| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ชาวต่างชาติที่ไม่ได้ มีพุทธศาสนา เขาสร้างบุญกันยังไงครับ
สลักธรรม 1
ถาม เท่าที่ได้อ่านหนังสือมา เจตนาเป็นตัวกรรมที่ทำให้ไปเกิดในภพภูมิต่างๆ ได้รับสุขและทุกข์ พอมาถึงการปหานกิเลส ไม่เห็นมีการปหานเจตนา ทั้งๆที่เจตนาเป็นตัวกรรม เพราะเหตุใดครับ ?
ตอบ เพราะเจตนาไม่ใช่กิเลสค่ะ กิเลสจัดเป็นฝ่ายอกุศลเท่านั้นโดยมีอกุศลเจตสิก หรือเป็นธรรมฝ่ายอกุศลที่ประกอบกับจิตอกุศล มี ๑๐ อย่าง คือ โลภะ โทสะ โมหะ ทิฏฐิ มานะ อหิริ อโนตตัปปะ อุทธัจจะ ถีนะ วิจิกิจฉา
"เจตนา "จัดเป็นธรรมกลางๆ ที่ประกอบทั้งฝ่ายกุศล หรือ อกุศล ก็ได้ จึงไม่มีจิตดวงใดเลยที่ไม่มีเจตนาค่ะ
"เจตนา" จัดเป็นกรรม หรือเป็นสังขารก็ได้นะคะ ซึ่งสังขารในที่นี้ คือการปรุงแต่งจิตนั่นเอง ในปุถุชนที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด ย่อมมีอวิชชา เป็นตัวหนุน ให้เกิดการปรุงแต่งจิตอยู่เสมอ ไม่ว่าจะปรุงแต่งฝ่ายกุศล หรือ อกุศลก็ตาม
ส่วนในการประหานกิเลส ต้องรู้ก่อนว่ากิเลสเกิดขึ้นตอนไหน เกิดขึ้นด้วยเหตุแห่งการกระทบกันของอายตนะภายนอก และอายตนะภายใน ทำให้เกิดผัสสะ เวทนา และ ตัณหา ตามมา เช่น ตา กระทบ รูป ก็เกิดความชอบในรูปนั้นๆ ตรงนี้จึงเป็นจุดแห่งการเริ่มต้นของกิเลส จึงต้องปหานกิเลสตรงนี้ โดยมีโยนิโสให้ถูกต้อง
โดยปกติของคนทั่วไปจึงไม่ทันกับกิเลส และเกิดความยินดียึดมั่นให้เป็นของเรา และกระทำกรรมต่อไป จึงเป็น วัฏฏะแห่งกรรม หรือ กัมมวัฏฏ์ ที่จะต้องทำให้เวียนว่ายตายเกิดต่อไปอีกค่ะ
ดังนั้น ตรงเจตนาจึงเป็นกัมมวัฏฏ์
ตรงตัณหา-อุปาทานจึงเป็นกิเลสวัฏฏ์
การประหานจึงต้องประหานที่กิเลส มิใช่ประหานเจตนา
โดย น้องกิ๊ฟ [21 ต.ค. 2551 , 12:51:49 น.] ( IP = 125.27.175.132 : : )
สลักธรรม 2
ถาม ขอถามครับว่าพระที่ผ่านพิธีพุทธาภิเษก หรือเบิกเนตร ทางพระสงฆ์ในพิธี ท่านสวดบทอะไรหรือครับ มีความหมายว่าอะไร ช่วยตอบด้วยครับ วัตถุประสงค์คืออะไรครับช่วยตอบด้วยทั้งหมด ๒ ข้อครับ
ตอบ พิธีพุทธาภิเษก เป็นพิธีสุดท้ายของการจัดสร้างวัตถุมงคล จะต้องให้มีพิธีที่ถูกต้องตามแบบโบราณราชประเพณีเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะประกอบพิธีในพระอุโบสถอันประกอบด้วยพิธีหลวงและพิธีราษฎร์
พิธีจะเริ่มตั้งแต่การบวงสรวงอันมีเครื่องสังเวยชุดใหญ่ และกราบทูลเชิญหรือกราบอาราธนาเจ้านาย หรือพระสมณศักดิ์ชั้นสูงมาประกอบพิธีจุดเทียนชัย เทียนวิปัสสี เทียนนวหรคุณ เทียนมหามงคล จนกระทั้งดับเทียนชัยโปรยข้าวตอกดอกไม้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ อันเสร็จพิธี
ส่วนพิธีสงฆ์จะมีการเจริญพุทธมนต์และเจริญชัยมงคลคาถา เพื่อความเป็นสิริมงคลค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [21 ต.ค. 2551 , 12:52:07 น.] ( IP = 125.27.175.132 : : )
สลักธรรม 3
