มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความหลัง




ความหลัง



คำนำ
รำพึงถึงชีวิต


ความหลังเป็นเรื่องของอดีตซึ่งทุกคนต้องมี จะต่างกันก็เพียงเป็นความหลังที่ชวนเศร้า หรือชื่นสุขเท่านั้น แต่จะมีใครบ้างเล่าในโลกนี้ ที่ผ่านมาแต่ความสุขหรือความทุกข์เพียงอย่างเดียวในเมื่อชีวิตจริงต้องมีทั้งสองอย่างคละเคล้ากันอยู่ ธรรมดาชีวิตเป็นอย่างนั้นเอง ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ เราเป็นคนหนึ่งในธรรมชาติ จะพ้นจากสิ่งดังกล่าวได้อย่างไร

ชีวิตเต็มไปด้วยความดิ้นรน ปรารถนา ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ จึงต้องตกเป็นทาสแห่งความต้องการของตนและของคนที่เกี่ยวข้อง แม้เราไม่ต้องการ แต่เขาต้องการ ชีวิตพัวพันกันอยู่ จึงต้องทำตามความต้องการของเขาบ้าง ของเราบ้าง ยิ่งมีคนเกี่ยวข้องมากเท่าใด การทื่ต้องทำเพื่อสนองความต้องการก็มากขึ้นเท่านั้น ในการสนองความต้องการนั้น จะต้องดิ้นรน ขวนขวาย เหน็ดเหนื่อยและบางคราวถึงกับบอบช้ำทีเดียว

ในขณะที่สนองความต้องการยังไม่ทันเสมออยากนั่นเอง ความเจ็บป่วยบ้าง ความชราบ้างก็เยี่ยมกรายเข้ามาในชีวิต เตือนให้ระลึกถึงความตายซึ่งรออยู่เบื้องหน้าอันไม่ไกลนัก ไม่มีผู้ต้านทานไม่มีสิ่งป้องกัน ไม่มีผู้เป็นใหญ่เหนือความแก่ ความเจ็บและความตายนั้น ทุกคนกำลังเดินเข้าไปหาความตายทุกเวลานาที เมื่อสัตว์ทั้งหลายดิ้นรนเพื่อให้สมอยาก และยังไม่สมอยากนั่นเอง ความตายก็มาถึงบุตรและญาติมิตรสหาย หรือใคร ๆ ก็ต้านทานไม่ได้ ต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป เอาอะไรไปไม่ได้เลยแม้สักอย่างเดียว เหลือไว้แต่ ความหลัง ซึ่งก่อให้เกิดความชื่นชมโสมนัสหรือทุกข์ระทมเมื่อระลึกถึงเป็นร่องรอยแห่งบุญหรือบาปให้คนทั้งหลายได้เรียนรูปจากชีวิตจริงของคนๆหนึ่ง ในขณะที่มีชีวิตอยู่ก็ต่อสู่แย่งชิงสิ่งต่าง ๆ กันทำนองเดียวกับไก่แย่งไส้เดือนหรือนกแย่งชิงซากศพกันฉะนั้น

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 19:47:04 น.] ( IP = 58.9.209.117 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



โดยความเป็นจริงแล้วชีวิตและสิ่งทั้งหลาย ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน เป็นไปชั่วขณะ เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป เป็นแล้วกลับไม่เป็น มีแล้วกลับไม่มี จะหวังให้สิ่งที่เกิดแล้วเป็นแล้วไม่แตกดับเสื่อมสลายนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้

สิ่งที่หวังไว้กลับไม่เป็น ชีวิตมักเป็นอย่างนี้เสมอจึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นอะไรให้มันมากเกินไป

ควรตระหนักว่า... "สิ่งใดที่เข้าไปยึดถือ แล้วจะไม่ก่อให้เกิดทุกข์นั้นไม่มี ความไม่กังวลความไม่ยึดมั่นต่างหากเล่าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของใจ หาใช่สิ่งอื่นไม่"

สิ่งทั้งหลายย่อมเป็นไปตามเหตุปัจจัย เหตุดีก่อให้เกิดผลดี เหตุชั่วก่อให้เกิดผลชั่ว เหตุนั้นมีทั้งเหตุที่เปิดเผยและเหตุที่ซ่อนเร้นสลับซับซ้อน ยากแก่การเข้าใจ

สำหรับผู้มีธุลีในจักษะ ผู้มีปัญญาน้อยและไม่รู้แจ้งตนเอง ไม่เข้าใจสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง

มนุษย์เกิดมาไม่เหมือนกัน กรรมย่อมจำแนกบุคคลให้เป็นไปต่าง ๆ ตามการกระทำของตน ๆ แต่ทุกคนก็ต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตาย ในที่สุด ทุกคนก็เหลือไว้แต่ความหลัง!

ชีวิตมีเท่านี้เอง! ช่างน่าสลดใจเสียนี่กระไร!

วศิน อินทสระ


โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 19:54:41 น.] ( IP = 58.9.209.117 : : )


  สลักธรรม 2



ความหลัง

๑. ณ อโศการาม

ขณะนั้น พุทธปรินิพพานล่วงแล้วประมาณ ๓๐๐ ปีเศษ พระพุทธศาสนากำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่ในดินแดนชมพูทวีปหรือภารตวรรษและแผ่กระจายออกนอกชมพูทวีปโดยรอบ ด้วยธรรมยาตราและธรรมทูตของพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งอินเดีย

อโศการาม ซึ่งพระเจ้าอโศกทรงสร้างถวายสงฆ์ในนครปฏลีบุตรนั้น ยังมีภิกษุคับคั่งแม้จะมาจากวรรณะต่าง ๆ แต่ก็เข้ากันได้อย่างสนิทประดุจน้ำกับน้ำนม

พระเจ้าอโศกมหาราชได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่พระนามของพระองค์หาได้ล้มหายไปด้วยไม่ ยังคงผนึกแน่นอยู่ในความทรงจำของพุทธบริษัทและกึกก้องอยู่ทั่วโลก อย่างน้อยที่สุด อารามแห่งนี้-อโศการาม ก็ยังเป็นอนุสสรียสถานสำหรับพระองค์อยู่

ทุกเช้า-เย็น เมื่อภิกษุสงฆ์ประชุมกันเพื่อสนทนาธรรมหรือเพื่อทำวินัยกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเพื่อระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยก็ตาม เสร็จแล้วทุกรูปจะสำรวมจิตน้อมถวายพระราชกุศลแก่พระองค์ผู้ทรงมีคุณูปการแก่พระพุทธศาสนาและภิกษุสงฆ์หาประมาณมิได้

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 20:01:55 น.] ( IP = 58.9.209.117 : : )


  สลักธรรม 3



หลังเที่ยงวัน เมื่อหมู่วิหคในบริเวณอโศการามหยุดพักผ่อนสงบนิ่งอยู่นั้น สมณศากยบุตรทั้งหลายหาได้พักผ่อนไม่ บางรูปเดินจงกรม บางรูปนั่งเจริญสมาธิภาวนา บางรูปสนทนาธรรมหรือปรารภเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วไต่ถามหาความแจ่มแจ้งในความลี้ลับของชีวิต แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ใบหนาต้นหนึ่ง ภิกษุปูนมัชฌิมวัย ๒ รูป นั่งสนทนากันด้วยอาการที่สงบ แสดงถึงความเป็นผู้มีความสงบภายใน รูปหนึ่งผิวค่อนข้างขาว สูงโปร่ง ออกบวชจากวรรณะพราหมณ์ อีกรูปหนึ่งผิวเนื้อดำแดง ล่ำสัน ออกบวชจากวรรณะไวศยะ ทั้งสองสนิทสนมกันมาก ปรึกษาหารือในปัญหาชีวิตกันอยู่เนืองนิตย์

วันนั้นก็เช่นเดียวกัน เมื่อภิกษุผู้มาจากวรรณไวศยะ เปรยขึ้นว่าจิตใจฟุ้งซ่านปรวนแปรไป ไม่อาจรวมจิตลงให้เป็นสมาธิได้ เพราะได้เห็นสตรีงามผู้หนึ่งเมื่อ ๒-๓ วันมานี้ จิตใจก็คอยระลึกถึงเธออยู่เนือง ๆ

เพื่อช่วยบรรเทาความฟุ้งซ่าน ของเพื่อนร่วมประพฤติธรรม ภิกษุผู้บวชจากวรรณะพราหมณ์ จึงนำเรื่องต่าง ๆมาเล่าให้ฟัง ดังนี้

ดูก่อนผู้บำเพ็ญตบะ เรื่องทำนองนี้ได้เคยมีมาแล้วมากครั้ง เมื่อพระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่ ได้ทรงช่วยอนุเคราะห์ภิกษุด้วยการแสดงเรื่องราวในอดีตล่วงแล้วให้ฟังเสมอ ๆ ตามความสมควรแก่เหตุการณ์และอัธยาศัยหรืออุปนิสัยของผู้นั้น ดังเช่นเรื่องต่อไปนี้

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [12 พ.ย. 2551 , 20:06:10 น.] ( IP = 58.9.209.117 : : )


  สลักธรรม 4


อดีตมีทั้งเรื่องที่กล่าวถึงด้วยความปลื้มปีติโสมนัส และเรื่องที่กล่าวถึงด้วยความชอกช้ำใจ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามก็เป็นเรื่องที่เป็นบทเรียนให้กับตนได้เป็นอย่างดี

แค่อ่านคำนำก็เห็นว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรเลย ชีวิตเป็นไปตามกรรมที่แต่ละคนกระทำมา แล้วในที่ดก็ไม่พ้นความตายเหลือไว้แต่ความหลัง

แต่เรื่องของความหลังที่จะได้อ่านต่อไป ดูแล้วน่าติดตามอ่านไม่ใช่น้อย เพราะคงจะเป็นเรื่องราวในอดีตที่พระพุทธองค์ทรงตรัสเล่า....

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะ ที่นำสาระดีๆ มีประโยชน์และน่าติดตามอ่านมาฝาก

โดย พี่ดา [13 พ.ย. 2551 , 10:29:49 น.] ( IP = 124.121.177.106 : : )


  สลักธรรม 5

อ่านจากคำนำแล้วคำว่า ความหลัง สำคัญไม่น้อยเลยนะคะ เพราะไม่ว่าจะเรื่องดีหรือไม่ ..การระลึกถึงนั้นล้วนเป็นอปราปรเจตนาทั้งสิ้น แล้วก็มีผลต่อชีวิตในบั้นปลายไม่น้อยเลย

การนึกถึงความหลังของตนเองจึงมีความเสี่ยงสูงมากเพราะต่างก็กระทำในฐานะปุถุชน แต่การได้อ่านถึงความหลังของพระอริยสาวกนับเป็นการส่งเสริมกุศลให้เกิดได้มากยิ่งขึ้น

จะรออ่านเรื่องราวต่อไปค่ะ กราบอนุโมทนาด้วยนะคะที่นำเรื่องจรรโลงใจมาให้อ่านเสมอๆ ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2551 , 12:35:45 น.] ( IP = 125.27.174.183 : : )


  สลักธรรม 6


อ่านคำนำแล้วให้ความรู้สึกถึงการไร้สาระของการมีชีวิตมากขึ้น
กราบขอบพระคุณ และกราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [13 พ.ย. 2551 , 20:11:28 น.] ( IP = 118.172.244.142 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org