| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สมาธิ สุข หรือ ทุกข์ (๑๔)
สมาธิ
สุข หรือ ทุกข์ ?![]()
ตอนที่ผ่านมา
สมัยหนึ่งเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาจบลง พราหมณ์ผู้หนึ่งซึ่งเป็นผู้ที่ได้สั่งสมอบรมการปฏิบัติมาอย่างโชกโชนในอดีตขาติ ก็ได้โสดาบันบุคคล มีความอิ่มเอิบซาบซึ้งในรสพระธรรมเพราะกิเลสถูกทำลายไปแล้ว
ในระหว่างเดินทางกลับมีเทวดาอยากจะลองดูว่า ชายผู้นี้สำเร็จเป็นพระโสดาบันบุคคลแล้วจะมีความเป็นไปของจิตใจอย่างไรบ้าง จึงแปลงตัวให้เหมือนพระพุทธเจ้ายืนขวางทางอยู่ ชายผู้นี้ก็ก้มลงกราบด้วยความซาบซึ้ง กราบเทวดาที่นึกว่าเป็นพระพุทธเจ้า เทวดาก็พูดว่า นี่พราหมณ์ ที่เราสอนไปเมื่อกี้นั้นไม่ถูกต้องนะ หมายความว่าตอนที่ฟังแล้วได้โสดานั้นไม่ถูกต้อง เรามาดักเพื่อจะบอกให้รู้ เท่านั้นแหละ พราหมณ์ผู้นั้นลุกขึ้นทันที ถ้าอย่างนั้นท่านก็ไม่ใช่พระพุทธเจ้า รู้เลย
ที่ยกตัวอย่างในพระสูตรขึ้นมาเพื่อให้ท่านนักศึกษาได้เห็นว่า ผู้ที่มีญาณปัญญาสามารถรู้ความจริงของชีวิตลึกซึ้ง ใครจะมาเปลี่ยนใจไม่ได้ แม้ไปเกิดชาติใหม่กิเลสชนิดนี้ก็โผล่ไม่ออก เปลี่ยนไม่ได้เลย
ดังนั้น พระโสดาบันทั้งหลายตายแล้วจึงไม่ลงนรก ไม่เป็นเปรต อสุรกาย ไม่ไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน อบายภูมิ ๔ ไปไม่ได้ เพราะอะไร ไม่ใช่ไปไม่ได้เพราะโสดาประพฤติดี บางทียังไม่ได้เป็นโสดาเคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมาก็มี แต่ถ้าเป็นโสดาบันจะไปอบายภูมิไมได้แล้ว เพราะความจริงของชีวิต คนไม่ได้ปฏิบัติจะรู้ไม่ได้เท่ากับโสดาโดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 07:06:02 น.] ( IP = 58.9.141.110 : : )
สลักธรรม 1![]()
๒. อุชุปฏิปนฺโน เป็นพระอริยสาวกผู้ปฏิบัติตรงต่อหนทางที่จะนำไปสู่พระนิพพานโดยส่วนเดี่ยว ไม่เกี่ยวข้องกับทางโลก ไม่มีมารยาสาไถยแต่อย่างใดเข้ามาเจือปน เพราะหนทางไปพระนิพพานมีสายเดียวไม่มีสายอื่นจึงใช้คำบาลีว่า "เอกายโนมัคโค"
มารยาแปลว่า แสร้งทำอาการให้เขาเห็นผิดจากที่เป็นจริง ผมจะยกตัวอย่างให้ฟังแล้วท่านตัดสินได้ง่าย มีหญิงชายคู่หนึ่งเป็นสามีภรรยากัน รักกันมาก ภรรยารักสามีมากก็จริงแต่เจ้าชู้ และเจ้าชู้กับคนในบ้านคือคนรับใช้ผู้ชาย เพราะอายุอ่อนกว่าเลยชอบ ถ้าสามีไม่อยู่ก็ไปยุ่งกับคนใช้
วันหนึ่งสามีเดินมาพอดีเห็นภรรยากำลังจูบผู้ชายเข้า พอภรรยารู้ว่าสามีเห็นตัวเองก็แก้ไขทันใดโดยอาศัยมารยาทำเสียงดังเอะอะ ฉันทำอาหารไว้ให้คุณ มันมาแอบกิน ฉันจะดมดูซิว่ามันกินที่ฉันแอบซ่อนไว้หรือเปล่า สามีดีใจเธอทำดีแล้วหันไปดุคนใช้ว่า ทีหลังจำไว้นะอย่ามาลักของกินอีก อย่างนี้เขาเรียกมารยา
แกล้งทำให้คนอื่นหลงเข้าใจผิด
ทีนี้สาไถยแปลว่าโอ้อวดหลอกเขา มีพระองค์หนึ่งไม่มีคุณความดีในตัวเลย แต่อยากจะอวดเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าตัวเองมีคุณความดี แล้วจะได้ลาภผลแยะ ๆ ใคร ๆ จะได้ถวายของ จึงลงทุนขุดกุฏิที่อยู่กับพื้นลงไปเป็นบ่อ แล้วมีที่ปิดเอาเสื่อปูมิดชิด พอแขกมาเปิดประตูดูเห็นพระไม่อยู่ในกุฏิก็ปิดไว้อย่างเดิมนั่งคอย พระก็โผล่ขึ้นมาจากในหลุมนั้น พอแขกเห็นก็พูดว่า เมื่อกี้ฉันเปิดประตูมาไม่เห็นท่านก็บอกว่าเพิ่งมา หลอกให้คนรู้ว่าตัวเองมีคุณวิเศษ ทำอย่างนี้หลาย ๆ คนก็เล่าลือต่อไปว่า พระองค์นี้เก่งมาก หายตัวได้ อยู่ ๆ ก็หายไป อยู่ ๆ โผล่ขึ้นมา แต่ความจริงหายอยู่ในหลุม ซ่อนอยู่ใต้เสื่อ ไม่มีใครเห็นก็นึกว่าหายตัวได้ เลยรวยข้าวของเต็มกุฎิเพราะฉะนั้นการปฏิบัติต้องไม่หลอกให้ใคร ๆ หลงเข้าใจผิดโดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 07:12:27 น.] ( IP = 58.9.141.110 : : )
สลักธรรม 2![]()
๓. ญายปฏิปนฺโน เป็นพระอริยสาวกที่ปฏิบัติธรรมอันเป็นเครื่องออกจากทุกข์ มุ่งพระนิพพานอันเป็นอมตธรรม แปลว่า ธรรมที่ไม่มีความตาย ไม่ปรารถนาภวสมบัติ โภคสมบัติ หมายถึง การที่จะต้องไปเกิดในชาติหน้านั้นจะได้อะไรหรือทรัพย์สมบัติ ไม่ต้องการทั้งนั้น
ถ้าเราทำไปเพื่อหวังว่าชาติหน้าจะได้อะไร หรือชาตินี้จะให้สำเร็จแล้วคนเขาจะได้กราบไหว้บูชา อย่างนี้ไม่มีทางสำเร็จแน่
๔. สามีจิปฏิปนฺโน เป็นพระอริยสาวกผู้ปฏิบัติสมควรแก่การกราบไหว้ด้วยใจ กราบกันจริง ๆ จัง ๆ สามีหมายถึงผู้ที่ปฏิบัติชอบ สมควรที่ผู้ใกล้ชิดจะเคารพกราบไหว้ ท่านไปหาพระสงฆ์ต้องกราบใช่ไหม คุกเข่ากราบอย่างนอบน้อมเต็มที่ ท่านคิดบ้างไหมถ้าไปพบพระที่ประพฤติไม่ดี การกราบของเราก็ไม่ดีในใจ ถ้าเราไม่รู้ก็แล้วไป
มีพระอยู่องค์หนึ่ง ผมกราบหนเดียว พอตอนหลังไม่กราบเลย ไหว้เฉย ๆ เพราะพระองค์นี้โลภมาก ตู้เย็นตั้งหลายตู้อยู่ในห้อง เก้าอี้นวมเยอะแยะ โทรทัศน์ ๒ เครื่อง กุฏิเป็นตึก ห้องน้ำทำสวยงาม แล้วยังมีรถยนต์อีก ๑ คัน แบบนี้ก็กราบไม่ลง มีคนบอกว่าท่านมีเงินให้กู้อีกด้วย กราบแล้วไม่ได้บุญ ได้บาปเพราะใจไม่สบาย
๕. อาหุเนยฺโย เป็นพระอริยสาวกที่ควรแก่สักการะที่เขานำมาถวาย เพราะพระภิกษุหรือฆราวาสก็ตามที่ได้เป็นพระอริยะนั้น แม้เราจะต้องลำบากเดินทางไกลไปเพื่อจะเอาของไปถวาย เป็นอามิสบุชาก็เป็นการสมควร
๖. ปาหุเนยฺโย เป็นพระอริยสาวกผู้ควรแก่การต้อนรับ เป็นแขกที่ประเสริฐสุดของคนทั่วโลก หมายความว่า อริยสงฆ์นี้จะมีได้เพราะมีพระพุทธเจ้า ถ้าพระพุทธเจ้าไม่ได้อุบัติขึ้นมาในโลกนี้หรือโลกไหนก็ตาม ไม่มีโอกาสที่จะค้นคว้าความจริงจนถึงพระนิพพานได้ จึงสมควรแก่การต้อนรับด้วยปัจจัย ๔โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 07:18:56 น.] ( IP = 58.9.141.110 : : )
สลักธรรม 3![]()
๗. ทกฺขิเณยฺโย เป็นพระอริยสาวกผู้ควรแก่ทักษิณา คือ การบริจาคทานของผู้มีความปรารถนาภวสมบัติ โภคสมบัติในภพหน้า เราทำบุญให้สัตว์เดรัจฉานมีกินก็ได้บุญมาก แต่ถ้าให้แก่มนุษย์ที่ไม่ดีก็ยังได้บุญมากกว่าสัตว์เดรัจฉาน เพราะสัตว์เดรัจฉานมีโมหะครอบงำ ถ้าให้กับมนุษย์ที่มีศีลธรรมก็ได้บุญมากขึ้นไปอีก และที่ได้บุญมากจริง ๆ ก็คือทำบุญกับพระอริยบุคคลเพราะเป็นผู้บริสุทธิ์มาก แต่เดี๋ยวนี้หายากแล้วก็เอาแค่ให้เป็นผู้ที่ดีในสายตาของเราก็พอแล้ว
๘. อญฺชลีกรณีโย เป็นพระอริยสงฆ์สาวกผู้ประกอบไปด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา ควรแก่การทำอัญชลี คือควรแก่การกราบไหว้ไม่ใช่เฉพาะมนุษย์เท่านั้น แม้แต่เทวดา พรหมทั้งหลายก็ควรกราบไหว้ อีกหน่อยเราก็จะได้เรียนเทวดานุสติ ระลึกถึงคุณของเทวดา เพราะเทวดามีคุณธรรม มนุษย์สมควรกราบไหว้เทวดาแต่ถึงกระนั้นก็ดี เทวดาทั้งหลายยังต้องกราบไหว้พระอริยสงฆ์เพราะความบริสุทธิ์ของจิตมีมาก ดังนั้น การกราบไหว้ผู้ที่เป็นอริยบุคคลจึงเป็นกุศลมาก เพราะเป็นผู้ที่กิเลสถูกทำลายไปบ้างจนกระทั่งหมดสิ้น
๙. อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของโลก หมายความว่า พระอริยสงฆ์สาวกทั้ง ๔ คู่นี้เปรียบเหมือนกับแผ่นดินที่มีคุณค่า มีปุ๋ย มีความบริบูรณ์จนกระทั่งสามารถเป็นที่งอกของพืชได้อย่างดี ท่านจึงสอนให้เราทำบุญแก่พระอริยสงฆ์จะได้บุญมากที่สุดโดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 07:22:40 น.] ( IP = 58.9.141.110 : : )
สลักธรรม 4![]()
ในประเทศไทยมีไหมครับ พระอริยสงฆ์ ผมเองก็ไม่เห็นแต่ว่าจวนเป็นอริยสงฆ์เห็นครับ
มีพระองค์หนึ่งไปเข้ากรรมฐานที่อ้อมน้อย ความจริงท่านไม่ได้เป็นนักศึกษาพระอภิธรรม เพียงแต่ตามเพื่อนมาฟังธรรมะ ฟังไปฟังมาก็ชอบเลยมาเรียน เรียนไม่ถึงปีก็เข้าปฏิบัติ ผมไปสอบอารมณ์ผมก็ว่าพระองค์นี้ยังใหม่ไม่ต้องสอบมากคิดว่ายังไปไม่ถึงไหน คนโดยมากเวลาไปเข้ากรรมฐานแล้วจะเอาผลเร็ว ๆ ไม่ได้เพราะเข้าครั้งแรก
พออาทิตย์ที่สองผมก็ลองสอบดูก็รู้ว่า พระองค์นี้ปฏิบัติไปไกลทั้ง ๆ ที่เรียนไม่เก่ง พอไปหนสามหนสี่ ต้องไปสอบอารมณ์ที่กุฏิเพราะรวมกลุ่มสอบอารมณ์ไม่ได้แล้ว ญาณปัญญาไปถึงไหน ๆ แล้วต้องสอบเฉพาะตัว ท่านก็จะเห็นว่าพระภิกษุองค์นี้ในอดีตต้องทำมา ชาตินี้พอลงมือทำครั้งแรกก็ได้แล้ว ได้ญาณ ไม่ใช่ญาณที่ ๑ ๒ ๓ ๔ แต่เลยไปอีกจึงต้องแยกสอบ เพราะคนที่ยังไม่ถึงก็จะฟังไม่รู้เรื่อง
ไม่ใช่คนเดียวนะครับ ยังมีนายแพทย์อีกผมขอไม่ออกชื่อ กับนางพยาบาลซึ่งเป็นสามีภรรยากันมีลูกหลายคนและก็ได้ออกจากงานแล้ว สองคนไปเข้ากรรมฐาน สามีไม่ไปถึงไหนเลย ส่วนภรรยาได้ญาณปัญญาสูงกว่าหลายชั้น
เพราะฉะนั้นจึงเห็นได้ว่ามันอยู่ที่อดีตได้ฝึกฝนปฏิบัติมาบ้างไหม ถ้าฝึกฝนปฏิบัติมาบ้าง มันก็ง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นมันก็ไปไม่ถึง แต่มันก็ได้เบื้องต้น ด้วยเหตุนี้ผู้ใดได้ศึกษาเล่าเรียนแล้วอย่าได้ทอดทิ้งการปฏิบัติเสีย ให้ไปบ้างไม่ต้องไปบ่อย ๆ ก็ได้ มีโอกาสก็ไป ๓ วัน ๗ วัน ๑๕ วันโดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 07:27:27 น.] ( IP = 58.9.141.110 : : )
สลักธรรม 5
![]()
เมื่อกี้พูดไปแล้วว่า ผู้ที่ได้มรรคผลไม่จำเป็นจะต้องเป็นพระภิกษุ แม้แต่เป็นฆราวาส ถ้าเป็นอริยสงฆ์แล้วก็ควรคารวะ ควรกราบไหว้ ที่พูดไปเมื่อวันก่อนจนถึงวันนี้ตามธรรมดาที่เราสวดมนต์ไหว้พระเราต้องการสิ่งคุ้มครอบป้องกันภัย เราก็ควรจะทำอยู่เสมอเป็นประจำ
แต่ความหมายนั้นสำคัญมาก ผู้ใดก็ตามที่มีความปรารถนาจะได้บุญกุศลที่ประกอบไปด้วยปัญญาควรสวดมนต์ไหว้พระ แล้วรู้ความหมายที่พูดไปแล้วทั้งหมดนี้ แปลว่า เข้าถึงพระอริยสงฆ์ พระอริยสงฆ์มีดีอย่างไร เพื่อให้ใจของเราเกิดความซาบซึ้งในความรู้นั้น ถ้าว่าได้เหมือนท่องสวดมนต์เราก็ได้ชื่อว่าทำสมาธิอย่างเดียว ได้เพียงแค่มหากุศลญาณวิปยุต แปลว่าไม่มีปัญญาบุญได้จริงแต่ไม่ได้ประกอบด้วยปัญญา
แต่ถ้าผู้ใดรู้คำแปลระลึกถึงคุณด้วยอย่างที่ว่านี้ก็จะเกิดโสมนัสในสมาธินั้น แล้วก็เป็นติเหตุกกุศล กุศลที่มีปัญญาร่วมด้วย อีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าเราสวดมนต์ไปตามธรรมดาก็ได้บุญจริงแต่ไม่มีความรู้ความเข้าใจ แต่ถ้ามีความรู้ความเข้าใจ ปัญญาก็เกิดขึ้นเป็นมหากุศลญาณสัมปยุต ปีติเกิดโสมนัสก็เกิดโดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 07:30:34 น.] ( IP = 58.9.141.110 : : )
สลักธรรม 6![]()
ขออธิบายเพิ่มเติมผู้ใดได้ฌานแล้วจะไม่เกิดในมนุษย์และเทวดาต้องเกิดเป็นพรหมอย่างเดียว เกิดเป็นมนุษย์เป็นเทวดาไม่ได้ ทำไมเล่า เช่น อย่างเทวทัตทำฌานได้ลงนรกก็มี ลงนรกไปทั้ง ๆ ที่ได้ฌาน ถ้าเทวทัตไม่แกล้งพระพุทธเจ้าอาจจะไปเกิดเป็นพรหมแล้ว
ผมจึงพูดซ้ำอีกทีว่า ผู้ใดได้ฌานจะไม่เกิดเป็นมนุษย์เป็นเทวดา ต้องเกิดเป็นพรหม เพราะผู้ได้ฌานต้องไปเกิดเป็นพรหม แต่ถ้าฌานเสียแปลว่าเขาไม่ได้ฌานเสียแล้วก็เกิดเป็นมนุษย์เป็นเทวดา แต่ถ้าทำบาปลงนรกก็ได้ ไปไหนได้ทั้งนั้น
มีอีกข้อหนึ่ง เมื่อเวลาตายไปแล้ว ฌานในพรหมโลกไม่มี ฟังให้ดี ๆ ผู้ใดได้ปฐมฌาน วิติ วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา ได้ปฐมฌานแล้ว ทีนี้เวลาตายจากมนุษย์ไม่ใช่ว่าเอาฌานไปอยู่ในพรหมโลก อำนาจของฌานส่งให้ไปเกิดที่พรหมโลก ไม่ต้องไปเกิดเป็นมนุษย์ แต่ฌานนั้นไม่มีแล้ว ถ้าพวกพรหมอยากจะทำฌานต้องทำใหม่ ต้องทำให้ได้ฌานใหม่ ทำไมจึงไปเกิดในพรหมโลก อำนาจที่ทำไว้เหมือนเราทำบุญ อำนาจของบุญมีอยู่เป็นตัวส่ง เพราะฉะนั้นผู้ได้ฌานอำนาจของฌานจะส่งให้ปฏิสนธิ แต่เมื่อปฏิสนธิเป็นพรหมแล้วจะไม่มีฌานอยากได้ก็ทำเอาเอง
อาจจะทำขึ้นไปอยู่ปฐมฌานภูม อาจขึ้นไปอีกก็ได้ถ้าทำต่อไป ถ้าเป็นโสดาด้วยและได้ฌานด้วยก็ไปอยู่ในพรหมโลก เพราะอำนาจฌานนำเกิด โสดามีบุญมาก ไม่มาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว อายุของมนุษย์น้อยไม่เหมาะสม แต่ในหลักวิชาแสดงไว้ว่า ผู้ใดได้โสดาบันบุคคล ตายแล้วจะต้องเกิดในกามภูม กามภูมิก็มีมนุษย์ด้วย แต่ความจริงไม่มาเกิดเพราะอายุน้อย โสดาเขามีบุญมาก อายุยืน ที่ไหนอายุน้อยก็เกิดไม่ได้ ต้องเกิดเป็นเทวดาโดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 07:34:48 น.] ( IP = 58.9.141.110 : : )
สลักธรรม 7![]()
ฌาน แปลว่า ติดในอารมณ์ เช่น จิตจับอะไรแล้วมันติดอยู่ตรงนั้นไม่หลุด เวลาเราทำสมาธิมันหลุดไปโน่นมานี่เก่ง ถ้าจับได้ติดก็เรียกว่าฌาน
ทีนี้ฌานแบ่งออกเป็นมิจฉาสมาธิกับสัมมาสมาธิ ถ้าฌานที่เป็นมิจฉาสมาธิก็ได้แก่อยาก จะยิงนกต้องเพ่งติดอยู่กับนก ถ้าทำสมาธิเป็นกุศล จิตก็ติดในกุศลเป็นบุญ สองอย่างนี้เรียกฌานเฉย ๆ
แต่ถ้าปฐมฌานไม่ใข่อย่างนี้ ถ้าปฐมฌานต้องมีเจตสิกเข้าประกอบ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา มีเจตสิก ๕ ตัวนี้เข้าร่วม และเจตสิกที่เป็นลูกน้องอีก ๓๐ รวมเป็น ๓๕ ถ้าถึงปฐมฌานนี้อีกหน่อยเดียวก็จะติดแน่นไม่หลุดเลย เช่นอธิษฐานว่าหนึ่งชั่วโมงไม่ออกจาฌาน จิตจับอะไร เพ่งดินก็จับดิน เพ่งอะไรก็จับอยู่อย่างนั้นไม่หลุดเลย เอาเข็มไปจี้ เอาไฟไปจี้ก็จะไม่ออกมาจะไม่รับอารมณ์ข้างนอก
ถ้าฌานเฉย ๆ แปลว่าสมาธิเท่านั้น แต่ถ้าปฐมฌานคือติดจริง ๆ ฌานเฉย ๆ ใครทำก็ได้ แต่ถ้าได้ปฐมฌานต้องออกไปอยู่ในป่า อยู่ในบ้านในเมืองอย่างนี้ไม่ได้ เพราะมีเสียงเอะอะรบกวน เดี๋ยวเรามาเรียน อนุสติต่อไปคือ สีลานุสติ
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 07:41:23 น.] ( IP = 58.9.141.110 : : )
สลักธรรม 8อ่านเรื่องอรหันต์ตุ่มในสาไถยแล้วก็รู้สึกตลกที่แกล้งทำเป็นมีคุณวิเศษซ่อนอยู่ใต้เสื่อ ..นึกภาพไปด้วยก็ยิ่งตลกเข้าไปใหญ่
เมื่ออ่านถึงคุณของพระสงฆ์ข้ออื่นๆ และก็ได้พบกับการ กราบไม่ลง ของท่านอาจารย์ ก็ทำให้นึกถึงใจตนเองเช่นกัน..เมื่อก่อนนั้นมักจะรู้สึกว่าตนเองทำไม่ถูกต้องที่ไม่เคารพพระที่ไร้คุณของคำว่าสงฆ์แถมยังละเมิดศีลบางข้อ
แต่พอนึกถึงความไม่ควรไม่ควรแล้วก็ชั่งใจว่า แสดงความเคารพผ้าเหลืองดีกว่า มองข้ามความทุศีลของท่านไป แต่ไม่ร่วมเห็นดีเห็นงามด้วยเพราะเกรงว่าจะต้องไปพบเจอกับความทุศีลเหล่านั้นอีก หรืออยู่ในแวดวงของความทุศีลนั้น
การไหว้พระแบบมีปัญญาที่ท่านอาจารย์อธิบายมานี้คงจะดีมากเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพุทธรูป เพราะไม่มีบุคคลมาให้เปรียบเทียบเลย
กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ศึกษา ให้คิด พิจารณาในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตโดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2551 , 12:34:47 น.] ( IP = 125.27.174.183 : : )
สลักธรรม 9
มาติดตามอ่านและทำความเข้าใจในเรื่องสังฆคุณต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้ศึกษาเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [14 พ.ย. 2551 , 10:32:16 น.] ( IP = 124.121.177.224 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |