มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รอยยิ้มมีค่าต่อมวลมนุษย์









รอยยิ้มมีค่าต่อมวลมนุษย์


เช้าวันนี้ก่อนที่จะสวดมนต์ทำวัตรเช้า อาจารย์บุษกรได้กล่าวน้อมนำใจให้มีการตั้งบุพพเจตนาในการทำกุศลที่ประกอบไปด้วยปัญญาครั้งนี้ว่า ..

การจะเดินทางไปไหนสักที่หนึ่งนั้น เราต้องรู้ว่าชีวิตของเราแต่ละคนไม่ได้โปรยไปด้วยกลีบกุหลาบแต่ต้องมีอุปสรรคบ้าง และหลวงพ่อท่านก็สอนเสมอว่า ..อุปสรรท้าทายความสามารถ วิบากท้าทายปัญญา .. และอุปสรรคเหหล่านั้นเราจะมีความสามารถเพื่อข้ามสิ่งกีดขวางเหล่านั้นไปก็ด้วยแรงศรัทธา ส่วนวิบากต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิบากกุศลหรือวิบากอกุศลที่มุ่งเข้ามาสู่จิตใจของเรา หรือร่างกายของเราล้วนเป็นเหตุอดีตทั้งสิ้นที่เราต่างทำมาเองทั้งดีทั้งชั่ว

ถ้าหากเรารู้ไม่ทัน เราก็ทุกข์โทมนัส หรือมีความสุขโสมนัสไปกับสิ่งที่เป็นผล แต่เมื่อใดเรามีปัญญาที่จะมองเห็นความจริงในสภาพธรรมเหล่านั้นว่า เป็นเพียงผลที่เกิดขึ้นจากเหตุ มีทั้งเหตุที่เป็นกุศลและเหตุที่เป็นอกุศล เราก็จะสามารถสกัดกั้นความหลงใหลเพลิดเพลินไปด้วยโมหะอวิชชาได้

อุปสรรคท้าทายความสามารถ... วันนี้พวกเราก็มีความสามารถฟันฝ่าอุปสรรคคือชีวิตของเราที่ต้องมีความเสื่อมชราไปตามกาลมาตั้งใจทำกุศลผลบุญได้ และเราก็ฟันฝ่าผ่านวิบากต่างๆ มาจนกระทั่งวินาทีนี้เพื่อจะสร้างสมปัญญาบารมีให้เกิดขึ้นในชีวิตตน

เมื่อมีความตั้งใจพร้อมแล้วก็ขอให้ทุกคนประนมมือขึ้น แล้วมองไปที่องค์พระปฏิมาสัมมาสัมพุทธเจ้า และกล่าวคำว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ..

และหลังจากที่การสวดมนต์ทำวัตรเช้าจบลงแล้ว ท่านอาจารย์ได้พูดคุยกับทุกคนว่า ..

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [2 พ.ย. 2551 , 13:37:15 น.] ( IP = 61.90.64.241 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



วันนี้เราได้มาสวดมนต์ประจำสัปดาห์ร่วมกันอีก ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า อุปสรรคท้าทายความสามารถ วิบากท้าทายปัญญา ..เพราะเราทุกคนเกิดมานั้นชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ ไม่มีใครเกิดมาแบบที่คนโบราณบอกว่า ทางชีวิตโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ และถึงทางจะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบแต่อดีตกรรมทำมาดอกอุตพิษ ทางนั้นก็เดินไปด้วยความมีกลิ่นเหม็น ชีวิตเราจึงลุ่มๆ ดอนๆ มีสุขบ้างมีทุกข์บ้าง มีลาภมีเสื่อมลาภ มียศมีเลื่อมยศ มีสรรเสริญมีนินทา ..เป็นของคู่กัน

เมื่อเราเข้าใจสิ่งเหล่านี้ก็คือความรู้นั่นเองที่เราศึกษาเล่าเรียนมา ท่านบอกว่าให้เรามีความรู้ก็เพราะ ..รู้ดีเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้..

รู้ดีเอาไว้กัน ..กันอะไร? เช่นเรามีความรู้ดีเรื่องวัฏฏะสงสารการเวียนว่ายตายเกิดว่า ชีวิตนั้นเกิดมาต้องเติบโต เสื่อมชราและมรณะ หรือชีวิตนี้ไม่ว่าหญิงหรือชายก็ไม่มีใครหนีพ้น จะเป็นคนรวยคนจน ก็หนีความเกิด แก่ เจ็บ ตายไปไม่ได้ เพราะต้องประสบด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น..นี่ก็คือรู้ดีรู้ถูก

การที่เราฝึกใจของเราจากความรู้ถูกหรือรู้ดีอันนี้ก็เพื่อกันความหลงผิด เพราะเรามีความหลงผิดอยู่ตลอดเวลาในทุกวันนี้จนเราลืมตายกัน การที่เราไม่ได้เจริญมรณานุสติอยู่ตลอดเวลาทำให้เราหลงไปว่า เรายังแข็งแรงอยู่ เรายังมีเวลาอยู่ เรายังทำอะไรๆ ได้อยู่ ทั้งๆ ที่ในความรู้ถูกนั้นคือ เราจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เราจะตายที่ไหนก็ไม่รู้ เราจะตายด้วยโรคอะไรก็ไม่รู้ และตายแล้วไปเกิดเป็นอะไรเราก็ไม่รู้

นี่คือความจริงอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราเห็นว่า การที่เรามีความรู้ดีคอยเตือนตนเองให้ได้ดี เช่น ไม่แน่เลย ว่าเราจะมีลมหายใจอยู่ถึงเมื่อไหร่ เมื่อเรามีความรู้ดีเอาไว้กันแล้วอัปมาทธรรมก็เกิดขึ้น คือความไม่ประมาท ..เราก็จะใช้ชีวิตถูกต้องรอบคอบขึ้น ถูกต้องคือ.. เดินไปในทางที่ควรดำเนิน รอบคอบคือ..ไม่ประมาท จะไปไหนจะทำอะไรก็เลือกทำเลือกรับประทานเลือกใช้ในสิ่งที่เป็นภัยต่อตนเองน้อยที่สุด ..นี่เรียกว่า รู้ดีเอาไว้กัน

โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2551 , 13:37:56 น.] ( IP = 61.90.64.241 : : )


  สลักธรรม 2



รู้ทันเอาไว้แก้.. แก้อะไร? ก็คือการที่เรามีความรู้ดีก็นำมาให้เกิดความทันก็คือ เมื่อรู้เรื่องของชีวิตรูปนามขันธ์ห้าดีแล้วว่จากการศึกษาเล่าเรียนในปริจเฉทต่างๆ ว่าต้องเวียนว่ายตายเกิด ต้องเป็นไปด้วยความแก่เจ็บตาย ..เราก็เอามาไว้แก้โดยการรู้รูปนามในปัจจุบันเพื่อแก้ความวิปลาส ..มีสุภวิปลาส สุขวิปลาส นิจจวิปลาส และอัตตวิปลาส รวม ๔ อย่าง

สุภวิปลาสคือความหลงผิดเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนคิดว่าชีวิตนั้นเป็นของดี ซึ่งชีวิตนั้นไม่ได้เป็นของดีเลยเพราะชีวิตนั้นเป็นของไม่ดี เต็มไปด้วยของสกปรกและสิ่งที่ต้องแก้ไขไม่ว่าจะเป็น เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านให้ปลง และมีทั้งน้ำเลือด น้ำหนอง มูตรคูถ น้ำเหงื่อ ขี้ไคลต่างๆ ในร่างกาย เป็นของอสุภะ ไม่ได้เป็นสุภะ

แต่การที่เราเห็นว่าดีก็เพราะมีสิ่งปกปิด มีเสื้อผ้าอาภรณ์ มีสิ่งบำรุงประทินโฉม มีการเกล้าผมไม่ให้กระเซิง ซึ่งถ้าถอดสิ่งเหล่านี้ออกมาก็ไม่ต่างจากเปรต ร่างกายจึงไม่ใช่เป็นของดี แต่เราหลงว่าเป็นของดีนี่ก็คือ สุภวิปลาส

