| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หยุดเถอะโยม
สลักธรรม 1ฝ่ายพันธมิตรฯ เองก็คงมีการเตรียมแผนไว้หลายๆ แผนที่จะระดมคน มีทั้งแผนตั้งรับ แผนตอบโต้ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าสมาชิกความจริงวันนี้จะพูดอะไร ที่สำคัญคือตอนที่พวกเขาพูดพวกพันธมิตรฯ ก็พูดคนละสถานที่ โอกาสที่จะได้รายละเอียดจากการชุมนุมที่เมืองทองธานีก็เลยไม่ได้ เมื่อไม่ได้รายละเอียด ฟังแต่รายงานข่าว ก็เป็นการปิดหูปิดตากลุ่มของตนเองไปเลย ต่างจากกลุ่ม น.ป.ก. และ น.ป.ช. ที่เขาเปิดดูฟังทุกวัน
อันที่จริงถ้าอาตมาเป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ จะขอโอกาสให้ เอ.เอส.ทีวี เข้าไปถ่ายทอดสด หรือขอต่อสัญญาณจากเมืองทองธานีให้ดูกันให้ทั่ว แล้วค่อยพิจารณาเนื้อหา อย่างนี้จะได้ชื่อ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง แต่คงไม่มีใครทำอย่างที่พูดนี้หรอก ด้วยอาจจะเกรงว่ากลุ่มของตนจะคล้อยตามบ้าง หรือเก็บอารมณ์ไม่อยู่ หรือดูหน้าอีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะปรับกระบวนทัพได้อย่างไร อย่าลืมว่าในกองทัพต้องมีจารชนสอดแนม ต้องเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ต้องไม่บิดพลิ้วข้อมูลอันเป็นมูลฐานแล้วจึงนำไปให้ฝ่ายเสนาธิการวางแผน
ถ้าพันธมิตรฯ ขาดตรงนี้ทั้งที่โอกาสเปิดรออยู่แล้วโอกาสจะวิเคราะห์ก็ยาก การไม่รู้เขารู้เรา...อยากรบร้อยครั้งแต่พังเสียตั้งแต่ครั้งแรก...
หันมาดูเรื่องการที่จะถ่ายทอดคำพูดของอดีตนายกฯ ทักษิณ อาตมาก็ไม่เห็นว่าจะน่าตกใจหรือหวาดกลัวตรงไหน คนที่จะหวาดกลัวน่าจะเป็นคนพูดเสียมากกว่า กับการที่รายการความจริงวันนี้ จะนำไปออกรายงานในโทรทัศน์ เอ็นบีที (ช่อง11) ถ้าเป็นอาตมาก็จะไม่นำไปออกให้เป็นที่ตำหนิแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ จะทำให้เกิดความยุ่งยาก เพราะถึงอย่างไรสื่อมวลชนทุกแขนงก็ต้องรายงานอยู่แล้ว จะต้องนำไปออกในช่องของรัฐเพื่ออะไร
โถ! แค่พูดยังไม่ทันเลิกงานสื่อบางสื่อเขาก็ถ่ายทอดเสียงทางโทรศัพท์มือถือผ่านวิทยุโทรทัศน์ทั่วประเทศอยู่แล้ว เช้ามืดหนังสือพิมพ์ก็บรรเลงข่าวกันตั้งแต่เช้ามืด ผู้จัดรายการโทรทัศน์ก็จะนำทั้งภาพและคำพูดมาอ่านแบบที่เรียกว่าใครจะออกข่าวได้เร็วและยาวกว่ากันเท่านี้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ช่องเอ็นบีที ก็จะสบายใจ ไม่ต้องอึดอัดใจ ถูกสื่ออื่นๆ และนักวิจารณ์ตำหนิหรือจะได้ไม่เป็นข้ออ้างให้ฝ่ายพันธมิตรฯ โจมตีทั้งผู้จัดรายการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ เอาน่า!...เรื่องนี้อย่าทำเป็นโง่ไปหน่อยเลยโดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [1 พ.ย. 2551 , 18:21:04 น.] ( IP = 58.9.149.104 : : )
สลักธรรม 2การบ้านการเมืองก็มีผู้ให้แนวทางที่เป็นทางออกแก่ทุกฝ่าย แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับแนวคิดนั้นๆ เหตุก็เพราะว่า...กลัวอาย กลัวแพ้...ที่สำคัญคือ รอยปริร้าวภายใน ซึ่งนับวันจะกำเริบขึ้นทุกทีด้วยเหตุแห่งการชิงบทบาทผู้นำที่เรียกว่า แย่งซีน รอยปริร้าวเหล่านี้ ต้องมีภายในอย่างแน่นอน
ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า เรื่องความเป็นคนเรียกศรัทธา และความอยากเป็นดาราหน้าเวที ทั้ง 2 เรื่องนี้อย่างไรเสียก็ต้องมีรอยปริร้าวลึกภายในอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม น.ป.ก. , น.ป.ช. และ พ.ธ.ม. รอแต่ว่าจะระเบิดออกมาเมื่อไหร่ อย่าว่าแต่กลุ่มดังกล่าวเลย ขนาดว่าเพื่อนกันยังหักกันมาแล้ว ประติมากรนายกก็ยังตกต่ำ รัฐมนตรีที่เคยร่วมรัฐบาลก็ยังประจานกันมาแล้ว มิไยการรวมกลุ่มแบบนี้จะไม่มีความขัดแย้งภายในซึ่งกันและกัน เพียงแต่ว่า ยังพอทนกันได้ และกลัวขายหน้าฝ่ายตรงกันข้าม ที่พูดอย่างนี้ถ้าไม่มีจริงให้ฟ้าผ่าหัวเลยก็ได้
การแนะนำใดๆ คงไม่เป็นประโยชน์หรอกเพราะหลายฝ่ายกำลังตกอยู่ในภาวะ หน้ามืดตามัว แต่ถ้าทุกอย่างจะสงบลงได้คงไม่ใช่เรื่องเจรจาแต่อยู่ที่ทุกคนทุกฝ่ายเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ประเทศชาติ คือ สิ่งที่ต้องการทวงคืนก็ยังไม่ได้ สิ่งที่เสียเกิดขึ้นเกินกว่าสิ่งที่จะได้คืน แล้วทุกคนทุกฝ่ายก็ต้องหยุด ทำไมจึงไม่พูดคำว่า ถอย เหตุก็เพราะว่าในขณะที่ถอยนั้นตาก็ยังจ้องจับผิดคิดไม่ซื่ออยู่ดี แต่ถ้า หยุด ทุกอย่างจะจบ แล้วเราควรจะหยุดอะไรบ้าง...โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [1 พ.ย. 2551 , 18:25:32 น.] ( IP = 58.9.149.104 : : )
สลักธรรม 3หยุดพล่ามว่าตนเองเป็นผู้จงรักภักดี
หยุดใส่ร้ายป้ายสีสถาบัน
หยุดกัดกันเหมือนสุนัข
หยุดชักใยในที่แอบแฝง
หยุดพูดคำหยาบ
หยุดก่นคำสาปแช่ง
หยุดการกลั่นแกล้ง
หยุดแย่งชิงความเป็นใหญ่
หยุดการดื้อดึง
หยุดทึ้งผลกำไร
หยุดการฆ่าคนไทย
หยุดพาคนไปตายเสียที
หยุดคิดว่าตนเองซื่อสัตย์
หยุดชุดประวัติผี
หยุดด่าว่าคนอื่นเลวกาลี
หยุดคิดว่าตนเองดีน่านิยม
หยุดฟังแต่พวกของเรา
หยุดโกรธที่ถูกพวกเขาถุยถ่ม
หยุดฟังคนชั่วช้าบ้าคารม
หยุดถล่มประเทศไทยให้วายวอด
หยุดแล้วก็หันหลังกลับ คือ กลับไปดูแลพ่อ แม่ ลูก เมีย ธุรกิจ เข้าวัดเข้าวา ฟังเทศน์ฟังธรรม ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เลี้ยงเด็กยากจนเด็กกำพร้า พัฒนาถิ่นฐานบ้านเกิด
เฮ้อ!... ฟังร้านค้าสะดวกซื้อ ฟังร้านโชห่วย เขาพูดว่า ตั้งแต่มีการชุมุนมของทุกกลุ่มนี่ มีผู้ซื้อถุงยางอนามัยมากเป็นพิเศษ ฝ่ายโรงแรมม่านรูดและโรงแรมชั่วคืนชั่วคราว ก็พูดว่าตั้งแต่มีการชุมนุม โรงแรมไม่ค่อยว่างเลย ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ ฮือม!...นึกว่าจะมีการผิดผัวผิดเมียกันเพียงแค่ลูกเสียชาวบ้านครั้งก่อนโน้น การชุมนุมที่ยืดเยื้อก็มีการผิดลูกผัวลูกเมียกันไม่น้อยทีเดียว เอ้า...ลูกใคร ผัวใคร เมียใคร ติดตามกันกันเองเถอะ อดกินได้ไม่เกินหนึ่งวัน แต่เรื่อง อดกาม ใครมันจะอดได้เกิน 1 เดือน ติดตามดูเถอะแล้วจะรู้ว่า ผัวก็เสีย เมียก็มีชู้ คิดอย่างนี้ก็ต้องพูดว่า...งานเข้าแล้วมึง!.....
![]()
โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [1 พ.ย. 2551 , 18:30:16 น.] ( IP = 58.9.149.104 : : )
สลักธรรม 4กราบนมัสการพระราชวิจิตรปฏิภาณที่เคารพยิ่ง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ถ้าจะถือได้ว่าเป็นวิบากกรรมของคนไทยทั้งชาติได้หรือเปล่าครับโดย santra [1 พ.ย. 2551 , 22:43:57 น.] ( IP = 61.19.214.216 : : )
สลักธรรม 5ในเมื่อท่านชี้แนะให้เขา..รู้เขารู้เรา..ก็คงยากที่จะหยุดไปกับหยุดทั้งหลายที่ปรากฏในบทกลอนของท่านได้ เพราะแต่ละฝ่ายก็ต้องพยายามกระจายความรู้ของฟากตนไปให้กว้างขวาง
ตั้งแต่มีสถานการณ์นี้ก็เห็นความบาดหมางเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกสังคมไม่เว้นแม้แต่กลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมที่มีความคิดแตกต่าง
เมื่อมีข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามมาเปิดเผย ผู้รับข้อมูลก็พร้อมจะโต้เถียง ชี้แจง แสดงเหตุผลในทันที ราวกับว่าตนเองเป็นเจ้าของเรื่องโดยตรง บางครั้งเถียงไม่ทันสู้คารมไม่ไหวก็ถอยไปสักพักแล้วก็กลับมาพร้อมข้อมูลใหม่หรือคำพูดที่ดูเหนือกว่าเพื่อมาเอาชนะคะคานกัน และเมื่อยิ่งแสดงก็ยิ่งเกิดความขัดแย้ง และโกรธเคืองกันขึ้นมาด้วยสาเหตุโง่ๆ ทะเลาะกันเพราะคนอื่นแท้ๆ
จากที่เคยคุยกันดีๆ พอมาคุยเรื่องนี้ปุ๊บหน้าตาก็แดงก่ำ ปากสั่น แข้งขาอยู่ไม่สุข ทำท่าฮึดฮัด คำพูดไม่น่าฟังหลุดออกมาเป็นระลอกๆ ..แล้วก็เหมือนคนเป็นโรคจิตที่พอมีโอกาสเมื่อใดก็มักหมั่นมาปะทะคารมกันแต่ในเรื่องนี้ ทำอกุศลต่ออย่างยืดยาว ..จึงไม่แปลกใจเลยที่ผู้ห่างธรรรมะจะตะลุมบอนกันได้ด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
ดูแต่ละคู่คุยกันแล้วบางครั้งก็เหมือนเป็นภาพที่สนุกเพราะไม่ใช่เราเป็นคนที่เข้าปะทะ แต่ที่นึกสลดใจมากกว่าก็คือ จากที่เคยรักใคร่กันดี จากที่เป็นญาติสนิทมิตรสหาย ..พลันกลับกลายมาโกรธกันเพราะคนที่ไม่เคยมาพูดด้วยเลยสักนิด ... สิ่งดีๆ ที่เคยมีให้กันมาก็กลับกลายเป็นไร้ค่าเพราะสู้อิทธิพลของคนอื่นที่มีต่อใจในขณะนี้ไม่ได้ ของดีๆ ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ดูขัดตาเพราะความไม่สบอารมณ์ เรื่องสนุกสนานก็ไร้รสชาติและอาหารการกินที่ประณีตรสก็พาลฝืดคอไปเลย
น่าเศร้าใจที่ความหมางเมินและคิดเอาชนะกันในหมู่มิตรเกิดขึ้นเพราะเรื่องเหล่านี้ ...นี่กระมังคะคงเป็นโทษของเดรัจฉานกถาที่พระพุทธองค์ทรงห้ามภิกษุทั้งหลายมิให้กล่าวเพราะขวางทางต่อความสงบสุข
สิ่งที่ช่วยใจให้สบายได้มากในขณะนี้ก็คือ คำสอนของหลวงพ่อเสือที่ว่า ..ใครทำใครได้.. เพราะไม่ต้องไปตัดสินหรือแก้แทนใครเลย กรรมใดใครก่อก็ต้องได้รับผลไปตามนั้น และทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วแน่ๆโดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2551 , 14:01:45 น.] ( IP = 61.90.64.241 : : )
สลักธรรม 6ผมขออนุโมทนากับน้องกิ๊ฟและสนับสนุนคำสอนของหลวงพ่อเสือที่ว่า ใครทำใครได้ เมื่อเราสร้างเหตุเอง ผลก็ย่อมตกที่เราเองเช่นกัน เราถ่มน้ำลายตั้งใจจะรดฟ้า น้ำลายนั้นก็ตกลงมาใส่หน้าคนถ่มจนได้ เราโกหกใครได้เสมอแต่โกหกตนเองไม่ได้
โดย santra [2 พ.ย. 2551 , 21:53:31 น.] ( IP = 61.19.214.226 : : )
สลักธรรม 7
ไม่รู้ไม่เห็นเป็นดีที่สุดเจ้าค่ะ พระคุณเจ้าโดย abctoy - [2 พ.ย. 2551 , 22:17:42 น.] ( IP = 118.172.245.53 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |