| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มองข้ามไปเสียบ้าง
สลักธรรม 1
เมื่อการสวดมนต์และแผ่เมตตาอุทิศกุศลจบลงแล้ว ท่านอาจารย์ได้อนุโมทนากุศลกับทุกคนและกล่าวทักทายลูกศิษย์อีกครั้งแล้วกล่าวว่า
...ตอนนี้อากาศดีแล้วแต่เราก็ยังมีคนอยู่กันเท่านี้ จึงได้บอกว่าเราทุกคนที่มานั่งอยู่ตรงนี้เป็นผู้โชคดี แต่ไม่ใช่ว่าคนที่ไม่ได้มาจะเป็นผู้โชคร้าย ที่บอกว่าโชคดีก็เพราะเราได้ทำสมความปรารถนา คนที่ได้รับสิ่งสมความปรารถนานั้นเขาเรียกว่าโชคดี
การที่เรามีความตั้งใจว่า เช้าวันอาทิตย์เราจะได้มาสวดมนต์พร้อมกัน ได้มีโอกาสมาใช้วันหนึ่งในสัปดาห์มาศึกษาเล่าเรียนเพียรหาความรู้และดูใจตนเองให้มากๆ ผู้ที่ค้างคืนอยู่ที่นี่ก็ไม่ต้องไปพบอุปสรรคจากดินฟ้าอากาศ ผู้ที่สามารถบุกน้ำลุยฝนมาได้จนชนะอุปสรรคต่างก็เรียกว่าได้รับความสำเร็จสมปรารถนาซึ่งก็คือความโชคดี แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ คนที่ยังมาไม่ถึงหรือตัดสินใจไม่มา
ก็จะเห็นว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นที่เรา เป็นที่เรา จึงต้องแก้ไขที่เรา เราก็ต้องใช้ขันติตบะเป็นพลวปัจจัยที่จะทำให้เรานี้เข้าถึงสิ่งที่เป็นมงคลต่างๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เช้าวันนี้แต่งตัวเสร็จตั้งแต่หกโมงครึ่งแต่เมื่อจะออกจากบ้านก็เห็นว่าฝนตกหนัก ก็เลยรับประทานอาหารเช้าที่บ้านต่อจากนั้นก็ไปนั่งเขียนงาน แล้วก็นึกได้ว่าน่าจะหาอะไรมาพูดสักเรื่องหนึ่ง พอได้เนื้อเรื่องมาแล้วก็มองดูนาฬิกาว่าใกล้จะแปดโมงแล้วแต่ฝนก็ยังตกอยู่ ก็คิดว่าไม่เป็นไร ออกจากบ้านเลยดีกว่า เพราะฝนตกหนักรถอาจจะติด และถ้าขับไปช้าๆ ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงก็คงถึง และตั้งใจมาว่าจะต้องมาถึงก่อนเวลาที่ตนเองรับผิดชอบงานให้ได้
วันนี้ก็มีเรื่องมาเล่าให้ฟังชื่อเรื่องว่า ขวานผู้ไร้ค่า
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ต.ค. 2551 , 12:46:58 น.] ( IP = 58.9.107.63 : : )
สลักธรรม 2![]()
ขวานผู้ไร้ค่า
ชายหนุ่มคนหนึ่งได้ไปว่าจ้างช่างตีเหล็กในเมืองให้ทำขวานอย่างดีไว้สำหรับตัดต้นไม้ เมื่อช่างทำเสร็จก็บอกกับเขาว่า นี่เป็นขวานที่ทำจากเหล็กที่ดีที่สุดที่มีเพียงชิ้นเดียวในร้านของข้า มันคมกริบ และเป็นขวานที่ดีที่สุดที่ข้าเคยทำมา
เจ้าขวานได้ยินช่างตีเหล็กพูดเช่นนั้นก็รู้สึกภาคภูมิใจ ในขณะที่ชายหนุ่มพิจารณาดูขวานที่ส่งประกายแวววาวด้วยความพอใจ พร้อมกับจ่ายเงินอย่างงามให้ช่างตีเหล็ก และนำขวานกลับบ้าน ไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ เพื่อเตรียมเอามาตัดต้นไม้ในวันรุ่งขึ้น