แล้วเราก็หลงว่าเป็นสุขแท้ที่จริงก็คือสุขเวทนาเกิดขึ้นจากการเสวยอารมณ์เข้าไปจากสิ่งที่มากระทบที่พอใจ เช่น เห็นดี ได้ยินดี ได้กลิ่นดี ได้รสดี ได้สัมผัสถูกต้องดี ..สิ่งเหล่านี้เมื่อมาประสบกับเรา เราก็เกิดความสุข แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เที่ยง เพราะธรรมชาติทั้งหลายนั้นย่อมต้องเสื่อมและดับไป เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วความสุขนั้นจึงไม่เที่ยง และอะไรที่ไม่เที่ยงเหล่านั้นก็เรียกว่า ทุกข์

เพราะมันเป็นอนิจจัง เมื่อเป็นอนิจจังความไม่เที่ยงแล้ว สิ่งเหล่านั้นก็เป็นทุกข์ เมื่อเราเข้าใจผิดหลงว่าชีวิตนั้นเป็นของสุข นั่นก็คือเราประมาท

โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2551 , 13:38:16 น.] ( IP = 61.90.64.241 : : )


  สลักธรรม 3



หลงผิดว่าเป็นตัวตนคนสัตว์ว่าเป็นเรา เป็นของๆเรา แท้ที่จริงก็คืออวัยวะน้อยใหญ่ที่มารวมประชุม ก็คือมีจิตเจตสิกมีรูปมาประชุมกัน แล้วมีกรรมเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง ให้เรานั้นเป็นไปด้วยอำนาจกรรม ซึ่งเรียกว่า วิบากขันธ์ จึงไม่มีอะไรเลย มีแต่ธรรมที่เกิดขึ้นด้วยเหตุดังคาถาที่บอกว่า "เหตู เหตุสมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมานํ ตํสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย " ธรรมทั้งหลายมีเหตุทั้งสิ้นทั้งรูปและนามที่ปราศจากตัวตนคนสัตว์ทั้งนั้น

เมื่อเรารู้ทันปัจจุบันว่า นี่เป็นรูปนะ นี่เป็นนามนะ ..ก็จะสามารถแก้วิปลาสและแก้ปมแห่งสังสาวัฏฏ์ได้ การที่เรามาที่นี่มารู้ดีรู้ทันเพื่อให้สามารถครองกาย วาจา ใจของเราได้ เราก็จะได้อยู่อย่างไม่อับ จากไปอย่างไม่อาย และตายไปอย่างไม่อด

ทุกวันนี้เราต้องอยู่อย่างไม่อับ ..ก็คืออยู่อย่างไม่อับเฉา คำว่าอับนี้ทำให้นึกถึงที่ชุ่มชื้นแฉะหรือเหมือนเรืออัปปางที่ต้องจมดิ่งลงไปสู่ก้นมหาสมุทร เราจึงต้องอยู่อย่างไม่อับเฉา ไม่เบาปัญญา

แล้วก็ต้องจากไปอย่างไม่อาย..นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชัวดี ประดับไว้ในโลกา.. มีคนมากมายที่เป็นบรรพบุรุษของไทยเมื่อท่านจากไปแล้วท่านก็จากไปอย่างไม่อาย เพราะท่านได้ทำคุณงามความดีเอาไว้ แล้วเราล่ะเกิดมาเราทำอะไรไว้เป็นที่ยกย่องสรรเสริญหรือยัง ถ้าหากยัง..ก็ให้รีบทำ เพราะเราจะต้องมีความพลัดพรากจากภพสู่ภพแน่นอน จึงอย่าจากแบบอาย

และประการสุดท้ายตายแบบไม่อด ..คือต้องทำกุศลเป็นเสบียงบุญไว้ เพราะเราต้องเดินทางไกลจะได้ไม่อดอยาก ทุกวันนี้เราก็จะเห็นเลยว่า ฐานะความเป็นอยู่ของเรานั้นไม่ค่อยดีหรือมีความอดอยากนิดหน่อย เราก็ยังรู้สึกไม่สบายเลย ต้องดิ้นรนกระเสือกกระสน ..แต่นี่ชีวิตเราเดินมาปลายทางแล้วแม้จะกระเสือกกระสนก็เป็นไปอีกไม่นานก็ตายแล้ว ..แต่ก็ต้องไปเริ่มต้นใหม่ แล้วก็ยังต้องเดินอีกไกล

