มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สมาธิ สุข หรือ ทุกข์.. (๗)




สมาธิ
สุข หรือ ทุกข์ ?



ตอนที่ผ่านมา

ผมได้กล่าวไปแล้วว่า เพราะอัธยาศัยใจคอของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นกรรมฐานก็แยกออกไปเพื่อให้เหมาะสมกับจริตหรืออัธยาศัยใจคอ เพราะบางคนเมื่อชาติก่อนนี้เคยทำกสิณมา เช่น เพ่งดิน เพ่งน้ำ พอมาถึงชาตินี้ก็เพ่งดินเพ่งน้ำ หรือชาติก่อนทำพุทธานุสติ เช่นระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็พิจารณาระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือพิจารณาซากศพมาก่อนมาถึงชาตินี้การพิจารณาซากศพก็ดี มีประโยชน์แล้วคล่องแคล่วเพราะเคยทำมาแล้ว ด้วยเหตุนี้เองก็จะเห็นว่า กสิณ ๑๐ อสุภะ ๑๐ อนุสติ ๑๐ อัปปมัญญา ๔ อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ จตุธาตุววัตถานะ ๑ และอรูปกรรมฐาน ๔ รวมหมด ๔๐ กรรมฐาน หมายถึงว่า อาศัยองค์ที่จะให้จิตเข้าไปเพ่ง ๔๐ อย่าง

คราวนี้เราจะเรียนกันทั้ง ๔๐ แต่ทว่าบางอันหรือบางบทที่เห็นว่าใช้กันมากก็พูดมากหน่อย กรรมฐานบางกรรมฐานที่เห็นว่าไม่ค่อยได้ใช้กันในประเทศไทย เราก็จะไม่พูดกันมากนัก บางท่านทำอย่างอื่นที่ไม่ตรงกับ ๔๐ นี้ก็มี ยกตัวอย่างเช่น บางท่านไม่ได้เพ่ง ๔๐ กรรมฐานนี้แต่ไปเพ่งพระพุทธรูป แล้วเราจะได้เรียนกันว่า ถ้าเพ่งพระพุทธรูปแล้วมันอนุโลมเข้าอยู่ในประเภทไหนของ ๔๐ นี้อนุโลมได้ หรือบางท่านเพ่ง พุทโธ ๆ มันจะเข้าอนุโลมในหมวดไหน ด้วยเหตุนี้หลักของกรรมฐาน ๔๐ เราก็จะค่อยเรียนกัน เริ่มกสิณ ๑๐ ก่อน

กสิณ

กสิณ คือกรรมฐานที่ว่าด้วยทั้งปวง กสิณแปลว่า ทั้งปวง เช่น เพ่งดิน เพ่งปฐวีกสิณ แปลว่า ดินทั้งปวง ก็เหมือนกับว่าเพ่งดินทั้งปวง หรือดินทั้งปวงเหมือนกับดินที่ดวงกสิณนี้เอง

อีกนัยหนึ่งคือการเพ่งดวงกสิณ จะต้องเพ่งให้ทั่วทั้งดวงกสิณ เพ่งให้ตลอดให้ทั่วถึงบนดวงกสิณ เพ่งให้ทั่งถึงทุกกระเบียดนิ้ว กสิณมี ๑๐ อย่าง แม้จะเพ่งอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างแน่วแน่ก็จะทำให้จิตไม่ดิ้นรน ไม่กระสับกระส่าย ทำให้กิเลสเครื่องเศร้าหมองเร่าร้อนต่าง ๆ สงบระงับสามารถทำให้เกิดฌานจิต ตั้งแต่ปฐมฌาน ขึ้นไปตามลำดับจนถึงปัญจมฌาน กสิณ ๑๐ อย่างคือ


๑. ปฐวีกสิณ เพ่งดิน
๒. อาโปกสิณ เพ่งน้ำ
๓. เตโชกสิณ เพ่งไฟ
๔. วาโยกสิณ เพ่งลม

กสิณทั้ง ๔ นี้ เนื่องด้วยมหาภูตรูป ๔ จึงรวมเรียกว่า ภูตกสิณ

๕. นิลกสิณ สีเขียว
๖. ปีตกสิณ สีเหลือง
๗. โลหิตกสิณ สีแดง
๘. โอทาตกสิณ สีขาว

กสิณทั้ง ๔ นี้เนื่องมาจากรวมจากสี จึงเรียกว่า วรรณกสิณ

๙. อากาสกสิณ ที่ว่างเปล่า
๑๐ อาโลกกสิณ แสงสว่าง

รวมทั้งหมด ๑๐ ด้วยกัน ขอให้จำไว้ว่าผู้ที่จะทำฌานที่ ๑ ถึงฌานสุดท้าย หมายความว่า ฌานที่ ๑ เริ่มต้นได้จนถึงฌานสูงสุดต้องเพ่งกสิณ เพ่งอย่างอื่นไม่ได้ทุกอย่าง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 พ.ย. 2551 , 09:27:52 น.] ( IP = 58.9.150.154 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



กรรมฐานมี ๔๐ กรรมฐานก็จริง แต่จะให้ได้ฌานทั้งหมดมันไม่ได้ เพราะการเพ่งจิตมันไม่มั่นคง แน่วแน่ เพราะฉะนั้นอาศัยเป็นพื้นฐานเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น อนุสสติ เพ่งเทวดา เป็นต้น เขาเรียกเทวตานุสติหรือพิจารณาว่า เทวดานั้นเป็นผู้มีบุญเพราะเกิดด้วยจิตเป็นกุศลอาศัยเหตุ ๗ ประการ จะทำให้เกิดเป็นเทวดาได้ คือ ศรัทธา ศีล หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ ปัญญา รวมหมด แล้วเราก็พิจารณาคุณของเทวดา พิจารณาไป ๆ จิตก็สงบเข้า ๆ แล้วในที่สุดก็ได้ถึงฌาน

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม การพิจารณาอย่างนี้คิดไปคิดมาหลายเรื่อง จิตมันไม่มั่นคงแน่วแน่ ดังนั้นมันไม่เหมือนกสิณ

ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ ๔๐ นี้จะเป็นกรรมฐานได้ก็จริง แต่กรรมฐานไม่เหมือนกัน ขอให้แยกอย่างนี้ เพ่งกสิณทั้ง ๑๐ แน่วแน่มากทำฌานที่ ๑ ถึงฌานสูงสุดได้ ส่วนกสิณอย่างอื่นจะแยกแยะออกมาทีหลังให้ทราบว่า กสิณอย่างไหนถึงฌานชั้นไหน

เช่น เพ่งอนุสติพิจารณาคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มันต้องคิด หรือเพ่งเกี่ยวกับอสุภะ เพ่งซากศพ ต้องคิดว่าศพนี้เน่าเปื่อยผุพัง ไม่น่ารัก ไม่น่าดู มันคิดรวมลงไปด้วย เพราะฉะนั้นความแน่วแน่ของจิตไม่พอเพียง โดยเพ่งอสุภะไม่พอเพียงที่สมาธิจะแนบแน่น ดังนั้นการได้ฌานขั้นสูงจึงไม่มีโอกาส อีกหน่อยค่อยเรียนสูงขึ้นว่าทำกรรมฐานอันไหนที่จะได้ฌาน ๑ กรรมฐานอันไหนได้ฌาน ๒ กรรมฐานอันไหนได้ฌานหมด แปลว่าแน่วแน่มาก อื่น ๆ แน่วแน่ไม่มาก จึงได้ฌานไม่ได้ทั้งหมด

ตอนนี้จะพูดถึงการปฏิบัติสมาธิโดยอาศัยกสิณ คือเริ่มตั้งแต่ดินเป็นต้นไป เพ่งดินเป็นต้นไปว่า เขาใช้วิธีเพ่งกันอย่างไรที่เอาดินมาเป็นตัวการเพ่ง กสิณะแปลว่า ทั้งปวง แล้วเวลาเพ่งต้องเพ่งให้ทั่ว แปลว่าให้ทั่วของดวงกสิณนั่นเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 พ.ย. 2551 , 09:38:16 น.] ( IP = 58.9.150.154 : : )


  สลักธรรม 2



๑. ปฐวีกสิณ

ปฐวีกสิณนั้นใช้ดินสีแดงเหมือนแสงอาทิตย์เมื่อแรกขึ้นมาตำให้ละเอียด ร่อนหรือกรองอย่าให้มีเม็ดกรวดเม็ดทราย ใบไม้ ใบหญ้า หรือเศษผงอย่างใด ๆ ติดอยู่ด้วย เอาดินนั้นผสมน้ำทำให้เป็นแผ่นกลมโตประมาณ ๑ คืบ ๔ นิ้ว ทำให้เรียบเสมอกัน อย่าให้สูง ๆ ต่ำ ๆ หรือเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วขัดให้เกลี้ยงดังหน้ากลอง อย่าให้มีแม้แต่รอยขีด เสร็จแล้วตั้งไว้เฉพาะหน้าห่างประมาณ ๒ ศอก สูงพอดีกับสายตา ไม่ต้องก้มไม่ต้องเงย ดูได้ถนัด