ข้าไม่มีวันจะยอมให้ชายคนนี้เอาตัวข้าไปกระทบกับเจ้าต้นไม้ให้เปรอะเปื้อนหรอก อีกอย่างหนึ่งความคมของข้าก็จะลดไป แล้วความสง่างามของข้าก็จะหมดไป เจ้าขวานรำพึงกับตัวเอง พร้อมกับมองหาที่หลบซ่อนให้พ้นจากสายตาของชายหนุ่ม แล้วมันก็พบว่ามีลังเก่าๆผุๆคว่ำอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องเก็บของ มันจึงพาตัวเองไปหลบซ่อนอยู่ใต้ลังใบนั้น
รุ่งเช้าชายหนุ่มก็เข้ามาในห้องเก็บของ แต่เขาก็ไม่เห็นขวานเล่มงามอยู่ตรงที่เขาวางไว้ เขาพยายามหาจนทั่วห้องเก็บของ ยกเว้นตรงลังเก่าๆใบนั้น แต่ก็ไม่พบ ฝ่ายเจ้าขวานรู้สึกมีความสุขที่มันได้นอนนิ่งๆเย็นสบายภายใต้ลังที่เปียกชื้น ชื่นชมกับความงามของตัวเองวันแล้ววันเล่าตลอดฤดูฝน ขณะที่ชายหนุ่มได้ไปขอให้ช่างตีเหล็กทำขวานใหม่ ซึ่งแม้จะไม่ดีเท่าอันแรก แต่เขาก็ได้ใช้ขวานธรรมดานั้นตัดต้นไม้ที่ขึ้นรก รุงรัง และเมื่อเสร็จงานแล้ว เขาก็นำขวานไปทำความสะอาดเช็ดถูอาบด้วยน้ำมัน และเก็บไว้เป็นอย่างดี
เจ้าหน้าโง่เอ๊ย..ไม่สวยงามเหมือนข้า แถมยังโดนเขาใช้งานอีกด้วย ขวานชั้นเยี่ยมเปรยถึงขวานเล่มใหม่
วันเวลาผ่านไปหลายปีเจ้าขวานชั้นเยี่ยมเริ่มรู้สึกเป็นทุกข์ เมื่อมันเห็นคราบเหลืองๆดำๆเกาะอยู่บนตัวของมัน และนับวันก็ยิ่งมากขึ้นๆ จนไม่เหลือความแวววาวใดๆเลย เนื้อตัวของมันเริ่มหลุดร่อนออกมา กระทั่งวันหนึ่งชายหนุ่มได้รื้อห้องเก็บของทั้งหมด และพบขวานอยู่ใต้ลังไม้ผุกร่อน
อ้าว..อยู่นี่เองเจ้าขวานชั้นเยี่ยม โอ้โห..สนิมกินเต็มตัวอย่างนี้ ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้แล้ว ว่าแล้วชายหนุ่มก็โยนขวานขึ้นสนิมลงไปปะปนกับขยะอื่นๆ
เจ้าขวานชั้นเยี่ยมที่บัดนี้กลายเป็นขวานขึ้นสนิม ไร้ประโยชน์ ได้แต่ร้องไห้เสียใจที่ตัวมันไม่มีค่าอีกต่อไป สู้ขวานเหล็กธรรมดาๆก็ไม่ได้
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ต.ค. 2551 , 12:47:19 น.] ( IP = 58.9.107.63 : : )
สลักธรรม 3
นิทานเรื่องนี้สนอให้รู้ว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ค่าของคนมิใช่อยู่ที่ความงามเพียงภายนอก แต่ค่าของคนอยู่ที่การกระทำแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อตนและผู้อื่นต่างหาก เพราะคนที่ไร้ค่าก็คือคนที่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่เกิดประโยชน์
บางครั้งการพูดดีก็ไม่ต่างกับขวานที่คม แต่คำพูดที่เพราะและพูดดีนี้อาจจะคมกริบจนเชือดเฉือนใครก็ได้ ฉะนั้นก็ให้ระวังคำพูด ให้ระวังความคิด อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่เกิดประโยชน์ แม้กระทั่งความรู้ที่เคยศึกษาเล่าเรียนมาก็อย่าให้เป็นเพียงความรู้ที่เหมือนคมของขวานที่ไม่ได้นำมาใช้ ก็เป็นขวานที่ไร้ค่า
ซึ่งตรงกับเรื่องในห้องใจภักดิ์รักกุศลที่ได้นำมาฝากทุกท่านในวันนี้ ซึ่งในสัปดาห์ที่แล้วได้บอกกับท่านว่า ไม่มีอะไรจะมาเขียนให้แล้วเพราะถ้าหากนำถ้อยคำต่างๆ ที่เขียนให้ได้มาเรียงร้อย ก็ทำกันไม่หมดแล้ว แต่ที่หมดไปจากความจำได้เพราะท่านยังไม่ได้ทำ
ธรรมะที่ครูบาอาจารย์ทุกท่านนำมาสอนนั้น เรานำไปใช้กันไม่หมดหรอก แค่เพียงคำว่า "ขันติ" เพียงคำเดียวนี้ที่หลวงพ่อเสือสอนมาตั้งแต่อยู่ที่วัดโพธิ์นั้น เราก็ยังใช้กันไม่หมด เพราะเราจะต้องมีสิ่งที่เราใช้ขันติคือความอดทนอยู่ตลอดเวลา แต่ที่มันหมดไปเพราะเราลืมไปหมด
ธรรมะไม่มีวันหมดจากคุณค่า แต่มันหมดไปจากใจเราเพราะเราไม่ได้ทำ ในสัปดาห์นี้ก็ได้นำข้อความเหล่านี้มาฝากว่า
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ต.ค. 2551 , 12:47:39 น.] ( IP = 58.9.107.63 : : )
สลักธรรม 4![]()
ห้องใจภักดิ์รักกุศล
ต้องมีสติ และรู้จักมองข้ามสิ่งที่ไม่ควรให้ความสำคัญ เช่น คนที่ไม่ดีกับเรา หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ใจเราไม่ดีเป็นอกุศล
เพราะคนที่ไม่ดีกับเรา ถึงจะไปใส่ใจเขาก็ไม่ดีกับเราได้..เสียอารมณ์ (อกุศลจิต)
เหตุการณ์ที่ทำให้ใจเราไม่ดี ถึงสนใจใส่ใจก็เสียเวลา เราจะมีน้ำยาอะไรไปช่วยอะไรได้
อย่าไปใส่ใจหรือสนใจ มองข้ามเสีย จะได้ไม่เสียเวลา ..ไม่เสียกำลังใจ ไม่เสียความรู้สึก เพราะยังมีสิ่งที่ดีให้น่ารู้สึกมากกว่านัก และมีคุณค่าคือ "การรู้สึกตนเองให้ได้" นั่นเอง!
บุษกร เมธางกูร
๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ต.ค. 2551 , 12:48:05 น.] ( IP = 58.9.107.63 : : )
สลักธรรม 5
เพราะว่าเราทุกคนมีเรื่องราวในจิตใจมากมาย และมีสิ่งที่จะต้องกระทบกระทั่งในจิตใจมากมาย ทั้งเรื่องที่เราคิด เรื่องที่เราวิ่งเข้าไปหา หรือสิ่งที่เราไปใส่ใจ ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องเหล่านั้นไม่มีอะไรเลย นอกจากสิ่งที่ไม่สบายตา ไม่สบายหู ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ
เพราะชีวิตนั้นเป็นทุกข์ จึงไม่มีอะไรมากไปกว่าทุกข์เลย เราจึงต้องมี"สติ" โดยเฉพาะทุกวันนี้เรายิ่งต้องมีสติให้มากๆ แล้วก็รู้จัก "การมองข้าม" เช่นในขณะที่เราเดินอยู่ทุกวันนี้เราไม่ได้เหยียบมูลสุนัขเพราะอะไร? เพราะเราข้ามมันไป ทำไมเราไม่เดินสะดุดสิ่งกีดขวาง? ก็เพราะเรามองเห็นอุปสรรคแล้วเราก็ข้ามมันไป
แต่ถ้าหากเราไม่มีสติเราก็คงเหยียบมูลสุนัข แต่ก็ไม่มีใครตั้งใจเดินเหยียบเพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ไม่น่าชื่นชม และไม่หอมด้วย นี่ก็เหมือนกัน ..เอาความรู้สึกนี้มาใช้กับชีวิตเราคือ สิ่งใดที่ไม่เป็นประโยชน์ สิ่งใดที่ไม่มีค่าก็มองข้ามไปบ้าง
เพราะคนเราอยู่ด้วยกันนั้นก็มักจะมีเรื่อง เพราะเขากับเราไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนก็อยากให้คนอื่นดีกับตนเอง อยากให้คนอื่นเป็นอย่างที่ตนต้องการเช่นพูดดีมีน้ำใจ แล้วเขาก็คิดว่าคนนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เช่นคิดว่าเราชั่ว เราปากเสีย คิดว่าเราไม่ดี แต่แท้จริงแล้วเรานั้นเป็นอย่างที่เราเป็นอยู่
ฉะนั้น คนที่ไม่ดีกับเรา ..ถึงเราจะไปใส่ใจ พยายามแก้ไขอย่างไรก็แล้วแต่ เขาก็ไม่ดีกับเรา เมื่อเป็นอย่างนี้มันก็ทำให้เราเสียอารมณ์และการเสียอารมณ์นี้ก็คือเกิดอกุศลจิต อย่างเหตุการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ที่ทำให้ใจเราไม่ดีจนคิดและคาดคะเนไปสารพัด ถึงเราจะสนใจอ่านหนังสือหรือฟังวิทยุหรือฟังใครพูดอย่างไรก็แล้วแต่นั่นคือความเสียเวลา
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ต.ค. 2551 , 12:48:34 น.] ( IP = 58.9.107.63 : : )
สลักธรรม 6
ทำไมล่ะ? ก็เพราะเราฟัง เราอ่าน เราคิด แล้วเราก็ตีความว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ขอให้คิดตัวเราเองว่า เราจะมีน้ำยาไปช่วยอะไรใครได้ เช่นถ้าหากนึกถึงกระโถนที่บ้วนน้ำลาย เราบ้วนลงไปหนึ่ง คนอื่นๆ ก็เดินมาบ้วนลงไปอีก น้ำลายในกระโถนก็มากขึ้นแล้วก็บูดเน่ามากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย
เราจึงไม่มีน้ำยาอะไรที่จะไปช่วยได้ จึงไม่ควรไปใส่ใจหรือสนใจ แต่ให้มองข้ามสิ่งที่เราแก้ไขไม่ได้นี้ไปเสีย เช่นคนที่ไม่ดีกับเราก็จะคิดไม่ดีกับเราอยู่ตลอดเวลาน่ะแหละ เราจะแก้ไขอย่างไรเขาก็รู้สึกไม่ดีกับเรา ..ก็ต้องมองข้ามคนเหล่านี้ไป อย่าไปแก้ไข อย่าไปแก้ตัว
เหตุการณ์ที่ทำให้ใจเราไม่ดีก็มองข้ามไป ถ้าจะอ่านหนังสือพิมพ์ก็เปิดข้ามไปดูข่าวอื่นๆบ้างก็ได้ อย่าไปอ่านอยู่หน้าเดียว หรือการดูทีวีที่มีช่องให้เลือกอยู่ตั้งหลายช่อง เราก็อย่าไปดูช่องที่ทำให้ใจเราไม่ดี เปลี่ยนไปดูช่องอื่นบ้าง เหมือนกับตอนที่เราดูละครน่ะแหละที่ตอนโฆษณาเรายังเปลี่ยนไปดูช่องอื่นเลย เพราะเราข้ามสิ่งที่เราไม่ชอบไปนั่นเอง
การที่เราบริโภคข่าวสารต่างๆ นั้นก็เป็นการเก็บข้อมูลเข้ามาซึ่งก็ไม่มีอะไรดีเพราะเราไม่มีน้ำยาไปแก้ไขอะไร จึงอย่าไปใส่ใจให้มองข้ามไปเสียเหมือนในขณะที่เรากำลังเดินด้วยความมีสติเพื่อจะเห็นว่า นั่นเป็นมูลสุนัขหรือมูลสัตว์อะไรหรือเปล่าเราจะได้ข้ามพ้น แต่ถ้าหากเราาไม่รู้ว่านั่นเป็นมูลสุนัขเราก็เหยียบแล้วก็ลูบคลำจึงทำให้เราเปื้อนเปรอะเอง
จึงต้องมองข้ามบางอย่างไปบ้างจะได้ไม่เสียเวลา ไม่เสียกำลังใจ เพราะการอ่านหนังสือนี้ทำให้เสียเวลาไม่ว่าจะอ่านอะไร แต่เพราะเราเป็นลูกหลวงพ่อเราก็ต้องใช้เวลาให้มีค่า คือเวลานั้นต้องประกอบไปด้วยปัญญา ฉะนั้น เมื่อใดที่ไม่ได้ประกอบไปด้วยปัญญา ขณะนั้นคือการเสียเวลา
