| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มัชฌิมาอยู่ตรงไหน (๔)
สลักธรรม 1คำถาม คนมีปัญญาน้อยให้ใช้ทำสมาธิปฏิบัติเพื่อให้เกิดปัญญา คนที่มีปัญญามากแล้วไม่ต้องใช้สมาธิ ให้ใช้พิจารณาเลยใช่หรือไม่
คำตอบ นั่นคือความเข้าใจของลูกที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา แต่สิ่งที่พ่อจะให้ต่างกัน คือไม่ใช้ทั้งปัญญาอย่างเดียว ไม่ใช้ทั้งสมาธิอย่างเดียว แต่สิ่งเดียวที่ขาดไม่ได้ทั้งสมาธิและปัญญาคือ สติ ของพ่อมีสติเป็นบาท เพราะมีแต่สมาธิอันสงบต่อเนื่อง สันตติก็ไม่ขาด จะต้องมีสติอยู่กับสมาธิ คือปัจจุบันนั่นเอง
ปัญญานั้นมีหลายรูปแบบ คือสุตามยปัญญา จินตามยปัญญา ภาวนามยปัญญา แต่ปัญญาอันนี้จะเกิดขึ้นสับสนกันได้ เนื่องจากมีการเรียนมาก จึงมีการกระทำผิดๆมาก เพราะว่าไม่ได้ปฏิบัติจริง แต่ถ้าเผื่อการฝึกสตินั้น ไม่มีโอกาสที่โมหะจะเข้าได้เลย ปัญญาเกิดขึ้นตามลำพังได้ไหม ไม่ได้ ปัญญาจะเกิดขึ้นได้ก็ย่อมจะต้องมีสติเป็นบาท แต่สตินั้นเกิดขึ้นตามลำพังได้โดยปราศจากปัญญา อันไหนสำคัญกว่า สติ
คำถาม คิดจะเลิกจากงานอาชีพ จะตั้งใจศึกษาปฏิบัติธรรมอย่างเดียวจะดีหรือไม่
คำตอบ ไม่มีความทะเยอทะยานดี เพราะความทะเยอทะยานอยากได้เป็นทุกข์ ในเมื่อเรามีพร้อมแล้ว รู้จักพอ จึงจะดี ถ้าเผื่อเราเดือดร้อน เราก็ต้องมีความเพียรลงไป แต่ในความเพียรนั้นต้องมีอาชีพชอบ แล้วเราก็ทำสุดความสามารถ เกินความสามารถไม่มีใครทำได้ ไม่ใช่พอเรียนธรรมะแล้วฉันไม่ทำ นอน นี่ผิด ไม่ใช่หลักในการสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระพุทธองค์ทรงสอนให้ทำทางโลกเต็มที่เพื่อมาเป็นบาท ยืนให้มั่นคง แล้วตรงต่อทางมรรคผลนิพพาน พระพุทธองค์ทรงสอนทางโลกให้เรายืนอยู่ได้มั่นคง แล้วตรงต่อทางนิพพาน ไม่ได้สอนให้ใครหนี ทิ้งเลย เพราะตัวเรามีอาชีพต้องเลี้ยงครอบครัว เสร็จแล้วเราหนีไป เราก็ไม่สบายใจ เมื่อเราไม่สบายใจแล้ว เราก็ไม่สามารถชนะกิเลสได้ โทสะเกิด ให้เราทำหน้าที่ มีอาชีพเราก็ทำไป ให้เงินผู้อื่นเราก็ได้บุญ เราต้องรู้จักว่า เราทำนั้นมันดีหรือชั่วอยู่ตลอดเวลา แล้วเรามีความเพียรสุดความสามารถ เกินความสามารถไม่มีใครทำได้โดย ธัญธร...นำมาฝาก [8 พ.ย. 2551 , 22:36:43 น.] ( IP = 118.173.37.235 : : )
สลักธรรม 2
คำถาม ก่อนตายคนเราต้องมีทุกข์ เพราะอารมณ์เข้ามากระทบนั้น แล้วจะทำอย่างไร
คำตอบ เพราะความไม่รู้จักทุกข์ จึงไม่สามารถแก้ทุกข์ได้ ฉันใดฉันนั้น เมื่อไม่รู้จักเครื่องปรุงแกงส้ม จะทำแกงส้มไม่ได้
ตั้งคำถามว่า เมื่อใกล้ตายจะมีความทุกข์จากการไม่สบายกาย ควรจะทำอย่างไร ถ้าเผื่อตั้งคำถามว่า เกิดจากการไม่สบายใจไม่สบายกายจะทำอย่างไร
อันนี้ตอบของลูกก่อนนะ เมื่อใกล้ตายมีความไม่สบายกายจะทำอย่างไร จงทำใจให้สบาย กายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำติดข้ามภพชาติไปได้ ถูกต้องไหม จิตเป็นประธาน ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยจิต จิตของเรารับรู้อารมณ์ อารมณ์มีอะไรบ้าง เช่น ปวด หิว เจ็บ คัน ฯลฯ อันนี้จะรู้ได้ก็เพราะมีจิต ฉะนั้นร่างกายเราไม่มีจิตเป็นตัวรู้ จะไม่รู้เลยว่ามันเป็นอะไร พอเข้าใจอันนี้ก่อน
แล้วจะทำอย่างไรให้จิตสบายได้ ทำตั้งแต่วันนี้ ฝึกหัดจิต เพราะถ้าไม่ฝึกจิตตลอดชีวิตไม่พบความสุข คำตอบสั้นๆ
คนเราใกล้จะตายนี่ จะทำได้หรือ ถ้าเผื่อไม่ทำวันนี้ สร้างความเคยชินด้วยการฝึกฝนตนเอง สตินั้นต้องประกอบไปด้วยสัมปชัญญะ การใกล้ตายแล้วมีสติรู้ว่า ที่กระทบคือวิบาก ที่กำลังกระทำนั้นคือกรรม จะมีผลดี
คำถาม เมื่อเรามีสติอยู่ในขณะนั้น เราจะพ้นทุกข์ได้อย่างไร
คำตอบ เพราะการไม่รู้จักสติว่ามีคุณค่า จึงไม่เห็นค่าของสติ สติ คือจอมทัพฝ่ายกุศล สติให้ผลไปในทางเจริญ ความดีให้ผลไปในทางเจริญ อกุศลให้ผลไปในทางเสื่อม การมีสติอยู่กับขณะนั้นแล้ว สติเป็นกุศล ผลักดันสู่สุคติภูมิ...เจริญ คนเราเจริญ สบายไหม คือปฏิสนธิดี ทิ้งสภาพไม่ดีที่เกิดขึ้นเป็นทุกข์จรไป แต่ถ้าเผื่อจิตไม่จับสติ มีอารมณ์โกรธเศร้าหมอง นำเกิดทุคติภูมิ นี่แหละคือผลของสติ
คำถาม ในขณะที่เราทำงานอยู่ เรากำหนดอาการของการเคลื่อนไหวต่างๆ เรากำหนดเป็นรูปนาม ถูกหรือไม่
คำตอบ ผิดลูก ต้องรู้จักกาล คำว่ารูปและนามนั้น ในการปฏิบัติเพื่อจะได้เห็นลวดลายของนามรูป นี่คือเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ผู้ใดก็แล้วแต่ไม่เห็นอนิจจัง ไม่เห็นทุกขัง ไม่เห็นอนัตตา ผู้นั้นจะบรรลุญาณอันเป็นเครื่องรู้ไม่ได้
ฉะนั้นในการปฏิบัติ ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คือสติ ในเมื่อกำลังทำงาน เช่น ขับรถ เราจะไปมัวกำหนดรูปขับ นามรู้ ไม่ได้ ชนกันตาย ทำให้ถูกกาล ต้องมีสติควบคุมตัวเองให้ตรงต่องานที่ทำ นั่นแหละพลังงานอันมหาศาล จะเขียนหนังสือนะ เอ้า ค่อยเขียน กำลังเขียนนะ พอดีอ่านตรงนี้ไม่เสร็จ เมื่อไม่เสร็จนั้นสร้างความทุกข์ให้ ต้องทำเพื่อแก้ทุกข์ อย่าทำเพื่อแก้อยาก รู้สึกตัวอยู่เสมอว่ากำลังทำอะไร มีหน้าที่ หน้าที่คือที่หน้า ในเรื่องของการงานเอาสติใช้ ไม่ใช่รูปเดิน นามรู้ รู้ว่ารูปยืนอยู่....พอดีเขาไล่ออกจากงาน ต้องใช้ถูกกาล
เมื่อกี้ก็บอกแล้วไงลูก ธรรมะของสัตบุรุษ
เป็นผู้รู้จักเหตุ
เป็นผู้รู้จักผล
เป็นผู้รู้จักตน
เป็นผู้รู้จักประมาณ
เป็นผู้รู้จักกาล
เป็นผู้รู้จักชุมชน
เป็นผู้รู้จักเลือกคบคน อยู่ตลอดเวลา แล้วก็รู้จักการวางตนให้พอดี พอควร
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [8 พ.ย. 2551 , 22:51:29 น.] ( IP = 118.173.37.235 : : )
สลักธรรม 3
คำถาม ขณะกำลังกำหนดลมหายใจอยู่ จิตอาจพิจารณาคำสอน หรือพิจารณาทางร่างกาย อยากได้คำแนะนำจากหลวงพ่อว่า ขณะที่เกิดขึ้นเราควรจะทำอย่างไร
คำตอบ ที่พ่อสอน พ่อไม่ได้สอนหลักสมาธิอันเป็นทางพ้นทุกข์ พ่อสอนสมาธิให้เป็นบาทของวิปัสสนา อันนี้เข้าใจก่อนนะ คืออะไร เพื่อให้จิตนั้นอยู่กับปัจจุบัน เพื่อให้สตินั้นเข้ามาทำงานที่ปัจจุบันให้ได้ แทนโมหะ นี่คือจุดมุ่งหมายเลย ปัจจุบันคือความจริง ปัจจุบันนี้มีโมหะเกิดขึ้นก็ได้ ปัจจุบันนี้มีสติเกิดขึ้นก็ได้ การที่สอนสมาธิก็เพื่อสร้างความสงบให้สติเกิด
แล้วที่ให้ทุกๆวันก็คือการเจริญสติ สติจะเกิดได้ก็ต้องอาศัยบาทจากสมาธิ ปัญญาจะเกิดได้ก็อาศัยบาทจากสติ เป็นขั้นๆไป ฉะนั้น ตรงกลางจึงสำคัญมาก คืออะไร สติ เมื่อไรก็แล้วแต่ที่ระลึกรู้ ก็ให้ทำความรู้ตรงนั้น รู้ว่าฟุ้ง สติก็รู้ฟุ้ง เพราะว่าจิตมันรู้เป็นขณะๆ รู้ดี รู้ชั่ว ขณะใดที่รู้ว่าดี ไม่ดี ปรุงแต่งได้ไหม ไม่ได้ มันปรุงแต่งคนละอย่าง
ถ้าเผื่อทำชั่วอยู่นะรู้ว่างานนี้ชั่ว ไอ้ที่รู้ว่างานนี้ชั่ว อะไรรู้ สติรู้
ถ้าเผื่อขณะใดทำของไม่ดีอยู่นะ แล้วบอกว่าชอบ อะไรรู้ โมหะรู้ ความหลงผิด ฉะนั้น เป็นขณะนี่ถูกแล้ว คือให้มีสติรู้ทุกขณะที่ทำว่า ทำไปทำไม ทำอะไรอยู่ ให้มีจิตจดจ่ออยู่กับอารมณ์ที่ทำนั้นมั่นคงนั่นเอง
คำถาม การเห็นนามรูปนี้ นึกเอา กับเห็นจริงๆ ต่างกันหรือไม่
คำตอบ การเห็นจริงๆต้องเห็นด้วยภาวนามยปัญญา เป็นการกระทำและเห็นที่ปัจจุบัน จะยกตัวอย่างให้ฟัง การมีปัญญาต้องมี ๓ ระดับ มี
หนึ่ง การฟังเข้าใจ
สอง ทบทวนเข้าใจ
สาม ปฏิบัติเข้าใจ เราฟังนี่ก็มีปัญญาแล้วเกิดความเข้าใจ แล้วเมื่อไรเราไปนึกคิด ไม่ใช่ว่ามันจะไม่ถูกนะ ถูก แต่ว่าก็ยังเป็นชั้นอ่อนอยู่ เราฟังมาว่าตัวเรามีนามและรูป รูปนั่ง นามรู้ เอ้า รูปนั่งอยู่ พอเปลี่ยนเป็นยืน รูปนั่งดับไหม ด้วยปัญญา แต่เป็นปัญญาขั้นจินตามยปัญญา คือนึกคิดถูกต้อง
แต่ถ้าเผื่อเป็นภาวนามยปัญญา เช่น รูปนั่ง จะรู้ว่ากำลังนึกจะนั่ง นึกต้องดับจึงจะมีรูปนั่ง นึกก่อนใช่ไหม พอเรานึกอยากจะนั่ง จะรู้สึกว่าดับ แล้วก็มีรูปนั่ง นั่งเสร็จก็ต้องดับ ดับก่อนแล้วจึงเกิดตาม จริงไหมลูก ทีละหนึ่ง เป็นจังหวะๆไป ทีละขณะ แต่หนึ่งขณะคือแสนโกฏิขณะที่จิตเกิดและดับ เท่ากับลัดนิ้วมือทีเดียว
คำถาม ลักษณะของการเห็นนามรูปปริจเฉทญาณเป็นอย่างไร
คำตอบ ลักษณะที่ไม่มีเราเข้าไป คือเห็นทั้งนายและบ่าว อะไรเป็นนาย นายคือนาม บ่าวที่ทำงานตามคือรูป เห็นแยกกัน เห็นว่าต้องมีนายสั่งก่อน บ่าวถึงจะทำงานถูกต้อง พระพุทธองค์ทรงสอนแยบคายมาก ไม่เอารูปนามปริจเฉทญาณ เพราะรูปมันทำก่อนนามสั่งไม่ได้ มันจะต้องเห็นตัวการสั่งก่อน ถึงให้ไปฝึกไง จะได้เห็น
เมื่อตื่น การตื่นลุกขึ้นจากเตียงแต่เช้าพรวดพราด พอตื่นก็ลืมตาเลย มันต้องอะไรตื่นก่อน นามรู้สึกว่าตื่นแล้ว กำหนดรู้สึกที่นามตื่น แล้วค่อยๆเปิดเปลือกตาไปดูที่รูป รูปมันลืมแล้ว ใช่ไหมลูก คราวนี้นามสั่งให้ลุกจากที่นอน
เอาอย่างนี้ดีกว่านะ ไปฝึกอันนี้ มันจะได้รู้ว่าอะไรคือนาม อะไรคือรูป นอนอยู่ทุกวันนี้ ให้เวลากับตัวเอง เมื่อตื่นไม่ใช่ลุกพรวดลืมตาออกจากห้องมาเข้าห้องน้ำ ทำความรู้สึกว่าตื่นแล้ว เมื่อตื่นแล้วหน้าที่คือ รูป(ตา) ต้องลืมขึ้น ใช่ไหม ไปทำงานที่รูปแทนแล้ว นามรู้แล้วนี่ ทีนี้รูปถูกสั่งให้ตื่นด้วย ก็คือต้องเปิดเปลือกตา เมื่อเปิดเปลือกตาแล้ว รูปจะลุกขึ้นไม่ได้ ต้องนามรู้ว่าจะทำอะไรก่อน รู้ว่าจะต้องลุกก่อน การลุกขึ้นต้องลุกจากนอนเป็นนั่ง ไม่ใช่ยืนเลย ยืนไม่ได้ แล้วก็ตะแคงเลยก็ไม่ได้ จะต้องมีนามสั่ง ทุกขณะมีนามหมด นามรู้สึกตื่น สั่งรูปเปิดเปลือกตา นามรู้ว่าจะต้องลุก สั่งรูปลุกขึ้นนั่ง นามรู้ว่านั่งแล้วจะต้องห้อยขา ถ้าเผื่ออยู่บนเตียงก็ต้องห้อยขาก่อนถึงยืนได้ใช่ไหม ถ้าเผื่อนอนอยู่กับพื้น จะต้องเอามือยันแล้วลุกขึ้น กำหนดรู้ก่อน แล้วไปดูรูปที่ทำงานตาม คือเห็นนายกับบ่าว
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [8 พ.ย. 2551 , 23:04:18 น.] ( IP = 118.173.37.235 : : )
สลักธรรม 4
คำถาม ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า ถึงแม้เราจะนั่งอยู่ เมื่อลุกขึ้นเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ก็ต้องปฏิบัติต่อไปเรื่อยๆ
คำตอบ ต่อเลยลูก เพื่ออะไร ดูตามต่อไปเลย แต่ถ้าเผื่อไม่ทันก็ไม่ต้องคร่ำครวญดูใหม่ เพราะของใหม่มันเกิดขึ้นตลอด และทุกอย่างไม่มีสอง เกิดขึ้นทีละขณะ แล้วขณะนั้นต้องดับเสียก่อน จึงมีอารมณ์อื่นเกิดขึ้น แต่มันไวเท่านั้นเอง และการเชื่อมโยงของความไวได้แก่ สันตติ
คำถาม ถ้าอย่างนั้น ใช้คำว่าเลิกปฏิบัติก็ไม่ถูก
คำตอบ วิปัสสนาถ้าเผื่อถึงขั้นนะลูกนะ เข้าถึงวิปัสสนา ไม่มีคำว่าตอนนี้ขอเลิกปฏิบัติ ไม่มีคำว่าเลิก จะต้องปฏิบัติทุกๆขณะจิต จนพบมรรคผลนิพพาน ใช้คำว่า ไปเข้า ออก จากวิปัสสนานี้ก็ไม่ถูกแล้วลูก วิปัสสนาไม่มีเข้า ไม่มีออก ต้องมีอยู่กับปัจจุบันทุกๆขณะ ทำทุกขณะ ไม่มี ไปเข้า ฉันออกล่ะ ฉะนั้นเวลาปฏิบัติกับพ่อ ไม่มีขอกรรมฐาน กับลากรรมฐาน ไม่มี ต้องมีอยู่กับตัวเองทุกๆขณะ
ชัดไหม ตั้งใจกระทำไปก็แล้วกัน มันเกิดเท่าใดดีใจเท่านั้น ปีติกับมันที่เรายังทำได้ ไม่ใช่เดี๋ยวลาก่อนนะ ไม่ต้องลาลูก พอลาจิตมันจะปฏิเสธด้วยความจงใจ ท่องภาษาบาลีมาคำหนึ่ง แล้วแปลไม่ได้ แต่ถ้าเผื่อลูกระลึกอยู่ว่า ใครพบใครพ้น ใครทำใครได้ จะทำอะไรให้มีสติ อย่าไปเอาภาษาที่เราไม่สามารถพัฒนาใช้กับตัวได้ จงทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ทุกอย่างจะต้องพัฒนา ทำให้เกิดความเคยชิน เมื่อชินแล้วมันก็ชำนาญ เมื่อชำนาญแล้วมันก็ง่าย ที่ลูกบอกยาก เพราะลูกไม่พัฒนาให้เกิดความชำนาญ มันก็เลยเฉื่อยแฉะ
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [8 พ.ย. 2551 , 23:15:27 น.] ( IP = 118.173.37.235 : : )
สลักธรรม 5
คำถาม ผู้รู้ก็ดับ นี้เป็นอย่างไร
คำตอบ ก็หมายถึงการที่เรารู้ว่ารูปนามดับแล้วตัวผู้รู้ก็ดับด้วย คือสติที่เข้าไปกำหนดในปัจจุบันก็ต้องดับ เพื่อไปเกิดที่ปัจจุบันใหม่ ไม่ค้างเอาไว้เป็นอดีต เพราะว่าอดีตคือความปด ฉะนั้นผู้รู้ต้องดับไหม เพราะนามรูปเกิดดับทุกขณะ แล้วไปรู้ค้างไว้เรียกว่ารู้จริงไหม ยังไม่ทัน ยังอยู่ในขั้นตามดูอยู่ เช่น นามสั่งรูปนั่ง รู้ทันใช่ไหม แล้วเห็นรูปนามนี้ก็ดับไป อันนี้อันหนึ่ง ยังอ่อน อันนี้เมื่อเรารู้ว่านามสั่ง ผู้รู้ตรงนี้ก็ต้องดับกับนามด้วย มารู้ที่ไหน มารู้ที่รูป ดับที่รูปรู้ที่นาม ดับที่นามรู้ที่รูป เข้าใจไหมลูก
อย่าไปท้อแท้ลูกเอ๋ย เดินไปเถิด เรียนเพื่อทำความเข้าใจเท่านั้นเอง แต่เราจะเอาตัวหนังสือเข้าไปปฏิบัติได้ไหม ไม่ได้ เพราะอิริยาบถแต่ละคนเหมือนกันไหม มีเดินเท่ากัน มีนอนเท่ากันไหม แต่ปัจจุบันมีเหมือนกันไหม เหมือน ฉะนั้นรู้จักคำว่า ปัจจุบัน พอ ไม่ใช่ว่า ยืน เดิน นั่งนอน ต้องรู้จักว่าเดินยังไง ยืน เดิน นั่ง นอน มีไม่เหมือนกัน แต่ปัจจุบันมีเหมือนกัน แล้วก็มีสิ้นสุดแห่งทุกข์เหมือนกัน แล้วก็มีสังสารวัฏอันยาวนานเหมือนกัน แล้วกำลังเป็นอยู่ในปุถุชนภูมิเหมือนกัน
โปรดติดตามคำถาม-คำตอบต่อไปค่ะ
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [8 พ.ย. 2551 , 23:23:31 น.] ( IP = 118.173.37.235 : : )
สลักธรรม 8ขอบคุณ และอนุโมทนาค่ะ โดย พี่ดา [10 พ.ย. 2551 , 14:58:00 น.] ( IP = 124.121.178.30 : : )
สลักธรรม 9เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่านในวันนี้ ขอบพระคุณและอนุโมทนาในกุศลธรรมทานนี้ด้วยค่ะพี่ธัญธร ..สาธุ
โดย น้องกิ๊ฟ [11 พ.ย. 2551 , 10:54:31 น.] ( IP = 125.27.174.232 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |