มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สมาธิ สุข หรือ ทุกข์ (๑๖)




สมาธิ
สุข หรือ ทุกข์ ?



ตอนที่ผ่านมา

๕. จาคานุสติ คือ ระลึกถึงการบริจาคทานของตนที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ เกิดความอิ่มเอิบใจในการเสียสละปราศจากการนึกหวงแหน ไม่หวังชื่อเสียง ไม่หมายได้หน้า และไม่มีการโอ้อวย

การบริจาคทานเป็นบาทเบื้องต้นที่ทำให้เป็นผู้ทราบศีลและศีลเป็นบาทของสมาธิอีกต่อหนึ่ง เรื่องของจาคะนี้คำอธิบายอาจจะยาวเพราะเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากผู้ใดบริจาคทานแล้วเฉย ๆ ไม่คิดไม่พิจารณา ไม่มีความเข้าใจ กุศลที่ควรจะได้มากก็เลยเหลือน้อย

ในข้อนี้มาทำความเข้าใจคำแปลของคำว่า "จาคานุสติ" ว่าหมายความว่าอะไร

จาคานุสติ หมายความว่า การระลึกถึงการบริจาคที่ผ่านไปแล้วอยู่เนือง ๆ และการบริจาคนั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ถ้าระลึกเนือง ๆ ก็เป็นอนุสติ ได้บุญมากในมหากุศลจิต

แต่ว่าประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ศึกษาธรรมะ ทั้ง ๆ ที่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ โดยมากมีแต่ในสำมะโนครัวกัน ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้ เราจึงพบคนเป็นอันมากชอบทำบุญ แต่ในขณะเดียวกันหาได้ทำบุญให้เกิดความบริสุทธิ์ไม่ เพราะฉะนั้นเอามาเป็นจาคานุสติไม่ได้ ระลึกถึงบุญกุศลทีไรมันไม่บริสุทธิ์ จิตก็ไม่บริสุทธิ์ไปด้วย จาคานุสติก็เสียหาย

จะเป็นผู้ที่เจริญจาคานุสติจะต้องมีหลักการวางไว้ ขอให้ท่านนักศึกษาพิจารณาเรื่องราวที่ผมจะพูดต่อไปนี้แล้วเอาไปใช้ ท่านนักศึกษาจะได้กุศลมากบริจาคแล้วได้กุศลมาก บริจาคแล้วมีปัญญาญาณสัมปยุต ได้กุศลที่คาดไม่ถึง เจริญจาคานุสติจะต้องบริจาคให้ถึงพร้อมด้วยคุณความดี ๓ ประการจึงจะบริจาคด้วยความบริสุทธิ์

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 พ.ย. 2551 , 18:29:18 น.] ( IP = 58.9.227.47 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



๑. วัตถุสิ่งของที่เป็นไทยทานนั้นได้มาโดยชอบธรรม หมายความว่า สิ่งที่เราได้มานั้นไม่ได้ไปรีดไถใครเขามา ไม่ได้ได้มาโดยไม่สุจริต หมายถึงทรัพย์สินเงินทองข้าวของอะไรก็แล้วแต่ที่เราได้มาแล้ว จะทำบุญต้องได้มาโดยสุจริต

๒. มีกำลังอำนาจของเจตนาใน ๓ กาล คือ ก่อนที่จะทำบุญเรียกว่า บุพพเจตนา แปลว่า มีความตั้งใจก่อนจะทำ มุญจเจตนา แปลว่า ขณะทำกุศลต้องทำด้วยความตั้งใจจริง และอปรเจตนา แปลว่า เมื่อทำไปแล้วก็ระลึกถึงด้วยความพอใจ

๓. การบริจาคนั้นต้องประกอบไปด้วยความปรารถนาจะตัดความตระหนี่ ตัณหา มานะ ทิฏฐิ ให้ออกไปจากจิตใจ

เมื่อพิจารณาถึงการบริจาคให้ถึงพร้อมด้วยคุณความดี ๓ ประการแล้ว หันมาระลึกถึงบุคคลทั่วไปไม่เฉพาะในประเทศไทยคนทั้งหลายย่อมมีความตระหนี่ มีความหวงแหนในทรัพย์สินเงินทองไม่ยอมบริจาคง่าย ๆ เสียดาย แต่เราเพียรพยายามทำอะไรกันมากที่สุด เพียรพยายามบำรุงบำเรอตนเองด้วยตัณหา ความยินดีชอบใจ รักใคร่ อยากจะได้มา เดี๋ยวนี้เราไม่อยากจะได้มา เรากลับเสียสละให้ไป ความปรารถนาอยากจะได้มาของแต่ละคนจึงเข้าไปเหนี่ยวรั้งก่อให้เกิดความตระหนี่

ด้วยเหตุนี้เวลาบริจาคทีไรก็แฝงความตระหนี่ไว้ด้วย ความเสียหายก็เกิดขึ้น คือ กุศลไม่เป็นไปตามที่เราตั้งใจ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 พ.ย. 2551 , 18:34:00 น.] ( IP = 58.9.227.47 : : )


  สลักธรรม 2



สำหรับได้มาโดยชอบธรรม และก่อนทำ กำลังทำ กับภายหลังทำ เราพอจะทำได้ แต่ว่าความเกี่ยวข้องพัวพันกับจิตของเราที่สะสมไว้เก่าแก่ มันไม่ยอมให้ทำง่าย ๆ เช่น...

บางคนจะหยิบสตางค์ให้ขอทานบาทหนึ่ง แต่เสียดายเลยเอาสตางค์ปลีกให้ ๕๐ สตางค์ก็พอ ความตระหนี่เข้ามาพัวพันจึงหวงแหนกันทุกคน หวงแหนในทรัพย์สมบัติของตน อยากจะได้มามาก ๆให้มากที่สุดเท่าไรยิ่งดี ดังนั้น การบริจาคไปโดยเสียสละจริง ๆ จัง ๆ จึงทำได้โดยยาก

ด้วยเหตุนี้ผู้ใดปรารถนาให้จิตของตนบริสุทธิ์ก็จำเป็นต้องเสียสละ หัดใจให้เคย สละได้ง่าย ๆ ไม่ตระหนี่ ไม่หวง ไม่คิด บางคนชอบคิดเพ่งเล็งเพราะความตระหนี่เป็นตัวการ เช่น จะบริจาคทานก็คิดแล้วคิดอีก จะให้ดีไหม เพราะอะไร ผู้รับอาจพูดโกหกก็ได้ บอกว่าจำเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ มาหลอกก็ได้ หรือผู้รับบางคนประพฤติไม่ดีเท่าไร ให้ไปแล้วเดี๋ยวก็เอาไปกินเหล้าเมายา หรือว่าคนนั้นเราไม่ค่อยชอบเท่าไรอย่าช่วยเลย แล้วแต่อำนาจของความตระหนี่อยู่ในใจมันจะเข้ามาช่วยทำให้เราเสียหายในการเสียสละ ทำให้ความตัดใจของเราไม่ขาด

ถ้าตัดใจไม่ขาดเอามาเป็นอนุสติไม่ได้ เพราะกำลังของเจตนาไม่แรงพอ ที่จริงผมก็พูดไปแต่ว่าบางครั้งบางคราวมันก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน เช่น เรากำลังกินอาหารและพูดคุยกับเพื่อน อยู่ดี ๆ ขอทานมอมแมมก็มายืนตรงหน้ายื่นมือมาขอสตางค์ ก็เรากำลังกินอาหารและพูดธุระสำคัญ เข้ามายุ่งเราก็ส่ง ๆ ให้ไป เพราะฉะนั้นจะเอาความบริสุทธิ์ไม่ได้เสียแล้ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 พ.ย. 2551 , 18:37:13 น.] ( IP = 58.9.227.47 : : )


  สลักธรรม 3



มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีสุภาพบุรุษกลางคนมานั่งข้างหน้าห้องเรียนนี้เลย ผมเห็นแปลกหน้าไม่เคยเห็นมาก่อน พอผมบรรยายจบก็ตามไปพรรณนาให้ฟังว่า เวลานี้ทางบ้านเดือดร้อนมาก พี่ชายมาป่วยอยู่ที่กรุงเทพฯ รักษาพี่ชายจนเงินหมดอยากจะขอยืมเงินกลับบ้านสัก ๕๐ บาท แล้วจะรีบเอามาใช้ให้

เขาบอกว่าอยู่นครสวรรค์ ผมก็คิดในใจว่าจริงหรือเปล่า มันก็อดคิดไม่ได้ใช่ไหมครับ อีกอย่างหนึ่งก็โผล่มานั่งอยู่ตรงข้างหน้าซึ่งเราไม่เคยเห็นแล้วก็ถือโอกาสมาขอ คิดว่าพวกธรรมะคงมีเมตตา ผมก็พูดว่า คุณไปหากับคนอื่นบ้างและผมก็ให้คุณบ้าง ผมให้ไป ๒๕ บาท เพราะเราไม่แน่ใจว่าจริงหรือเปล่า หรือเขามาต้มเราก็ไม่ทราบ ถ้าจะต้มก็ต้มไป แต่ถ้าเขาจำเป็นก็ให้ การตัดสินใจจึงไม่เด็ดขาดแล้วเพราะมีข้อแม้อยู่ในใจ

ด้วยเหตุนี้เราจะทำให้จิตของเราบริสุทธิ์สะอาดปราศจากความกังวลแม้แต่เล็กน้อยก็ยากอยู่

ดังนั้น ท่านนักศึกษาต้องหัด ถ้าเสียสละแล้วต้องตัดใจจริง ๆ ผมหมายความว่าบางทีเหตุการณ์บังคับให้เราต้องคิดเหมือนกัน ไม่ใช่อยู่ ๆ ให้ไปส่ง ๆ เมื่อต้องคิดมากไปหน่อยก็ทำให้จิตของเราตั้งใจจะตัดให้ขาดมันไม่ขาด ทุกคนจะให้ขาดเสมอกันไม่ได้หรอกครับ แต่ต้องพยายามตัดใจให้ขาด ให้เคย แล้ววันหลงก็จะตัดขาดได้ ความตระหนี่จะได้ไม่เข้ามา ไหน ๆ จะเสียสละเงินทองให้เขาแล้วก็ให้ไปอย่างเด็ดขาด ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรทั้งนั้น ไม่เป็นห่วงเลย

ที่ผมยกตัวอย่างให้ฟังก็เพื่อให้เห็นว่า ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะตัดใจขาดไม่มีความตระหนี่ปะปนอยู่ แต่ต้องเพียรพยายามทำให้เคยแล้ววันหลังกุศลก็จะมีกำลังมาก นี่ข้อหนึ่ง ตัดความตระหนี่ ตัดตัณหา ความอยากได้มาก ๆ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [16 พ.ย. 2551 , 18:49:26 น.] ( IP = 58.9.227.47 : : )


  สลักธรรม 4



มาศึกษาเล่าเรียนต่อค่ะ

ได้ทราบถึงวิธีพิจารณาขณะบริจาคว่า.... ควรจะพร้อมด้วยคุณความดี ๓ ประการ จึงจะเป็นการบริจาคที่จัดว่าบริสุทธิ์

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำธรรมะที่กอปร์ด้วยเนื้อหาสาระมาฝากเป็นประจำ

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [17 พ.ย. 2551 , 20:50:22 น.] ( IP = 124.121.171.174 : : )


  สลักธรรม 5

ได้มาอ่านจาคานุสติแล้ว รู้สึกมีความสุขและสบายใจมากเลยค่ะเมื่อพิจารณาตามคำอธิบายไป และก็เกิดความภาคภูมิใจในการสละทรัพย์ของตนอยู่เสมอ แม้จะเป็นเพียงจำนวนไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยเลยเมื่อเทียบกับปริมาณที่มีอยู่

จึงทำให้รู้สึกเสมอว่า ใจมีกำลังอย่างแรงและมีความตั้งใจอย่างมากในการสละ เพราะในเมื่อมีทรัพย์อยู่น้อย ความหวงก็ย่อมต้องมีมากกว่าผู้ที่มีทรัพย์อยู่มากเป็นธรรมดา

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [18 พ.ย. 2551 , 11:22:54 น.] ( IP = 125.27.175.93 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org