จึงอย่าประมาทเพราะว่าเราจะต้องเก็บกอบกุศลเอาไว้มีทาน มีศีล มีภาวนา ทำให้มีค่าขึ้นในชีวิต เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเสบียงบุญของเรา เมื่อเราทำแล้วและตายไป เกิดใหม่ก็จะได้ไม่อด

ฉะนั้น ธรรมะคือคุณากร ..ที่จะทำให้เราส้างคุณค่าแก่ชีวิตของเราได้ เราจึงต้องรู้ดีเอาไว้กัน รู้ทันเอาไว้แก้ เมื่อทั้งรู้ดี รู้ทัน ชีวิตก็จะอยู่แบบไม่อับ และจากไปอย่างไม่อาย ตายไปก็จะไม่อด ..นี่คือเรื่องที่เราต้องกำหนดที่ตัวเราเอง ไม่มีใครช่วยเราได้ถ้าหากเราไม่ช่วยตนเอง และใครทำใครได้ ทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว

โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2551 , 13:38:34 น.] ( IP = 61.90.64.241 : : )


  สลักธรรม 4



นี่คือสิ่งที่ไม่ได้เตรียมจะมาพูดในวันนี้ แต่เกิดจากความรู้สึกเมื่อวานที่ใช้ชีวิตตามลำพังตั้งแต่สองทุ่มจนถึงห้าทุ่ม และรู้สึกในตอนเช้าว่า ชีวิตเราต้องไม่เหมือนใคร เราต้องมีชีวิตใหม่ให้ได้ เราต้องไม่เชื่อใครนอกจากพระพุทธเจ้า กับหลวงพ่อเสือ แล้วเวลาเราได้ยินอะไรเราก็ต้องนึกถึงหลักอย่าเชื่อ แต่เมื่อเราต้องไปคอยคิดว่าอย่าเชื่อในเรื่องเหล่านี้เข้ากับเงื่อนไขข้อใดบ้าง เช่น อย่าเชื่อโดยฟังตามกันมา อย่าเชื่อโดยอ้างตำรา อย่าเชื่อโดยอนุมาน ..เหล่านี้เป็นต้น ก็สู้ไม่เชื่ออะไรเลยแต่เชื่อพระพุทธเจ้ากับเชื่อหลวงพ่อเสือง่ายกว่า

เมื่อมีความรู้สึกเช่นนี้ ความปลอดโปร่งก็เกิดขึ้น เมื่อมีความปลอดโปร่งเกิดขึ้น คำอธิบายธรรมะก็เร็วไวเช่นเมื่อสักครู่นี้ เพราะเราสามารถละทิ้งสิ่งที่เป็นเครื่องรกชัฎออกไป สิ่งที่เราสั่งสมไว้ในใจก็เหมือนมีหญ้ามาปกคลุมไว้ ต้นไม้แห่งความดีมันก็ไม่เจริญเติบโตขึ้นมาได้ เมื่อเราปัดขยะมูลฝอยออกไป ต้นไม้แห่งความดีที่เรามีเมล็ดพันธุ์ ที่หลวงพ่อท่านฝังไว้ ก็จะเจริญเติบโตมาได้ ทำให้เรามีความสุขและสามารถถ่ายทอดความสุขไปสู่กันและกันได้ดังข้อความที่ปรากฏบนกระดานนี้



ห้องใจภักดิ์รักกุศล

จงพูดคุยกันแต่เรื่องของความสุขเถิด โลกนี้เศร้าพอแล้ว จะทำร้ายตัวเองต่อไปทำไม

แสงแดดมีค่าต่อมวลดอกไม้ ดุจเดียวกับที่รอยยิ้มมีค่าต่อมวลมนุษย์...
จงทักทายกันด้วยรอยยิ้มแม้จะไม่มีคำพูดใดๆ ก็ตาม

จงปัดอดีต และไล่อนาคต ออกไปจากใจ
เพราะ
การอยู่กับปัจจุบันได้นั้นคือ การเอื้ออารีย์อันแท้จริงต่ออนาคตของตนเอง

ด้วยความปรารถนาดี

บุษกร เมธางกูร
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑



โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2551 , 13:38:51 น.] ( IP = 61.90.64.241 : : )


  สลักธรรม 5



..จงพูดคุยกันแต่เรื่องของความสุขเถิด
โลกนี้เศร้าพอแล้ว จะทำร้ายตัวเองต่อไปทำไม..



