มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทำไมครั้งแรกที่พระพุทธเจ้าคิดจะไม่นำธรรมะที่พระองค์ค้นพบมาเผยแพร่








ตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้ว


ถาม๑. ทำไมครั้งแรกที่พระพุทธเจ้าคิดจะไม่นำธรรมะที่พระองค์ค้นพบมาเผยแพร่ แต่ภายหลังกลับเปลี่ยนพระทัย ?

๒. ถ้าเราไม่เชื่อว่าพระองค์หนึ่งสำเร็จอรหันต์(แต่เชื่อว่าท่านถึงระดับอนาคามีแล้ว) และความเป็นจริงท่านได้อรหันต์ จะมีผลเสียหายอะไรบ้างไหม ?

๓. กามนิต พบพระพุทธเจ้าแล้วยังไม่ทราบ ยังดั้นด้นเสาะหาต่อไปอีก แต่การได้พบพระพุทธองค์ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเป็นพระพุทธเจ้าก็เกิดอานิสงส์มากมาย ?

๔. พุทธศาสนิกชนที่ไม่ขวนขวายไปพบพระที่ได้บรรลุธรรมะขั้นสูงจะมีความเสียหายอย่างไร แต่ได้พบเห็นทางจอโทรทัศน์บ้าง ฟังธรรมะจากท่านทางวิทยุบ้างจะได้รับอานิสงส์เท่าๆกับไปพบด้วยตนเองไหม?

เป็นคำถามพื้นๆนะครับ อยากฟังทัศนะของคุณดอกแก้วครับ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 11:26:14 น.] ( IP = 125.27.172.205 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ตอบ คุณอาใจเป็นธรรมคะ คำถามข้อที่ ๑ นั้น เคยมีผู้ถามและก็มีผู้ตอบไว้หลายนัย ด้วยต่างก็สงสัยว่า ทำไมพระพุทธองค์ทรงคิดเองมิได้หรือ จึงต้องให้พระพรหมมาอาราธนาให้สั่งสอนธรรม และก็คล้ายกับคำถามที่มีมาว่า ทำไมจึงต้องให้เทวดามาบอกเรื่อง ทางสายกลาง ก่อนที่จะตรัสรู้

และสำหรับในเหตุการณ์นี้ บางท่านก็บอกว่าเป็นธรรมเนียมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ต้องทรงทำเช่นนั้น

บางท่านก็บอกว่าเป็นการให้เกียรติแก่พระพรหมซึ่งเป็นเทวดาชั้นสูง แล้วก็มีหลักฐานมาในสมัยปัจจุบันนี้ว่า ก่อนที่พระภิกษุจะแสดงธรรม ก็ต้องมีบทอาราธนาธรรมเสียก่อน ....ซึ่งตรงนี้ก็ต้องพิจารณาเหมือนกันนะคะว่าเป็นเรื่องของประเพณีหรือไม่ ประเทศอื่นที่นับถือพระพุทธศาสนานั้นทำอย่างบ้านเราหรือเปล่าน่ะค่ะ..อย่าเพิ่งถือว่าเป็นเหตุผลที่แท้จริง

และอีกอย่างหนึ่งนั้นก็เรียนตามตรงว่า การคิดเกี่ยวกับคำถามประเภทนี้ ล่อแหลมต่อการดูหมิ่นพระสัพพัญญุตญาณมากเลยค่ะ เพราะอะไรทราบไหมคะ?

เพราะขณะที่เราคิดหาคำตอบอยู่นั้น ใจหนึ่งก็คงอดคิดฟุ้งซ่านมิได้ว่า หรือกระทั่งพระพุทธเจ้ายังมิทรงรอบรู้ในเรื่องเช่นนี้ หรือพระพรหมเป็นผู้ที่มีเมตตามากกว่าพระพุทธเจ้ากันแน่ ..ความสงสัยเช่นนี้เป็นอกุศลจิตค่ะ...จัดอยู่ในความหมายหนึ่งของวิจิกิจฉาเจตสิก

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2551 , 11:26:35 น.] ( IP = 125.27.172.205 : : )


  สลักธรรม 2



ปัญหาเหล่านี้เป็นเพียงกระพี้ของการศึกษาธรรมเท่านั้นแหละค่ะ ไม่ค่อยยังประโยชน์อะไรในคำตอบมากนัก..และที่ตอบๆกันอยู่นี้ก็ล้วนเป็นผู้ที่ศึกษาจากตำรับตำราด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งยากต่อการตัดสินได้ว่าเพราะเหตุใด

แต่จะด้วยเหตุใดก็ตามสิ่งหนึ่งที่แสดงออกอย่างชัดแจ้งก็คือ เป็นการมุ่งให้เห็นถึงความสุขุมลุ่มลึกของพระธรรมค่ะ

ในช่วง ๗ สัปดาห์ที่ทรงเสวยวิมุตติสุขอยู่นั้น ทรงพิจารณาพระอภิธรรมปิฎกในสัปดาห์ที่ ๔ และในช่วง ๗ วันสุดท้ายก็ทรงพิจารณาธรรมทั้งหมดอีกครั้ง ที่ตามหลักฐานบอกว่า ทรงเทิดทูนพระธรรมขึ้นเป็นที่เคารพบูชา และเห็นถึงความยากที่มนุษย์ผู้ด้อยปัญญา และมีความเพียรน้อยจะรู้ตามได้ (แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่ใดที่บอกว่า ทรงล้มเลิกการแสดงธรรมโปรดสัตว์เลยนะคะ)

แต่เมื่อพระพรหมทราบพุทธดำริเช่นนั้นที่ทรงคำนึงถึงผู้มีปัญญาทราม จึงได้มาอาราธนาว่า ถึงจะมีสัตว์ผู้โง่เขลาเช่นนั้นอยู่ แต่ก็ยังมีสัตว์ที่สั่งสมบารมีมีปัญญามามิใช่น้อย และสามารถตรัสรู้ตามได้ .... ซึ่งคำพูดของพระพรหมนี้ก็เป้นสิ่งที่ทรงทราบแล้ว

เพราะหลังจากที่ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณในคืนเพ็ญตรัสรู้นั้น ทรงค้นพบแล้วว่าสัตว์ทั้งหลายทุกชีวิตมีอุปนิสัยที่ต่างกันเป็น ๔ จำพวก คือ อุคฆิตัญญู วิปจิตัญญู เนยยะ ปทปรมะ

เพราะฉะนั้นหนึ่งในพุทธกิจที่ทรงกระทำแต่ละวันคือ การแผ่ข่ายพระญาณค้นหาผู้ที่มีบารมีสะสมมา และสามารถรองรับธรรมของพระองค์ได้ไงคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2551 , 11:26:51 น.] ( IP = 125.27.172.205 : : )


  สลักธรรม 3



สำหรับคำถามข้อที่ ๒ ถ้าเราไม่เชื่อว่าพระองค์หนึ่งสำเร็จอรหันต์(แต่เชื่อว่าท่านถึงระดับอนาคามีแล้ว) และความเป็นจริงท่านได้อรหันต์ จะมีผลเสียหายอะไรบ้างไหม

อันนี้เป็นเหตุการณ์สมมุติใช่ไหมคะ เพราะในยุคที่กราฟของพระศาสนากำลังตกลงนี้ ความเป็นสัปปายะในโลกมนุษย์สำหรับพระอริยบุคคลนั้นแทบไม่มีเหลือแล้วค่ะ

ลำพังแค่การเจริญสติปัฏฐานให้เกิดญาณปัญญาก็ยังยากแก่การกระทำ เพราะทุกสิ่งดำเนินไปตามกาลไม่ว่าจะเป็นอายุของพระพุทธศาสนา ความทรามของปัญญามนุษย์ ที่นับวันจะยิ่งมากขึ้นตามความวิบัติ

คำถามนี้เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนตัวค่ะ และผลที่เกิดขึ้นก็คือความไม่สบายใจ

แต่ถ้าเรามีหลักตัดสินหรือตรวจสอบคุณสมบัติของพระอริยบุคคลระดับต่างๆตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เราก็จะไม่กลุ้มใจ เพราะพระพุทธองค์ทรงวางหลักการตัดสินไว้แน่นอนว่า

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2551 , 11:27:38 น.] ( IP = 125.27.172.205 : : )


  สลักธรรม 4



พระโสดาบันสามารถประหาณโลภมูลจิตที่เป็นทิฏฐิคตสัมปยุตสี่ดวง และโมหมูลจิตที่เป็นวิจิกิจฉาหนึ่งดวง ..เป็นผู้ที่ปราศจากปาณาติปาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท และมิจฉาทิฏฐิ หรือถ้าเปรียบเทียบในสังโยชน์คือสามารถละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสัลัพพตปรามาสได้ค่ะ

พระสกทาคามี ไม่สามารถประหารอกุศลจิตที่เหลือเป็นสมุจเฉท แต่ทำให้อกุศลที่เหลือนั้นเบาบางลงค่ะ

พระอนาคามี สามารถประหารโทสมูลจิตทั้งสองดวงได้ เป็นผู้ที่ปราศจากปิสุณาวาจา ผรุสวาจา พยาบาท สามารถละกามราคสังโยชน์ ปฏิฆสังโยชน์

พระอรหันต์ สามารถประหารโลภมูลจิตที่เป็นทิฏฐิวิปปยุตสี่ดวง และโมหมูลจิตที่เป็นอุทธัจจะอีกหนึ่งดวง เป็นผู้ปราศจากสัมผัปปลาปะ และอภิชฌา สามารถละรูปราคสังโยชน์ อรูปราคสังโยชน์ มานสังโยชน์ อุทธัจจสังโยชน์ อวิชชาสังโยชน์

และการที่เราจะทราบว่าท่านนั้นท่านนี้เป็นพระอริยบุคคลระดับใดนั้น ถ้าเรามิใช่พระอริยบุคคลในระดับนั้นๆแล้ว เราก็ไม่ควรกล้าเสี่ยงที่จะไปตัดสินเลยค่ะ แต่ถ้าหากต้องการทราบจริงๆเพื่อสร้างศรัทธาก็สังเกตจากจริยวัตรของท่านเหล่านั้นก็แล้วกันนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2551 , 11:27:54 น.] ( IP = 125.27.172.205 : : )


  สลักธรรม 5



คำถามที่ ๓ พุทธศาสนิกชนที่ไม่ขวนขวายไปพบพระที่ได้บรรลุธรรมะขั้นสูง จะมีความเสียหายอย่างไร

โดยรวมก็คือเสียโอกาสที่จะได้พบกัลยาณมิตรที่จะนำไปสู่ความพ้นทุกข์ และก็มีผลให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดไปอีกยาวนาน บางทีก็กลายเป็นมิจฉาทิฏฐิบุคคลไปได้หากไปคบกับเดียรถีร์ค่ะ

แต่ถ้าหากพูดถึงสมัยนี้ ก็เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ไปเที่ยวดั้นด้นค้นหาผู้บรรลุธรรมขั้นสูงๆ แต่ทางที่ไม่เสี่ยงเลยคือการศึกษาตามพระไตรปิฎก

และเริ่มประพฤติตนให้อยู่ในธรรมตั้งแต่ระดับพื้นฐานคือ เบญจศีลเบญจธรรม ไปจนกระทั่งการเจริญสติปัฏฐานให้เกิดแก่ตน ก็น่าจะดีกว่าการไปเที่ยวค้นหาที่เสียเวลามาก และอาจผิดหวังได้นะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2551 , 11:28:11 น.] ( IP = 125.27.172.205 : : )


  สลักธรรม 6



คำถามที่ ๔ ไม่ได้ไปพบแต่ได้พบเห็นทางจอโทรทัศน์บ้าง ฟังธรรมะจากท่านทางวิทยุบ้างจะได้รับอานิสงส์เท่าๆกับไปพบด้วยตนเองไหม

ในเรื่องของอานิสงส์ในการฟังธรรมนั้น ท่านก็ไม่ได้บอกไว้นะคะว่าจะต้องฟังจากคนนั้นคนนี้แล้วจะอานิสงส์มากกว่าใคร เพราะขนาดพระเทวทัตเองได้ฟังธรรมจากพระโอษฐ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยังมีอันกระทำอนัตริยกรรมอย่างสาหัส

การเน้นที่ตัวบุคคลนั้นเป็นการยึดติดกับอัตตาประการหนึ่งว่า ต้องเป็นคนนั้นคนนี้ แท้จริงอานิสงส์ของการฟังธรรมเกิดขึ้นเมื่อ ตั้งใจฟังความจริงเพื่อให้รู้เหตุรู้ปัจจัยให้ตรงกัน จะได้มีความเห็นถูกต้อง และเมื่อมีความเห็นถูกก็จะมีปัญญาเป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น

เพราะเมื่อฟังธรรมแล้วนำหลักธรรมเหล่านั้นมาปฏิบัติ จะทำให้เป็นคนมีคุณธรรม และปรับระดับคุณธรรมที่มีอยู่ให้สูงขึ้น

การฟังธรรมมีสองประเภท คือ การฟังธรรมเพื่อให้คนทั้งหลายชื่นชม และการฟังธรรมเพื่อเพิ่มพูนสติปัญญา

และก็ได้มีกำหนดไว้ว่ากาลที่ควรฟังธรรม คือ ในวันธรรมสวนะ (วันพระ) และเมื่อมีผู้รู้ที่มีความสามารถมีธรรมะมาแสดงธรรม

ไม่ว่าจะเป็นวันใด หากมีโอกาสควรรีบฟัง และเมื่อมีความคิดไม่ดีเกิดขึ้น หรือมีปัญหาทำให้เกิดการขุ่นมัวขึ้นในจิตใจ หากหมกมุ่นครุ่นคิดเรื่องนั้น หรือระบายให้คนอื่นฟังจะยิ่งเป็นการย้ำคิดย้ำทำ ยิ่งจะทำให้จิตใจเศร้าหมองมากขึ้น หากได้รับฟังธรรมะ ก็จะช่วยรักษาใจให้สงบ และเยือกเย็นลงได้

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2551 , 11:28:27 น.] ( IP = 125.27.172.205 : : )


  สลักธรรม 7



ลักษณะของผู้ฟังธรรมที่ดี คือ ไม่ดูแคลนหัวข้อธรรมว่าง่ายหรือตื้นเกินไป ไม่ดูแคลนความรู้ความสามารถของผู้แสดง ไม่ดูแคลนตัวเองว่าโง่ไม่สามารถเรียนธรรมะได้ ฟังธรรมด้วยความตั้งใจ และพิจารณาตามอย่างแยบคายไม่พูดคุยในขณะฟังธรรม ตั้งใจนำธรรมที่เข้าใจแล้ว ไปปฏิบัติทันที โดยไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง

ผลดีจากการฟังธรรม ได้แก่ ผู้ฟังได้ฟังในสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง สิ่งที่ได้ฟังแล้วแต่ยังไม่เข้าใจชัด จะเข้าใจสิ่งนั้นชัดยิ่งขึ้น บรรเทาความสงสัยเสียได้ ทำความคิดเห็นของตนให้ถูกตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ ในขณะที่ฟังนั้นเป็นการอบรมจิตใจให้สูงขึ้น มีทิศทางเดินที่ถูกต้อง

อานิสงส์ของการฟังธรรม ได้แก่ เกิดในตระกูลสูง มีสติปัญญาดี มีมิตรสหายดี มีความเชื่อมั่นในตนเอง

เพราะฉะนั้นจะพบด้วยตนเองหรือไม่ หากตั้งใจไว้ด้วยความเห็นถูกเช่นนี้ อานิสงส์แห่งการฟังธรรมก็ไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ และก็เช่นเดียวกับการสนทนาธรรมโดยผ่านเวปบอร์ดนี้ด้วยนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2551 , 11:28:43 น.] ( IP = 125.27.172.205 : : )


  สลักธรรม 8



มีของแถมให้ค่ะ

การแสดงธรรม คือ การนำหลักธรรมของพระพุทธเจ้าไปชี้แจงให้บุคคลอื่นเกิดความรู้ ความเข้าใจในเหตุและผล ไม่จำเป็นจะต้องแสดงธรรมแบบปาฐกถา หรือการเทศนาเท่านั้น

การเสวนาธรรม เป็นการให้ข้อคิดเพื่อเตือนสติแก่เพื่อนที่กำลังประสบปัญหา หรือการพูดคุยสัจธรรม ล้วนเป็นการแสดงธรรมทั้งสิ้น

ผลดีของการสนทนาธรรม ได้แก่ ทำให้มีปฏิภาณไหวพริบดี มีปัญญาฉลาดเฉลียว ทำให้ได้ยินได้ฟังธรรมที่ตนไม่เคยได้ยิน ธรรมที่ตนยังไม่เข้าใจชัด จะเข้าใจชัดเจนขึ้น บรรเทาความสงสัยในบางเรื่องได้ จิตใจผ่องใส

เป็นการช่วยกันรักษาคุณธรรมอันดีงามของพระอริยเจ้าไว้ ได้ชื่อว่ากำลังดำเนินตามปฏิปทาของนักปราชญ์

อานิสงส์ของการแสดงธรรม ได้แก่ ไม่มีกลิ่นปาก มีฟันขาวเรียบ บุตรบริวารมีความเชื่อฟัง มีบุคลิกสง่างาม มีความจำดี เป็นที่ไว้วางใจแก่ผู้พบเห็น

ด้วยความจริงใจค่ะคุณอาใจเป็นธรรม



โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ย. 2551 , 11:29:00 น.] ( IP = 125.27.172.205 : : )


  สลักธรรม 9

ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นมากมาย กราบขอบพระคุณ และกราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [12 พ.ย. 2551 , 12:34:04 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.66 )


  สลักธรรม 10

ขอบพระคุณน้องกิ้ฟมากๆครับ กระทู้นี้ให้ความรู้มากเลยครับ และได้ข้อคิดดีๆสำหรับตนเองมากเลยครับ

อนุโมทนาสาธุในกุศลที่น้องกิ้ฟทำต่อเนื่องมาเสมอนะครับ

โดย พี่เณร [12 พ.ย. 2551 , 19:29:43 น.] ( IP = 58.9.209.117 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org