มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำอย่างไรเราจะถึงซึ่งบรมสุข?








ตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้ว


ถาม อยากทราบเรื่องการหยุดวงจรปฏิจจสมุปบาท ขอคำอธิบายที่ง่ายๆ ด้วยนะคะ?

ตอบ ชีวิตของเรานี้เรียกว่าเป็นชีวิตในกามภูมิ เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องตาย การตายแต่ละชาติของเรานั้นก็คือวงจรของปฏิจสมุปบาท เป็นการหมุนคือวัฏฏะ ที่หมุนไปทางทวารต่างๆ ที่มีแต่ความฉิบหาย คือ โลกะ หรือโลก ซึ่งก็คือชีวิตของเรานั่นเอง

ชีวิตของเรานี้เป็นวิบากขันธ์ และสิ่งที่เกิดขึ้นตามทวารต่างๆ ก็คือวิบากเช่นกัน เรียกว่าวิปากวัฏ์ฏ์ พอวิบากเหล่านี้เกิดขึ้นเราก็ไม่รู้เท่าทันจึงตอบสนองสิ่งเหล่านั้นด้วยกิเลส เพราะไม่เคยเรียนรู้ว่า มีเหตุแห่งการเกิดขึ้นของวิบากต่างๆเหล่านี่ที่แต่ละคนได้รับต่างกัน ตามความประณีตของกุศลอกุศล กิเลสจึงเกิดขึ้นมาตามทวารต่างๆนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียกว่า กิเลสวัฏฏ์ ให้มีการกระทำกรรมต่างๆทั้งฝ่ายดีไม่ดีที่เรียกว่ากัมมวัฏฏ์ ซึ่งกรรมเหล่านี้จะมีอำนาจให้ผลอยู่ดังที่เราเคยได้ยินว่า กรรมให้ผลตามเวลา กรรมให้ผลตามกาล เป็นต้น เพราะแะนั้นเมื่อทำกรรมแล้วก็จะส่งผลให้กลายเป็นวิปากวัฏฏ์เกิดขึ้นในภพต่อไปๆ หมุนวนไม่รู้จักสิ้น นี่คือการกระทำกรรมที่ยังต้องอยู่ในความพินาศ เพราะยังมีกิเลสครอบครองใจอยู่ นี่คือวัฏสงสารที่น่ากลัวมาก

เพราะรู้ไม่เท่าทัน เมื่อมีอารมณ์มากระทบจึงเกิดกิเลส เมื่อเกิดกิเลสแล้วก็มีการกระทำกรรม เมื่อกระทำกรรมแล้วก็ส่งผลกลายเป็นวิบาก เมื่อมีวิบากเกิดขึ้นแล้วรู้ไม่เท่าทันก็เกิดกิเลส แล้วมีการกระทำกรรมอย่างไม่จบสิ้น เป็นวงกลมที่ซ้อนกันอยู่นับไม่ถ้วน

อย่างเช่น การเห็น ก็คือคลื่นแสงที่มากระทบกับประสาทตา จิตก็จะรับอารมณ์ แล้วก็ส่งต่อไปพิจารณาอารมณ์ จากนั้นก็ตัดสินอารมณ์ว่าเป็นรูปอะไร เช่น คนไม่สวย ฉะนั้นชวนจิตดวงแรกจึงเสพอารมณ์เป็นอกุศลเพราะไม่ชอบ หรือเป็นคนสวย ก็คืออกุศลเช่นกันเพราะชอบ

ถามว่า ตั้งแต่เช้าเราตื่นขึ้นมาก็มีแต่อารมณ์พวกนี้คือพอใจกับไม่พอใจ จึงเรียกได้ว่าบาปเป็นตับ ..เราอยู่กับอกุศลกรรมทั้งวัน นี่จึงเป็นสิ่งที่ยากมากที่จะเกิดกุสลกรรม แม้ว่าจะเป็นกุศลกรรมก็ตามก็ยังส่งให้เกิดอยู่นั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [29 ต.ค. 2551 , 14:34:16 น.] ( IP = 125.27.174.3 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



เมื่อมาเรียนแล้วเราก็จะตัดสินอารมณ์ได้ถูกว่า ไม่ใช่คนสวย ไม่สวย เพราะคนไม่มี สวย ไม่สวยก็ไม่มี มีแต่จิต เจตสิก และรูป การตัดสินของเราก็จะเป็นรูปนาม คือ ขณะที่คลื่นแสงมากระทบปุ๊บ เราก็กำหนดเป็น นามเห็น ไม่ใช่เราเห็น หรือเห็นว่าสวยไม่สวย

ปฐมชวนะที่เกิดขึ้นก็จะไม่เป็นอภิชฌาหรือโทมนัสคือความพอใจไม่พอใจ แต่เป็นการเสพอารมณ์ที่เป็นสติสัมปชัญญะเข้าไป(หากเป็นพระอรหันต์แล้วก็จะเป็นกิริยาจิตคือไม่บุญไม่บาปเป็นกิริยานั่นเอง ) ซึ่งเป็นวิวัฏคามินีกุศลแล้วก็ส่งต่ออารมณ์ลงตทารัมพณะตามปกติแต่เป็นการกระทำที่ตัดจากการหมุนวนของวัฏฏะได้

ความเป็นกุศลอกุศลนั้นเป็นจุดต่อเชื่อมของวัฏฏะอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเรากำหนดอารณ์ปัจจุบันเป็นรูปนามก็เป็นการตัดจากความทรงจำคือสัญญาเดิมหรือของเก่าในอดีต มาเป็นการกำหนดรู้อารมณ์ปรมัตถ์ที่ปัจจุบันกาล ก็เป็นการสับสวิตช์ไฟคนละเส้นไม่ให้เชื่อมกันได้ ทำให้สัญญาไม่ยืดยาวออกไป และสังโยชน์ก็ไม่ยุ่งเหยิง

จึงเป็นวิวัฏฏะคือตัดจากความโง่ ความเห็นผิด ตัดจากอวิชชาคือ รากเหง้าแรกคือเงื่อนเก่า เมื่อไม่มีความเห็นผิดแล้วความต้องการความยึดติดก็ไม่เกิดขึ้นเมื่อรับกระทบอารมณ์ใหม่ ..เงื่อนปมที่สองคือตัณหา ก็ไม่เกิด เป็นการตัดเงื่อนเก่าและเงื่อนใหม่ให้ขาดสิ้นลง

ลูกโซ่นี้เมื่อถูกตัดไปก็จะไม่เป็นวงกลม ห่วงโซ่ก็จะคลายออกไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หมดสิ้นเมื่อมรรคจิตเกิดขึ้นครบสี่ครั้ง กรรมที่เหลืออยู่ก็จะเป็นอโหสิกรรมเพราะไม่มีผู้รับผล การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจึงเป็นทางสายเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้พ้นจากกิเลสได้สิ้นสุดวัฏฏะได้ ส่วนสมาธินั้นไม่สามารถกระทำได้เพราะมีอารมณ์เป็นบัญญัติ

นี่คือการหยุดวงจรของปฏิจจสมุปบาทแบบง่ายๆ ค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [29 ต.ค. 2551 , 14:34:44 น.] ( IP = 125.27.174.3 : : )


  สลักธรรม 2



ถาม ทำอย่างไรเราจะถึงซึ่งบรมสุข?

ตอบ ก็ต้องค่อยๆ ทำ คือ หลีกออกมา อย่างที่พวกท่านมากันนี้คือโชคดี ที่หลีกออกมาจากการยุ่งไม่เข้าเรื่อง เพราะที่ผ่านมานั้นเราทำสิ่งที่จำเจซ้ำซาก เราก็ได้หลีกออกมาแล้วคือหลีกจากงานทางโลกมาทำงานทางธรรม

และก็ละออกมา คือละจากการมีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น เช่น มีแม่ มีพ่อ มีญาติอยู่ เราต้องถามว่าขีวิตเราต้องให้เขาหมดเลยหรือ ในเมื่อเรามาคนเดียวแล้วเราก็ต้องตายคนเดียวไม่มีใครตายกับเราได้ ลองดูสิคะ ในงานศพไม่ว่าจะรักกันแค่ไหนก็ไม่มีใครเดินตามไปนอนเป็นเพื่อนกันในโลง ไม่มีใครลงโลงเป็นเพื่อนเลยสักคนเดียว

อย่างเช่นเมื่อ "คุณเปรม"ตาย แม่พลอยก็นั่งเฝ้าอยู่ในงานศพ ถามว่า คุณเปรมกับแม่พลอยรักกันไหมในสี่แผ่นดิน ..รักกันมาก พอคุณเปรมตายแม่พลอยถึงกับนิ่งพูดไม่ออก แต่แม่พลอยกล้าที่จะเปิดโลงเข้าไปบอกคุณเปรมว่า ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณหรือเปล่า มีแต่พูดว่า ฉันอยากจะตายไปกับคุณ แต่ตอนที่ยังไม่ตายนี้ถ้าให้ลงไปอยู่ในโลงศพกับคุณเปรมด้วยแม่พลอยก็คงไม่เอา

ฉะนั้น ที่บอกว่ารักกันอยู่ขอบฟ้า เขาเขียว เสมือนอยู่หอแห่งเดียว ร่วมห้อง ..แต่ไม่มีร่วมโลง ใช่ไหมคะ?

โดย น้องกิ๊ฟ [29 ต.ค. 2551 , 14:35:04 น.] ( IP = 125.27.174.3 : : )


  สลักธรรม 3



ถาม ที่บอกว่า ทางโลกท่านจึงให้มองทางต่ำ ส่วนทางธรรมให้มองทางสูงนั้นต้องมองอย่างไรคะ?

ตอบ ทางโลกท่านจึงให้มองทางต่ำ ส่วนทางธรรมให้มองทางสูง คือ มองทางโลกก็เช่น เรามีเสื้อผ้าอาภรณ์แค่นี้ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย เรามีเงินเดือนแค่นี้ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย เรามีบ้านหลังเล็กๆ อยู่ก็ยังดีกว่าไปเช่าเขาอยู่ เรามีเงินไปเช่าบ้านก็ยังดีกว่าไม่มีเงินไปเสียค่าเช่าแล้วต้องไปนอนวัด มีวัดให้นอนก็ยังดีกว่าไปนอนป้ายรถเมล์ มีป้ายรถเมล์ให้นอนก็ยังดีกว่าไปนอนข้างถนน ยังมีถนนให้นอนก็ยังดีกว่าถูกรถชนตาย ทางโลกท่านจึงให้มองทางต่ำเพื่อจะได้มีกำลังใจ

แต่ทางธรรมท่านให้มองทางสูง มองอย่างไร? มองว่าเรามีความรู้เพียงแค่นี้เองหรือ คนที่มีความรู้มากกว่าเรายังมีอีกมาก อย่าหลงลำพองแต่ต้องพัฒนาตนเองให้มีความกระตือรือร้นในการศึกษาให้มีความรู้มากขึ้น ฉะนั้น การสำเหนียกพิจารณาหรือการได้รับฟังบ่อยๆ จะทำให้เราเป็นผู้รู้ เขาเรียกว่าพหูสูตร แต่ผู้ที่รู้แล้วและได้พยายามกำจัดกิเลสผู้นั้นเรียกว่าบัณฑิต เพราะเป็นผู้ที่แตกฉานในความรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

โดย น้องกิ๊ฟ [29 ต.ค. 2551 , 14:35:23 น.] ( IP = 125.27.174.3 : : )


  สลักธรรม 4

ตามมาอ่านบทละครชีวิตจริงครับ คือไม่มีใครรักใครข้ามชาติเลยแค่อยู่ในโลงก็แย่แล้ว วงจรปฏิจสมุปบาทนี้ลึกลับซับซ้อนและซ่อนเงื่อนจริงๆนะครับ

ขอบคุณน้องกิ้ฟมากครับที่นำประโยชน์มาให้เสมอครับ

โดย พี่เณร [29 ต.ค. 2551 , 18:25:43 น.] ( IP = 58.9.140.133 : : )


  สลักธรรม 5

ถึงจะรักกันอย่างไร ก็อยากจะร่วมหอเท่านัน แต่ก็ไม่ยอมร่วมโลงด้วย....

ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะที่สรรสร้างการงานอันเป็นกุศล ที่ง่ายต่อการศึกษาและทำความเข้าใจค่ะ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [30 ต.ค. 2551 , 10:36:45 น.] ( IP = 124.121.177.58 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org