มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำอย่างไรจะคลายทุกข์ได้ ?








ตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้ว


ถาม มีความทุกข์ค่อนข้างเยอะ ทำอย่างไรจะคลายทุกข์ได้ ?

ตอบ ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อนว่า คำถามนี้คือภาพรวม เพราะคำว่าทุกข์ที่มากมายนั้นแต่ละคนมีเหมือนกัน แต่เนื้อเรื่องหรือเรื่องราวของความทุกข์นั้นแตกต่างกัน เพราะถ้าหากตั้งคำถามย้อนกลับไปว่า น้ำหนักของความทุกข์ของเศรษฐีกับของยาจกเท่ากันไหม ...ต้องตอบว่าเท่ากัน เช่น เศรษฐีเงินหายแสนบาท กับยาจกเงินหายสิบบาท ก็มีความทุกข์ใจเท่ากัน

เราจึงต้องไปแก้ที่เนื้อเรื่องเพื่อจะให้ทุกข์น้อยลง เพราะฉะนั้นตรงนี้คงต้องถามถึงเนื้อเรื่องจากผู้ที่ตั้งคำถามมา ว่าท่านทุกข์อะไรคะ? เพราะบอกมาแค่ว่า ท่านทุกข์อย่างเดียวนั้นก็คงแก้ไขได้ยาก แต่ถ้าท่านบอกมาว่า ทุกข์ในเรื่องอะไรบ้างก็พอที่จะช่วยแก้ไขได้

อย่างเมื่อเช้านี้มีนักศึกษาพระอภิธรรมถามว่า อาจารย์ทำอย่างไรดีล่ะ เศรษฐกิจก็แย่ รัฐบาลก็เปลี่ยน คลื่นใต้น้ำก็มาก กลัวจังเลย กลุ้มใจจังเลย ยิ่งทางใต้ก็ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ ก็ได้ตอบไปว่า น่าคิดนะ เขาก็ถามกลับมาว่า อาจารย์คิดอย่างไร

ตอบเขาไปว่า คิดว่า ทำไมคุณถึงคิดแบบนี้ เพราะตลอดหลายสิบปีที่คุณมีชีวิตผ่านมาโดยยังไม่มีความวุ่นวายอย่างนี้คุณก็ไม่ทุกข์เพราะไม่มีเรื่องให้ทุกข์ แต่ตอนนี้ที่ทุกข์ก็เพราะเราเอาใจของเราไปเกี่ยวเอง

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [30 ต.ค. 2551 , 12:03:14 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



วิธีง่ายๆ ที่จะมีความสุขก็คือ พยายามมองเขาให้เป็นเขา อย่ามองเขาให้เป็นเรา แต่มองเขาเพื่อเอาดีคือเขาดีอย่างไร เราทำบ้าง เขาชั่วอย่างไร เราไม่ทำตาม ถ้าเราหยุดที่ตัวเราได้ ก็เท่ากับเราหยุดเรื่องวุ่นวายและความทุกข์ที่เรา

นี่เป็นตัวอย่างที่ยกมาให้ท่านทราบ ฉะนั้นที่ถามมาว่าทุกข์มากมาย ถ้าบอกเนื้อเรื่องออกมาให้ทราบบ้างก็อาจช่วยให้ทุกข์เบาบางลงได้

และคำถามนี้ถ้าจะตอบแบบกว้างๆ วิธีที่จะทำให้ทุกข์เบาบางลงก็คือให้จำไว้ว่า "ความวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าไม่หยุดที่ตน" ความทุกข์จะไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าไม่หยุดที่ตน และตนนั้นเป็นที่พึ่งแห่งตน

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ต.ค. 2551 , 12:03:37 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : )


  สลักธรรม 2



ถาม เพื่อนมาขอยืมเงิน แล้วก็รู้ว่าให้ยืมไปแล้วก็ไม่ได้คืน อย่างนี้เราสมควรจะให้ไหม?

ตอบ ในเรื่องนี้พระพุทธองค์ได้ให้หลักไว้ในการสงเคราะห์ญาติ เป็นให้กับบุคคลที่ควรให้ ไม่ให้กับบุคคลที่ไม่ควรให้ และบางครั้งก็ให้กับบุคลที่ไม่ควรให้

ให้กับบุคคลที่ควรให้ คือส่งเสริมอุดหนุนให้เขามีโอกาสทำความดีมีความก้าวหน้า เราก็ช่วยชีวิตเขาช่วยเหลือเขาที่เขาเรียกว่า เกื้อกูล

ให้กับบุคคลที่ไม่ควรให้ก็คือ เรารู้อยู่ว่าคนนี้ให้ไปทีไรก็แย่ทุกที เขาไม่ได้ทำความเจริญเลย แล้วบุคคลที่ไม่ควรให้นี้ก็รวมถึงบุคคลที่เรารู้ด้วยว่า เขาไม่ใช้คืน และเหตุที่ไม่ควรให้ก็เพราะว่าใจเราจะไม่ร่มเย็น

เพราะปกติแล้วคนเราให้ไม่ขาด การที่เราเสียสละเงินให้ทานนั้นเป็นกุศลแล้ว แต่กุศลนั้นจะต้องคิดให้ดีอย่าให้มาเป็นอกุศลภายหลัง

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ต.ค. 2551 , 12:03:52 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : )


  สลักธรรม 3



ฉะนั้นถามว่าสมควรให้ไหม ถ้าพิจารณาแล้วก็น่าจะไม่ควรให้ แต่บางครั้งท่านบอกว่าเมื่อเป็นคนใกล้ตัว เป็นคนที่ต้องพูดให้เราฟังอยู่เรื่อยๆ ก็ควรตัดความรำคาญนั้นเสียโดยตัดสินให้อย่างให้ขาดโดยไม่ต้องบอกว่าให้ยืม เพราะรู้แล้วว่าเขาไม่คืน

เมื่อเรารู้อย่างนี้เราก็ใคร่ครวญว่า เรามีเงินพร้อมไหม มีพอที่จะเกื้อกูลเขาได้ไหม และถ้าหากเราไม่ช่วยแล้วจะเกิดความรำคาญใจตามมาหรือไม่ เช่น เขาอาจพูดว่าเราแล้งน้ำใจนี่เราจะทุกข์หนักไหม ต้องชั่งน้ำหนักก่อนระหว่างให้แล้วเป็นทุกข์กับไม่ให้แล้วเป็นทุกข์

เมื่อเราชั่งน้ำหนักแล้วเห็นว่า หากให้ไปจะเป็นทุกข์มากกว่า ก็อย่าให้ และถ้าเห็นว่าถ้าหากไม่ให้แล้วจะเป็นทุกข์มากกว่าจะควรให้ไป เพราะเรายังมีความสามารถช่วยไหวอยู่

และเราก็รู้ว่าให้แล้วไม่ได้คืนเพราะฉะนั้นแทนที่จะให้ยืมก็ตัดสินใจให้เลย แล้วก็พูดกับเขาไปเลยว่า รู้ว่าให้ไปแล้วอย่างไรก็ไม่ได้คืน แต่ก็ยินดีที่จะช่วยซึ่งก็ช่วยได้แค่นี้แหละ

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ต.ค. 2551 , 12:04:08 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : )


  สลักธรรม 4



อย่างเช่นมายืมหนึ่งหมื่นบาท เราก็อาจช่วยเขาได้เพียงเจ็ดพันก็บอกว่าจำนวนนี้ให้เลย และทำใจให้อย่างให้ขาดเหมือนเราบริจาคทาน แทนที่เราจะให้ยืมแล้วก็รู้อยู่ว่าอย่างไรก็ไม่ได้คืน ใจเราก็จะไม่สบายแต่เขาสบาย เพราะเขาได้ไปใช้อย่างเพลิดเพลิน แต่เราคอยนั่งรอว่าเมื่อไหร่จะคืนๆ ตรงนี้มันเป็นบาปเพราะจิตเป็นอกุศล

แต่พอเราให้ขาดปุ๊บ เราก็จะเกิดกุศลเพราะการให้เช่นนี้ก็เท่ากับสงเคราะห์ให้เขาไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้แล้ว ตอนที่เราหยิบเงินใส่ซองนั้นเราก็อาจนึกถึงพระพุทธเจ้า หรือนึกถึงสังเวชนียสถานที่เราไปมา หรือโรงพยาบาลที่กำลังสร้าง

ก็ตั้งใจว่า เงินนี้ที่เราจะให้กับบุคคลชื่อนี้ แต่กุศลที่เกิดจากจิตเจตนาสงเคราะห์บุคคลนี้เราขอถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บูชาสังเวชนียสถานทุกแห่งที่เราไป เพราะเมื่อเราทำกุศลกับพระพุทธเจ้าไม่ได้เพราะท่านดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ก็ขอการทำกุศลครั้งนี้เป็นเสมือนหนึ่งว่า มือของเราที่ได้หยิบยื่นให้เป็นการยื่นทำความดีเพื่อกราบถวายกุศล

มือที่คว่ำแล้วแบ ย่อมไม่แย่เท่ามือที่แบแล้วกำ เพราะมือที่คว่ำแล้วแบคือมือของผู้ให้ผู้สละ แต่มือที่หงายแล้วรับนั้นก็จะเป็นผู้กำไปไม่ว่าจะเป็นหนี้สินหรือความหวงแหน แล้วเราก็ให้บอกตัวเองเถอะว่า หน้าที่ของเราคือทำความดีที่สุดแล้ว แล้วก็มอบเงินนั้นให้เขาไป


โดย น้องกิ๊ฟ [30 ต.ค. 2551 , 12:04:24 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : )


  สลักธรรม 5

"ความวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าไม่หยุดที่ตน"คำนี้แจ่มชัดดีมากเลยครับ แต่ก็คงยังเป็นเพียงคำสอน แต่ถ้าเมื่อไหร่เรานำมาเตือนตนเองและหยุดได้ดั่งคำสอน จิตสงบแน่ๆและทุกข์จากการรับฟัง รับรู้ก็อวสานลงได้ง่ายเลยครับ

การให้ - การยืม ก็เป็นอีกอย่างที่สร้างปัญหาไม่น้อยเลยสำหรับคนทั่วๆไป แต่สำหรับพี่เณร โชคดีหน่อยไม่เคยมีใครมายืมเงินเลย มีแต่ว่าถ้าจะให้พี่เณรก็ให้ๆขาดเท่านั้นเองสบายใจมากเลย ไม่ต้องกังวลว่าจะได้ใช้คืนไหมตัดปัญหาใจนี้ไปได้เลยครับ

น่าเห็นใจหลายๆท่านที่ต้องตกอยู่ในสภาวะนั้นๆ โดยเฉพาะมีผู้มาหยิบยืมนั่นเอง แต่ถ้าคิดว่าเรามีโอกาสมากกว่าและเฉลี่ยความสุขให้ไปบ้าง ถ้ามีความสามารถก้ควรทำครับ

แต่ถ้าจะให้ก็ต้องให้ๆขาดคือขาดจากการวนเวียนของใจตนเองจะมีความสุขสงบดีครับ เมื่อให้แล้วเขาจะเอาไปทำอย่างไรนั่นก็คือเขาเราไม่เกี่ยว เพราะเราให้ด้วยเมตตาไปแล้ว เป็นกุศลจิตแล้ว หยุดแค่นี้ดีกว่าเพราะการตามดูสิ่งที่ให้ไปโอกาสเกิดบาปอกุศลมีมากเลยครับและสามารถตามมาด้วยความกินใจกันเปล่าๆ

ขอบพระคุณน้องกิ้ฟมากเลยนะครับ ที่นำประโยชน์ในแง่คิดเพื่อชีวิตดีมาฝากเสมอครับ

โดย พี่เณร [31 ต.ค. 2551 , 09:00:21 น.] ( IP = 58.9.146.217 : : )


  สลักธรรม 6


อ่านกระทู้นี้ได้ข้อคิดดีๆ ที่สมารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย..เช่น...พยายามมองเขาให้เป็นเขา อย่ามองเขาให้เป็นเรา...เพราะหลายครั้งหลายคราที่มักจะประสบกับการกระทำของใครบางคนที่เรียกว่าไม่ถูกใจเรา ..ทำไม๊ถึงทำอย่างนี้ได้ เป็นเรา เราไม่ทำหรอก...นั่นก็เพราะว่าขณะนั้นเรากำลังมองเขาเป็นเราไปเสียแล้ว....ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะพี่ดอกแก้วที่รัก จะนำไปใช้ค่ะ

เรื่องการขอยืมเงินนั้น ไม่ค่อยจะเจอปัญหานี้ เพราะมีสโลแกนไว้กับตัวเองว่าจะไม่ให้ใครยืมเงิน ก็เนื่องด้วยว่า..ไม่อยากมานั่งกังวล นอนกังวลว่า เมื่อไรจะมาคืนสักที....จะทวงก็ไม่ได้ เดี๋ยวเสียเพื่อน สู้ให้ไปซะเลยดีกว่า ดังที่พี่ดอกแก้วบอกนั่นแหละค่ะ

และในช่วงท้าย ก็ชอบประโยคที่ว่า....มือที่คว่ำแล้วแบ ย่อมไม่แย่เท่ามือที่แบแล้วกำ ....

ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะที่นำปุจฉา-วิสัชนาที่มีประโยชน์เช่นนี้มาให้ได้อ่านและสามารถนำไปประพฤติปฏิบัติใช้ได้ในชีวิตประจำวัน....อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [31 ต.ค. 2551 , 10:05:17 น.] ( IP = 124.121.177.240 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org