| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความหลัง (๔)
ความหลัง
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
![]()
ตอนที่ผ่านมา
ตอนที่ ๔ พลังแห่งบุญ
ดูก่อนผู้บำเพ็ญตบะ ความงามแห่งสตรีนั้นเป็นเครื่องชื่นชูใจของบุรุษ เป็นที่หลงใหลใฝ่ปองของบุรุษ แม้ความงามจะมีทั้งคุณและโทษทั้งแก่เจ้าตัวและผู้เกี่ยวข้อง แต่คนส่วนมากก็ยังต้องการความงามนั้น ทั้งบุรุษและสตรี
มีบางเรื่องที่แสดงว่า ความงามเกิดขึ้นด้วยอานุภาพแห่งบุญกุศลที่บุคคลผู้นั้นได้ทำไว้ ดังเรื่องต่อไปนี้
ในอดีตกาล ในศาสนาแห่งพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้าซึ่งอุบัติขึ้นก่อนพระศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้าในศาสนาของเรานี้ มีสตรีผู้ยากจนคนหนึ่ง เห็นสตรีอื่น ๆ ผู้มีบุญนุ่งผ้าย้อมด้วยดอกคำที่สวยงาม เล่นมหรสพอยู่ในวันนักขัตฤกษ์ ปรารถนาจะเล่นมหรสพและนุ่งผ้าที่สวยงามเช่นนั้นบ้าง จึงขอให้มารดาบิดาซื้อให้ ฝ่ายมารดาบิดาบอกว่า "ลูกรัก เราเป็นคนยากจนจะซื้อผ้าราคาแพงอย่างนี้มานุ่งห่มได้อย่างไร อย่าคิดเอาอย่างคนร่ำรวยเขาเลย"
หญิงนั้นเป็นคนตั้งใจจริง และมีความเพียรคิดช่วยเหลือตนเองจึงบอกแก่มารดาบิดาว่า "ในที่นี้มีตระกูลที่มั่งคั่งอยู่ ลูกจะไปขอรับจ้างทำงานในตระกูลเช่นนั้น เขาเห็นผลแห่งการงานของลูกแล้ว จักให้ทรัพย์พอซื้อผ้าอย่างนั้นได้"
โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [18 พ.ย. 2551 , 10:01:00 น.] ( IP = 58.9.138.88 : : )
สลักธรรม 1![]()
เมื่อมารดาบิดาอนุญาตแล้ว จึงไปหางานทำ ได้ทำงานในบ้านของคนมั่งคั่งบ้านหนึ่ง เป็นประเภทงานบ้านคือรับใช้ทำทุกอย่างที่นายจ้างให้ทำ เจ้าของบ้านบอกว่าจะต้องทำงานถึง ๓ ปี จึงจะได้ค่าจ้างซื้อผ้าอย่างนั้นได้
นางมิได้ย่อท้อรับคำทันที แต่เนื่องจากเป็นคนขยันขันแข็ง ฉลาดรู้งาน ตั้งใจทำงานดี ไม่ถึง ๓ ปีนายจ้างก็เห็นใจมอบผ้าที่ย้อมด้วยดอกคำให้นางผืนหนึ่ง พร้อมด้วยผ้าอื่น ๆ อีกมาก
สาวน้อยมีความชื่นชมในผลสำเร็จของตนเป็นอย่างยิ่ง คิดว่าควรจะอาบน้ำเสียก่อนจึงนำผ้านั้นไปวางไว้ที่ริมแม่น้ำแล้วลงอาบน้ำ ขึ้นจากน้ำแล้วคิดว่าจะแต่งตัวให้สวยด้วยผ้าใหม่ที่หวังไว้เกือบ ๓ ปี
ขณะเดียวกันนั้นสาวกของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งถูกโจรแย่งชิงเอาสงบจีวรไปหมด จึงนุ่งใบไม่ผ่านมาทางนั้น นางได้เห็นแล้วเกิดความเลื่อมใส พร้อมด้วยคิดอย่างคนคิดเป็นว่า "เราเกิดมาเป็นคนจนและขาดแคลนเครื่องนุ่งห่ม เห็นจะเป็นเพราะไม่ได้ให้ทานไว้ในชาติก่อน เราควรทำบุญทำทานเสียวันนี้ทีเดียว"
คิดดังนี้แล้วได้ฉีกผ้าย้อมด้วยดอกคำอันเป็นผ้าที่สวยที่สุดของตนออกเป็น ๒ ชิ้น น้อมเข้าไปถวายภิกษุนั้นชิ้นหนึ่ง ส่วนอีกชิ้นหนึ่งตั้งใจจะเอาไว้ใช้เอง
ภิกษุรับผ้าแล้ว เข้าสู่ที่กำบังนุ่งห่มเรียบร้อยแล้วเดินออกมาจากพุ่มไม้ นางได้เห็นสรีระของภิกษุเปล่งปลั่งด้วยรัศมีแห่งผ้า ประหนึ่งแสงอาทิตย์อ่อน ๆ เกิดความเลื่อมใสยิ่งขึ้น คิดว่า "แรกทีเดียวเมื่อได้เห็นผิวพรรณของพระคุณเจ้าไม่งามอย่างนี้ แต่ตอนนี้งามยิ่งนัก รุ่งโรจน์ประดุจดวงอาทิตย์อ่อน เราควรถวายผ้าส่วนที่สองนี้เสียด้วย" ดังนี้แล้วได้น้อมผ้าส่วนที่สองเข้าไปถวาย แล้วตั้งความปรารถนาว่า
"ท่านผู้เจริญ ด้วยอานิสงส์แห่งการถวายผ้าที่ข้าพเจ้าได้มาด้วยความยากลำบากอย่างยิ่งยวดนี้ ตลอดเวลาที่ข้าพเจ้าท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยภพใหญ่ ขอข้าพเจ้าพึงเป็นผู้มีรูปงามเหนือหญิงอื่นใดทั้งหมด อนึ่งชายใดเห็นข้าพเจ้าแล้ว พึงรักใคร่หลงใหล มิอาจดำรงสติสัมปชัญญะไว้ได้"โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [18 พ.ย. 2551 , 10:06:20 น.] ( IP = 58.9.138.88 : : )
สลักธรรม 2![]()
ภิกษุรูปนั้นอนุโมทนาว่า "ขอจงเป็นอย่างที่เธอต้องการเถิด" แล้วหลีกไป
นางสิ้นชีพแล้วเกิดในเทวโลก ท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกเป็นเวลานาน จุติจากเทวโลกแล้วเกิดในตระกูลเศรษฐีแห่งอริฏฐบุรีในแคว้นสีวี นางเป็นผู้มีรูปงามอย่างยิ่ง เป็นผู้เลิศด้วยความงาม บุรุษได้เห็นนางแล้วไม่อาจดำรงสติไว้ได้ ต้องเมาในความงามของนางเหมือนดื่มน้ำเมาจนเมาเต็มที่
เมื่ออายุ ๑๖ ผิวพรรณของนางงามเลิศล่วงมนุษย์ธรรมดา ลักษณะของนางจึงปรากฏประดุจเทพอัปสร ด้วยเหตุนี้คนทั้งหลายจึงเรียกนางว่า "อุมมาทันตี" มีความหมายว่า ผู้ทำให้ชายหลงใหลเหมือนจะเป็นบ้า
ดูก่อนผู้บำเพ็ญตบะ เรื่องทำนองนี้เป็นสิ่งที่มีได้เป็นได้จริง ๆ ดังที่ปรากฏแก่ท่านอยู่บ้างแล้ว มีสตรีจำนวนไม่น้อยในโลกนี้ที่ชายเห็นแล้วเกิดความพึงใจซาบซ่านอย่างหาที่เปรียบมิได้ ลืมสิ่งต่าง ๆ เสียสิ้นประหนึ่งว่ามีแต่เธอเพียงผู้เดียว และสิ่งเดียวในโลกนี้ วัตถุที่งามต่าง ๆ ก็มิได้ดึงดูดใจชายเท่ากับสตรีงาม
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงดึงดูดตามธรรมชาติ กามราคะซึ่งเอิบอาบอยู่ในจิตใจคนนั้นถูกกระตุ้นให้พลุ่งโพลงขึ้นเพราะความงามแห่งเพศตรงข้าม
ท่านเศรษฐีผู้เป็นบิดาของนางอุมมาทันตีเห็นว่าบุตรของตนหาควรแก่ผู้อื่นไม่ นอกจากพระราชา จึงเข้าเฝ้าพระเจ้าสีวี กราบทูลว่า
"ข้าแต่สมมติเทพ นางแก้วเกิดขึ้นในเรือนของข้าพระพุทธเจ้า เป็นบุตรีของข้าพระพุทธเจ้า นางเป็นผู้เลิศด้วยความงาม เห็นสมควรแก่พระองค์เท่านั้น หาสมควรแก่ผู้อื่นไม่ ขอพระองค์ได้โปรดส่งผู้ชำนาญในการทำนายลักษณะไปพิจารณานารีรัตนะผู้นั้นเถิดพระเจ้าข้า"โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [18 พ.ย. 2551 , 10:12:08 น.] ( IP = 58.9.138.88 : : )
สลักธรรม 3![]()
พระราชาทรงปราโมทย์ด้วยคำกราบทูลของเศรษฐีนั้น ทรงสั่งพราหมณ์ผู้ชำนาญในการทำนายลักษณะไป เศรษฐีต้อนรับอย่างดีเลี้ยงดูอย่างดี ขณะที่พราหมณ์กำลังบริโภคอยู่นั่นเอง อุมมาทันตีออกมาต้อนรับ พอพราหมณ์เห็นนางเท่านั้น ถูกความงามของนางครอบงำ ไม่อาจดำรงสติได้ เป็นผู้เมาเพราะกิเลส บางคนเอาข้าววางไว้บนศีรษะ บางคนใส่เข้าช่องหู บางคนหนีบไว้ที่รักแร้ บางคนตีฝาปัง ๆ เพ้อคลั่งไปเพราะความที่ไม่สามารถควบคุมตนได้
อุมมาทันตีเห็นดังนั้น มีความสังเวชสลดใจ เพราะพราหมณ์เหล่านั้นก็ล้วนแต่แก่ ๆ แล้วทั้งสิ้น จึงให้คนของตนนำพวกพราหมณ์เหล่านั้นออกไป พราหมณ์เหล่านั้นมีความละอายและโกรธแค้นนางไม่ปรารถนาให้นางเข้าเฝ้าพระราชาจึงกราบทูลว่า หญิงนั้นเป็นกาฬกิณี ไม่สมควรแก่พระองค์
พระราชาทรงเชื่อ จึงทรงเฉยเสีย เมื่อเป็นดังนี้เสนาบดีผู้หนึ่งชื่ออภิปาระ เป็นสหายของพระราชาเห็นนางแล้วเกิดความพอใจ แต่เนื่องจากเป็นผู้มีบุญสมควรแก่นางและเป็นคู่บุญบารมีกัน จึงไม่มีอาการวิปริตเหมือนคนทั้งหลายอื่นเมื่อเห็นนาง เขาสู่ขอต่อเศรษฐีอุมมาทันตีก็พอใจ ทั้งสองจึงครองคู่กันด้วยความสงบสุข
ดูก่อนผู้บำเพ็ญตบะ การครองชีวิตคู่จะให้สงบตลอดชีวิตนั้นเป็นสิ่งมี่ทำได้ยากอย่างยิ่ง ชีวิตการครองเรือนของฆราวาสส่วนใหญ่นั้นไม่ราบรื่น มักมีเรื่องระหองระแหง ไม่ปกติสุข เพราะไม่มีธรรมเป็นเครื่องครองเรือน หรือธรรมสำหรับผู้ครองเรือน
สิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุดสำหรับผู้ครองเรือนก็คือธรรมสำหรับผู้ครองเรือนนั่นเอง ซึ่งพระศาสดาของเราทรงแสดงไว้เป็นอเนกทีเดียว แต่คนส่วนมากเมื่อจะครองเรือนก็สนใจแต่เรื่องลาภ ยศ เกียรติ และชื่อเสียง วรรณะ ตระกูลวงศ์ หรือความงามของคนที่จะมาเป็นคู่ครองของตนหาได้สนใจธรรมหรือคุณงามความดีในตัว
บุคคลซึ่งจะมาเป็นคู่ครองของตนหาได้สนใจธรรมหรือคุณงามความดีในตัวบุคคลซึ่งจะมาเป็นคู่ครองของตนไม่ เรียกว่าสิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้มอง ไปมองสิ่งที่มีความสำคัญน้อยเอามาเป็นสิ่งสำคัญมาก จึงต้องผิดหวังกันอยู่เนือง ๆ
วันหนึ่ง อภิปารกะเตรียมตัวจะเข้าเฝ้าพระราชา ก่อนออกจากบ้านได้สั่งอุมมาทันตีว่า วันนี้เป็นวันมหรสพประจำวันเพ็ญเดือนกัตติกา (เดือน ๑๒) พระราชาจะเสด็จเลียบพระนครและจะเสด็จมาที่นี่ก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้ขอน้องอย่าได้โผล่หน้าให้พระราชาทอดพระเนตรเห็นเป็นอันขาด ถ้าทรงเห็นจะไม่สามารถดำรงพระสติไว้ได้โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [18 พ.ย. 2551 , 10:17:38 น.] ( IP = 58.9.138.88 : : )
สลักธรรม 4![]()
คืนนั้นแสงจันทร์แจ่มกระจ่างเป็นพิเศษ พระราชาเสด็จเลียบพระนครเสด็จมาที่บ้านของอภิปารกะก่อน อุมมาทันตียืนอยู่ใกล้หน้าต่าง พอรู้ว่าพระราชาทอดพระเนตรเห็นแล้ว นางก็หลบเข้าไป อาการนั้นปรากฏแก่พระราชาเสมือนดวงจันทร์หลบเข้ากลีบเมฆ ทรงหลงใหลในความงามจนมิอาจดำรงพระสติไว้ได้ จึงเสด็จกลับพระราชมณเฑียรไม่เสด็จเลียบพระนครอีกต่อไป ทรงเพ้อถึงแต่อุมมาทันตีอยู่แต่เพียงพระองค์เดียว ไม่เสด็จออกว่าราชการอย่างเคย
หลายวันล่วงไป
อภิปารกะทราบเรื่องนี้แล้ว ร้อนใจนักจะถามตรง ๆ ก็เกรงพระทัย แต่ตั้งใจจะถวายนางสุดที่รักแด่พระราชาอันเป็นที่รักของตนและเป็นผู้มีอุปากระมากต่อตน
คิดอุบายได้อย่างหนึ่งแล้ว สั่งให้คนรับใช้ของตนไปแอบอยู่ที่โพรงไม้ใหญ่อันเป็นที่เคารพนับถือของมหาชนให้พูดตามที่ตนซักซ้อมไว้ อภิปารกะเสนาบดีชักชวนอำมาตย์และข้าราชบริพารแห่งพระราชา ว่าจะไปทำพลีกรรมถามเทวดาซึ่งสถิตย์อยู่ ณ ต้นไม้อันเป็นเจดีย์ (อันเป็นที่นับถือของมหาชน"
ได้เวลา อภิปารกะและบริวารก็ไปยังต้นไม้ใหญ่นั้น ทำพลีกรรมบวงสรวงแล้วถามว่า "ข้าแต่รุกขเทพ พระราชาของข้าพเจ้า เมื่อทรงเลียบพระนครในคืนหนึ่ง ไม่ทันเสร็จก็เสด็จกลับ เสด็จเข้าห้องบรรทม ทรงเงียบเฉยไม่ออกว่าราชการ ไม่สนพระทัยในอาหารและดนตรี หรือสิ่งอื่นใดก็ตาม พระองค์ทรงเป็นอะไรไป ขอได้โปรดเมตตาบอกพวกข้าพเจ้าด้วยเถิด"
คนใช้ของอภิปารกะแสร้งทำเสียงให้เป็นเทวดา และกล่าวตอบว่า
"ท่านเสนาบดี พระราชาของท่านทรงหลงรักอุมมาทันตีด้วยการเห็นเพียงครั้งเดียว ถ้าได้นางคงจักต้องมีพระชนม์ต่อไป ถ้าไม่ได้นางคงจักสิ้นพระชนม์แน่นอน ถ้าท่านจงรักภักดีต่อพระราชาแล้วถวายนางแด่พระองค์เสียเถิด"
อภิปารกะรับคำของเทวดา ทุกคนในที่นั้นได้ยินคำสนทนาระหว่างอภิปารกะกับเทวดา ทุกคนจึงได้รู้ว่าพระราชาของตนเป็นอะไร เสนาบดีเข้าเฝ้า ทูลเล่าเรื่องทั้งปวงให้ทรงทราบ และทูลถวายนางอุมมาทันตีด้วยความเต็มใจโดย เทพธรรม..นำมาฝาก [18 พ.ย. 2551 , 10:22:32 น.] ( IP = 58.9.138.88 : : )
สลักธรรม 5![]()
พระราชาทรงดำริว่า "เรื่องนี้เทวดาก็รู้ ประชาชนก็รู้กันแล้วว่าพระองค์ทรงมีจิตอย่างไร" ทรงละอายพระทัยและละอายเทวดาประชาชน ทรงขอบใจอภิปารกะเสนาบดีแต่ไม่ทรงรับนางอุมมาทันตีไว้ ทรงบรรเทาจิตปฏิพัทธ์ในนางแล้ว ทรงดำรงอยู่ในธรรม ปกครองประชาชนโดยธรรมสืบไป
ดูก่อนผู้บำเพ็ญตบะ สัตว์โลกมีบุญมีกรรมไม่เสมอกัน จึงได้อัตภาพต่าง ๆ กัน มีตัวตนต่างกัน นิสัยอุปนิสัยต่างกัน หยาบละเอียดดีเลวต่างกัน สมดังที่พระศาสดาตรัสว่า "กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวและประณีต" อันนี้ย่อมหมายรวมถึงความหยาบความประณีตทั้งด้านร่างกายและด้านจิตใจ
แม้ในหมู่สัตว์ดิรัจฉานก็มีหลายจำพวก บางจำพวกสวยงามน่าดูน่าชม บางพวกไม่สวยงาม น่าเกลียดน่ากลัว แม้ในจำพวกที่สวยงามก็ยังสวยไม่เท่ากัน ในจำพวกที่น่าเกลียดก็น่าเกลียดไม่เท่ากันนี่แหละคือความหมายของคำว่า จิตอันวิจิตรทำให้กรรมวิจิตรกรรมอันวิจิตรทำให้สัตว์วิจิตร
คำว่า "วิจิตร" ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าสวยงามอย่างเดียว แต่หมายถึง "ความเป็นต่าง ๆ กัน"
ดูก่อนบำเพ็ญตบะ จิตใจเป็นต้นเค้าแห่งการกระทำทางกาย การพูดทางวาจา บุคคลมีจิตใจอย่างไรย่อมทำและพูดอย่างนั้น เมื่อทำและพูดบ่อย ๆ เข้าก็กลายเป็นความเคยชินเป็นนิสัย นิสัยที่หยั่งรากลึกแล้วกลายเป็นอุปนิสัยหรือสันดาน สิ่งนี้ย่อมสร้างบุคคลให้เป็นไปต่าง ๆ ตามสันดานของเขาตามเจตจำนงของเขา
คนที่พูดพล่อยบ่อย ๆ เหลาะแหละบ่อย ๆ ก็จะเคยชินกับสภาพนั้นเห็นเป็นของธรรมดาสำหรับเขา และจะสืบต่อไปในชาติภพต่าง ๆ คือติดตามตัวเขาไป
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [18 พ.ย. 2551 , 10:27:32 น.] ( IP = 58.9.138.88 : : )
สลักธรรม 6
มาติดตามอ่านต่อค่ะ
ได้เห็นพลังอำนาจของบุญกุศลที่เปี่ยมด้วยจตนาอย่างแรงกล้า ย่อมส่งผลให้ได้ตามต้องการ
และได้เห็นถึงความวิจิตรของจิตดังที่ว่า....จิตอันวิจิตรทำให้กรรมวิจิตร ....กรรมอันวิจิตรทำให้สัตว์วิจิตร ....
แต่อย่างไรก็ตาม ก็จะไม่ขอสวยแบบนางอุมมาทันตีเป็นแน่แท้ เพราะรู้สึกเป็นบาปเหลือเกินที่เป็นต้นเหตุให้ผู้อื่นไม่สามารถดำรงสติไว้ได้แม้เพียงเห็นแว็บเดียว แต่ขอมีสติแบบพระราชาค่ะ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่กรุณานำเรื่องความหลังซึ่งเป็นความหลังที่ทรงคุณค่าที่น่าศึกษายิ่งมาให้ได้อ่านเป็นประจำค่ะ ....อนุโมทนาค่ะ
โดย พี่ดา [18 พ.ย. 2551 , 10:38:21 น.] ( IP = 124.121.171.105 : : )
สลักธรรม 7สมกับชื่อตอนเลยนะคะ ..พลังแห่งบุญ.. ความงามของนางอุมมาทันตีที่เกิดจากพลังแห่งบุญในอดีตชาติ และความละอายของพระราชาที่มีพลังทำให้ดำรงอยู่ในธรรมได้
กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านโดย น้องกิ๊ฟ [18 พ.ย. 2551 , 12:21:48 น.] ( IP = 125.27.175.93 : : )
สลักธรรม 8จะเพียรสร้างและสะสมสันดานที่ดีค่ะ
กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาค่ะโดย abctoy - [18 พ.ย. 2551 , 12:37:19 น.] ( IP = 203.172.175.9 : : 192.168.1.66 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |