มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มัชฌิมาอยู่ตรงไหน (๗)





คำถาม อยากให้หลวงพ่ออธิบายให้แจ่มแจ้งสักครั้ง

คำตอบ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือความไม่เที่ยง ทนไม่ได้ และไม่สามารถบังคับบัญชาได้ ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ใช่กำหนดไตรลักษณ์ ไม่ใช่กำหนดอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเป็นผล

ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเรียกว่ากาย อารมณ์ต่างๆที่เป็นสุขบ้าง เป็นทุกข์บ้าง เรียกว่าเวทนา
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเกิดขึ้นมาเป็นผลจากจิต จิตที่เข้าไปรู้จากธรรมชาติล้วน แล้วไหลเรื่อยไป ฉะนั้น ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ต้องเข้าใจว่า มีภูมิของวิปัสสนาอยู่ ก็คือรูปธรรมและนามธรรม เอารูป เอานามมาเป็นตัวรื้อสัญญา รื้อสัญญาจากความเคยชิน สัญญาวิปลาสนั่นเอง รื้อว่าที่เคยนึกคิดว่าฉันยืน ฉันเดิน ฉันนั่ง ฉันนอน ฉันก้ม ฉันเงย ฉันเหยียด ฉันคู้ ฉันหิว ฉันร้อน ฉันหนาว มาเป็นรูปนาม และรูปนามนี้เป็นปรมัตถ์สัจจะ คงทนต่อการพิสูจน์เท่านั้นเอง เอามาเป็นฐานตั้ง ที่เรียกว่าปัฏฐานนั่นเอง คือรูปและนามเป็นฐานที่ตั้ง เอาสติเข้าไปปกครองปัฏฐานนั้น คือสติปัฏฐาน กำหนดอยู่ที่รูปนาม เพื่อให้เห็นลวดลายของรูปและนาม
ลวดลายของรูปและนามมีอยู่ทุกขณะจิต คือ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา

การกำหนดมีหลักเพื่อจะได้เห็นตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนอุบายมา เพื่อจะให้เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เห็นตรงไหน ตรงมัชฌิมา ตรงกลาง ต้องรู้ว่าทุกข์เกิดจึงเปลี่ยนอิริยาบถ เอาทุกขังมากำหนด ต้องรู้จักทุกข์จึงแก้ทุกข์ เช่น พอจะเปลี่ยนอิริยาบถก็ต้องรู้ว่ารูปนั่งมันเป็นทุกข์ เพื่อจะได้คลายสุขวิปลาสออก เมื่อมันทุกข์นี่ความไม่เที่ยงก็เกิดขึ้น ปรากฏขึ้นเองด้วยปัญญารู้ ไม่ใช่ตัวกำหนด
ปัญญามันรู้เมื่อทุกขังเกิดขึ้น อันนี้ทุกข์มันมาจากอะไร มันก็มาจากความไม่เที่ยงนั่นเอง ความไม่เที่ยงนี้เราไม่สามารถบังคับบัญชามันได้เลย

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 21:26:47 น.] ( IP = 118.173.35.156 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ตัวกลางนี่สำคัญ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มัชฌิมาสำคัญ จะต้องเห็นทุกข์เสียก่อน รู้จักทุกข์เสียก่อน จึงจะเปลี่ยนอิริยาบถ นี่เป็นสภาวะที่รู้ขึ้นด้วยปัญญา คือสัมปชัญญะ ไม่ใช่ตัวตนที่จะเอาไปกำหนด สติกำหนดอยู่เพื่อให้รู้ทุกข์ สติเปิดทางให้สัมปชัญญะเข้ามา ทำให้รู้จัก
คราวนี้มันจะเด่นตรงไหน อยู่ที่พื้นจิตใจ ความชอบของคนเรา ร่างกายของคนเราไม่เหมือนกัน มันจะเด่น คือเมื่อกำหนดไปแล้วมันจะเห็นความไม่เที่ยงก็ได้ คือเห็นการเปลี่ยนแปลงจากนาม รูป เห็นความไม่เที่ยง เห็นเหตุปัจจัย

หรือจะเห็นความไม่สามารถบังคับบัญชาก็ได้ เช่น ถ้าเผื่อเห็นอุทยัพพยญาณ เห็นการแตกดับ ก็เหมือนกับการที่เรานั่งดูอยู่เฉยๆ ไม่สามารถบังคับบัญชาได้เลย

หรือจะเห็นทุกข์ก็ได้ แต่ทุกข์นี่เป็นของที่คงอยู่ในสภาพ ทำให้เห็นว่ามันไม่สามารถทนได้ จึงมีลักษณะนี้เกิดขึ้นมา พอเข้าใจตรงนี้ไหม มันไม่ใช่ไปกำหนดทุกข์ มันเป็นสัมปชัญญะที่เข้ามา เป็นธัมมวิจยะ ตรวจสอบเนื่องจากการมีสติ เมื่อมีสติรู้ว่าทุกข์เกิดขึ้นตรงนี้แล้วนะ ธัมวิจยะเข้ารู้เลยว่า คือทุกข์นี้มันเกิดจากความไม่เที่ยง และไม่สามารถบังคับบัญชาได้ มันมาจากเหตุปัจจัยที่มีรูป มีนาม มีการทำงาน มันจึงมีความวิริยะ เพียรดูในสิ่งนั้น ให้เห็นความย่อยยับแตกดับอยู่ตลอดเวลา ก็คือเห็นโทษ เห็นภัย

ปีติจิตเกิดขึ้นจากเรานี้ตัดความพันธนาการกับสิ่งที่เราเห็น คือไม่อุปาทานไงล่ะ เป็นอนุปาทาน มันตัด คือปีติที่จะไม่ใช่ของฉันแล้ว มันไม่ใช่ความทุกข์ของฉัน มันไม่ใช่ความสุขของฉัน มันไม่ใช่ฉันเดิน ฉันยืน เหมือนกับเราสร้างอำนาจของเราขึ้นมาเหนืออำนาจกิเลสตัณหา ยืนดู เป็นผู้รู้ ตอนนี้เห็นแต่ละครเล่น เรากระโดดขึ้นมาด้วยอำนาจมหาสติ แล้วดูการทำงานด้วยสติ เหมือนดูการทำงานที่วุ่นวาย แต่เราไม่วุ่นวายด้วยแล้ว

ปีติอันนี้นะ มันจึงสงบจากกิเลส สงบจากตัณหา เพราะจิตนั้นไม่ไปข้องเป็นอุปาทานต่อไป จึงมีความตั้งมั่นอยู่กับสติ และมีความไม่สั่นไหวเคลื่อนคลอนในความยินดียินร้าย อันนี้กำหนดได้ไหมลูก

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 21:33:42 น.] ( IP = 118.173.35.156 : : )


  สลักธรรม 2


คำถาม หมายความว่า การที่เราจะเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตานี่ อย่างใดอย่างหนึ่งเด่นขึ้นมานั้น อยู่ที่แต่ละบุคคลใช่หรือไม่

คำตอบ อยู่ที่จริตของแต่ละคน แล้วก็อยู่ที่ ลหุตา มุทุตา และกัมมัญญตาของแต่ละบุคคล

คำถาม ผู้ที่ปฏิบัติลำบากแล้วรู้เร็ว ปฏิบัติลำบากแล้วรู้ช้า ปฏิบัติสบายรู้เร็ว ปฏิบัติสบายรู้ช้า แยกจากกันอย่างไร

คำตอบ แยกจากจริต

โทสจริต ปฏิบัติลำบากแต่รู้เร็ว ลำบากเพราะโทสะมันมาก มันอยากไปไวๆ อะไรไม่ได้ดังใจก็โมโหเสียแล้ว รูปนามเผลอจากปัจจุบัน โมโหเสียก่อน พอได้ขึ้นมาคราวนี้ละสงบราบคาบ

พุทธิจริต ปฏิบัติง่าย รู้เร็ว เพราะมีศรัทธาเสียก่อนเข้าปฏิบัติ

สัทธาจริต ปฏิบัติสบายรู้ช้า ศรัทธาเข้าไป ที่ประกอบด้วยปัญญาก็มี ไม่ประกอบด้วยปัญญาก็มี

มันยากทั้งนั้นลูก ถ้าไม่ปูพื้นจากปัจจุบัน ถ้าเราไม่หัดจากตรงนั้น มาหัดตรงนี้ ตรงนี้ตรงนั้นก็เหมือนกัน เรามัวรอไม่ทำตรงนั้น ตรงนี้ก็เหมือนกัน เรารอตรงนั้น ตรงนี้ไม่ทำเดี๋ยวก็ไปตรงนั้นอีก มีหน้าที่ตรงนี้คือปัจจุบัน มัชฌิมาเกิดขึ้นกับปัจจุบัน ทำอย่างนั้นเรียกว่าปฏิบัติผัดวันประกันพรุ่ง

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 21:43:10 น.] ( IP = 118.173.35.156 : : )


  สลักธรรม 3


คำถาม ผู้ปฏิบัติลำบากรู้ช้า ต้องเข้าป่า ทรมานกายหรือไม่

คำตอบ อันนี้เกิดจากจริตมาก่อน ต้องดูจากจริตก่อน จริตเป็นกระแส ฝักใฝ่ชอบไปคนละชนิด ชอบไปคนละอย่าง ชอบอย่างมีศรัทธา คือเรียนในปัจจุบัน และออกไปดำเนินตาม ออกไปแต่ละคนก็ต้องเลือก แหมสถานที่นี่ฉันชอบ วัดนี้ฉันชอบ วัดเพลงสิดีใกล้บ้าน หรือต้องอ้อมน้อย หรือจะต้องออกไปโน่น เลือกตามจริต จริตเป็นตัวนำก่อกิเลสขึ้นมาแล้ว ไปมาทุกสารทิศ พ่อเองร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ไปสำนักนั้นต้องนั่งโคนต้นนี้ ต้นนี้ไม่ถูกโฉลก ไปโทษต้นไม้
ฉะนั้น คิดสงเคราะห์ลงความจริงเร็วกว่า ปัจจุบันอยู่ที่ไหน ตรงนี้ ปัจจุบันอยู่ที่หน้า และมัชฌิมาได้จากไหน ตรงนี้

เพราะฉะนั้นไม่ต้องรอมาก ผู้ที่ทำนายว่า เข้าไปปฏิบัติเถิด ๙ วันนี่สำเร็จแน่ ไม่ใช่พ่อ เพราะ ๙ วันนั้น มีโลภ โกรธ หลง มีทั้งฟุ้งเกิดขึ้น ปัจจุบันได้ตรงนั้นจึงจะทายได้ ใครทายล่วงหน้าเรื่องวิปัสสนา ไม่ถูกต้อง นอกจากอภิญญาจิตรู้กำลังอ่อนแก่ของจิตเท่านั้น

การไป เราไปด้วยอำนาจความอยาก ความไม่อยากก็ได้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ไปเลย จะไปด้วยอยากหรือไม่อยาก ได้แน่ ถ้ามีความเพียรด้วยปัญญา

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 21:50:21 น.] ( IP = 118.173.35.156 : : )


  สลักธรรม 4

ด้วยเจตนาอันแรงกล้าที่จะมุ่งมั่นโดยไม่ท้อแท้ ไม่ท้อถอย ไม่น้อยใจ ไม่ไหวตาม ในสิ่งที่มากระทบทั้งดีทังชั่ว และจะมั่นใจในการกระทำกรรมทุกขณะว่า เจตนาของพ่อนั้น คือจะใช้วาจาสัจธรรม จะใช้กายเกื้อกูลด้วยพรหมวิหาร จะใช้ใจดำริชอบประกอบไปด้วยสติและสัมปชัญญะ เพื่อวางใจในการให้ ให้ และให้ ด้วยความเต็มใจ คือให้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ อบรม คือ อบทำให้ทั่ว รมทำให้ประทับติดอยู่ในจิตใจของลูก เพื่อให้ลูกของพ่อทั้งหญิงทั้งชายสำเร็จลุล่วงเป็นพระอริยบุคคล ๔ ประเภท ยืนตระหง่านให้พ่อเสือได้ลงกราบแทบเท้า

ไม่ว่าพ่อของลูกจะอยู่ภายใต้ความทุกข์ในชาติไหนก็แล้วแต่ พ่อจะฝึกขันติของพ่ออยู่เสมอ อดทน พ่ออดทนได้ พ่อกลัวอยู่อย่างเดียวเท่านั้นเอง กลัวลูกของพ่อจะตกต่ำไปในทุคติภูมิ นี้คือความกลัวที่สุด จึงไม่ท้อแท้และไม่ท้อถอย ด้วยความบริสุทธิ์ใจมาเกื้อกูลลูก แม้จะเป็นคนสุดท้ายในสังสารวัฏ พ่อก็ยอมและยินดี เพื่อให้ลูกหญิงลูกชายนั้นข่ามพ้นโคตรปุถุชนไปให้พ้น

ธรรมะที่พ่อตั้งใจอธิบาย ความสันทัดในการพูด ในการกระทำ และเคล็ดลับต่างๆที่นำมาบอกให้ แม้กระทั่งสุภาษิต เช่น อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่ในหมู่มิตรให้ระวังคำพูด พ่อกลั่นกรองทบทวนดูแล้วว่า ถ้าผู้นั้นเก็บไปใช้ ผู้นั้นจะได้รับประโยชน์มาก

ฉะนั้น ด้วยปัญญาทานนี้พ่อขอเป็นแรง เป็นพลวปัจจัยเกื้อหนุนกลับไปสู่ชีวิตของลูกของพ่อทุกคน ไม่ว่าหญิงหรือชายที่ใช้สกุลพ่อแล้วว่าเสือพิทักษ์นั้น จงมีความสงบ ร่มเย็นด้วยขันติ ด้วยโสรัจจะ มีความเจริญงอกงามและรุ่งเรืองด้วยสติและสัมปชัญญะ ขันติ โสรัจจะ สติ และสัมปชัญญะ จงพาลูกไปให้พ้นทุกข์ ให้พ้นโศก พ้นโรค พ้นภัย พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ทั่วหน้ากันทุกคน ขอมงคลแห่งชีวิตและการตั้งมั่นในคุณงามความดีทั้งกาย วาจา ใจ ที่ลูกบำเพ็ญเพียรมาทั้งในอดีตและปัจจุบันนั้น จงส่งเสริมเกื้อหนุนให้ลูกของพ่อทุกคนห่างไกลจากความชั่วทั้งปวงได้โดยเด็ดขาด สามารถปฏิเสธเรื่องวุ่นวายและมีใจละอายต่อบาป กำราบความชั่ว ไม่มัวเมา พาจิตใจรุ่งเรืองด้วยสติและสัมปชัญญะ ด้วยกุศลผลบุญพาตนพ้นภัยพิบัตินานาประการได้ทั่วกัน

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 21:58:06 น.] ( IP = 118.173.35.156 : : )


  สลักธรรม 5

อย่าลืมนะลูกนะ สุดท้ายก็จบไปด้วย ๔ ตัว คือ
ตั้งชีวิตให้มีขันติ ความอดกลั้น
โสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม
สติ เพื่อการระลึกรู้
สัมปชัญญะ การใช้ปัญญาตัดสินก่อนกระทำทุกอย่าง
เพื่อจะวางชีวิตไว้ได้ในหลักทั้ง ๔ คือแจ้งแก่ใจ แล้วปลดเปลื้องเครื่องพันธนาการชีวิต สลดจิต กับชีวิตที่ยังต้องมีอยู่ รีบหันเหเปลี่ยนวิถีชีวิตแล้วอย่าคิดกลับคืน
เป็นพระอรหันต์ ลูกจะไม่ต้องมีเหย้าให้กลับคืนไปบ้านเก่าๆ เช่น นรก เช่น เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน ลูกจะไม่ต้องไปเยือนเลย แต่ตราบใดที่เรายังต้องเวียนว่ายตายเกิด ยังไม่สำเร็จกิจเป็นพระอรหันต์นั้น เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะไป ณ ที่แห่งหนตำบลไหน ยังเป็นพวกสัมภเวสีอยู่

ชีวิตอยู่ได้ด้วยคำข้าวและคำน้ำ จงดูแลชีวิตให้อยู่ได้อย่างนานที่สุด เพราะการเกิดขึ้นมาเป็นคนนั้นยากยิ่งนัก และบัดนี้ทุกคนก็มีโอกาสที่จะฟัง รับรู้และสร้างความเข้าใจได้ดีขึ้นกว่าตอนเป็นเด็กๆ ซึ่งจะต้องหัดสร้างความเข้าใจ ดังนั้น รักษาชีวิตไว้ให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและยืนยาว เราจงเป็นคนไม่บั่นทอนชีวิต หยุดการเป็นคนโหดร้ายทารุณและใจดำต่อชีวิตเสียที

ชีวิตของเราแต่ละชีวิตนั้น เราใช้เดินมาเท่าไร เราใช้ทำอะไรต่ออะไรเท่าไรแล้ว เราใช้ทำโน่นทำนี่ไป มีแต่ความเสื่อม ฉะนั้น คนที่ใจร้ายที่สุดก็คือตัวเอง ชีวิตเป็นสิ่งที่น่าหวงแหนเพราะเกิดมายาก เราไม่เคยดูแลทะนุถนอมเอาใจใส่ต่อชีวิตเลย โลดแล่นไปกับกิเลส ตัณหา ราคะ อุปาทาน ซึ่งเป็นตัวทำลายชีวิตอยู่ตลอดเวลา ก็เพราะว่าเรามีโมหะ อวิชชา แต่บัดนี้ ทุกคนได้มีการเรียนและเข้าใจในเบื้องแรกแล้ว ก็ควรจะทำเบื้องแรกนี้ให้เป็นประโยชน์ ผลักดันให้สูงไปได้
เวลาจะมีค่า เวลานั้นย่อมต้องประกอบไปด้วยปัญญา
จงจำไว้ว่า ไม่รู้จริง นิ่งเสียดีกว่า ไม่รู้แจ้งอย่าแสดงกิริยา ไม่รู้ข้างหน้าอย่ากล้าเดิน

ชีวิตของทุกคนนั้นย่อมต้องมีอุปสรรคทั้งสิ้น ไม่มีใครจะเดินทางชีวิตบนเส้นทางที่โรยกลีบกุหลาบอย่างที่คำเขาพูดไว้ และชีวิตที่เกิดมาทุกวันนี้ สิ่งที่ได้รับอยู่ตลอดเวลา หลีกเลี่ยงไม่ได้คือวิบากกรรมอันเป็นผลจากกรรมที่เราทำมา ดังนั้น
อุปสรรคที่มีอยู่เป็นเครื่องท้าทายความสามารถ วิบากที่เราได้รับเป็นเครื่องท้าทายปัญญา
จงเอาปัญญาร่วมกับความสามารถ ประหารความชั่วออกไปจากจิตใจ ประหารความเกียจคร้านออกไป แล้วไกลจากการกระทำที่บั่นทอนชีวิตไปในทางที่ไม่เจริญ
ทุกอย่างเกิดขึ้นที่จิต เราก็เรียนมาสารพัด และก็ได้สรุปลงตัวว่า จะดีจะชั่วเกิดขึ้นที่จิต และเป็นจิตที่รับรู้ในปัจจุบัน ฉะนั้น ปัจจุบันคือความจริง จงรักษาความดีให้มากไว้ จงทำความดีให้มากยิ่งๆขึ้นไป และความดีนั้นก็จะคุ้มครองตอบสนองให้ทุกคนมีความร่มเย็นเป็นสุขได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ใครทำ ใครได้

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 22:10:07 น.] ( IP = 118.173.35.156 : : )


  สลักธรรม 6

ด้วยอานิสงส์เจตนา และความตั้งใจที่ปรารถนาดีต่อลูกทุกคน แม้จะเป็นคนสุดท้ายในสังสารวัฏก็ยอม ยืนอยู่ท่ามกลางความทุกข์โศกที่ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้ เพราะเป็นธรรมชาติของสัจธรรม เพื่อความบริสุทธิ์ ความสิ้นสุดของทุกข์ที่จะเกิดขึ้นที่ลูกทุกคน พ่อขอแลกความสุขของลูกอันได้แก่มรรคผลนิพพานนั้นด้วยชีวิตของตัวเอง แม้ชีวิตต้องเดินทางไกลขนาดไหน จะต้องแสนสาหัสต่อวิบากกรรม ซึ่งหยั่งรู้ไปได้และไม่ได้ขนาดใด
ก็ขอตั้งเจตนาไว้ว่าจะติดตามอุดหนุนส่งเสริมและแก้ไข ผลักดันชีวิตลูกทุกคนนั้นให้มีความก้าวหน้า สู่ความบริสุทธ์หมดจดจากกิเลสให้ได้

แม้แต่ชาติหนึ่ง หรือสิบชาติ ชีวิตหนึ่งพ่อจะแลกได้เพียงหนึ่งคน แต่พ่อมีลูกมากมายนับไม่ถ้วน แม้กระทั่งสิบชาติแลกได้ชีวิตเดียว พ่อก็จะไม่ย่อท้อที่จะเกิดอยู่เป็นแสนๆๆๆชาติ ซึ่งนับไม่ถ้วน ขอเพียงแต่ว่าแลกความเป็นวิสุทธิของจิตของลูกกลับคืนมาสู่ชีวิตของพ่อ แม้จะเป็นคนสุดท้ายก็พร้อม

อย่าลืม พ่ออุทิศชีวิตของพ่อแล้ว ก่อนจะอุทิศ ก็พิจารณา ทบทวน ใคร่ครวญอยู่เสมอว่า จะพูดไปนั้นพร้อมหรือยัง ถามตัวเองมาไม่ต่ำกว่า ๕๐ กัป จึงมาบอกลูกว่า พร้อมแล้วที่จะสละชีวิตตัวเอง

ทางด้านรูปธรรม พ่อขอยกรูปธรรมทั้งหมดซึ่งเกิดจากรูปต่างๆ อย่างไรก็แล้วแต่ให้เป็นรองเท้าข้างขวาของลูก

ทางด้านนามธรรม อันมีเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ พ่อก็จะเพียรพยายามรักษาเวทนาของตัวเองให้ตั้งมั่นอยู่ในอุเบกขาเวทนา จะทำสัญญาของตนเองให้เป็นสัญญาที่ไม่วิปลาส จะพยายามสร้างสรรสังขารของตัวเองให้ประกอบด้วยจิต เจตสิก และรูปอันเป็นฝ่ายกุศลอยู่เสมอ และจิตที่เป็นนามก็ประชุมกันเป็นนามทั้ง ๔ มอบให้เป็นรองเท้าข้างซ้ายของลูก

สละแล้ว โดยจะไม่ท้อแท้ จะไม่ท้อถอย จะขอบอกว่านานแค่ไหน พ่อก็จะเดินทางมีชีวิตเพื่อแลกกับชีวิตของลูก ให้ไม่มีวันพรุ่งนี้ในสังสารวัฏต่อไป

เงินที่ลูกมอบถวายและทำบุญสุนทานมา จงเป็นผลานิสงส์อุดหนุนส่งลูกไปร้อยเท่าทวีคูณ เป็นอริยทรัพย์ติดตามให้ลูกนั้นมีโอกาสได้จับจ่ายใช้สอยปัจจัยในการสร้างสรรคุณค่าแห่งการเดินทาง ด้วยความสะดวกและปลอดโปร่งจากภาระ ความวุ่นวาย สู่ชัยชนะพระนิพพานได้โดยทั่วหน้ากัน

ให้แม่พระคงคาพาทุกข์ พาโศก พาโรค พาภัย เสนียดจัญไรให้วินาศสันติ ให้อยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน ขอให้ลูกทุกคนมีความจำดี ให้มีปัญญาดีให้แตกฉานในธรรมะและการปฏิบัติ ให้สามารถรู้รอบ ประกอบไปด้วยสติและสัมปชัญญะ นำพาชีวิตให้พ้นทุกข์ พ้นโศก พ้นโรค พ้นภัย พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน นะลูกนะ ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข

โดย ธัญธร...นำมาฝาก [13 พ.ย. 2551 , 22:21:02 น.] ( IP = 118.173.35.156 : : )


  สลักธรรม 7

ขอน้อมนำกุศลทั้งหมดที่ลูกได้กระทำมา กราบถวายบูชาหลวงพ่อด้วยความเคารพสักการะ

ลูกขอเดินตามทางหลวงพ่อที่ได้ชี้แนะอบรม ให้แนวทางในการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์

กราบอนุโมทนาในความเมตตาอันประมาณมิได้ของหลวงพ่อค่ะ

น้อมก้มกราบนมัสการหลวงพ่อด้วยความเคารพรักสักการะยิ่ง

โดย ธัญธร เสือพิทักษ์ [13 พ.ย. 2551 , 22:29:34 น.] ( IP = 118.173.35.156 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณ และอนุโมทนาค่ะน้องธัญธร

กราบขอบพระคุณในความรักความเมตตาทีหลวงพ่อมีต่อลูกเสมอมาค่ะ

ขอนอบน้อมกราบสักการะบูชาหลวงพ่อด้วยความรักและเคารพยิ่งค่ะ


โดย พี่ดา [14 พ.ย. 2551 , 10:25:27 น.] ( IP = 124.121.177.224 : : )


  สลักธรรม 9

กราบอนุโมทนาในการพิมพ์เผยแผ่ธรรมะเป็นทานในครั้งนี้ด้วยค่ะ

และขอกุศลนั้นนำส่งให้ถึงซึ่งความพ้นทุกข์ได้โดยไวนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [14 พ.ย. 2551 , 16:39:28 น.] ( IP = 58.9.215.168 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org