| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เกิดมาทำไม?
สลักธรรม 1
แม้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์....ก็ตรัสรู้ในพระชาติที่เป็นมนุษย์
เมื่อเราเกิดเป็นมนุษย์แล้ว โดยเฉพาะได้มีโอกาสฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์แล้ว ก็สมควรจะได้ใช้โอกาสอันหาได้ยากยิ่งนี้เจริญสติปัฏฐาน อบรมปัญญาให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
แม้ไม่ได้รู้แจ้งเข้าถึงพระนิพพานในชาตินี้ ก็สั่งสมเป็นพืชเชื้อไว้ เพื่อการรู้แจ้งในชาติต่อๆ ไปได้นะคะ
หากท่านสงสัยว่าคนเราเกิดมาเพื่อประโยชน์อันใด ดูไม่น่าจะมีประโยชน์ บางทีจะมีโทษมากกว่า ไม่น่าจะให้มีมนุษย์เกิดขึ้นมา
กำเนิดของสิ่งต่างๆ มิได้เป็นไปเพราะมีผู้ลิขิตหรือบงการให้เป็นไปเช่นนั้นเช่นนี้ แต่ว่าเป็นไปตามเหตุปัจจัย กรรมที่ทำไว้ทั้งที่เป็นกุศล - และอกุศล - เป็นปัจจัยให้จิต เจตสิก รูปเกิดขึ้น
และทุกครั้งที่จิต เจตสิก รูปดับไป ก็มีปัจจัยให้จิต เจตสิก รูปอื่นๆ เกิดต่อทันที ตราบใดที่ยังมีปัจจัยให้เกิด ก็ต้องเกิด เราเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏนี้มานานจนนับไม่ได้แล้วนะคะ
ถ้าจะถือตามทางโลก ก็คงจะได้ทำสิ่งอันเป็นคุณมาแล้วเป็นอเนกอนันต์ และก็อาจจะได้ทำสิ่งอันเป็นโทษมาแล้วมากเหมือนกัน คงจะได้เกิดมาแล้วทั้งในสวรรค์อันสูงสุด และทั้งในอบายภูมิที่ต่ำที่สุด
ความเป็นภพไหนชาติไหนไม่สำคัญเลย สำคัญที่ว่าเราตระหนักหรือไม่ว่า....สังสารวัฏนี้เป็นสิ่งที่ควรละนะคะ
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ต.ค. 2551 , 16:49:04 น.] ( IP = 125.27.172.202 : : )
สลักธรรม 2
หากเราเห็นโทษของการเกิดจริง อยากจะละจริง เราก็จะละได้ ด้วยการเข้าถึงพระนิพพาน
ผู้ที่เข้าถึงพระนิพพานแล้ว คือพระอรหันต์ พระอรหันต์ละได้ทั้งกุศลและอกุศล ตัดปัจจัยทั้งปวงที่ทำให้เกิดเสียได้
นิพพานคือสภาพที่ไม่เกิด เมื่อไม่เกิดก็ไม่ดับค่ะ
ผู้ที่เกิดข้อสงสัยว่าคนเราเกิดมาทำไมนั้น....บางคนเป็นเพราะรู้สึกว่าชีวิตนี้เป็นทุกข์... อยากไปให้พ้นๆ แต่ข้อสำคัญคือเรารู้จักทุกข์หรือไม่
ไตรลักษณ์หรือ ลักษณะสามของสังขารธรรมทั้งหลาย ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตานั้น ท่านเข้าใจว่าอย่างไร ? ความทุกข์ไม่ใช่สภาพที่ไม่ชอบใจ ความเดือดร้อน ความกังวลหม่นหมองเศร้าสร้อย ลักษณะเช่นนั้น ศัพท์ทางพุทธศาสนา คือโทสะ
ถ้าสิ่งที่ทำให้ท่านเกิดความรู้สึกต่างๆ ดังกล่าวนี้หมดไป ท่านจะยังเห็นว่าชีวิต เป็นทุกข์หรือไม่ ทุกขังที่เป็นลักษณะของสังขารธรรมทั้งปวง นั้นคือสภาพที่คงอยู่ไม่ได้ ต้องแปรเปลี่ยนไป ต้องเกิดต้องดับอยู่ตลอดเวลา
อันที่จริงแล้วที่เราเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏมา เป็นเวลายาวนานนี้ เพราะความติดในภพ คือความมีความเป็น หรือการเกิด ความพอใจในการเกิดนี้มีอยู่ในทุกชาติ แม้แต่ผู้ที่เกิดในนรกขั้นต่ำสุด เมื่อปฏิสนธิจิตเกิด ความพอใจที่ได้เกิดก็มีขึ้นทันที
ความพอใจนี้ละได้ยาก ต้องอาศัยพระปัญญาคุณอันยิ่งใหญ่หาประมาณมิได้ ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงจะเห็นและละได้
พระพุทธองค์ทรงเทศนาสั่งสอนให้เราละคลาย จากความผูกพัน ถอนจากความยึดมั่น หน่ายจากกาม ให้เห็นโทษของกาม และทรงแสดงทุกข์ เหตุอันเกิดทุกข์ การดับทุกข์ และหนทางปฏิบัติ ไปสู่การดับทุกข์
เมื่อเราทำได้ตามที่พระองค์ทรงชี้ทางให้เห็นแล้ว เมื่อนั้นแหละเราจะพ้นทุกข์ได้จริงๆคะ.. และพ้นอย่างสถาพรนะคะ
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ต.ค. 2551 , 16:49:21 น.] ( IP = 125.27.172.202 : : )
สลักธรรม 3
ถาม ดิฉันเกิดปัญหาถามตัวเองขึ้นมาว่าเกิดมาทำไม? เกิดเพื่ออะไร? อะไรนำพาให้เกิด? เกิดมาแล้วมีแต่ทุกข์ทำไมคนเราจึงอธิษฐานขอเกิดกันอยู่ร่ำไป.
ตอบ ที่มีปัญหากับเจ้าตัวว่า " เกิดมาทำไม " "เกิดเพื่ออะไร" คำว่าเกิดมาทำไม ขอตอบสั้นๆนะคะเพราะด้ายบนอธิบายไว้แล้วคะ ขอตอบว่า.... เพราะกรรมทำให้เกิด
"เกิดมาเพื่ออะไร" ตอบว่า... เกิดมาเพื่อสร้างบารมีหนีจากความหลง ผิดจะได้ไม่ต้องเกิดอีก
ถามว่าอะไร อะไรนำมาให้เกิด ตอบว่า..เพราะยังมี.อวิชชาความไม่รู้อยู่คือ
๑. ไม่รู้ทุกขสัจจ์ คือ ความทุกข์
๒. ไม่รู้ทุกขสมุทัย คือเหตุให้ทุกข์เกิด
๓. ไม่รู้ทุกขนิโรธ คือความดับแห่งทุกข์
๔. ไม่รู้ทางดำเนินให้ถึงทางดับทุกข์เพิ่มทุกข์เข้าอีก
๕. ไม่รู้จักอดีต
๖. ไม่รู้จักอนาคต
๗. ไม่รู้ทั้งอดีตอนาคตโยงใส่กัน
๘. ไม่รู้จักปฏิจจสมุปบาท คือลูกโซ่ที่เกี่ยวคล้องเป็นสาย มันเป็นบ่วงวงกลมคล้องคอจิตใจเราอยู่ เรียกว่าอวิชชา ๘ ก็ได้คะ
ส่วนผู้อธิษฐานขอเกิด ก็แปลว่ามีความพอใจยินดีในการเกิดอยู่. ส่วนเป้าหมายในการเกิดแตกต่างกันออกไปตามเจตนา ตามเหตุตามปัจจัยของแต่ละคน ข้อนี้ก็จริงอยู่
แต่บางท่านอยากเกิดมาอีก เพื่อสร้างบารมี เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระปัจเจกฯ หรือพระอรหันตาขีณาสพสาวกหรือสาวิกาของพระสัมมา สัมพุทธเจ้าองค์ต่อๆไป จำพวกที่ต้องการแบบนี้ คือต้องการไปทางโลกุตรกุศล
จำพวกหนึ่งนั้นต้องการเกิด เป็นเศรษฐีกฎุมพี ปรารถนาในโลกีย์ยุ่งเหยิงอยู่
บางจำพวกต้องการปรารถนาเกิดอีก เพื่อต้องการเสวยกามารมณ์ อันเป็นไปเพราะโมหะอวิชชานั่นเองค่ะ
สรุปว่านานาจิตตํนะคะ แต่ถ้าสามารถมีปัญญาในการคิด การทำแล้ว ทางออกของชีวิตมีแน่ค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ต.ค. 2551 , 16:49:40 น.] ( IP = 125.27.172.202 : : )
สลักธรรม 4
ถาม บุญ บาปนั้นชั่ง ตวง วัด ไม่ได้จึงไม่อาจรู้ได้ว่าอะไรจะมีผลมากหรือน้อยกว่ากัน แต่ถ้าจะพูดถึงหลักของเหตุ ผลแล้ว พอจะรู้ได้หรือไม่คะว่าระหว่างบุญกับบาปอะไรมีผลมากกว่ากันคะ
ตอบ บุญมีผลมาก บาปมีผลน้อยค่ะ เพราะผู้ที่ทำบาป เมื่อนึกถึงบาปทีไรก็ไม่สบายใจทุกที เพราะบาปให้ผลเป็นทุกข์ เมื่อนึกถึงทีไร ใจก็หดหู่อยู่เพียงนั้นไม่ทวีขึ้น เพราะบาปไม่เป็นที่ยินดีของคนทั้งหลาย แม้จะแจกให้ใครๆก็ไม่มีใครเอา ไม่เหมือนการแจกบุญกุศล ยังมีผู้ยินดีรับ
ลองคิดดูซิคะ ถ้าเราเปลี่ยนจากบทแผ่เมตตา อุทิศกุศลที่เราท่านทั้งหลายคุ้นเคย เช่นขอให้กุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าได้เพียรกระทำมา มีการบริจาคทาน รักษาศีล เจริญภาวนา.....จงได้เป็นพลวปัจจัยให้บังเกิดผลแก่บิดา มารดา ครูอาจารย์ ญาติพี่น้อง....ขอจงได้รับผลของกุศลโดยมีน้ำใส สะอาดดื่ม มีอาหารบริโภคสมบูรณ์.....เปลี่ยนเป็น ขอให้อกุศลกรรมที่ข้าพเจ้าได้กระทำมา มีการฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์...จงได้เป็นพลวปัจจัยให้ท่านทั้งหลายตกนรก ..อย่างนี้ใครที่ไหนจะยินดีรับล่ะคะ จริงมั๊ยคะ
ด้วยเหตุนี้เองค่ะบาปจึงไม่มีผลกว้างขวางเหมือนบุญ
เพราะบุญที่ทำแล้ว เมื่อนึกถึงทีไร จิตใจย่อมยินดีในบุญนะคะ เมื่อบุคคลยินดีในบุญของตนเองอยู่เรื่อยๆ ปีติก็เกิดขึ้น กายก็ระงับ จิตก็ระงับ กายก็เป็นสุข จิตก็เป็นสุข สมาธิปัญญาก็เจริญขึ้น บุญจึงทวีผลเพิ่มขึ้นทุกทีไม่หยุดอยู่เหมือนบาปหรอกค่ะ
เพราะฉะนั้น บุญจึงให้ผลกว้างขวางมากกว่าบาป มากๆเลยนะคะ และบุญก็ยังแจกได้ ยังมีผู้ต้องการบุญ อาการที่ระลึกถึงบุญกุศลที่ตนทำแล้ว ทำให้เกิดปีติยินดี
บุญจึงเปรียบเหมือนกับบ่อน้ำที่ขุดพบตาน้ำ น้ำจะแล่นถึงกันอยู่เป็นเนืองนิตย์ ใครๆจะมาตักเอาไปแค่ไหน น้ำก็ไม่มีวันหมดสิ้นไปฉันใด บุญกุศลที่ทำแล้วก็เช่นกันนะคะ เมื่อเผื่อแผ่ให้ใครๆบุญก็ไม่หมดสิ้นฉันนั้นค่ะ มีแต่เจริญมากขึ้นๆทุกที ด้วยเหตุนี้เองบุญจึงมีผลมาก ส่วนบาปมีผลน้อยค่ะ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [20 ต.ค. 2551 , 16:49:58 น.] ( IP = 125.27.172.202 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |