนที่เลี้ยงชีพง่าย ..นั่นเอง

ส่วนบทบาทที่เป็นตัวเราจริงๆ นั้น ..บางครั้งก็เป็นบทบาทที่ดี และบางครั้งก็เป็นบทบาทที่ควรแก้ไข การที่จะเป็นตัวของตัวเองนั้นก็คงต้องคิดถึงการยอมรับของผู้อื่นด้วย เพราะการเอาแต่ใจตนเป็นใหญ่หรือเรียกร้องให้ใครๆ ยอมรับตัวตนของเราจริงๆ โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรมและจริยธรรมก็กลายเป็นความทุกข์ขึ้นมาเช่นกันที่จะไปบังคับบัญชาผู้อื่นให้เป็นไปตามใจเรา

คิดว่า ทั้งสามคนที่อยู่ในตัวเราต่างเป็นเงื่อนปมของความทุกข์ทั้งสิ้น ...ทำให้นึกถึงหนทางแห่งความสุขอันสถาพรยิ่งนัก กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านและพิจารณา

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ต.ค. 2551 , 10:38:41 น.] ( IP = 125.27.175.132 : : )


  สลักธรรม 4


อ่านเรื่องนี้แล้วเห็นชัดจริงๆเลยว่า ในตัวเรามีคนอยู่ ๓ คน ต่างก็สลับกันแสดงบทบาท ผู้ที่เป็นตัวของตัวเองมาก คือเป็นตัวเราจริงๆ แต่ไม่ไปสบอารมณ์ผู้อื่นที่เขาไม่ต้องการ เรื่องราวต่างๆก็มักจะตามมา หรือบางครั้งเราก็พยายามปรับปรุงตนให้เป็นไปตามที่เราอยากเป็น แต่ก็เพราะเจ้าคนที่เป็นตัวเรานันมีอำนาจมาก คนที่จะไปเป็นที่อยากเป็นก็ต้องพ่ายแพ้..เฮ้อ บางครั้งเราก็เป็นของเราแบบนี้ แต่ผู้อื่นก็มองไปอีกแบบ เราก็เป็นไปตามที่คนอื่นเขาคิดว่าเราเป็น...จิตมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง ไม่ควรให้ความสำคัญกับความคิดของผู้อื่น แต่จงพิจารณาใจตนเองให้มากเป็นดีที่สุด

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่นำเรื่อสั้นๆแต่มากด้วยคติธรรมมาให้ได้อ่าน คิด และพิจารณาค่ะ

โดย พี่ดา [21 ต.ค. 2551 , 10:54:47 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org