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ต.ค. 2551 , 12:48:53 น.] ( IP = 58.9.107.63 : : )
สลักธรรม 7
แล้วเราก็บริโภคสิ่งที่ทำให้เราเสียกำลังใจ อกสั่นขวัญแขวนต่างๆ นานา แต่ถ้าเรามองข้ามไปได้เราก็จะได้ไม่เสียความรู้สึก โดยเฉพาะความรู้สึกกับบุคคลต่างๆ อย่าลืมว่า หากเราหลับตาลงแล้วนึก ..คนที่เรารู้จักและมีบุญคุณต่อเรามากที่สุดก็คือพ่อแม่ปู่ย่าตายาย
แต่บางครั้งที่เราลืมตาหรือหลับตาเราก็จำหน้าตาคนต่างๆ ได้แต่เขาเหล่านั้นไม่เคยทำอะไรกับเรา ... ขอถามว่า ที่เรานึกถึงหน้าเขาได้เนี่ยเขาเคยทำอะไรกับเราหรือเปล่า? เปล่า แต่เรากำลังประทุษร้ายกับผู้ไม่ประทุษร้ายตอบเราก็ได้
เพราะยังมีสิ่งที่ดีที่น่ารู้สึกมากกว่านักและมีคุณค่าด้วย นั่นก็คือ การรู้สึกตนเองให้ประกอบไปด้วยสัปปุริสธรรมทั้งเจ็ดประการ คือรู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักกาล รู้จักประมาณ รู้จักชุมชน และรู้จักเลือกคบคน เมื่อใดก็แล้วแต่ที่เรามีความระลึกรู้อยู่ในสัปปุริสธรรมนี้เราก็จะสามารถพ้นจากเรื่องราวได้ด้วยอาศัยสติปัญญาพาความเจริญมาสู่ชีวิตได้ในที่สุด
ก็อย่าลืมว่าวันอาทิตย์หน้าจะมีการทอดกฐินและกรานกฐินของพระภิกษุที่มาจำพรรษาที่อ้อมน้อยเพื่อกระทำตามพระวินัยให้สมบูรณ์ในพรรษา และเราก็จะเป็นผู้หนึ่งที่จะไปทำให้พระท่านได้อยู่จำพรรษาอย่างสมบูรณ์ อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นงานกุศลเราก็ควรรีบขวนขวายในกิจการงานนั้น ช่วงเช้าทุกคนก็คงไปที่อ้อมน้อยแล้วกลับมาเรียนกันต่อในช่วงบ่ายที่นี่
ก็ขอความเจริญความผาสุก ความร่มรื่น ความมีสติปัญญาจงบังเกิดแก่ท่านทุกๆ คนตลอดไป
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ต.ค. 2551 , 12:49:12 น.] ( IP = 58.9.107.63 : : )
สลักธรรม 8ขอบพระคุณน้องกิ้ฟเป็นอย่างสูงค่ะ
ที่ได้มอบธรรมะในวันนี้มาให้อ่านได้อย่างรวดเร็ว
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะที่นำธรรมะอันเป็นประโยชน์มาฝาก
แม้ว่าจะพลาดโอกาสในการฟังในวันนี้แต่ก็ตั้งใจจะติดตามเสมอค่ะโดย น้องอุ๊ [19 ต.ค. 2551 , 14:22:59 น.] ( IP = 125.24.74.25 : : )
สลักธรรม 9ขอบพระคุณและอนุโมทนาสาธุกับน้องกิ้ฟอย่างยิ่งครับ
เรื่องและคำเตือนในวันนี้ ล้วนมีค่าและคุณประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตในยุคนี้จริงๆครับ เพราะนอกจากจะเบาสบายแล้ว ยังเป็นการตัดปัญหาเรื่องราวต่างๆได้ดีจริงๆครับ ถ้าเราสามารถ มองข้ามไปเสียบ้างได้ความสบายจะมีมากกว่าเดิมครับโดย พี่เณร [20 ต.ค. 2551 , 09:21:53 น.] ( IP = 58.9.145.8 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |