| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สมาธิ สุข หรือ ทุกข์
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1พระคุณเจ้าและท่านสาธุชนที่เคารพ
การบรรยายครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ในปริจเฉทที่ ๙ ก่อนอื่นจะขอสรุปเนื้อหาในปริจเฉทนี้ให้ท่านนักศึกษาฟังก่อนว่า มีอะไรเรียนกันบ้าง และอะไรที่ว่านั้นมีประโยชน์ลึกซึ้งสักเพียงใดในปริจเฉทที่ ๙ นั้น เนื้อหาทั้งหมดเป็นเรื่องการปฏิบัติทั้งสิ้น
การปฏิบัติกรรมฐานนั้นมี ๒ อย่าง อย่างหนึ่งคือ สมถกรรมฐานได้แก่ การทำจิตให้สงบเป็นสมาธิ อีกอย่างหนึ่งคือ วิปัสสนากรรมฐาน ทำจิตให้เกิดปัญญาสามารถเข้าถึงความพ้นทุกข์ได้ สรุปปริจเฉทที่ ๙ ทั้งหมดเป็นเรื่องการปฏิบัติ ๒ อย่าง คือการทำจิตให้สงบ และการทำจิตให้เกิดปัญญา เรื่องการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานหรือทำสมาธิผมจะได้อธิบายและฝึกฝนให้นักศึกษาได้กระทำด้วย คือ เรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติด้วย
สำหรับวิปัสสนากรรมฐานก็เช่นกัน เมื่อได้เรียนจนได้เหตุได้ผลพอสมควรแล้ว นักศึกษาก็คงจะต้องปฏิบัติจริง คือ ฝึกฝนปฏิบัติในชั้นเรียน แม้ว่าจะกระทำกันเพียงคนละ ๕-๑๐ นาทีก็ได้บุญมาก เพราะมีเจตนาจะให้จิตมีกิเลสเบาบางลงไป ยิ่งกว่านั้นจะช่วยให้มีความรู้ ความเข้าใจยิ่งขึ้น เพราะสำนักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของเราซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลอ้อมน้อย ถนนเพชรเกษม กม.๒๔ ไม่ไกลเท่าใดนัก มีที่ดิน ๒๐ ไร่ มีห้องปฏิบัติหลายสิบห้อง มีโรงครัว ไฟฟ้า น้ำประปาพร้อม ได้เปิดให้ผู้เข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาเป็นเวลานานร่วม ๑๐ ปี ปีหนึ่ง ๆ มีผู้เข้าปฏิบัติเป็นพัน เมื่อได้ศึกษาเล่าเรียนเข้าใจแล้วก็จะต้องเข้าถึงความจริงคือการปฏิบัติด้วย การศึกษาเล่าเรียนอย่างเดียวเป็นเพียงพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจได้ปัญญาแล้วจะได้ไม่เถลไถลในอนาคตข้างหน้า แต่การปฏิบัตินั้นเป็นการช่วยเสริมให้ทางเดินนั้นไปสู่ที่หมายปลายทางได้เร็วยิ่งขึ้นโดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ต.ค. 2551 , 09:53:45 น.] ( IP = 58.9.150.229 : : )
สลักธรรม 2
สำหรับการศึกษาเรื่องสมาธิหรือที่เรียกกันว่า สมถกรรมฐาน นั้นจะเรียนทั้งหมดในปริจเฉทนี้ ที่เคยเรียนมาแล้วก็มักจะมีอารมณ์อย่างเดียว อารมณ์เพ่งอะไรก็ว่ากันไปอย่างเดียว แต่ในการเรียนปริจเฉทนี้จะสอนหมดตั้งแต่ กสิณ ๑๐ อสุภะ ๑๐ อานาปานสติ ไปจนถึงแยกกสิณออกไปว่ามีอะไรบ้าง อสุภะ ๑๐ มีอะไรบ้าง ฯลฯ จนหมดเรื่องสมถกรรมฐาน อารมณ์สำหรับสมถกรรมฐานมี ๔๐ อารมณ์ หมายความว่าจิตที่เพ่งได้ถึง ๔๐ อย่างจะใช้อย่างใดก็ได้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงอารมณ์สมถกรรมฐานไว้ถึง ๔๐ อย่าง บางท่านคุ้นเคยกับการทำอย่างใดก็กระทำอย่างนั้น
ถ้านักศึกษาชอบกสิณจะเพ่งดินหรือเพ่งน้ำหรือมรณสติ บางคนชอบพิจารณาความตาย ว่ามีเวลาว่างเราจะพิจารณาความตาย จะพิจารณาอย่างไร หรืออัปปมัญญา ๔ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ก็ได้ หรือพิจารณาอาหาเรปฏิกูลสัญญา หรือกายคตาสติก็ได้พิจารณากาย เช่น พิจารณาเกศา โลมา นขา ทันตา ผม ขน เล็บ ฟัน ก็ได้ ถ้าพิจารณาอันไหนหรือจิตมีความสันทัดในอารมณ์ใดก็ใช้อันนั้น
นอกจากนี้ท่านนักศึกษาก็จะได้เรียนเรื่องจริตอัธยาศัยใจคอของคนว่า แต่ละคนที่เกิดมานั้น อัธยาศัยใจคอต่างกัน บางคนโกรธง่าย บางคนหลงง่าย บางคนมีความศรัทธามาก บางคนศรัทธาน้อย อัธยาศัยดังกล่าวนี้จะได้เรียนว่าจริตของคนมีเท่าใด จิตใจของคนเราชอบติดอยู่ในอารมณ์ มีอะไรบ้าง ที่ชอบเพราะอะไร เพราะทำมาบ่อย ๆ ในชาติก่อนอย่างไร มาชาตินี้จึงเกิดชอบในอารมณ์ต่าง ๆ เช่น เป็นคนโกรธง่าย รักง่าย หรือเป็นอะไร คือจะเรียนเรื่องจริตอัธยาศัยกันต่อไป
ต่อจากนั้นจะเป็นการเรียนเรื่องสมาธิจนถึงได้ฌาน เพื่อเรียนให้รู้ว่า อำนาจสมาธิเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง และขั้นตอนปฏิบัติจนได้ฌานคือได้ตั้งแต่ปฐมฌาน ถึง ปัญจมฌาน คือฌานที่ ๕ ถึง อรูปฌานโดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ต.ค. 2551 , 09:56:02 น.] ( IP = 58.9.150.229 : : )
สลักธรรม 3ต่อไปจะได้เรียนถึงอภิญญา ๖ (อภิญญา แปลว่า ความรู้พิเศษ) ท่านนักศึกษาจะได้เรียนว่าการทำอภิญญา ๖ คือการทำอิทธิฤทธิ์ เช่น รู้ใจผู้อื่นได้ สามารถรู้ว่าใครตายแล้วไปเกิดอยู่ที่ไหนและสามารถแสดงอิทธิฤทธิ์อื่น ๆ ได้อีกหลายอย่าง
เช่น ทำให้ผู้อื่นไม่สามารถมองเห็นตัวคน ที่เรียกกันว่า หายตัว หรือทำให้เห็นคนน้อยเป็นคนมากก็ได้ ทำได้อย่างไร มีข้อเท็จจริงอย่างไร อำนาจของฌาน และวิธีการที่ได้ฌานมีอย่างไร ตลอดจนการงานที่เกิดขึ้นในขณะที่ทำอภิญญา จะได้เรียนรู้ถึงเหตุผลในการทำอภิญญาที่สามารถทำฤทธิ์ได้ต่าง ๆ เช่น รู้วาระจิตคน เป็นต้น
ที่กล่าวมาเป็นเรื่องของอารมณ์สมถกรรมฐาน ที่จะเรียนในตอนต้นและต่อ ๆ ไป ในที่สุดก็จะลงท้ายด้วยอานิสงส์คือผลที่เกิดขึ้นจากการศึกษาเล่าเรียน และฝึกฝนการทำสมาธิในขั้นต่าง ๆ จะมีผลเป็นประการใดบ้าง ต่อไปในอนาคตจบ
แล้วจะขึ้นเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน จะได้เข้าใจเหตุผลว่า การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานคืออะไร มีใครในโลกนี้บ้างที่ค้นคว้าเรื่องวิปัสสนากรรมฐานได้ และเมื่อศึกษาทำความเข้าใจดีแล้วผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจะได้อะไรบ้าง เช่น ได้ญาณต่าง ๆ คือวิสุทธิ ๗ ก็จะได้ปัญญาที่เกิดขึ้นว่ามีปัญญาเรื่องอะไร เพราะปัญญามีมากอย่างและปัญญาเหล่านี้จะประหารกิเลสที่อยู่ในใจได้หรือไม่ ต่างกับสมาธิอย่างไรบ้าง
สมาธิประหารกิเลสโดยข่ม แต่ปัญญา ประหารกิเลสโดยเอาออกอย่างไร
ท่านนักศึกษาจะได้ทราบถึงเรื่องไตรลักษณ์ คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และจะได้เรียนเรื่องการปฏิบัติวิปัสสนาถึงศีลวิสุทธิ ได้ญาณต้นจนถึงญาณท้าย ๆ และจนถึงมรรคผลนิพพาน ผู้ที่ได้มรรคผลนิพพานแล้ว กิเลสก็ถูกประหารออก จะได้เรียนรู้ว่า กิเลสถูกประหารอย่างไรโดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ต.ค. 2551 , 10:06:21 น.] ( IP = 58.9.150.229 : : )
สลักธรรม 4ต่อไปเรียนเรื่อง พระอริยบุคคลเบื้องต้นจนถึงเบื้องปลาย ต่อจากนั้นท่านนักศึกษาจะได้เรียนถึงบารมี ๑๐ ทัศ บารมีคืออะไร บารมี ๑๐ ทัศ ได้แก่เรื่องอะไรบ้าง และเรียนเรื่องอานิสงส์ของบารมี เช่น การศึกษาเรื่องนี้จัดเป็นบารมีหรือไม่ ถ้าจัดเป็นบารมีจะอยู่ในบารมีอะไร ผลจะเป็นอย่างไรบ้าง เช่นการที่นักศึกษาได้เข้ามาเรียนนี้เป็นต้น (ทั้งหมดเป็นเนื้อหาของปริจเฉทที่ ๙)
ผู้เรียนจะเรียนปริจเฉทนี้อย่างละเอียด โดยพิสดารและต้องฝึกฝนในชั้นเรียนนี้ด้วย เป็นการซ้อมไว้เพื่อโอกาสต่อไปจะไปเข้าปฏิบัติจริง ๆ จะได้ไม่ยุ่งยากลำบากใจ
ถ้าไปเข้าวิปัสสนาโดยปราศจากความเข้าใจหาเหตุผลไม่ได้ก็จะไม่เป็นวิปัสสนา ดังนั้น จึงต้องฝึกซ้อมทำในโรงเรียนนี้กว่าจะจบปริจเฉทที่ ๙ ท่านนักศึกษาก็จะเข้าใจได้ดีและเมื่อไปเข้าปฏิบัติที่สำนักวิปัสสนาก็จะเข้าใจหลักการปฏิบัติจริง ๆ ได้ถูกต้อง
ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นการสรุปหัวข้อเปรียบได้กับสารบัญที่กล่าวว่า ในปริจเฉทนี้เราจะเรียนเรื่องอะไรโดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ต.ค. 2551 , 10:11:18 น.] ( IP = 58.9.150.229 : : )
สลักธรรม 5
สำหรับวันนี้ผมขอเริ่มต้นด้วยคำว่า กัมมัฏฐาน
กัมมัฏ-ฐานะ- สังคหวิภาค
คำว่ากรรมฐาน เป็นคำที่พูดกันทั่ว ๆ ไป แต่ความหมายอาจไม่ตรงกัน จึงขอเริ่มด้วยคำว่ากัมมัฏฐานะก่อน
ปริจเฉทนี้ ชื่อว่า กัมมัฏฐานสังคหวิภาค เป็นปริจเฉทสุดท้ายของพระอภิธรรมมัตถสังคหะ ๙ ปริจเฉทที่พระอนุรุทธาจารย์ได้แสดงไว้
กัมมัฏฐาน แปลตามพยัญชนะ คือที่ตั้งแห่งการงาน หมายความว่า ที่ตั้งแห่งการงานที่จะนำเราไปสู่การได้ฌานและมรรคผล แต่บางแห่งแปลว่าที่ตั้งแห่งการเพ่ง คือ เมื่อเอาจิตตั้งตรงที่ใด ตรงนั้นเรียกว่า ที่ตั้งของการเพ่ง เช่น เพ่งดูกระดานดำก็หมายความว่า จิตเพ่งไปที่กระดานดำ กระดานดำก็เป็นที่ตั้งของอารมณ์ของการเพ่ง ถ้าเรายิงนกก็จ้องดูนก ดูที่ปลายกระบอกปืน ขณะนั้นก็ได้ชื่อว่าจ้องไปที่นก นกก็เป็นที่ตั้งของการเพ่ง และจิตก็เข้าไปเพ่ง แต่ขณะนี้เราไม่ได้ยิงนก ไม่ได้ดูกระดานดำ แต่เพ่งเพื่ออะไร เพ่งเพื่อให้ได้สมาธิ และได้วิปัสสนา เพราะฉะนั้นกัมมัฏฐานจึงไม่ใช่ที่ตั้งของการเพ่งธรรมดา แต่เป็นการเพ่งเพื่อให้จิตมีสมาธิ และให้จิตมีปัญญา
สรุปกัมมัฏฐานแปลว่า ที่ตั้งของการเพ่งเพื่อให้จิตเกิดความสงบ และมีปัญญา เช่นได้ถึงฌานคือความสงบและได้ถึงมรรคผลคือปัญญา นั่นเองโดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ต.ค. 2551 , 10:14:50 น.] ( IP = 58.9.150.229 : : )
สลักธรรม 6
ความเบื้องต้น คู่มือการศึกษาเล่มนี้ผู้รวบรวมคือ ขุนสรรพกิจโกศล เป็นผู้รวบรวมคำสอนที่ชื่อว่าสังคหวิภาคอันเป็นปริจเฉทสุดท้ายแห่งพระอภิธรรมมัตถสังคหะ ที่พระอนุรทธาจารย์เป็นผู้รจนา กัมมัฏฐาน แปลตามพยัญชนะตามตัวอักษรว่า ที่ตั้งแห่งการงาน แต่ตามอรรถความหมายในที่นี้หมายถึง ที่ตั้งแห่งการงานทางใจ ที่จะให้ถึงฌานและถึงมรรคผล ไม่ได้หมายถึงการงานอื่นใดที่นอกจากนี้เลย
สังคหะ แปลว่า รวบรวมโดยย่อ
วิภาค แปลว่า ส่วนบุคคล
กรรมฐานสังคหวิภาค จึงรวมแปลตามความหมายว่า เป็นส่วนที่รวบรวมโดยย่อซึ่งที่ตั้งแห่งการงานทางใจ อันจะทำให้ถึงฌานและถึงมรรคผล ดังปรากฏอยู่ในมูลฎีกาแสดงวจนัตถะของคำ กรรมฐาน ว่า การกระทำที่เป็นเหตุแห่งการบรรลุฌาน มรรค ผล นิพพาน
ที่แปลคำว่ากรรมฐาน ว่าที่ตั้งแห่งการงาน ก็คือการงาน ๒ อย่าง งานอย่างหนึ่งคือการทำสมาธิให้จิตสงบ ใช้คำว่า ฌาน ฌานแปลว่า สงบตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์อันแน่วแน่ แต่คนโดยมากไม่เข้าใจคิดว่า พวกฤาษีชีไพรทำฌานซึ่งแปลว่า ติดในอารมณ์มั่นคง เช่น เพ่งอะไรลงไปแล้ว ติดอยู่ในอารมณ์นั้น ไม่หลุดไปทางอื่นได้ง่าย ๆ ถ้าจิตติดอยู่ในอารมณ์นั้นแน่วแน่แล้ว เราเรียกว่าฌานทั้งนั้น ส่วนมรรคผลนั้น ได้แก่พระโสดาเป็นต้นไป คือ ปัญญาทำลายกิเลสได้บ้าง และทำลายได้มากขึ้นจนทำลายได้ที่สุดไม่มีเหลือ เช่น ได้มรรคผล โสดา สกทาคามี จนถึงอรหันต์เป็นลำดับ เพราะฉะนั้นกรรมฐานจึงแปลว่า ที่ตั้งแห่งการงาน ก็หมายความว่า การงานที่จะทำให้ได้สมาธิแน่วแน่ การงานที่จะทำให้ได้ปัญญาทำลายกิเลสได้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ต.ค. 2551 , 10:19:04 น.] ( IP = 58.9.150.229 : : )
สลักธรรม 7คำว่า สังคหะ แปลว่า โดยย่อ คำว่า วิภาค แปลว่า ส่วนรวมแล้วมีความหมายว่า เป็นส่วนรวมโดยย่อ ที่ตั้งแห่งการงานทางใจอันจะทำให้ถึงฌานถึงมรรคผล
มูลฎีกากล่าวว่า การกระทำที่เป็นเหตุให้ถึงมรรคผลนิพพานนั้นชื่อว่า กรรมฐาน การเจริญภาวนาทั้ง ๒ อย่าง เป็นเหตุแห่งการได้บรรลุฌาน มรรคผล นิพพานจึงชื่อว่ากรรมฐาน ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติไม่ได้ถึงฌาน มรรค ผล จะถือว่าเป็นการทำกรรมฐานหรือไม่ ท่านนักศึกษาได้ถามมาก็ขอตอบว่าถึงจะปฏิบัติไม่ถึงขั้นก็ได้ชื่อว่าทำกรรมฐาน อยู่ที่การตั้งใจ ถ้าตั้งความปรารถนาถูกต้องก็ได้ชื่อว่าทำอารมณ์กรรมฐานแล้ว ถ้าทำสมาธิไม่เป็นกรรมฐานก็มี เพราะไม่ได้ชื่อว่าเป็นการกระทำเพื่อไปสู่หนทางนี้ คือ สายสมาธิและวิปัสสนา สมาธิก็ต้องเพ่งออกไปอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อให้ติดในอารมณ์ได้ถึงฌาน
แต่อีกประการหนึ่งเพื่อให้ได้มรรคผล แต่สำหรับบุคคลบางคน เขาไม่ได้เพ่งเพื่อการอย่างนี้ เขาเพ่งเพื่อทำเสน่ห์ เขาเพ่งเพื่อทำของขลัง เขาเพ่งเพื่อจะได้ปลุกตัวและต่อสู้กับคนอื่นเก่ง ๆ ก็ไม่เข้าตามลักษณะที่เรียนนี้ เพราะเจตนาของผู้ปฏิบัติไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะเข้าถึงปฐมฌานไปจนถึงมรรคผล แต่มุ่งหมายไปอีกทางหนึ่ง
ดังนั้น การทำสมาธิตามแบบที่มุ่งหมายตรงข้ามกับหลักการนี้ เราก็เรียกว่ากรรมฐานเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าจะเรียกอะไร แต่ก็จัดว่าเป็นการเพ่งที่ผิดทิศทางเป็นมิจฉาสมาธิ
ภาเวตพฺพา ปุนปฺปุนํ วเทตพฺพาติ ภาวนา แปลว่า ธรรมชาติใดอันบุคลพึงอบรมให้เจริญ ธรรมชาตินั้นชื่อว่า ภาวนา
ปัญญารู้ด้วยประการใดย่อมเห็นสังขตธรรมมีขันธ์เป็นต้น ด้วยอาการเหล่านั้นมีความไม่เที่ยงเป็นต้น ปัญญานั้นชื่อว่าวิปัสสนา มีคาถาสังคหะในปริจเฉทนี้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ต.ค. 2551 , 10:23:29 น.] ( IP = 58.9.150.229 : : )
สลักธรรม 8คาถาที่ ๑
สมถวิปสฺสนานํ ภาวนานมิโต ปรํ
กมฺมฏฐานํ ปวกฺขามิ ทุวิธมฺปิ ยถากฺกมํ
แปลว่า เบื้องต้นแต่ปัจจัยนี้ จะแสดงกรรมฐานทั้ง ๒ อย่าง แห่งภาวนาคือสมถะและวิปัสสนาต่อไป หมายความว่า เมื่อพระอนุรุทธาจารย์ได้แสดงวิจยสังคหวิภาคในปริจเฉทที่ ๘ จบแล้ว ต่อไปจะได้แสดงภาวนา ๒ ประการคือ สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐานตามลำดับ
จะขออธิบายก่อน ในหนังสือนี้ได้แสดงไว้ ๒ อย่างคือ สมถะอย่างหนึ่ง และวิปัสสนาอย่างหนึ่ง ในที่นี้แปลไว้ว่า ธรรมชาติใดอันบุคคลพึงอบรมให้เจริญ ธรรมชาตินั้นชื่อว่า ภาวนา
ภาวนา แปลว่า ควรเจริญ แต่เมื่อรวมบาลีด้วยแล้วหมายความว่า ธรรมชาติใดอันบุคคลพึงอบรมให้เจริญ ธรรมชาตินั้นชื่อว่า ภาวนา
คำแปลอีกข้อหนึ่ง อันว่าเอกัคคตาเจตสิกสมาธิใดยังกิเลสทั้งหลายให้สงบเพราะเหตุดังนั้น อันว่าเอกัคคตาเจตสิกสมาธินั้นชื่อว่า สมถะ หมายความว่า เอกัคคตาเจตสิกยังกิเลสให้สงบนั่นเอง.
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [27 ต.ค. 2551 , 10:28:27 น.] ( IP = 58.9.150.229 : : )
สลักธรรม 9ตอนนี้มีความทุกข์ควรทำอย่างไรดีค่ะ เพราะใจไม่สงบเลยค่ะ วิธีไหนสามารถช่วยได้ค่ะ
โดย เป็นทุกข์ [27 ต.ค. 2551 , 11:07:55 น.] ( IP = 124.121.188.14 : : )
สลักธรรม 10มาเริ่มต้นติดตามศึกษาเรื่องของกรรมฐานค่ะ อนุโมทนาสาธุและขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาเผยแพร่
สำหรับวิธีทำให้ใจสงบ เชิญอ่านกระทู้เรื่องนี้ในตอนต่อไป และอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/search.php?key=%CA%A7%BA&user=dokgaewโดย น้องกิ๊ฟ [28 ต.ค. 2551 , 16:16:53 น.] ( IP = 125.27.174.253 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |