มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มัชฌิมาอยู่ตรงไหน




ขอนำเสนอธรรมบรรยายของหลวงพ่อเสือ เรื่องมัชฌิมาอยู่ตรงไหน ซึ่งเป็นหลักธรรมที่สำคัญที่สุดก็ว่าได้ในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน หลวงพ่อได้ตอบคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติในหลายๆแง่มุม เมื่ออ่านแล้วพิจารณาตามไปในคำสอนของหลวงพ่อ จะพบความเข้าใจที่ละเอียดลึกซึ้ง ซึ่งไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน เป็นประโยชน์ในการนำไปฝึกปฏิบัติ ทั้งในเรื่องการเจริญสติ ซึ่งหลวงพ่อท่านเน้นและให้ความสำคัญอย่างมาก และการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อเป็นการทบทวนธรรมะของหลวงพ่อที่ท่านได้พร่ำสอนมาโดยตลอดค่ะ

โดย ธัญธร...นำเสนอ [5 พ.ย. 2551 , 20:56:11 น.] ( IP = 118.173.36.143 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระพุทธองค์ตรัสว่า ทุกข์เสมอด้วยขันธ์นั้นไม่มี สรุปได้ว่า ทุกข์อะไรจะเท่าการเกิดไม่มี เพราะการเกิดป็นบ่อเกิดของความทุกข์ต่างๆ จึงทรงวางทางไว้ให้ คือ มัชฌิมาปฏิปทา คือทางสายกลาง แล้วเราก็แปลกันว่าอย่างไร ส่วนมากจะแปลว่า สายตึงเกินไป สายหย่อนเกินไป สายนี้พอดี ยังกับไวโอลินแน่ะ ดีที่ไม่เอามาขึงให้หย่อนให้ตึง

ความจริงอันนี้ พ่อได้ด้วยตัวเอง เพราะเรียนมาตอนเป็นพระออกธุดงค์ เราจะต้องไม่ตึงจนเกินไป จะต้องไม่หย่อนเกินไป พอนั่งสมาธิ นี่ตึงหรือเปล่า? นี่หย่อนหรือเปล่า? เลยไม่รู้ว่าจะสายกลางตรงไหน จึงไม่ได้อะไรเลย เลยไม่ได้สายกลาง พอนั่งปุ๊ป จิตสงบ นี่ก็ตึงแล้ว เลิก พอเลิกก็หย่อนแล้ว เมื่อไหร่มันจะกลางเสียที ก็นั่งวิเคราะห์ว่า มัชฌิมาของพระพุทธองค์นี่ ต้องลึกซึ้งกว่านี้ ก็ได้คำตอบด้วยตัวเองว่า มัชฌิมาปฏิปทา ได้แก่ กลางระหว่างอดีตและอนาคต คือ ให้อยู่กับปัจจุบัน จริงไหมลูก ตรงนี้ล่ะทางสายกลาง คือวางชีวิตไว้กลาง ระหว่างอดีตและอนาคต อดีตช่วยอะไรไม่ได้ ทำให้เกิดความฟุ้งซ่านรำคาญใจ เกิดกามฉันทะ พยาปาทะ ถีนะมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ และวิจิกิจฉา เป็นความชั่วทั้งนั้น วางชีวิตไว้ในอนาคต เกิดวิตกกังวล เกิดความฟุ้งซ่านสารพัด ซึ่งไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นเลย มีแต่ตกต่ำไปเรื่อย แต่กลางของพระพุทธองค์ คือวางชีวิตไว้กับความจริง ที่มีความรู้สึกอยู่ในขณะนี้ คือมัชฌิมา นั่นแหละ จึงได้คำตอบ

ตอนนั้น กำลังปักกลดอยู่ที่อุบลราชธานี เพราะเดินจากแปดริ้วไปพม่า เดินสามวันแน่ะกว่าจะถึง ไม่ต้องถามว่าเดินยังไง พ่อเดินแบบของพ่อก็แล้วหัน แต่ไปได้คำตอบนี้ที่อุบลฯ เพราะตอนนั้นไปปักกลดอยู่ข้างป่าช้า แล้วก็นั่งสมาธิปลงอสุภะกับศพที่อืด ดูไปแทนที่เราจะรู้สึกสังเวชว่าเราจะต้องอืด ไปดูเขาอืด ส่วนมากไปดูเขาอืด แต่ไม่ได้ดูว่าตัวเองต้องอืด แล้วหลายองค์ด้วยนะที่ไปดู พระปลงอสุภะ ให้ไปปลงกันในป่าช้า ปลงผิดที่ มองดูหน้าก็น่ากลัว เกิดอะไรล่ะ อกุศลจิต ไม่ได้บุญเลย นั่งคิด ไม่เอาแล้ว ไม่ปลงกับอย่างนี้แล้ว ก็ไปนั่งอยู่ข้างแม่น้ำที่อุบลราชธานี ก็เห็นการไหลของน้ำ น้ำขึ้นน้ำลง นี่แหละ ขณะนั้นที่รู้สึกขึ้นมาคือ น้ำลงก็เหมือนกับชีวิตของเรา ถ้าปล่อยไว้กับความชั่ว มันก็จะฉุดเราลงไปเรื่อยๆ เหมือนกับการโกหก ได้ความรู้สึกขึ้นมาว่า คนเราลงโกหกครั้งหนึ่ง ตามมาแน่ ครั้งที่สอง ที่สาม สี่ ห้า เช่นแม่ถามว่า เอาสตางค์ไปหรือเปล่า เราขโมยไป แต่บอกว่าเปล่า โกหกแล้ว แล้วเรามีขนม ซื้อของมาเล่น เอาสตางค์มาจากไหน ต้องโกหกต่อแล้ว เพื่อนให้ ก็โกหกซ้อนไป มันต่ำลงไปเรื่อยๆ

โดย ธัญธร...นำเสนอ [5 พ.ย. 2551 , 21:02:12 น.] ( IP = 118.173.36.143 : : )


  สลักธรรม 2

ฉะนั้น พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “จงยังชีวิตด้วยความไม่ประมาท” คือ อย่าทำชั่วนะ ถ้าทำชั่วแล้ว ไหลลงเลย นี่ได้มา ๒ อย่าง แล้วก็ได้มาว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าทุกอย่าง ตรงกลางมีความหมาย ใน ศีล สมาธิ ปัญญา

ศีลนี่ ถ้าเผื่อรักษาให้ดีแล้วรักษาง่าย วันนี้เราจะไม่ฆ่าสัตว์ วันนี้เราจะไม่ลักทรัพย์ วันนี้เราไม่พูดปด วันนี้เราจะไม่เสพกามผิดๆ วันนี้เราจะไม่ดื่มสุรายาเมา วันเดียว ทนได้ รักษาได้ง่าย สมาธิ คือจิตไม่ฟุ้ง ยากที่สุด ฉะนั้น เห็นไหมลูก ศีล สมาธิ และปัญญา

ปัญญาที่สอนไปเข้าใจเยอะไหมลูก เรียนไปแล้วนี่ ได้ปัญญาเยอะ ปัญญานี่ ถ้าเผื่อตั้งใจฟังสักนิดหนึ่งได้ปัญญาง่าย จริงไหม แต่สมาธินี่ซิยาก เพราะฉะนั้น พ่อจึงได้คำตอบว่า หมวดหมู่ทุกอย่าง ตรงกลางนี่ยากที่สุด ยากตรงไหน ยากที่จะแก้ไขให้หมด กับยากที่จะทำให้เด่น

ฉะนั้น ศีล สมาธิ ปัญญา สมาธินี่ทำยากที่สุด จิตมันจะไม่สงบหรอก หรือไม่ก็พอนั่งไปรู้สึกว่าง่วง มันก็ยากไปแล้ว สมาธิอยู่ตรงกลาง ยาก เรารู้ว่าจะไหลไปทางไหน เราต้องคอยแก้ ฉะนั้น ควรฝึกสมาธิกันนะ แต่อย่าไปอยากได้ อยากเห็นโน่นเห็นนี่

โดยเฉพาะโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ตรงกลางคือ อินทรีย์ ๕ การสำเร็จมรรคผลนิพพานได้ อินทรีย์ทั้ง๕ จะต้องแก่กล้าบริบูรณ์ คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา จะต้องสมดุลกันอยู่เสมอ

สติมา สัมปชาโน อาตาปี สัมปชาโน คือปัญญา สตินี่เรามีอยู่แล้ว ระลึกได้ สัมปชาโน คือปัญญา คอยตัดสิน เรามันตัดสินด้วยการเข้าข้าง ไม่ได้ตัดสินด้วยเหตุผล คือ ไม่มีปรมัตถ์เข้าตัดสิน อาตาปี ความเพียรมี แต่ขาดปัญญา เช่นเพียรนั่งสมาธิ แต่ไม่มีปัญญารู้ว่าทำเพื่ออะไร เห็นไหมลูก ฉะนั้นอะไรอยู่ตรงกลาง ลูกลองดู ไปหาในเคล็ดลับของพ่อ แล้วลูกจะได้ ปริจเฉททั้งหมดมี ๙ ใช่ไหมลูก ๙ปริจเฉท ตรงกลางคืออะไร ปริจเฉทที่ ๕ มันมีอะไร มีภพภูมิต่างๆ เทวดา เปรต อสุรกาย ปริจเฉทนี้น่ากลัวนะ เรียนแล้วอาจทำให้ลุ่มหลงเป็นบ้า เทวดาเป็นอย่างไร เปรตมันเป็นอย่างไร นรก กระทะทองแดงมันเป็นอย่างไร พ่อนั่งนึกเหมือนกันว่าปริจเฉทที่ ๕ นี่ เรียนแล้วต้องทำใจให้รู้ว่า ตายแล้วเกิด แต่ถ้าเรียนแล้วอยากรู้ว่าเทวดาเป็นอย่างไร ชีวิตเขาเป็นอย่างไร เสียเวลาทำความเจริญ อนุรักขนาปทาน ( การเพียรรักษาความดีเอาไว้) ก็หมดไป

โดย ธัญธร...นำเสนอ [5 พ.ย. 2551 , 21:10:40 น.] ( IP = 118.173.36.143 : : )


  สลักธรรม 3

ฉะนั้น ปัจจุบันนี่สำคัญ เพราะเราไม่อยู่กับปัจจุบันเลย ว่าขณะนี้นั่งอยู่ ความจริงต้องรู้ตัว จำคำของพ่อไว้ ท่องไว้ให้ขึ้นใจ “รูปอยู่ตรงไหน นามอยู่ตรงนั้น” ขณะนี้รูปเราอยู่ในส้วม ต้องมีสติอยู่กับการถ่าย ไม่ใช่ว่านั่งอยู่ในส้วม นึกไปโน่น นึกไปไหนๆ ท่องไว้ รูปอยู่ตรงไหน นามอยู่ตรงนั้น จิตต้องอยู่ตรงนั้น เพราะจิตนี้จะได้มีสติคอยดูแลรักษารูปนั้น ไม่ให้เกิดความฟุ้งซ่านไป

ในการปฏิบัติมี ๒ วิธี คือสมาธิ และวิปัสสนา

วิปัสสนาเป็นชื่อของปัญญา อันนี้แหละเป็นทางปฏิบัติสู่มรรคผลนิพพาน ส่วนสมาธิ เราต้องยอมรับว่า วันหนึ่งๆเราฟุ้งซ่าน เราจึงต้องทำสมาธิ เราก็ทำสมาธิ แล้วเราก็มาย้ำภูมิวิปัสสนา เราต้องมีโยนิโสมนสิการ (การวางใจให้แยบคาย) ว่าทำวิปัสสนาเพื่ออะไร เพื่อทำลายอภิชฌาและโทมนัส
อภิชฌาคือความยินดี เมื่อตราบใดมีความยินดี กรรมเกิด โลภะเกิด เห็นไหมลูก ขณะใดไม่มีความยินดี โทสะเกิด ทั้งโลภะและโทสะทำให้วิบากเกิด

ดังนั้น อภิชฌา โทมนัสนี้ จะกำจัดได้ด้วยการมีสติและสัมปชัญญะ ด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน แต่คนเราจะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยที่อยู่ดีๆไม่เคยฝึกสมาธิเลย มันยาก ฉะนั้น เราต้องทำสมาธิ สวดมนต์ วิธีของพ่อไม่ต้องนั่งหลับตา พอหลับตาปุ๊ป ได้ง่วงแล้ว มีลูกศิษย์พ่อปฏิบัติเอาแบบอาจารย์วิชิตเปี๊ยบเลย นโมตัสสะ ภควโต ฯ ขอตั้งเจตนาจะปฏิบัติ ขัดเกลากิเลส ลดโลภะ โทสะ โมหะ เริ่มง่วงเลยนะ พอทำสมาธิเดี๋ยวหลับก่อน ตื่นค่อยทำ อย่างนี้ก็มีนะลูก

อะไรที่ทำแล้วมันเกิดเป็นผลลบ ก็อย่าไปดื้อทำ ไม่ต้องไปนั่งสมาธิ คือ กล่าวคำขอกรรมฐานเลย ไม่ต้องอยู่ตรงหน้าพระก็ได้ เราก็กล่าวอธิษฐานเสียหน่อย “พระพุทธบูชา พระธรรมบูชา พระสังฆบูชา เทวบูชา ลูกขอสงบจิตใจ ขอให้มีอำนาจในการกระทำคุณงามความดี เพื่อเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ให้จิตนั้นบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส จากเครื่องเศร้าหมอง เพื่อพ้นจาการเวียนว่ายตายเกิด สาธุ”

เอามือลง กำหนดรู้สึกตัว รูปนั่ง พอนั่งปุ๊ป เห็น รู้สึก นามเห็น เห็นอะไร นามรู้ ลมพัดมา รูปเย็น นี่แหละอย่างนี้ นิดเดียวเท่านั้น

แต่ตรงที่สมาธิเปลี่ยนเป็นวิปัสสนาอย่างไร นี่แหละที่ทำไม่ได้กัน ไม่ต้องไปนั่งหลับตา อธิษฐานเสร็จ พอกราบเสร็จ รู้สึกตัว ยืดตัวขึ้นมานั่งปุ๊ป นี่รู้สึก รูปนั่ง หรือถ้าเราดูรูปนั่งไม่ทัน เงยขึ้นมาเห็น กำหนดนามเห็นเลยก็ได้ อะไรมันมาเด่นจึงกำหนด

เมื่อกี้นี้มีคนถามว่า มรณาสันนกาลมันจับอารมณ์อันสุดท้าย จึงจะบอกให้ว่า วิปัสสนาก็เหมือนกัน เอาอารมณ์สุดท้ายเหมือนกัน เราต้องดูอารมณ์สุดท้ายที่มันมากระทบรุนแรง พ่อจะสั่งให้หลับตานะ แล้วค่อยๆหันไปหน้าพระพุทธรูป แล้วลืมตาขึ้นมอง หลับตา หันมาหาพ่อ

โดย ธัญธร...นำเสนอ [5 พ.ย. 2551 , 21:24:23 น.] ( IP = 118.173.36.143 : : )


  สลักธรรม 4

ตั้งคำถามว่า ที่มองไปนี่เห็นอะไรหลายอย่างไหม มีดอกไม้ มีอะไรหลายอย่างใช่ไหมลูก อะไรเด่น พระเด่น ดูตรงที่เด่นเท่านั้นเอง ไม่จำเป็นจะต้องดูหมด รูปนั่ง นามเห็น นามได้ยิน นามรู้ แย่เลย อะไรเด่น ดูอันนั้น เพราะเด่นอันนี้แหละ จุดอะไรที่มันมาเด่นปุ๊ป ตรงนั้นจะทำให้เกิดความยินดีหรือไม่ยินดี เข้าใจไหมลูก อย่างนี้ ไม่ต้องไปอยู่ตลอดกับรูปกับนาม กับรูปกับนามตลอดเวลา

นั่งอยู่ก็รู้สึกรูปนั่ง เห็นอะไรก็กำหนดนามเห็น ฟุ้งซ่านไปกำหนดนามฟุ้ง พอกำหนดนามฟุ้ง ฟุ้งก็หายแล้ว พอกำหนดรูปนั่งอยู่ ความร้อนมากระทบ เด่นนี่ เราก็รู้สึกรูปร้อน เอาความรู้สึกว่าเป็น “เรา”ออกไปเท่านั้นเอง ขณะที่เราออกไปแล้ว โยนิโสตรงนี้ มันจะทำลายความเด่นในอภิชฌาโทมนัสเลย

กรรมมี ๓ ชนิด กุศลกรรมทำแล้วได้เกิดดี ไปสุคติภูมิ อกุศลกรรม ทำแล้วเกิดในทุคติภูมิ แต่กรรมที่เกิดจาการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอันนี้ ไม่มีเรา ไม่มีความยินดี

พ่อเปรียบเหมือนกับนก จับอยู่กิ่งนี้ มองเห็นกิ่งอื่นสั่นอยู่ มันจะบินต่อไปไหม มันจะไปเกาะตรงนั้นไหม มันก็ไม่อยากไป เหมือนกับตัดภพ อยู่กับที่แล้ว เปรียบเสมือนพระนิพพาน จิตที่จับอะไรมั่น ยึดครองแล้วก็สร้างอำนาจกรรมชรูปต่อ
แต่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน พ่อเปรียบเสมือนนกตัวหนึ่งซึ่งเกาะกิ่งไม้ที่สงบอยู่แล้ว อยู่กับอารมณ์ปัจจุบันได้ อะไรมามันก็ผ่านไปผ่านไป เมื่อเห็นว่าศัตรูอยู่ข้างหน้า ไม้กิ่งโน้นสั่น มีนกตัวไหนบ้างที่จะไปเกาะ หรือมีนกตัวใหญ่ หรือเห็นคนอยู่ มีไหมที่นกจะไปเกาะอยู่ข้างคน ก็ต้องกลัวใช่ไหมลูก จิตจึงไม่มีที่ไป คติจึงไม่มีต่อไป เป็นการตัดภพชาติ เรียกว่าวิวัฏฏะ เข้าใจไหมลูก

ที่อธิบายว่า ปฏิบัติไปนี่มันวิวัฏฏะตรงไหน คือพอมันระลึกรู้สึกอยู่แล้ว มันก็หยุดอยู่กับที่ มันไม่ไปต่อ มันไม่เสพอารมณ์เป็นอภิชฌาและโทมนัส เพราะถ้ามีอภิชฌาคือความยินดี ยินดีทำให้เกิดอุปาทาน ยึดมั่น แล้วก็เก็บรูปไว้ในใจ ใช่ไหมลูก เช่น เราเห็นรูปสวย มันก็เก็บอารมณ์ไว้ในใจ แล้วความอยากได้ก็มีอีก พอเราเห็นว่าไม่ดีมันก็เกิดโทมนัส อภิชฌากับโทมนัสเกิดขึ้นเรื่อยๆ เป็นกิเลสอย่างแรง อนุสัยกิเลสจะพอกพูน ทำให้มีชาติหน้า ชาติต่อๆไป เพราะความอยากเกิดของเราเอง

เหมือนกับนก ที่อยากจะบินไปเกาะกิ่งนั้นกิ่งนี้ เพราะเห็นว่ามันดีอยู่ แต่นกที่เห็นภัยเสียแล้วมันจึงไม่ไป มันอยู่ตรงนี้ อยู่กับที่ ไม่บินไปไหนต่อ เมื่อถึงเวลานกมันก็ตาย จริงไหม ตายแล้วคติไม่มี เพราะไม่มีที่ไป ตายตรงนี้ จิตมันก็ดับ นิพพานคืออย่างนี้ จิตนั้นไม่โลดแล่นไปในภพชาติ มีสติครองอยู่กับที่ หมดกรรมก็ตาย เข้าใจไหมลูก นิพพานเป็นอย่างนี้

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

โดย ธัญธร...นำเสนอ [5 พ.ย. 2551 , 21:38:36 น.] ( IP = 118.173.36.143 : : )


  สลักธรรม 5


ขอบพระคุณมากค่ะน้องธัญธรจากแดนใต้ที่กรุณานำธรรมะคำสอนของหลวงพ่อที่ทรงคุณค่ายิ่งมาให้ได้อ่านและศึกษาทำความเข้าใจค่ะ

โดยเฉพาะเรื่อง มัชฌิมา เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [6 พ.ย. 2551 , 10:14:54 น.] ( IP = 124.121.177.24 : : )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาสาธุครับผม


เรื่องนี้ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้มากเลยครับ ถึงจะมีความรู้ความเข้าใจเพรียกพร้อมน้อมนำไปปฏิบัติได้จริงครับ

โดย พี่เณร [6 พ.ย. 2551 , 17:55:56 น.] ( IP = 58.9.139.223 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนากับคุณธัญธรค่ะ ที่ได้นำธรรมะของหลวงพ่อมาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [6 พ.ย. 2551 , 23:12:50 น.] ( IP = 58.8.53.100 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณมากค่ะพี่ธัญธร
ขออนุโมทนาค่ะ

โดย น้องอุ๊ [6 พ.ย. 2551 , 23:28:48 น.] ( IP = 125.24.10.115 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org