ถาม สำหรับการฆ่าสัตว์ เป็นบาป ผิดศีล ๕ แต่สำหรับคนที่ฆ่าสัตว์เป็นอาชีพ มีธุรกิจใหญ่โตกลับมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี กิจการใหญ่โตรุ่งเรือง เป็นเพราะอะไรครับ เป็นเพราะเค้าทำบุญแต่ชาติบางก่อนหรือเปล่า เค้าถึงได้ร่ำรวย และมาทำปาปในชาตินี้ได้ เคยมีคนบอกว่าบุญกรรมไม่ต้องรอชาติหน้าไม่ใช่หรือครับ
ตอบ การฆ่าสัตว์ เป็นบาปค่ะ ผิดศีลแน่นอนเพราะมีหลักเกณฑ์ในการตัดสินไว้ว่า ..สัตว์นั้นมีชีวิต รู้ว่าสัตว์นั้นยังมีชีวิต มีจิตคิดจะฆ่า มีความพยายาม สัตว์นั้นได้ตายลงไปเพราะถูกฆ่า ..
เมื่อครบองค์ทั้ง ๕ ที่กล่าวมานี้ย่อมผิดศีลแน่นอนค่ะ แต่สำหรับที่คุณถามมาว่าทำไมคนที่มีธุรกิจใหญ่โตมากร่ำรวยมากนั้น ไม่ใช่ว่าเขารวยเพราะการฆ่าหรอกนะคะ เพราะผลของทานในอดีตชาติส่งผลมาสู่เขาในชาตินี้ต่างหาก ส่วนอาชีพที่ทำนั้นเป็นเรื่องใหม่ในชาตินี้ที่เขาต้องได้รับผลกรรมแน่นอน เป็นคนละส่วนกัน
ทำดีย่อมได้ดี ที่เขารวยเพราะเขาได้ดีจากการให้ทานไว้ในชาติก่อน
ทำชั่วย่อมได้ชั่ว คือกรรมชั่วที่เขาได้กระทำในชาตินี้ เช่นการฆ่าสัตว์ ย่อมส่งผลเขาแน่นอน เมื่อมีโอกาส โดยเฉพาะชาติหน้าค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [21 ต.ค. 2551 , 12:52:26 น.] ( IP = 125.27.175.132 : : )
สลักธรรม 4
ถาม สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้ มีพุทธศาสนา เขาสร้างบุญกันยังไงครับ แล้วทำไมเค้ามีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเรา และ บ้านเมืองยังเจริญกว่าเรามาก และสำหรับญาติ ๆ เค้าที่เสียชีวิต เค้าจะได้ส่วนบุญจากไหน ในเมื่อเค้าไม่เคยทำบุญตักบาตร และไม่เคยกรวดน้ำแผ่เมตตา
ตอบเรื่องการทำบุญนั้น ไม่ใช่มีแต่การตักบาตรอย่างเดียวนะคะ บุญเกิดขึ้นได้ถึง ๑๐ ชนิดด้วยกัน คือ
๑. บุญสำเร็จได้ด้วยการบริจาคทาน (ทานมัย) คือการเสียสละนับแต่ทรัพย์ สิ่งของ เงินทอง ตลอดจนกำลังกาย สติปัญญา ความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยส่วนรวม รวมถึงการละกิเลส โลภะ โทสะ โมหะ ออกจากจิตใจ จนถึงการสละชีวิตอันเป็นสิ่งมีค่าที่สุดเพื่อการปฏิบัติธรรม
๒.บุญสำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล (สีลมัย) คือการตั้งใจรักษาศีล และการปฏิบัติตนไม่ให้ละเมิดศีล ไม่ว่าจะเป็นศีล ๕ หรือศีล ๘ ของอุบาสกอุบาสิกา ศีล ๑๐ ของสามเณร หรือ ๒๒๗ ข้อของพระภิกษุ เพื่อรักษากาย วาจา และใจ ให้บริสุทธิ์สะอาด พ้นจากกายทุจริต ๔ ประการ คือ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ละเว้นจากการลักทรัพย์ ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม และเสพสิ่งเสพติดมึนเมา อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท วจีทุจริต ๔ ประการ คือไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดปด ไม่พูดเพ้อเจ้อ และไม่พูดคำหยาบ มโนทุจริต ๓ ประการ คือ ไม่หลงงมงาย ไม่พยาบาท ไม่หลงผิดจากทำนองคลองธรรม
๓.บุญสำเร็จได้ด้วยการภาวนา (ภาวนามัย ) คือการอบรมจิตใจในการละกิเลส ตั้งแต่ขั้นหยาบไป จนถึงกิเลสอย่างละเอียด ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นโดยใช้สมาธิปัญญา รู้ทางเจริญและทางเสื่อม จนเข้าใจอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค เป็นทางไปสู่ความพ้นทุกข์ บรรลุมรรค ผล นิพพานได้ในที่สุด
๔.บุญสำเร็จได้ด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ (อปจายนมัย) คือการให้ความเคารพ ผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ ๓ ประเภท คือ ผู้มี วัยวุฒิ ได้แก่พ่อแม่ ญาติพี่น้องและผู้สูงอายุ ผู้มี คุณวุฒิ หรือคุณสมบัติ ได้แก่ ครูบาอาจารย์ พระภิกษุสงฆ์ และผู้มี ชาติวุฒิ ได้แก่พระมหากษัตริย์ และเชื้อพระวงศ์
๕.บุญสำเร็จได้ด้วยการขวนขวายในกิจการที่ชอบ (เวยยาวัจจมัย) คือ การกระทำสิ่งที่เป็นคุณงามความดี ที่เกิดประโยชน์ต่อคนส่วนรวม โดยเฉพาะทางพระพุทธศาสนา เช่น การชักนำบุคคลให้มาประพฤติปฏิบัติธรรม มีทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น ในฝ่ายสัมมาทิฎฐิ
โดย น้องกิ๊ฟ [21 ต.ค. 2551 , 12:52:46 น.] ( IP = 125.27.175.132 : : )
สลักธรรม 5
๖.บุญสำเร็จได้ด้วยการให้ส่วนบุญ (ปัตติทานมัย) คือ การอุทิศส่วนบุญกุศลที่ได้กระทำไว้ ให้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง การบอกให้ผู้อื่นได้ร่วมอนุโมทนาด้วย ทั้งมนุษย์และอมนุษย์ ได้ทราบข่าวการบุญการกุศลที่เราได้กระทำไป
๗.บุญสำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนา (ปัตตานุโมทนามัย) คือ การได้ร่วมอนุโมทนา เช่น กล่าวว่า สาธุ เพื่อเป็นการยินดี ยอมรับความดี และขอมีส่วนร่วมในความดีของบุคคลอื่น ถึงแม้ว่าเราไม่มีโอกาสได้กระทำ ก็ขอให้ได้มีโอกาสได้แสดงการรับรู้ด้วยใจปีติยินดีในบุญกุศลนั้น ผลบุญก็จะเกิดแก่บุคคลที่ได้อนุโมทนาบุญนั้นเองด้วย
๘.บุญสำเร็จได้ด้วยการฟังธรรม (ธัมมัสสวนมัย) คือ การตั้งใจฟังธรรมที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อน หรือที่เคยฟังแล้วก็รับฟังเพื่อได้รับความกระจ่างมากขึ้น บรรเทาความสงสัยและทำความเห็นให้ถูกต้องยิ่งขึ้น จนเกิดปัญญาหรือความรู้ก็พยายามนำเอาความรู้และธรรมะนั้นนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สู่หนทางเจริญต่อไป
๙.บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม (ธัมมเทสนามัย) คือ การแสดงธรรมไม่ว่าจะเป็นรูปของการกระทำ หรือการประพฤติปฏิบัติด้วยกาย วาจา ใจ ในทางที่ชอบ ตามรอยบาทองค์พระศาสดา ให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่บุคคลอื่น หรือการนำธรรมไปขัดเกลากิเลสอุปนิสัยเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น ให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา มาประพฤติปฏิบัติธรรมต่อไป
๑๐.บุญสำเร็จได้ด้วยการทำความเห็นให้ตรง (ทิฏฐชุกัมม์) คือ ความเข้าใจในเรื่อง บาป บุญ คุณ โทษ สิ่งที่เป็นแก่นสารสาระหรือที่ไม่ใช่แก่นสารสาระ ทางเจริญทางเสื่อม สิ่งอันควรประพฤติสิ่งอันควรละเว้น ตลอดจนการกระทำความคิดความเห็นให้เป็นสัมมาทิฏฐิอยู่เสมอ
บุญกิริยาวัตถุทั้ง ๑๐ ประการนี้ ผู้ใดได้ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือยิ่งมากจนครบ ๑๐ ประการแล้ว ผลบุญย่อมเกิดแก่ผู้ได้กระทำมากตามบุญที่ได้กระทำ และตรงนี้เอง เมื่อใครทำแล้วก็สามารถอุทิศส่วนกุศลไปยังพ่อ แม่ พี่น้อง และคนอื่นๆได้
และบุญทั้ง ๑๐ นั้น ไม่ว่าเชื้อชาติใดนับถือศาสนาไหน ก็สามารถกระทำบุญที่กล่าวมาได้ และที่สำคัญเราชอบเดาไปนึกไปว่า คนอื่นๆเขาไม่ได้ทำบุญ ซึ่งเขาอาจกระทำมากกว่าเราชาวพุทธก็ได้นะคะ
โดย น้องกิ๊ฟ [21 ต.ค. 2551 , 12:53:08 น.] ( IP = 125.27.175.132 : : )
สลักธรรม 6
ถาม สำหรับผู้ที่กระทำบาป จะต้องไปเกิดเป็นอะไรครับ และถ้าเกิดเป็นสัตว์ เค้าจะมีโอกาส เป็นมนุษย์อีกหรือเปล่าครับ เพราะสัตว์ไม่รู้จักปาปบุญคุณโทษ สัตว์ที่กินเนื้อสัตว์เป็นอาหาร ก็คงต้องทำปาปไปเรื่อย ๆ และจะทำความดีลบล้างความปาปได้อย่างไรครับ
ตอบ สำหรับผู้ที่ทำบาปอยู่บ่อยๆนั้น ในชาติหน้านั้น มีทุคติเป็นที่ไปโดยส่วนมากค่ะ เพราะจิตใจที่คุ้นเคยกับบาป เมื่อยามใกล้ตายลงไป อำนาจกรรมที่ทำนั้นย่อมมาปรากฏในลักษณะต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การฆ่า หรือภาพสัตว์ที่ตนฆ่า แม้กระทั่งทางด้านจิตใจก็จะเกิดการเร่าร้อนในบาปต่างๆที่ตนทำได้
และในทุคติภูมินั้นก็ได้แก่อบายภูมิทั้ง ๔ มี สัตว์นรก เปรต อสุรกาย และเดรัจฉาน
พระพุทธองค์ทรงเทศนาสั่งสอนไว้ว่า เราทุกคนล้วนต่างเวียนเกิดเวียนตายในภพภูมิต่างๆกันมาแล้วทั้งนั้น นับไม่ถ้วนเลย เคยทั้งได้ดีได้ชั่วในภพมากันทุกๆคน ดังนั้นการที่เราได้ดีเป็นมนุษย์ในชาตินี้แล้วนั้น ก็ควรรักษาความดีเอาไว้ให้มากๆ เพื่อจะได้ไม่ไปตกต่ำอีก เพราะโอกาสที่จะได้รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่วในทุคติภูมินั้นยากที่สุด
และบาปกรรมก็ลบล้างกันไม่ได้ด้วยสิคะ เอาเป็นว่า ใครเขาทำอะไรไปดีหรือชั่วก็คือเขา เราไม่ทำชั่วก็แล้วกันนะคะ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [21 ต.ค. 2551 , 12:53:30 น.] ( IP = 125.27.175.132 : : )
สลักธรรม 7ขอบคุณน้องกิ้ฟมากครับ ที่นำสาระธรรมต่างๆมาให้อ่านเพิ่มเติมความรู้อยู่เสมอนะครับ
และรู้สึกได้ถึงความโชคดีของตนเอง ที่เกิดมาพบพระพุทธศาสนาครับโดย พี่เณร [22 ต.ค. 2551 , 09:22:34 น.] ( IP = 58.9.135.192 : : )
สลักธรรม 8
ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ ที่รังสรรสร้างงานการอันเป็นกุศล ที่มีสาระประโยชน์อย่างต่อเนื่อง...อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [22 ต.ค. 2551 , 10:19:13 น.] ( IP = 124.121.171.171 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |