มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เจตสิกคืออะไร?








ตอบคำถามโดยพี่ดอกแก้ว


ถาม อยากให้หลักธรรมแปลเปลี่ยนเป็นเรื่องง่ายๆ ครับ อย่างผม เจอคำว่า "เจตสิก" ไปค้น..ไปหา...ไปอ่าน..ทุกวันนี้ยังไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร อ่านไปก็งงไปครับ สงสัยคงโง่เกินกว่าจะเข้าใจ หรือไม่ก็ไปเรียนมัธยมก่อนประถม

ตอบ สวัสดีค่ะ เจตสิก แปลเป็นไทยง่ายๆว่า สิ่งที่ประกอบกับจิตค่ะ เมื่อจิตเป็นนามธรรม สิ่งที่ประกอบกับจิตได้ก็จะต้องเป็นนามธรรมเหมือนกัน..ซึ่งเรียกชื่อภาษาบาลีว่าเจตสิกนี่แหละค่ะ

แต่ถ้าพูดว่า เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ ที่เป็นส่วนหนึ่งของขันธ์ ๕ ก็คงจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นอีกนิดนึง

และถ้าบอกว่า ความรู้สึกสุขทุกข์เฉยๆ ความจำได้ ความนึกคิดและการปรุงแต่งต่างๆ อย่างนี้ก็คงจะชัดเจนมากขึ้นนะคะ นี่คือความหมายใหญ่ๆของเจตสิกค่ะ

เมื่อมีจิตคือการรับรู้อารมณ์เกิดขึ้น ก็ย่อมมีความรู้สึกนึกคิดเกิดขึ้นมาพร้อมกับการรับรู้อารมณ์นั้นด้วย

จิตเป็นสภาพที่รู้อารมณ์ได้อย่างเดียวค่ะ แต่ที่รู้สึกไปต่างๆนานาน่ะ คือสภาพของเจตสิกนั่นเอง คงคลายความสงสัยไปได้บ้างนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 12:29:15 น.] ( IP = 125.27.174.183 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ดอกแก้วเองก็พยายามที่จะสื่อภาษาธรรมออกมาให้ฟังง่ายๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่เป็นการบิดเบือนพระพุทธพจน์ด้วย การใช้คำในการสอนพระอภิธรรมนั้นยากยิ่งนักที่จะไม่ใช้ภาษาบาลี

ลองคิดถึงการเรียนประวัติศาสตร์เทียบเคียงดูนะคะว่า ชื่อเมืองโบราณ ชื่อพระมหากษัตริย์ต่างๆนั้น เราก็ต้องจดจำชื่อเหล่านั้นไว้ อาจย่อได้บ้างแต่ก็ต้องอยู่ในสัมมาคารวะและความเคารพนบนอบ

อย่างเช่น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เราก็สามารถเรียกให้สั้นลงตามภาษาพูดได้แต่ไม่ปราศจากความเคารพคือ เรียกว่า รัชกาลที่ ๑ หรือ ร.๑ แต่ในใจนั้นก็ต้องทราบว่าหมายถึงท่านผู้ใด แต่ถ้าเป็นภาษาเขียนแล้วก็คงต้องรักษาพระนามที่ถูกต้องไว้

พระอภิธรรมก็เช่นกัน เป็นการถ่ายทอดหลักธรรมอันเป็นแก่นแท้ ถ้าหากผู้สอนนั้นนำไปแปลงเป็นภาษาของตนตามใจชอบเพื่อให้กลุ่มชนฟังง่ายๆนั้น ก็เป็นความเสี่ยงประการหนึ่งในการสืบทอดพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้า

เพราะต่อไปก็จะกลายเป็นลัทธิอาจารย์อย่างที่มีมากมายในขณะนี้ เช่นสำนักปฏิบัติสายต่างๆที่ดำเนินรอยตามอาจารย์เพียงอย่างเดียว

เรียนให้ทราบนะคะว่า พยายามมาตลอดที่จะใช้ภาษาให้ง่ายที่สุด แต่การรักษาพระธรรมให้ไม่ผิดเพี้ยนนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นกันค่ะจึงขอได้โปรดเข้าใจในความจำเป็นส่วนนี้ด้วยนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2551 , 12:29:37 น.] ( IP = 125.27.174.183 : : )


  สลักธรรม 2



ถาม เคยได้รับข้อคิดว่า กว่าจะได้เป็นอรหันต์ก็ผ่านเวลา ภพชาติ มาหลายกัปหลายกัลป์ แต่ผมจะไม่มีวันทราบว่าได้ผ่านมาเท่าไรเพราะความพยายามยังไม่เพียงพอ ผู้มีปัญญาบริสุทธิ์อาจคาดเดาได้ ใช่ไหมครับคุณดอกแก้ว

ตอบ ในการที่เราแต่ละคน ได้เกิดมาในชาตินี้ได้นั้น ต่างก็มีเหตุอดีตด้วยกันทั้งสิ้น จึงมีปัจจุบันผล (คือรูปนามขันธ์ ๕ ) นี้เป็นต้น

การที่จะสามารถรู้ไปได้ในอดีตนั้น ต้องอาศัยอำนาจนะคะ คุณใจเป็นธรรมลองนึกดูนะคะว่า แค่ชาตินี้ เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๐๒ เดือน ๗ วันที่ ๕ เป็นต้น คุณใจเป็นธรรมตอนนั้น วันนั้น ทำอะไรอยู่ ใส่เสื้อสีอะไร เอาแค่นี้เถอะนะคะ ต้องตอบได้อย่างจริงๆว่า จำไม่ได้ใช่ไหมคะ

ทำไมจำไม่ได้ล่ะคะ.. ก็จากวันนั้นมาถึงวันนี้มีเรื่องราวมากมายหลายแสนอารมณ์ที่มาให้คุณใจเป็นธรรมต้องรู้ต้องแก้ไขดูแลสารพัดเรื่อง และไม่ได้รู้ทางเดียว รู้ถึง ๖ ทาง คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ หลายพันวันหลายแสนอารมณ์จดจำไม่ไหว จึงทำให้เราต่างจำไม่ได้ไงคะ…

แต่ถ้าถามว่า คุณอาใจเป็นธรรมจำวันที่คุณ สำเร็จการศึกษา วันที่รับปริญญา วันที่คุณแต่งงาน ได้ไหม ? แน่เลยจำได้

ทำไมจำได้ ? ก็เพราะวันเหล่านั้นคุณอาใจเป็นธรรม ได้รับรู้อารมณ์ที่แรงไงคะ ความแรงของอารมณ์ที่ดี หรือไม่ดีนี้ละคะ จะเป็นอำนาจให้แก่จิตระลึกได้ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ร้อยวันแล้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2551 , 12:29:54 น.] ( IP = 125.27.174.183 : : )


  สลักธรรม 3



เห็นไหมคะแค่ชาตินี้เท่านั้น ไม่ต้องไปพูดถึงชาติก่อนๆหรอกคะ และยอมรับหลักเหตุผลแล้วละก็ทุกๆอย่างนั้น ง่ายขึ้นไม่ไกลเกินที่เราจะศึกษาได้และไปถึงตามทางที่ควรที่ชอบนะคะ

และเรานั่นเองจะยอมรับเงื่อนไขของธรรมชาติ โดยปฏิเสธความคิดหรือความเชื่อทั้งสองออกไปได้ มีความหนักแน่นในหลักความจริงเท่านั้น

และพระพุทธองค์นั้นอาศัยพระมหากรุณาที่มีต่อสัตวโลกบำเพ็ญพระบารมีอยู่ถึง ๔ อสงไขยแสนกัปนั้น กว่าที่พระองค์จะพร้อมพูนด้วยพระอำนาจแห่งองค์ฌานแล้วพระบารมีทั้งสิบที่พระองค์บำเพ็ญเพียรมาอย่างหนัก

อีกทั้งพระพุทธประสงค์ที่จะเป็นพระพุทธเจ้า เหตุและปัจจัยต่างๆที่พร้อมพรั่งสมบรูณ์แล้ว พระองค์จึงตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ คือพระญาณที่สามารถหยั่งรู้ได้ทั่ว โดยมิมีสิ่งใดที่จะปิดกั้นพระองค์ได้นั่นเองคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2551 , 12:30:11 น.] ( IP = 125.27.174.183 : : )


  สลักธรรม 4



มาตรงที่คุณใจเป็นธรรมกล่าวไว้ว่า " แต่ผมจะไม่มีวันทราบว่าได้ผ่านมาเท่าไร เพราะความพยายามยังไม่เพียงพอ ผู้มีปัญญาบริสุทธิ์อาจคาดเดาได้ ใช่ไหมครับคุณดอกแก้ว ?" นั้น

ดอกแก้วขอตอบว่าถ้าจะถามถึงการรู้ไปในอดีตของตนนั้น ว่าเป็นใครมาจากไหนละก็ไม่มีทางหรอกคะและใครก็คาดเดาไม่ได้

ผู้ที่ได้ฌาน ๕ คือปัญจมฌานนั้น ท่านเหล่านั้นอาจรู้ได้ แต่ก็รู้ได้ภายในขอบเขตของอำนาจจิตนั้นๆ แค่นั้นเองนะคะและดอกแก้วก็มั่นใจว่า การรู้เช่นนั้นยังเป็นประโยชน์เพียงเล็กน้อยเองคะ

โดยพระพุทธประสงค์แล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต้องการให้รู้ทุกข์ การที่รู้นอกจากนั้นไม่เป็นไปเพื่อคลายจากความกำหนัดได้หรอกคะ และทุกข์ที่ท่านประสงค์ให้รู้นั้น ก็มิใช่อยู่ที่ไหนเลย นอกจากที่ชีวิตของเราท่านนี่เอง

เมื่อใครก็ตามได้รู้ทุกข์ดังกล่าว ผู้นั้นละคะคุณอาใจเป็นธรรมเป็นผู้รู้จริงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า และเป็นผู้ที่เข้าใจชีวิตอย่างแท้จริงที่สุด โดยไม่ต้องสงสัยในผู้อื่นอีกเลยว่า เขานั้นจะผิดจากเราไหม ต่างจากเราไหม เหมือนเราไหม ความสงสัยนี้ยุติลงได้แน่นอนคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2551 , 12:30:27 น.] ( IP = 125.27.174.183 : : )


  สลักธรรม 5



นับวันความปรากฏที่มีอยู่ทั่วๆไปในการสืบทอดพระศาสนาของพระศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะผิดไปจากเป้าหมายเป็นอย่างมากซึ่งไม่ใช่พระพุทธประสงค์เลย

เช่น จะรู้ไปทำไมว่าชาติที่แล้วตนเองเป็นใคร มีความเป็นอยู่อย่างไร แม้กระทั่งเรื่องผีสางเทวดา ซึ่งดอกแก้วเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้เลย เพราะเป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎก ซึ่งมีสอนอยู่ในปริจเฉทที่ ๕ ในคำภีร์พระอภิธรรมมัตถสังคหะ ซึ่งถ้าสนใจจริงๆแล้ว ก็จะต้องศึกษาตั้งแต่เบื้องต้น เพื่อทำความรู้และความเข้าใจเรื่องจิต เจตสิก และรูป

จิตกับเจตสิกนั้น เป็นสิ่งที่มีจริงทุกภพทุกภูมิ เรียนแล้วถ้าเข้าใจก็ไม่มีปัญหา แต่สำหรับเรื่องรูปต้องให้ความใส่ใจในการเรียนอย่างมาก เพราะแต่ละภพแต่ละภูมิถึงจะมีรูป ๒๘ เป็นหลัก แต่รูปที่ปรากฏนั้นก็ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะโอปปาติกะ(ผีสางเทวดา) .. ในเทวภูมิเหล่าเทวดานางฟ้าทั้งหลายมีรูปกายละเอียดเป็นสุขุมรูป

พูดแค่นี้ก็คงจะแย่แล้วสำหรับผู้ที่ไม่ได้เรียนพระอภิธรรม ที่ว่าแย่ไม่ได้หมายถึงว่าโง่นะคะ แต่หมายถึง การนึกภาพสุขุมรูปนั้นไม่ได้ จึงเป็นเหตุให้คิดกันเอง คาดเดากันเองว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระ และปฏิเสธเรื่องผีสางเทวดาออกไป ทั้งๆที่มีอยู่จริง

ขอยกตัวอย่างสักนิดนะคะ ทุกวันนี้เราต่างก็อยู่ในมรสุมของธรรมชาติ เช่น ฝนที่ตกลงมาทางกรมอุตุนิยมวิทยาสามารถวัดปริมาณได้ โบราณใช้คำว่า ฝนตกเป็นห่าๆ แต่ไม่ว่าจะโบราณหรือปัจจุบัน สิ่งที่พูดถึงกันนั้นเป็นเพียงการอนุมานเอา

โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2551 , 12:30:46 น.] ( IP = 125.27.174.183 : : )


  สลักธรรม 6



ซึ่งในความจริงแล้ว ฝนที่ตกลงมานั้น เป็นละอองไอน้ำเล็กๆ ที่ตกต่อๆกันไม่ขาดสาย เกินตาเนื้อของเราจะไปเห็นได้ ซึ่งในคำภีร์มหาปัฏฐานได้กล่าวไว้ว่า ท่านพระสารีบุตรผู้เป็นอัครสาวกมีจิตอันรวดเร็วมาก สามารถฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและรู้ได้ซึ้งกว่าผู้อื่น กว้างกว่าผู้อื่น ละเอียดกว่าผู้อื่น หาผู้ใดเทียมเทียบได้

พระสารีบุตรเจ้าสามารถรู้เท่าทันหยาดฝนที่ตกลงมาแต่ละเม็ด ว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ ติดต่อรวดเร็วกันขนาดไหน ซึ่งตรงนี้เองพระอริยเจ้าจึงเป็นผู้เห็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา โดยแท้จริง มิใช่พูดกันอย่างที่เราๆรู้จักกันทุกวันนี้

สิ่งที่พยายามอธิบายมาถึงตรงนี้ ยังไม่ได้เศษหนึ่งส่วนพันของใจที่อยากให้พุทธศาสนิกชนหันมาให้ความเคารพศรัทธาพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มากกว่าที่จะไขว่คว้าหาความรู้มาสนองอารมณ์ ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ไม่รู้ และไม่สามารถรู้เองได้ ต้องอาศัยพระสัพพุญญุตญาณ

มีคนจำนวนไม่น้อยเรียกว่ามากทีเดียวละค่ะที่พยายามเป็นผู้สอนโดยปราศจากการใส่ใจในจุดมุ่งหมายของหลักธรรมที่องค์พระตถาคตมีพระพุทธประสงค์

ดังที่บางท่านเคยบอกว่า ชอบที่ดอกแก้วบอกว่า .."โดยพระพุทธประสงค์แล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ต้องการให้รู้ทุกข์ " นั่นเป็นเรื่องจริงค่ะ เพราะรู้มากยากนาน แต่ถ้าเผื่อรู้ทุกข์จะมีชีวิตอยู่บนทุกข์อีกไม่นาน เพราะความทุกข์เป็นสัจธรรม "ทุกขอริยสัจจัง"

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ



โดย น้องกิ๊ฟ [13 พ.ย. 2551 , 12:31:02 น.] ( IP = 125.27.174.183 : : )


  สลักธรรม 7

สวัสดีครับ ผมเองก็สนใจ และเริ่มต้นการปฏิบัตธรรม หรืออานาปานสติมาก็ประมาณ 4-5 เดือนได้แล้วครับ จุดเริ่มของความสนใจของผม คือไปอ่านหนังสือของ หลวงพ่อฤษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง ก็สนใจตรงที่ท่านไปเฝ้าพระพุทธเจ้าได้ ซึ่งก็มีหลายท่านหรือหลายสำนักได้มีความเห็นว่า ท่านอาจจะพูดไปเองอะไรทำนองนั้น ก็แปลกใจว่าทำไมท่านถึงได้มีลูกศิษย์ลูกหาเยอะแยะไปหมดหากท่านทำไม่ได้จริงเหมือนที่ท่านพูดเพราะคนเล่านั้นรู้สึกว่าจะมีแต่คนที่มีการศึกษษสูงๆ อยุ่หลายท่าน ยศคุณหญิง คุณนาย นายพล นายพัน หรือเศรษฐีมีเงินทั้งหลาย หรือแม้กระทั้ง ในหลวงของเรา และองค์ราชินีก็ได้รับฟังธรรมเทศนาของท่านบ่อยๆ ก็เลยอยากจะให้ช่วยแสดงความคิดเห็นหน่อยครับ อย่างท่านพุทธทาสคำสอนของท่านไม่เคยสอนเรื่อง นรกสวรรค์ด้วยซ้ำมังครับ เหมือนท่านบอกว่าไม่มี หรือ พุทธเจ้าไม่มีอยู่แล้วมันดูแล้วตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงเสียจริงๆ เลยครับ นิพพานของท่านก็เหมือนบอกไปในทำนองว่าอยู่ได้เป็นได้ทั้งขณะมีชีวิตอะไรทำนองนี้ผมอ่านแล้วเข้าใจได้น้อยมากๆ ผมเข้าใจไปเองนะครับว่าท่านคงศึกษามามากจากตำราต่างๆ ท่านคงกลายเป็นวิปัสนึกไปเอง คือใช้แค่ความรู้ความสามารถของปุตุชนศึกษาหาความรู้จนรู้แจ้งชัด ตอบได้ทุกปัญหาในทางธรรมที่คนถาม เหมือนพระเรียนปริยัติธรรมจนแตกฉานแต่ไม่สามารถที่จะนั่งสมาธิหรือทำให้จิตลดละกิเลสในใจของตนเองได้ แต่สามารถสอนคนอื่นได้ แต่ตัวเองปฏิบัตไม่ได้ อะไรทำนองนั้นครับ ไม่รู้ผมเข้าใจผิดมากๆ ไปหรือเปล่าแต่พอจับหนังสือท่านมาอ่านทีไร ก็เคยอ่านนะครับแต่ไม่อ่านละเอียดมากท่านสอบตรงตามตำราเป๊ะๆ ยอมรับว่าสอนได้ดีดีมากๆ แต่ติดตรงที่ผมคิดไปเองว่าท่าน คงไม่ได้บรรลุธรรมใดๆ เลยละมั่งครับ กายเป็นวิปัสนึกแทนที่วิปัสนาไปครับ

โดย เอ [16 พ.ย. 2551 , 03:13:15 น.] ( IP = 124.120.159.173 : : 192.168.0.123 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org