มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มัชฌิมาอยู่ตรงไหน (๖)




คำถาม ช่วงไหนที่เป็นโยนิโสมนสิการ

คำตอบ การกำหนดได้ว่ารูปนั่ง เป็นโยนิโสแล้วลูก เพ่งเล็งได้ถูกต้อง เป็นปรมัตถ์ เป็นรูปไม่ใช่ฉัน รู้สึกตัวว่ารูปนั่ง สักกายะก็ละออกไป พอปวดปุ๊ปรู้สึกนามปวด นี่โยนิโส ตรงรู้สึกว่านามปวด มีโยนิโส สติเข้าควบคุม การเปลี่ยนปุ๊ปรู้สึกตัวรูปนั่ง โยนิโสเกิด เพ่งเล็งได้ถูกต้องแยบคาย ไม่มีโยนิโสก็ตรงรูปเมื่อย เพราะรูปไม่ได้เมื่อย นามเมื่อย ผิดที่ ผิดรูป ผิดนาม ไม่มีรูปนามถูกต้อง ถ้าเผื่อกำหนดรูปเมื่อยไม่มีโยนิโส

ปัญญามี ๓ ระดับ คือ สุตามยปัญญา ที่เราเรียนว่าอะไรบ้างคือรูป คือนาม ทฤษฎีตัวโยนิโสนี้คือ จินตามยปัญญา นึกคิดได้เท่าทัน แล้วเมื่อเราเปลี่ยนอิริยาบถไม่ใช่แก้อยาก และเป็นการรู้ตลอดเวลา คือ ภาวนามยปัญญา โยนิโสคือจินตา อาการที่เข้าใจในเรื่องความจริง เพราะเราเรียนๆไปแล้วเราจำได้ เราจำเอาไว้ ที่เรียนทุกวันนี้เป็นสุตามยปัญญา พอครูมาสอนใหม่ เราไม่เคยเอาของเก่ามาใช้ พอจะตอบคำถามมันก็ตอบไม่ได้

ฉะนั้น ตัวจิตที่เราสะสมไป มันต้องคอยมาเป็นตัวดูตาม จึงเป็นอาการ เป็นเหมือนสัญญาเอาออกมาใช้ แต่เป็นสัญญาที่มีปัญญา ไม่มีโยนิโสก็ต่อเมื่อ รูปมันเมื่อย แล้วก็แก้ทุกข์ เหยียด ปัญญาเกิดไหม เพราะเมื่อยมันไม่ได้เกิดที่รูป มันเกิดที่นาม นามเมื่อย เวลาเห็นเรากำหนดรูป นี่ไม่มีโยนิโส เพราะต้องกำหนดนามเห็น ทำลายเรา เพ่งเล็งได้อย่างแยบคายถูกต้อง

ถูกต้องก็มีอยู่ ๒ ตัว คือ รูปกับนาม และคำว่าถูกต้องคือ ตรงไหนรูป ตรงไหนนาม เมื่อลูกเก่งแล้ว มันจะไม่เป็นคน เป็นสัตว์ เป็นหญิง เป็นชาย เป็นเขียว เป็นแดง เพราะอะไร เช่น เรามี ๕ อย่าง ลัดนิ้วมือเดียวเปรียบเสมือน ๕ ขณะ ไม่ต้องเอาเป็นแสนหรอกลูก ทุกวันนี้กำหนดตรงนี้ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ ได้ ตรงนี้ยังเป็นสัญญาวิปลาสอยู่ใช่ไหม สัญญามันก็มา ตรงนี้มันได้สติ ได้ปัญญา ได้สติ ได้ปัญญา ตรงนี้ได้สัญญา ถ้าเผื่อลูกมีสติมากๆ สติเกิด ปัญญาเกิด สติเกิด ปัญญาเกิด สติเกิด ปัญญาเกิด มันไม่มีโอกาสมีสัญญา เมื่อเราอยู่กับความจริง เช่น นามเห็น รูปนั่ง อะไรกระทบ หนักเบา แมวหรือสุนัขที่ถ่ายมา และผ่านไปแล้วยังไม่รู้เลยว่า ตรงนั้นแยกได้ว่าเป็นแมวหรือสุนัข เป็นเพียงนามเห็น เพราะเราไม่ได้ใส่ใจว่าเป็นสุนัขหรือแมว พอเห็นกำหนดนามเห็นปุ๊ป นามก็ดับแล้ว สติก็ดับ ปัญญาก็ดับ แล้วสัญญาที่เป็นแมวมันจึงเข้ามา แต่ถ้าเผื่อเราทัน เป็นสติ เป็นปัญญา เป็นสติ เป็นปัญญา สัญญาจะไม่มีเลย

เราอย่าไปทำลายทฤษฎีสมมุติสัจจะ เพราะสมสุติสัจจะก็ยังเป็นความจริงอยู่ สัจจะแปลว่าความจริง ในเมื่อยังเป็นความจริงอยู่ ลูกไปทำลายได้อย่างไร ไม่ได้ แต่อย่าไปข้องกับสมมุติสัจจะ อย่าไปทำลาย อย่าไปคิดว่ามันจะหายเขียว หายเหลือง อยู่กับความจริงสุดยอด อยู่กับปรมัตถ์สัจจะ ความจริงสุดยอดที่ไม่เปลี่ยนแปลง โดยขอให้เรามีสติ มันจะตัดการปรุงแต่งออกไป เพราะมันมีเหตุปัจจัยมากระทบ เราจึงต้องทำหน้าที่กำหนดๆๆ

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 17:18:33 น.] ( IP = 118.173.39.213 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

คำถาม เวลาเราเจ็บป่วย อารมณ์ฟุ้งซ่านมีมาก จะกำหนดสมาธิก็กำหนดไม่ได้ จะกำหนดรูปนามในตอนที่ป่วยอยู่ตลอดเวลาได้อย่างไร

คำตอบ เมื่อเราเจ็บป่วย เช่นเป็นไข้ตัวร้อนจัด รู้สึกเพลีย กำหนดเวทนา

คำถาม จะกำหนดได้อย่างไร

คำตอบ ตอนที่เจ็บป่วยนี่มันเป็นทุกขเวทนา ใช่ไหมลูก เรากำหนดเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน มันก็เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป พิจารณาเวทนา เมื่อเราคอยส่อง เหมือนกับจ้องอะไรอยู่นี่ ใหม่ๆแรกๆ มันจะไม่เห็นความจริง เพราะมันไหลเรื่อยไป มันไปเร็วใช่ไหมลูก เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป แต่ถ้าเผื่อเรามีสติจดจ้องอยู่ มันจะต้องเห็นแน่ ไม่มีอะไรคลาดไปจากสายตาอันมีสติได้ สายตาในที่นี้หมายถึงการดูด้วยตา ไม่ใช่ตาเนื้อนะลูก ดูด้วยสติ อารมณ์ที่สักแต่ว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป จะได้อะไรบรรเทาความทรมานทางร่างกาย
เพราะถ้าเราพิจารณารูปมากมันก็เร่งเร้า มันจะเกิดภาพพจน์จินตนาการว่า ตอนนี้มีบาดแผล เหมือนกับเด็กหกล้ม ถ้าเราไปชี้ว่านี่เลือดไหล มันยิ่งร้องจ๊าก

คำถาม เวทนาที่เกิดนี่ มันเฉพาะเจาะจงหรือไม่ว่าจะดูตรงไหน คือมันเป็นความร้อนของหัว

คำตอบ กำหนดจิตไม่สบาย เป็นความเศร้าหมองของจิต

คำถาม แต่มันฟุ้งจนกำหนดไม่ได้

คำตอบ ก็กำหนดนามฟุ้ง

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 17:31:15 น.] ( IP = 118.173.39.213 : : )


  สลักธรรม 2

คำถาม กำหนดนามฟุ้ง จะกำหนดได้อย่างไร

คำตอบ เมื่อมันฟุ้งก็คือระลึกนึกไปในสิ่งที่ผ่านมาแล้วและยังไม่เกิดขึ้น กำหนดดู ดูนามฟุ้ง ไม่ใช่ฉันฟุ้ง หน้าที่ของเราปฏิเสธออกไปก่อน ไม่ใช่จะให้ได้ผลอันนี้เลย หน้าที่ของเราคือปฏิเสธสักกายทิฏฐิให้ออกไป ทำลายสักกายทิฏฐิออกไปก่อน ก่อนนั้นเคยรู้สึกว่าฉันฟุ้ง เรารู้สึกแล้วว่ามันฟุ้ง อะไรฟุ้ง นาม ไม่ใช่ฉันฟุ้ง นามมันฟุ้ง นามธรรม จิตนั่นเองฟุ้ง เมื่อรู้สึกขึ้นมาว่านามฟุ้ง นั่นก็คือฟุ้งมันหายไปแล้ว แต่เดี๋ยวฟุ้งมันก็กลับมาเกิดขึ้นแทนความดับ ก็กำหนดใหม่ นามฟุ้งอีก มันจะได้มีการเกิดดับ เกิดดับ จะได้เห็นว่าเดี๋ยวรู้สึกตัว เดี๋ยวฟุ้งไป เดี๋ยวรู้สึกตัว เดี๋ยวฟุ้งไป เพื่อจะไม่ให้มันเหยียดยาวเป็นสันตติ นั่นแหละกำลังแบ่งช่องว่างด้วยวิธีการนี้ เราก็ต้องรู้ว่า เรากำลังกำหนดนามฟุ้ง

ที่กำหนดนามฟุ้ง เพราะว่าที่เราเอาคำว่านามกับรูปเข้ามากำหนดนี้ เพื่อถ่ายถอนสักกายทิฏฐิ หน้าที่ของเราที่กำลังเดินทางสู่มรรคผลนิพพาน ต้องรู้ว่าหนทางนั้นคืออะไร หนทางนั้นคือมหาสติปัฏฐาน ๔ สายเดียวเท่านั้น มหาสติปัฏฐาน ๔ มีอะไรบ้าง มีกาย มีเวทนา มีจิต มีธรรม

กายนี่ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เป็นรูป

เวทนา คือความรู้สึกเป็นสุขบ้าง เป็นทุกข์บ้าง เฉยๆบ้าง สุขเวทนา ทุกขเวทนา
อุเบกขาเวทนา ล้วนเป็นอารมณ์ อารมณ์นี้ไม่มีรูปให้เห็น เป็นนามธรรม

จิตที่ทำหน้าที่รู้ไปสารพัดเรื่อง จิตที่ทำหน้าที่โดยไม่มีรูปมาปรากฏ แต่มันทำหน้าที่รู้ได้ เพราะมีสัญญารู้ ตัวนี้ก็คือ นามธรรม

ธรรม เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เป็นรูป รู้สึกเย็น ร้อน อ่อนแข็ง เป็นนาม ธรรมนี้มีทั้งรูปทั้งนาม

กาย เวทนา จิต และธรรม ก็คือรูปและนาม

จงมีความรู้อันนี้นำรูปนามไปเป็นตัวกำหนด เป็นภูมิของวิปัสสนา เป็นอุบาย เอานามรูปมาทำไม ต้องรู้เหตุผล เอารูปนามมาเพื่อรื้อสัญญา และละสังโยชน์ รื้อตรงไหน รื้อจากความเคยชินที่เป็นฉัน รื้อจากความเคยชินที่เป็นของๆฉัน เมื่อรื้อแล้วก็เท่ากับละ เหตุคือรื้อ ละคือผลที่ได้ หน้าที่ของเรานอกจากรื้อแล้ว ยังมีหน้าที่คือเริ่มต้นใหม่
เริ่มต้นใหม่ให้ผลอย่างไร การเริ่มต้นใหม่เป็นการส่งเสริมสติให้มีกำลังกลับมาเร็วขึ้น

การเริ่มต้นดำรงอยู่ในสติที่อยู่ตามฐานนั้นก็คือ การฝึกความเคยชินของสติให้กลับมาไว ให้กลับมาทันต่อสิ่งที่เราเศร้าหมองอยู่ สิ่งที่เรารู้ไม่จริง

เมื่อมีสติขึ้น โมหะถูกปราบ ทำไมจะปราบโมหะได้ตลอดรอดฝั่ง ก็ต่อเมื่อสติมาไว หน้าที่คือฝึกสติ จะฝึกสตินั้นต้องใช้ปรมัตถ์เข้าไปฝึก คือนามและรูปซึ่งมีอยู่ทุกคน กำหนดนามฟุ้งไปเพื่ออะไร เพื่อถ่ายถอนจากความรู้สึกตัวว่าฉันนี่ฟุ้งนะ ถ่ายถอนสักกายทิฏฐิออกมาให้ได้


โดย ธัญธร...นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 17:42:34 น.] ( IP = 118.173.39.213 : : )


  สลักธรรม 3

คำถาม ถ้าอย่างนั้น เมื่อกำหนดนามฟุ้งก็หมายความว่า กำลังมีสติอยู่กับนามฟุ้งใช่หรือไม่

คำตอบ ถูกแล้ว ทีนี้มาดูความฟุ้ง เช่น นึกไปถึงเรื่องเมื่อวานนี้ ๑๕ นาที พอรู้สึกตัวขึ้นมา นี่ นามฟุ้ง ก็ยังดีกว่ามันไปถึง ๒๐ นาที ใช่ไหมลูก หรือ ๒๕ นาที มันยังมีช่องว่างทำให้ความฟุ้งขาดออกบ้าง แล้วความฟุ้งมันก็เกิดขึ้นมาแทนใหม่ เรามีหน้าที่เริ่มต้นใหม่ของสติ เข้าใจดีขึ้นไหมลูก หน้าที่ของลูกคือฝึกฝนสติ เพราะสติเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา สติอันนี้จะปกครองความเป็นใหญ่ ไม่ใช่รูปนามปกครองความเป็นใหญ่ แต่สติจะปกครองความเป็นใหญ่ เรียกว่า สตินทรีย์ เมื่อสติมีอำนาจเป็นพลังแห่งมหาสติได้ สติจะกลับมารักษาชีวิต รูป นาม ไม่ให้มีอภิชฌาและโทมนัส

คำถาม เข้าใจดี แต่ปฏิบัติยาก

คำตอบ เพราะเรารู้ว่าปฏิบัติยาก แต่ถ้าเราไม่รู้ข้อมูลเมื่อกี้นี้ มันทำให้เกิดความท้อแท้ ความลังเล เกิดความเบื่อหน่ายใช่ไหมลูก ทีนี้เมื่อเรารู้แล้วว่า เราเริ่มต้นใหม่ ฝึกฝนสติ

เวทีละครนี้มีตัวละครหลายตัว โลภเอย โกรธเอย หลงเอย ฟุ้งเอย ใครเป็นผู้ฝึกให้มันเก่ง คล่อง ไม่ต้องบอกมันเลยว่า ถึงหน้าที่แล้วให้ออกไปทำงาน มันคล่องตัว

ทีนี้เรารู้แล้วว่าตัวละครพวกนี้ไม่ดีเลย ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ เราจึงไม่ส่งเสริม เรามาอุดหนุนสติที่เคยอยู่หลังโรงเรา กระตุ้นออกไปเลย ออกไปเลย เราบังคับมันให้เคยชิน มันไม่ประหม่าแล้ว เคยชินแล้ว จะออกมาเองโดยไม่ต้องสอน พอออกมาแล้ว สตินี่เป็นพระเอกด้วย ออกมาแล้ว ศัตรูพวกนี้ด้อยความหมายไหม คนสนใจพระเอกมากกว่า มันจะได้ไม่บ่นคำว่ายาก เพราะทุกอย่างมันต้องฝึก

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 17:51:43 น.] ( IP = 118.173.39.213 : : )


  สลักธรรม 4

คำถาม การที่จิตวิสุทธินี้ จะเป็นทุกขณะหรือไม่ หรือว่าเป็นครั้งคราว

คำตอบ เป็นครั้งคราว แต่ถ้าทิฏฐิวิสุทธิแล้วจะเป็นทุกขณะจิต

คำถาม ความเห็นชัดของนามรูปนี่จะเป็นอย่างไร
>
คำตอบ ในจิตวิสุทธิหมายถึง มีสติระลึกรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา จิตก็สงบ เพราะเมื่อมีสติแล้วก็ไม่มีโมหะ แล้วยังมีสัมมาวายามะ เพียรในสัมมัปปธาน ๔
เพียรละอกุศล
เพียรระวังอกุศล
เพียรสร้างกุศล
เพียรรักษากุศลต่างๆ
คราวนี้จิตก็สงบเป็นสมาธิ สมาธินี้เป็นสมาธิชอบ แค่ขณิกสมาธิ จึงจะเป็นจิตวิสุทธิ

ส่วนทิฏฐิวิสุทธิก็คือ รู้สึกตัวแล้วยังรู้ของจริงเข้าไปอีก คือรู้ว่าเป็นนาม เป็นรูป ในจิตนี่มันสงบอยู่ที่ตัว ใช่ไหมลูก มันสงบอยู่ที่กาย ทีนี้นามต้องสงบด้วย เอารูปนามเข้าไปด้วยเลยจะได้เป็นปรมัตถ์

คำถาม ถ้ามีใครไม่รู้หนังสือเลยมาฟัง เห็นว่าเป็นวิชาการ เป็นเทคนิเคิลเทอม คงจะฟังไม่รู้เรื่อง หลวงพ่อจะสอนอย่างไรให้เข้าใจเพื่อความพ้นทุกข์ เพราะที่พูดมาแล้วเป็นวิชาการ ถ้าเขาอยากพ้นทุกข์จะเรียนได้อย่างไร

คำตอบ ที่ลูกถามเป็นการปกคลุมไป ถามว่า วิชาการที่สอนนี้มันยาก ถ้าเผื่อคนที่ไม่เคยเรียนหนังสือมาเลยจะทำอย่างไร พ่อนี่แหละทำได้ บอกว่าหลวงพ่อเสือทำได้ต่อเมื่อคนนั้นมาที่นี่ แล้วลูกจะทำอย่างพ่อไม่ได้เด็ดขาด ใช่ไหม
พ่อรู้จริตว่าควรจะให้อะไร คำว่าควรจะให้ต่อคน มันเหมือนกันไหมล่ะ ไม่เหมือนใช่ไหมลูก เป็นเฉพาะตน มันเป็นปัจจัจจัง เป็นคำถามที่แม้พระบรมศาสดาก็ไม่ตอบ

ปฏิบัติเลย จะต้องแจงไปทำไมว่า ถ้าคนนี้จะต้องทำอย่างไร แล้วคนนี้ คนนั้น เมื่อไหร่จะมาเสียที ต้องคนนั้นมาแล้วฟังอยู่เรื่อยๆ ความสำคัญของผู้อยากพ้นทุกข์ก็คือ
ต้องรู้จักทุกข์เป็นข้อแรก ถ้าคนเราไม่รู้จักทุกข์นี่ ให้ไปเรียนจบปริจเฉทที่ ๙ จบวิปัสสนาญาณ ๑๖ ก็ไม่พ้นทุกข์
ประการที่ ๒ ต้องมีอาตาปี สัมปชาโน สติมา
ข้อที่ ๓ ต้องรู้จักภูมิของวิปัสสนาด้วย รู้อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เช่นรู้ว่า ชีวิตต้องมีขันธ์๕ ในตัวเรามีทวารผ่าน ๖ ทวาร ในรอบของชีวิตนั้นเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท เยอะแยะไป

คำว่าพระปัจเจกพุทธะสำเร็จด้วยตัวเองแล้วไปสอนไม่ได้ ใช่ไหมลูก จะนั่งอยู่ดีๆแล้วสำเร็จก็ไม่มี ต้องเพียรสร้างบารมีมา แล้วมาสำเร็จในชาตินั้น แล้วพ้นไปเลย ต้องเรียนทุกอย่าง ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่ต้องเรียน อย่างวิชาทหารนี่ต้องเรียนไหม วินัยนี่ต้องเรียนไหมจึงจะรู้วินัย
ฉะนั้น ทุกข์ เราต้องเรียนเรื่องทุกข์ จึงรู้ทุกข์ แล้วพ่อก็สอนอยู่ทุกวัน ทุกข์อยู่ที่ไหน นั่งก็เป็นทุกข์ เดินก็เป็นทุกข์ ยืนก็เป็นทุกข์ นอนก็เป็นทุกข์ พอแล้ว นี่แหละถูกกับจริตเลย แต่มิเคยไปกำหนดรู้ทุกข์ จึงไม่รู้จักทุกข์

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 18:06:55 น.] ( IP = 118.173.39.213 : : )


  สลักธรรม 5

คำถาม อยากจะไปนิพพานทางลัดนี่ จะไปทางไหนจึงจะถูก

คำตอบ คำว่าพระนิพพาน คือสงบจากกิเลสตัณหา สิ้นสุดหมดจดจากอวิชชา พระนิพพานไม่ใช่สะพาน จะได้มีทางลัด ทางอ้อม อยู่ที่ว่า เปรียบให้ฟังนะลูก ไม่ใช่ไปเชียงใหม่นะ เปรียบเสมือนว่าเราจะเดินทางถึงเชียงใหม่ คือเข้าไปพบกับมรรคผลนิพพาน ระยะทางนั้นย่อมกะไม่ได้ จากกรุงเทพฯถึงเชียงใหม่ ๗๐๐ กว่ากิโล ยังไงมันก็ต้อง ๗๐๐ กว่ากิโล อยู่ที่ว่าเราเริ่มวิริยะเพิ่มความเร็วที่ตัวเอง คือเร็วด้วยการลดกิเลสตัณหานั้น พระนิพพานลัดเอง ทำง่าย เราอย่าไปลัดพระนิพพาน พระนิพพานไม่ใช่สะพานนี่ลูก จะไปหยุดแค่ไหน หรือจะไปลัดแค่ไหนไม่ได้

คำถาม ไม่มีทางลัดก็ขอไปทางด่วนจะได้หรือไม่

คำตอบ ได้ลูก ได้ จะขึ้นทางด่วนหรือ ได้ จะบอกให้ ลูกจะทำ จะคิด จะพูด จะนึกต่างๆ ให้ลูกมีสติอยู่ทุกขณะ นั่นทางด่วนแน่ลูก แล้วทางด่วนแบบนี้ไม่เสีย ๓๐ บาท

คำถาม คำว่าไตรลักษณ์ที่หลวงพ่อได้พูดว่าคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คำว่าอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เมื่อมันไม่เที่ยง ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และบังคับบัญชาไม่ได้ มันก็ขึ้นอยู่ซึ่งกันและกัน หมายความว่า เมื่อเราทราบว่าเป็นอนิจจัง มันก็จะต้องเป็นทุกขัง และอนัตตา

คำตอบ ใช่ ลักษณะ ๓ ไงลูก

คำถาม ทราบลักษณะใดลักษณะหนึ่ง อีก ๒ ลักษณะก็ต้องเป็นไปอย่างนั้นด้วยหรือไม่

คำตอบ เป็นด้วย แต่มันจะเป็นลักษณะเด่นออกมา ทีนี้ในการกำหนด จากที่ได้คุยกับลูกศิษย์อื่นๆ และที่เคยฟังที่อื่นมา คือยังมีความเข้าใจผิดกันอยู่ว่า เมื่อเรากำหนด เราโยนิโส คนเรานี่จะต้องรับอารมณ์ได้อารมณ์เดียว ทีนี้ถ้าไปกำหนดพิจารณาทีเดียว ๓ เลย มันก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ก็เกิดการโยนิโสผิดกันขึ้นมาว่า เมื่อกำหนดรูปจะต้องเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาขึ้นมา ไม่ใช่เกิดทั้ง ๓ ลักษณะขึ้นมาพร้อมกัน

โปรดติดตามคำถาม-คำตอบต่อไปค่ะ

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 18:19:34 น.] ( IP = 118.173.39.213 : : )


  สลักธรรม 6

มาอ่านต่อค่ะพี่ธัญธร ..บ่อยๆ เลยที่กำหนดไปก็รู้ว่า ยังมีความเป็นเราเป็นตัวตนเข้าไปกำหนด แม้จะพูดว่ารูปว่านามก็เถอะ แล้วก็เลยรู้ว่านั่นไม่ใช่การทำงานของปัญญา แต่ทำด้วยความคล่องจนเคยชิน จึงต้องเริ่มต้นตั้งสติใหม่

มาอ่านอย่างนี้ก็ทำให้คุ้นอยู่กับเรื่องดีๆ ได้อย่างไม่เสียเวลา ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2551 , 12:36:19 น.] ( IP = 125.27.174.183 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org