ครั้งแรก ให้ลืมตาดูพร้อมกับบริกรรมในใจว่า ปฐวี ปฐวี หรือดิน ดิน ตามถนัด เพ่งไปจนกว่าจะเกิดอุคคหนิมิตปรากฏ ปฏิภาคนิมิต และจนกว่าจะเป็นอุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิเรื่องนิมิตและสมาธิจะได้กล่าวต่อไปข้างหน้า

ปฐวีกสิณ การที่เราจะเพ่งสมาธิเพื่อให้จิตตั้งอยู่ในความสงบนั้น เราก็อาศัยทำดวงกสิณขึ้น เพราะกสิณแปลว่า ทั้งปวง การเพ่งปฐวีกสิณ แปลว่าเพ่งดิน เอาแผ่นผ้าหรือแผ่นกระดาษแล้วเอาสีคนโบราณเขาใช้ดินสีแดงเหมือนแสงพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ เอามาเพ่งเป็นกสิณดิน เราก็เอาดินมาบดให้ละเอียดกรองให้ดีแล้วเอาสีมาทา แล้วทำเป็นวงกลมล้อมรอบในดวงกสิณนี้ วงกลมนี้ใหญ่ประมาณ ๑ คืบ กับ ๔ นิ้ว ใหญ่มากไม่ได้ เล็กกว่านี้ไม่ได้ ต้องเอาขนาดนี้ เมื่อทาสีแล้วกั้นขอบเสียให้เห็นโดยสีแก่ ๆ จะเป็นดำหรือสีน้ำเงินเข้ม คาดโดยรอบเป็นวงกลม เพื่อกั้นขอบเขตให้เห็นว่าภายในรัศมีที่ขอบสีดำสีน้ำเงินนั้นเราเรียกว่า ทั้งปวง

เพราะเวลาเพ่งเราไม่ได้เพ่งจุดใดจุดหนึ่งของวงกลมนี้ หากแต่เพ่งทั้งวงกลม เวลานั่งทำให้วงกลมอยู่ในระดับตาพอดี วงกลมทำแล้วต้องให้ประณีต ถ้าเอาสีทาต้องเป็นสีละเอียดสีที่ดีสีที่ไม่เป็นมัน ให้ประณีต

ทำไมถึงให้ประณีต ถ้าเอาสีไม่ประณีตมันจะเก็บสิ่งที่ไม่ประณีตไว้ในใจ เพราะการเพ่งเราต้องการเอาภาพนั้นไว้ในใจทั้งหมด ถ้าเราทำไว้ไม่ประณีต ทำเลอะเลือน หรือขรุขระ มันก็เก็บสิ่งไม่เรียบร้อยขรุขระเอาไว้ในใจ เพราะฉะนั้นต้องทำให้ดี ๆ เขาบอกไว้ว่า ให้วางไว้ ๒ ศอก สูงพอดีสายตา ถ้านั่งเก้าอี้ก็ให้พอดีตา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 พ.ย. 2551 , 09:44:29 น.] ( IP = 58.9.150.154 : : )


  สลักธรรม 3



สำหรับแสงสว่าง ถ้าท่านจะทำตอนกลางวันก็ต้องดูว่าจะเอาแสงสว่างเข้าทางไหน อย่าให้แสงสว่างเข้ามาโดนตาได้ หมายความว่า โดยมากแสงสว่างจากข้างบนหรือจากข้างล่าง ถ้าแสงสว่างตรงหน้าแล้ว เราตั้งไว้ตรงหน้า พอเราดูไปแสงสว่างก็เข้าตา ทำให้ไม่สะดวกแก่ตาของเรา

ถ้าหากว่ามีหลอดไฟฟ้าก็เอาหลอดไฟฟ้าไว้ข้างบน หรือเอาไว้ข้างหลังก็ได้ ให้แสงสว่างเข้าไปทางข้างหลัง เมื่อเราวางวัตถุตัวการที่เราจะเพ่งนั้นไว้แล้วเราก็มากำหนดกันว่า เราจะลงมือทำวันละเทาไร เวลาไหนบ้าง ถ้าท่านทำทุก ๆ วันไม่นานเท่าไรก็จะเกิดอำนาจของสมาธิมากขึ้น แต่ถ้าหากทำบ้างเว้นบ้าง ไม่ค่อยจะทำเท่าไร ปล่อยปละละเลยมันก็จะทำให้สมาธิไม่ค่อยดี ถ้าทำทุกวัน ๆ ละ ๒ ครั้งก็ยิ่งดี ก็แล้วแต่จะกำหนดว่าทำมากเท่าไรนานเท่าไร วันละกี่ครั้ง อย่างไรแล้วแต่กำหนด แต่อย่างไรก็ตาม

เมื่อได้กำหนดลงไปแล้วถึงเวลาต้องทำ ไม่ใช่ว่ากำหนดเวลาเอาไว้แล้วทำสมาธิเวลานั้นเวลานี้ แต่พอถึงเวลาก็ไถลไปโน่นไปนี่ไม่ทำเสียแล้ว ตามหลักการนั้นเมื่อก่อนที่จะปฏิบัติหรือทำสมาธิจะต้องชำระร่างกายให้เรียบร้อยเพื่อจะได้มีความสบาย แล้วจึงจะไปนั่งทำสมาธิต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 พ.ย. 2551 , 09:48:47 น.] ( IP = 58.9.150.154 : : )


  สลักธรรม 4



เท่าที่ผมเล่ามานั้น เป็นการเตรียมตัวและเป็นการเตรียมที่จะทำเมื่อพูดถึงกสิณดินแล้ว บางท่านก็ไม่ชอบดินก็เพ่งอีกอย่างหนึ่ง เขาเรียกว่า โอทาตกสิณ มีคนชอบและใกล้ ๆ กับปฐวีกสิณ

โอทาตกสิณเพ่งสีขาว เพ่งสีขาวนี้ทำง่าย เราก็ทาพื้นสีดำ สีดำชนิดที่ไม่เป็นมัน แล้วเอาวงกลม ๑ คืบ ๔ นิ้ว เอาวงเวียนตัดกระดาษให้เป็นวงกลม ๑ คืบ ๔ นิ้ว เอาวงเวียนตัดกระดาษให้เป็นวงกลม เสร็จแล้วก็ทากาวปิดเข้าไปที่ตรงกลาง เราก็ได้โอทาตกสิณ ไม่ต้องทำขอบเพราะว่าพื้นมันดำอยู่แล้ว การเพ่งก็คล้ายกัน การเพ่งกสิณทั้ง ๒ อย่างนี้เป็นการเพ่งแปลกกันอยู่ตรงที่ว่า ผลที่เกิดขึ้นมันแปลกก็คือ

ถ้าหากเพ่งโอทาตกสิณแก้คนง่วงเหงาหาวนอนเก่ง คนชอบง่วงนอนอะไรนิดอะไรหน่อยก็จะหลับ เอาโอทาตกสิณมาเพ่งจะทำให้ตาสว่าง ไม่ค่อยหลับง่าย

แต่สำหรับปฐวีกสิณนั้นไม่ได้อยู่ในขอบเขตนี้ ทั้งสองอย่างมันก็คล้าย ๆ กัน แต่อำนาจอะไร เอาไว้เรียนกันทีหลัง

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 พ.ย. 2551 , 09:52:22 น.] ( IP = 58.9.150.154 : : )


  สลักธรรม 5

มาศึกษาต่อค่ะ

วันนี้เป็นเรื่องของการเพ่งกสิณ ดูแค่การเตรียมองค์กสิณนี่ก็แสนจะลำบากเอาการทีเดียว

กราบขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะพี่เณร

โดย พี่ดา [4 พ.ย. 2551 , 16:00:10 น.] ( IP = 124.121.176.134 : : )


  สลักธรรม 6

มาติดตามอ่านวิธีการทำสมาธิแบบต่างๆ ค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่ได้นำความรู้มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [4 พ.ย. 2551 , 23:27:43 น.] ( IP = 58.8.47.221 : : )


  สลักธรรม 7

ความประณีตของดวงกสิณมีที่มาอย่างนี้นี่เอง ...กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้ศึกษา

โดย น้องกิ๊ฟ [5 พ.ย. 2551 , 12:29:22 น.] ( IP = 125.27.177.168 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org