| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
จะแก้ไขความกลัวอย่างไรดีคะ?
สลักธรรม 1
ในการอบรมเจริญปัญญานั้น สติควรระลึกรู้สภาพธรรมใดๆ ก็ได้ที่ปรากฏ ไม่ควรเลือกเฉพาะอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง เมื่อความกลัวปรากฏ ความกลัวก็เป็นสิ่งที่สติระลึกรู้ได้ เราอาจจะเข้าในปริยัติที่ว่า เราไม่สามารถบังคับบัญชาให้สภาพธรรมใดเกิดขึ้นได้เลย ดังนั้นเราก็ไม่สามารถบังคับบัญชา ปฏิสนธิของชาติหน้าได้
ถึงอย่างไรก็ตาม เราก็อาจจะยังกังวลกลัวการเกิดชาติหน้า นั่นเป็นความรัก "ตัวตน" ซึ่งทำให้กลัวเกิดขึ้น เรากังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับ "ตัวตน" หลังจากที่เราตายแล้วและเรากลัวว่า "ตัวตน" นี้จะไม่ได้เจริญปัญญาไพบูลย์ในชาติหน้า
พระโสดาบันไม่กังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวตน เพราะท่านดับความเห็นผิดว่าเป็นตัวตนแล้ว นอกจากนั้นท่านยังไม่มีเหตุปัจจัยที่จะเกิดในอบายภูมิอีก ตราบใดที่ยังไม่เป็นพระโสดาบัน ก็ยังยึดมั่นในตัวตนและมีเหตุปัจจัยให้เกิดในอบายภูมิได้
เป็นที่เข้าใจว่า เรากังวลว่าจะไม่ได้เจริญปัญญาในภพหน้า อย่างไรก็ตามเราควรจำไว้ว่า ขณะที่สติเกิดขณะหนึ่งๆ นั้นไม่หายไปไหน สติที่เกิดขึ้นขณะหนึ่งนั้น เป็นปัจจัยให้สติขณะต่อไปเกิดขึ้นอีก
สติที่เกิดขณะนี้ก็เกิดขึ้น เพราะมีเหตุปัจจัย จากการฟังพระธรรม และพิจารณาธรรมในอดีต แม้จะในชาติก่อนๆ แม้กระนั้นสติซึ่งเกิดเดี๋ยวนี้ ถึงแม้ว่าจะดับไปแล้ว ก็เป็นปัจจัยให้สติเกิดอีกในอนาคต เพราะว่าได้สะสมไว้
ถึงแม้ชาติหน้าจะเกิดในอบายภูมิ ไม่มีโอกาสเจริญปัญญา ก็ยังมีชาติต่อๆ ไปที่เกิดในภพภูมิอื่น ซึ่งสามารถเจริญปัญญาต่อไปได้ แม้พระโพธิสัตว์ก็ยังเคยเกิดในนรก แต่หลังจากนั้นพระองค์ก็เกิดในมนุษย์ภูมิ ซึ่งเป็นภูมิที่เจริญสติปัฏฐานต่อไปได้
โดย น้องกิ๊ฟ [5 พ.ย. 2551 , 12:42:41 น.] ( IP = 125.27.177.168 : : )
สลักธรรม 2
ความกลัวที่เป็นอกุศล ซึ่งเป็นลักษณะของโทสะประเภทหนึ่ง มีผลร้ายต่อจิตใจและร่างกาย อย่างไรก็ตาม ความเกรงกลัวที่เป็นกุศลก็มี คือความเกรงกลัวอกุศลและผลของอกุศล
ความเกรงกลัวนี้ต่างกับโทสะ กุศลจิตทุกดวงมีโสภณเจตสิกเกิดร่วมด้วยคือ หิริ ความละอายต่ออกุศล และ โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อการถูกติเตียน ต่อผลของบาปอกุศล เมื่อเจตสิกสองประเภทนี้ทำกิจของตนๆ อกุศลจิตก็เกิดไม่ได้
ความกลัวที่เป็นกุศล กลัวภัยของการเวียนว่ายตายเกิด จะกระตุ้นให้เราพากเพียรเจริญปัญญา จนกระทั่งดับกิเลสทั้งปวงได้ จึงไม่มีการเกิดใหม่อีกต่อไป