ทุกวันนี้ โลกนี้ก็เศร้าพอแล้วทั้งโลกภายนอกและโลกส่วนตัว ..เรามาดูโลกส่วนตัวก่อน เราเรียนแล้วว่าโลกส่วนตัวเรามีความฉิบหาย เพราะโลกะแปลว่า พินาศและฉิบหาย ซึ่งมีอยู่ตลอดเวลา เราจึงเสื่อมมาตั้งแต่เกิดคือแก่อยู่ทุกวัน เรี่ยวแรงก็หมด จากที่เคยเดินสบายๆ เดี๋ยวนี้พอลงนั่งแล้วก็จะลุกขึ้นก็ต้องยกก้นขึ้นก่อนแล้วใช้มือช่วยยันพื้น และอีกหน่อยก็ต้องมีสามขามาช่วยพยุง และถ้าหากเราแก่จนถึงขนาดแล้วก็ต้องแปลงสภาพไปจากสองขาเป็นสามขาอีกหน่อยก็เป็นสี่ขา มันก็เป็นไปตามธรรมชาติเช่นนี้

โลกนี้ก็เศร้าพอแล้ว ..คือชีวิตเรานี้ก็ดูได้เลยว่าตั้งแต่เล็กจนโตมาเราผ่านวามลำบากมาสารพัด เมื่อวานก็ได้ตั้งคำถามกับลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งว่า ใครเคยเป็นคนจนมาบ้าง คือไม่มีมีความสุขสบายเหมือนทุกวันนี้? ก็ยกมือกันมากมาย เราลำบากกันมามากกว่าจะเรียนกว่ารู้กว่าจะใช้ชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ เราหายใจเข้าออกมาไม่รู้กี่ล้านๆ ๆๆๆๆครั้งแล้ว ..เราไม่ทราบเลย

แล้วทุกวันนี้ โลกภายนอกก็ดูหมองหม่นจะตาย ไม่ว่าจะอยู่ในภูมิภาคไหนของโลกทั้งยุโรปทั้งอเมริกา ระบบเศรษฐกิจของยักษ์ใหญ่ก็เป็นอย่างที่เห็น ในประเทศของเราก็มีข่าวว่าจะมีการปลดคนงานกว่าล้านคนในเดือนธันวาคมนี้ จะเห็นว่าโลกภายนอกก็เร่าร้อน โลกภายในก็เป็นทุกข์เป็นร้อน ...จึงอย่าไปพูดถึงเรื่องเหล่านั้นเลย แต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามกระแสกรรมดีกว่า คือสัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตน

ฉะนั้น จงพูดคุยกันแต่เรื่องของความสุขเถิด หรือเรียกว่าเรามารวมตัวกันเป็นกล้วยแขกคือ สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม.. จึงอย่าไปพูดถึงเรื่องที่ไม่มีความสุข เพราะถ้าเราไปพูดถึงเรื่องความทุกข์เอาเรื่องของคนอื่นมาพูดเอาเรื่องของคนอื่นมาคิดมาวิจารณ์ เราก็กำลังทำร้ายตนเองมากขึ้น ในขณะที่เวลาของเราเหลือน้อยลงแล้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2551 , 13:39:08 น.] ( IP = 61.90.64.241 : : )


  สลักธรรม 6



แสงแดดมีค่าต่อมวลดอกไม้ ดุจเดียวกับที่รอยยิ้มมีค่าต่อมวลมนุษย์...
จงทักทายกันด้วยรอยยิ้มแม้จะไม่มีคำพูดใดๆ ก็ตาม



แสงแดดมีค่าต่อมวลดอกไม้ ... เพราะพอแดดออกก็มีแมลงออกมาบินดอกบัวก็บาน ดอกทานตะวันก็กระจายกลีบ ดอกไม้ก็สดชื่น แสงแดดจึงมีค่าต่อมวลดอกไม้ดุจเดียวกับที่รอยยิ้มมีค่าต่อมวลมนุษย์

ยิ่งประเทศเราเป็นสยามประเทศี่มียิ้มสยาม ฉะนั้นพอพบหน้ากันก็จงทักทายกันด้วยรอยยิ้ม แม้จะไม่มีคำพูดใดๆ ก็ตาม มีเรื่องมาเล่าให้ฟังว่า เมื่อวันพฤหัสบดีได้มีโอกาสออกไปทานอาหารนอกบ้านตามลำพังคนเดียวที่ร้านอาหารฟูจิ พอไปถึงร้านอาหารก็ถูกจัดให้ไปนั่งในที่แคบๆ เพราะมาคนเดียว และที่โต๊ะด้านข้างก็มาคนเดียวเหมือนกัน ก็เลยเหลียวมองกันไปเหลียวมองกันมา

เมื่อจ่ายเงินเสร็จแล้วและโดยที่ไม่ได้นัดหมายกันต่างคนต่างก็หันมายิ้มให้กันโดยที่ยังไม่ได้พูดกันเลย จากนั้นเขาก็ถามว่า อร่อยไหมคะ? ก็ได้ตอบเขาไปว่าอร่อยค่ะ จากนั้นก็พูดคุยกันอีกเล็กน้อยจึงค่อยแยกย้ายจากกัน..นี่คือเรื่องของยิ้มสยาม

แม้เราไม่มีคำพูดเราก็ยิ้มให้กันได้ เพราะรอยยิ้มคือการทอดสะพานไมตรี รอยยิ้มจึงมีคุณค่าดุจเดียวกับแสงแดดที่มีค่าต่อมวลดอกไม้

โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2551 , 13:39:28 น.] ( IP = 61.90.64.241 : : )


  สลักธรรม 7



..จงปัดอดีตและขับไล่อนาคตออกไปจากใจ
เพราะการอยู่กับปัจจุบันได้ คือการเอื้ออารีย์กันแท้จริงต่อนาคตของตนเอง ...



จงปัดอดีต..เรื่องที่เป็นอดีตนั้นเวลาที่เราคิด เราห้ามไม่ได้ ไหนใครบ้างที่ไม่คิดถึงอดีตแล้ว? ไม่มี แล้วเราจะปัดอย่างไรล่ะ ก็คือพอมันคิดขึ้นมาก็สะบัดศีรษะไล่ไปทันที เพราะตอนที่สะบัดศีรษะนี้ก็คือตอนที่ไม่คิดแล้ว ไม่เชื่อก็ลองทำดูว่า ตอนที่สั่นศีรษะนี้เราจะรู้สึกที่หัว ตอนที่รู้สึกอย่างนี้ก็ไม่มีความคิดถึงอดีตเหลืออยู่แล้ว และในเมื่อเราอยู่คนเดียวเราก็ไม่ต้องกลัวให้สั่นแรงๆ ได้เลยเวลาที่คิดมาก เพราะเรื่องมันจะได้มาตั้งได้ไม่นาน

และขับไล่อนาคต..ใครไม่คิดฟุ้งซ่านไปในเรื่องของอนาคตบ้าง? ไม่มี พอคิดไปอย่างนี้ก็ให้ลองถอนหายใจแรงๆ เพื่อหยุดการคิด ..เมื่อสักครู่รู้สึกที่ศีรษะเพื่อปัดอดีต ตอนนี้รู้สึกที่ใจเมื่อขับไล่อนาคต ...ให้ลองทำทีละนิด เพียงแค่นี้ให้ทำให้ไดสักสัปดาห์หนึ่งก็ยังดี ไม่ใช่ว่ามาสอนวิธีอะไรให้ก็ไม่รู้ แต่ขอให้มองว่าเมื่อทำแล้วมีค่าหรือเปล่า? ถ้าเราทำได้เราก็จะไม่มีเรื่องรกหัว ปอดก็ขยายด้วย ..ฉะนั้นจงปัดอดีตและขับไล่อนาคตออกไปจากใจ(ด้วยวิธีการที่สอนให้) เพราะการอยู่กับปัจจุบันได้ คือการเอื้ออารีย์อันแท้จริง ต่ออนาคตของตนเอง

ฉะนั้น ปัจจุบันสำคัญที่สุด และเป็นการรักตนเองที่สุด เพราะเรารักตนเองมาก เราจึงต้องหาวิธีการไล่สิ่งที่ไม่ดีออกไปให้มาก และรักตนเองให้ถูกเพราะความรักคือการให้

และในวันนี้ก็จะถือโอกาสอนุโมทนากับนักศึกษารุ่นใฝ่หาคุณธรรมทุกคนเพราะได้รับประวัติและรายละเอียดที่ทั้ง ๗๐ คน เขียนมาถึง ได้นำไปอ่านด้วยความตั้งใจมากถึงสองครั้ง รู้สึกซาบซึ้ง ซึ้ง และรู้สึกว่าความรักคือการให้จริงๆ และก็เห็นว่าควรดำนินการอย่างไรในการบริหาร เพราะทำให้รู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ซึ่งก็เป็นความคิดเห็นที่เหมือนกันหมดในเรื่องของการทำเอกสารประกอบการเรียน เพื่อความสะดวกในการเรียนและการทำความเข้าใจ

จึงขอมอบเงินให้จำนวน ๒,๐๐๐ บาท ตั้งเป็นทุนค่าถ่ายเอกสารประกอบการเรียนในครั้งแรกนี้ ซึ่งขอให้หัวหน้าห้องเป็นผู้รับผิดชอบ และในครั้งต่อๆ ไปก็ขอให้สอบถามความสมัครใจของเพื่อนนักเรียนที่ต้องการเอกสารเพื่อจัดเก็บเป็นค่าใช้จ่ายหลังจากเงินที่ตั้งทุนให้นี้หมดลง

ก็ขออนุโมทนาในกุศลของทุกท่าน ขอความเจริญความผาสุกความปีติโสมนัสความยินดีในธรรม ตลอดจนการชนะใจชนะอารมณ์แล้วข่มกิเลสของตนเองได้ จงเป็นเหตุเป็นพลวะปัจจัยให้ทุกท่านมีสุขภาพกายสมบูรณ์ สุขภาพจิตแจ่มใส อุดมด้วยสติปัญญา สามารถสร้างมงคลชีวิต นึกคิดอะไรได้สมปรารถนารุ่งเรืองตลอดกาลทุกเมื่อทุกท่านเทอญ.


โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2551 , 13:39:47 น.] ( IP = 61.90.64.241 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณน้องกิ้ฟมากเลยครับ ที่ถ่ายทอดออกมาให้ได้รับรู้กันอย่างด่วนเลย

พี่เณรได้อ่านซ้ำย้ำความคิด ทำให้จิตเพลินเพลิน เจริญอยู่ในกุศล ลืมอดีต ไม่มุ่งอนาคต ทำปัจจุบันให้ปรากฏ เรื่องรันทดไม่มีเลย

อยากมีชีวิตไม่อับเฉา สร้างทางเพื่อตัวเราให้สะสวย จากไปจะได้ร่ำรวย คนอุปถัมภ์ค้ำช่วยส่งวิญญาณ เดินทางไกลไม่อดยาก เสบียงมีมากมหาศาล ด้วยกุศลผลทาน นี่คือสิ่งที่ต้องทำการในปัจจับัน ใช่ไหมครับ

โดย พี่เณร [2 พ.ย. 2551 , 18:37:40 น.] ( IP = 58.9.145.79 : : )


  สลักธรรม 9

ถ้าปัดอดีต และไล่อนาคต ออกไปจากความคิดได้ รอยยิ้มปรากฎอย่างงามแน่เลย...

ขอบพระคุณค่ะ

โดย herbs [2 พ.ย. 2551 , 19:36:12 น.] ( IP = 202.28.180.220 : : 10.7.160.115 )


  สลักธรรม 10

ตามเข้ามาอ่านค่ะ เพื่อจะได้เติมความรู้ดีให้กับชีวิต และนำความรู้ไปแก้ความวิปลาสด้วยการอยู่กับปัจจุบัน

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ และอนุโมทนากับกุศลกรรมที่อาจารย์ได้กระทำด้วยค่ะ

ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟค่ะ ที่ได้นำมาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [2 พ.ย. 2551 , 21:25:09 น.] ( IP = 58.8.56.172 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org