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์ก็ได้ทรงอบรมเจริญสติปัฏฐาน ด้วยความอดทนและความเพียร เพื่อบรรลุเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งนี้เพื่อทรงสามารถแสดงธรรมอนุเคราะห์สัตว์โลก ให้เข้าใจทางปฏิบัติที่ดับภพชาติ
ในมูคปักขชาดก ข้อ ๕๓๘ มีเรื่องประทับใจ ในวีรกรรมของพระโพธิสัตว์ ผู้ไม่เคยละทิ้งหน้าที่ในการเจริญปัญญา เพราะท่านมีความกลัวที่เป็นกุศล กลัวการเกิดในนรก ท่านต้องอดทนความลำบากยากแค้นอย่างสาหัส แต่ท่านก็สำรวมได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ และไม่เคยแสดงความบกพร่องเลย
เมื่อเราอยู่ในสภาพลำบาก เรามีความเพียรที่จะอบรมเจริญปัญญาไหม มีสติระลึกรู้สภาพธรรมใดที่กำลังปรากฏ ทางทวารใดทวารหนึ่งใน ๖ ทวารได้ไหม
เราอาจจะรู้สึกว่ายากที่จะเจริญปัญญา เมื่อกำลังยุ่งมากหรือเมื่ออยู่กับคนอื่นๆ เราอาจถือเหตุการณ์นั้นๆ เป็นข้อทดสอบ หรือข้อสอบที่เราจะต้องไปสอบให้ผ่าน ถ้าสอบตกเราก็ต้องเริ่มต้นอีก เริ่มต้นอีก
มูคปักขชาดก เตือนใจเรา ไม่ให้ละทิ้งการอบรมเจริญปัญญา ถ้าเรารู้ว่าการเวียนว่ายตายเกิดเป็นโทษภัย ก็จะมีความกลัวที่เป็นกุศล ซึ่งจะกระตุ้นเราให้มีสติเดี๋ยวนี้
โดย น้องกิ๊ฟ [5 พ.ย. 2551 , 12:43:05 น.] ( IP = 125.27.177.168 : : )
สลักธรรม 3
ในขุททกนิกาย มหานิบาต (มูคปักขชาดก) ข้อ ๓๙๔-๔๔๑ ..พระโพธิสัตว์ปฏิสนธิเป็นราชโอรสของพระเจ้ากาสี ทรงได้รับการขนานพระนามว่า เตมียกุมาร
พระองค์ทรงระลึกชาติได้ว่า เมื่อครั้งพระองค์เป็นพระราชา ได้ทรงตัดสินลงโทษประหารชีวิต ผลของอกุศลกรรมนั้นทำให้ต้องหมกไหม้ในนรก หลังจากนั้นก็ปฏิสนธิเป็น เตมียกุมาร เมื่อทรงระลึกชาติก่อนๆ ได้ พระองค์จึงตัดสินพระทัย ไม่เสวยราชสมบัติสืบต่อพระราชบิดา
ทรงแสร้งทำเป็นคนง่อยเปลี้ย หูหนวกและเป็นใบ้ ทารกกุมาร ๕๐๐ คนเกิดแต่พระสนมของพระราชา เป็นบริวารของท่าน เมื่อทารกเหล่านั้นร้องหิวนมท่านก็ไม่ร้อง เพราะใคร่ครวญแล้วว่าสิ้นชีวิตไปเพราะความกระหาย ดีกว่าเสวยราชสมบัติเป็นพระราชา และเสี่ยงต่อการเกิดในนรก
เพื่อทดลองพระองค์ ..พระราชาจึงให้นางนมถวายน้ำนม หลังเวลาอันควรหรือไม่ถวายเลย แต่พระโพธิสัตว์ก็ไม่ทรงกันแสง นางนมทดลองอยู่ ๑ ปี แต่ก็ไม่พบความบกพร่องของพระโพธิสัตว์
เพื่อทดลองพระองค์ ..พระราชาทรงโปรดให้แจกขนมและของเคี้ยวแก่กุมารอื่นๆ ซึ่งทะเลาะและตีกัน พระโพธิสัตว์ไม่ทอดพระเนตรขนมและของอร่อยเหล่านั้น ท่านทรงโอวาทตนเองว่า "แน่ พ่อเตมียกุมาร ถ้าเจ้าประสงค์นรก ก็จงประสงค์ขนมและของเคี้ยว " ผู้คนพากันทดลองพระองค์ต่อไปอีกหลายวิธี แต่พระองค์ก็ยังคงอดทนและสำรวม ระลึกถึงภัยที่จะเกิดในทุคติ
ผู้คนพยายามทำให้ท่านตกพระทัย โดยใช้ช้างดุและงูพิษแต่ก็ไม่สำเร็จ พวกนั้นล่อด้วยของเจริญใจมีการแสดงมหรสพและฟ้อนรำ ซึ่งเด็กอื่นๆ ตะโกนร้อง "ดีๆ" หัวเราะ เฮฮา แต่พระเตมีย์ทรงนิ่งเฉย มิได้ทอดพระเนตรดูเลย ทรงพิจารณาภัยในนรกว่า ความรื่นเริงหรือโสมนัสไม่มีแม้ชั่วขณะหนึ่ง
เพื่อทดสอบว่าพระองค์ทรงหูหนวกหรือไม่ พวกเขาก็เป่าสังข์เสียงดัง แต่ตลอดทั้งวัน ก็ไม่สามารถเห็นวิการแห่งพระหัตถ์ พระบาท หรือเพียงกระดิกไหว หรือแม้แต่สะดุ้งตกใจ พวกเขาเอาน้ำอ้อยมาทาทั่วพระสรีระ แล้วให้บรรทมในที่มีแมลงวันตอมกินน้ำอ้อย แต่พระองค์ก็ยังทรงนิ่งและไม่หวั่นไหว
โดย น้องกิ๊ฟ [5 พ.ย. 2551 , 12:43:24 น.] ( IP = 125.27.177.168 : : )
สลักธรรม 4
เมื่อพระองค์ทรงมีพระชนมายุ ๑๖ พรรษา หมู่อำมาตย์และพราหมณ์ก็พากัน ทดลองพระกุมารให้อภิรมย์ ด้วยนางสนมนักฟ้อนรำซึ่งมีรูปทรงอันงาม ดังข้อความว่า "พระโพธิสัตว์ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยพระปรีชา พระองค์จึงมิได้ทอดพระเนตรดูหญิงเหล่านั้น ทรงอธิษฐานว่า หญิงเหล่านี้อย่าได้ถูกต้องสรีระของเรา แล้วทรงกลั้นลมอัสสาสะ ปัสสาสะ ครั้งนั้น พระสรีระของพระโพธิสัตว์แข็งกระด้าง "
พระโพธิสัตว์ทรงทอดพระเนตรหญิงงามเหล่านั้น ด้วยพระสติและพระปัญญาอย่างยิ่ง ขณะที่พระองค์ทรงนิ่งเฉย ระหว่างการทดลองนั้น พระองค์ก็ไม่ได้ทรงละเลย แต่ทรงมีสติ พระองค์ต้องทรงเจริญสติปัฏฐานด้วยความพากเพียร ทรงระลึกรู้สภาพธรรมต่างๆ ที่ปรากฏ ไม่ว่าจะทรงอยู่ในสถานการณ์ใด เพื่อที่จะบรรลุพระโพธิญาณ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กล่าวข้อความนี้ในชาดกตลอดเวลา แต่ก็รวมข้อความนี้ไว้ด้วย
ในที่สุดมีผู้แนะนำพระราชาให้ฝังพระเตมีย์ทั้งเป็น ขณะที่นายสารถีกำลังขุดหลุมฝังพระโพธสัตว์อยู่นั้น ท้าวสักกะได้ประทานเครื่องประดับจากสวรรค์แก่พระองค์ พระองค์ตรัสกับนายสารถีว่า พระองค์ไม่ง่อยเปลี้ย หูไม่หนวก และไม่ใบ้
พระองค์เสด็จออกบรรพชา และทรงสั่งสอนพระราชบิดาและพระราชมารดา เรื่องความไม่แน่นอนว่า
"สัตว์โลกถูกความตายครอบงำไว้ ถูกความแก่ห้อมล้อมไว้ สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์คือ คืนวันเป็นไปอยู่ มหาบพิตรจงทราบอย่างนี้ ขอถวายพระพร
เมื่อด้ายที่เขากำลังทอ ช่างหูกทอไปได้เท่าใด ส่วนที่จะต้องทอก็ยังเหลืออยู่น้อยเท่านั้น แม้ฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้น
แม่น้ำที่เต็มฝั่ง ย่อมไม่ไหลไปสู่ที่สูงฉันใด อายุของมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมไม่กลับไปสู่ความเป็นเด็กอีกฉันนั้น
แม่น้ำที่เต็มฝั่งย่อมพัดพาเอาต้นไม้ ที่เกิดอยู่ริมฝั่งให้หักโค่นไปฉันใด สัตว์ทั้งปวงย่อมถูกชราและมรณะพัดพาไปฉันนั้น"
โดย น้องกิ๊ฟ [5 พ.ย. 2551 , 12:43:44 น.] ( IP = 125.27.177.168 : : )
สลักธรรม 5
พระองค์ทรงอธิบายให้พระราชบิดาและพระราชมารดาฟังว่า พระองค์ไม่ทรงประสงค์ราชอาณาจักร และตรัสว่า ราชสมบัติ ความเป็นหนุ่ม พระชายา โอรส และความรื่นรมย์อื่นๆ ไม่ยั่งยืน
พระองค์ตรัสว่า "ควรรีบทำความเพียรในวันนี้ทีเดียว ใครเล่าจะพึงรู้ว่าตายพรุ่งนี้" เพราะความผัดผ่อนกับมัจจุราช ผู้มีเสนาใหญ่นั้นไม่มีเลย
พระดำรัสนี้เตือนเรา ไม่ให้ผัดผ่อนการเจริญปัญญา รู้ลักษณะของสภาพธรรมใดๆ ที่กำลังปรากฏ
พระโพธิสัตว์ไม่ทรงหวั่นไหวในพระปณิธาน ที่จะอบรมเจริญปัญญา แม้ในขณะที่พระองค์ถูกทดลองอย่างหนัก พระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนแปลงพระทัยจากการเจริญปัญญา
เรามีความตั้งใจจริงอย่างนี้ด้วยหรือเปล่า หรือเราลืมไปเสียแล้วว่า สิ่งที่มีค่าจริงๆ ในชีวิตเราคืออะไร ปัญญา มีค่ามากกว่าทรัพย์สมบัติ เกียรติยศ หรือคำสรรเสริญใดๆ ทั้งสิ้น นะคะ.
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [5 พ.ย. 2551 , 12:44:07 น.] ( IP = 125.27.177.168 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
เป็นวิธีการแก้ไขความกลัวด้วยการมีสติ เพราะความกลัวเป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่งที่สติสามารถระลึกรู้ได้
และสิ่งที่ควรกลัวก็คือ กลัวอกุศลและผลของอกุศล กลัวภัยของการเวียนว่ายตายเกิด
ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟค่ะโดย เซิ่น [5 พ.ย. 2551 , 20:51:02 น.] ( IP = 58.8.52.148 : : )
สลักธรรม 7เรากังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับ "ตัวตน" หลังจากที่เราตายแล้ว และเรากลัวว่า "ตัวตน" นี้จะไม่ได้เจริญปัญญาไพบูลย์ในชาติหน้า ...นี้เป็นความคิดคำนึงที่เกิดขึ้นกับตนเองอยู่เนืองๆ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าเรายังยึดมั่นในตัวตนอย่างเหนีวแน่น...จะเพียรเจริญสติให้มากยิ่งขึ้นค่ะพี่ดอกแก้วที่รัก
ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะที่นำตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้วมาให้อ่านเป็นประจำ
....อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [6 พ.ย. 2551 , 10:01:32 น.] ( IP = 124.121.177.24 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |