| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
รำลึกถึงครู..อาจารย์บุญมี เมธางกูร
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1งานวันรำลึกถึงครู..อาจารย์บุญมี เมธางกูร
วันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
ณ ศาลาเสือพิทักษ์
เวลา ๑๓.๐๐ น. คณะนักศึกษาพระอภิธรรมพร้อมใจกันสาธยายบทสวดพระอภิธรรม เพื่อแสดงความระลึกถึงท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
เวลา ๑๓.๐๐ น. มีการฉายไสลด์ ประวัติและผลงานของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
เวลา ๑๓.๓๐ น. ปาฐกถาธรรมโดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ (พระพิพิธธรรมสุนทร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวราราม และบันทึกเทป(โทรทัศน์)รายการธรรมรส-ธรรมรัฐ
เวลา ๑๕.๓๐ น. พิธีเปลี่ยนผ้าจีวรหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร
เวลา ๑๖.๐๐ น. พระสงฆ์ ๕ รูป เจริญพระพุทธมนต์
จึงขอเชิญศิษยานุศิษย์ทุกท่านมาร่วมพิธีรำลึกครบรอบ ๑๗ ปี แห่งการจากไปของพระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร ณ ศาลาเสือพิทักษ์ตามวันและเวลาดังกล่าว
โดย มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ [20 พ.ย. 2551 , 07:55:51 น.] ( IP = 58.9.142.87 : : )
สลักธรรม 2พระอาจารย์บุญมี เมธงฺกุโร...ประทีปดวงเอกแห่งอภิธรรม ท่านเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิขึ้นเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๐ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแผ่พระอภิธรรมโดยเฉพาะ
ท่านได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอภิธรรมมูลนิธิมาตั้งแต่วันเริ่มก่อตั้งจวบจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิตคือวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ อันเป็นวันมรณภาพเพราะในเบื้องปลายของชีวิต ท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์อีกครั้ง
คุณูปการที่ท่านมีต่อผู้สนใจศึกษาพระอภิธรรมและการปฏิบัติวิปัสสนานั้นมีมากมายเกินที่จะกล่าว ดังที่อาจารย์วรรณสิทธิ์ ไวทยเสวี ได้เขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งในงานพระราชทานเพลิงศพของพระอาจารย์บุญมีฯว่า โดย มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ [20 พ.ย. 2551 , 08:02:12 น.] ( IP = 58.9.142.87 : : )
สลักธรรม 3"ข้าพเจ้าได้รู้จักกับท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ในฐานะเป็นศิษย์นักเรียนพระอภิธรรม ซึ่งท่านบรรยายอยู่ที่พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๒
ท่านอาจารย์บุญมีฯ เป็นนักต่อสู้เพื่อพระอภิธรรมคนสำคัญท่านหนึ่ง ซึ่งขณะนั้นใครต่อใครพากันประณามคัดค้านว่า อภิธรรมไม่ใช่พุทธพจน์บ้าง อภิธรรมไม่ได้มาในรูปแบบพุทธพจน์บ้าง หรือว่าอภิธรรมเป็นธรรมะของเทวดาเขาเรียนกัน ไม่ใช่เรื่องที่มนุษย์จะต้องเอามาเรียนและด้วยเหตุต่างๆนานา อีกมาก แต่ท่านก็ยังยืนหยัดต่อสู้เพื่อเผยแพร่พระอภิธรรมสู่ประชาชนอย่างเต็มกำลังสติปัญญาที่สามารถของท่าน จนถึงกับได้จัดตั้งมูลนิธิขึ้นชื่อว่า อภิธรรมมูลนิธิ ฯ
ปัจจุบันเสียงคัดค้านพระอภิธรรมดังกล่าว ก็เจือจางเงียบหายไปในอากาศ กลับเป็นที่ยอมรับกันในหมู่พุทธศาสนิกชนทั่วไปว่า ถ้าใครไม่รู้พระอภิธรรมแล้วพูดธรรมะออกไปมักจะผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ง่าย รายการธรรมะทางวิทยุที่ผู้ฟังสนใจก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระอภิธรรมเป็นส่วนมาก
ต่อมาประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๔ พุทธสมาคมแห่งประเทศไทยได้ย้ายมาอยู่ที่ถนนพระอาทิตย์ การบรรยายพระอภิธรรมของท่านก็ต้องย้ายตามมาด้วย ท่านอาจารย์บุญมีฯ ได้เคี่ยวเข็ญผลักดันให้ข้าพเจ้าช่วยบรรยายพระอภิธรรมด้วย ข้าพเจ้าปฏิเสธท่านว่ายังไม่พร้อม อยากจะเป็นนักศึกษาไปก่อน ท่านพยายามชี้แจงให้เหตุผลว่า การจะมีความรู้ความเข้าใจพระอภิธรรมได้ดีต้องเป็นครูสอนเขา ท่านพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่หลายครั้ง จนข้าพเจ้าใจอ่อนยอมรับปากท่านเป็นผู้บรรยายพระอภิธรรมมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ เป็นต้น
ท่านอาจารย์บุญมีฯ ได้กรุณาให้ข้าพเจ้าเข้าเป็นกรรมการของอภิธรรมมูลนิธิตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๗ เป็นต้นมา ฯ จนในปี พ.ศ.๒๕๒๔ ท่านอาจารย์บุญมีฯ ก็ให้กำลังใจผลักดันให้ข้าพเจ้าแยกตัวออกมาตั้งมูลนิธิ เพื่อทำงานให้พระพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่ง มูลนิธิแนบมหานีรานนท์ จึงได้อุบัติขึ้นที่ถนนพุทธมณฑลสาย ๕
การจากไปของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร แม้เราจะรู้กันดีว่า ความตายนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของสัตว์โลกที่ไม่มีใครอาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ข้าพเจ้าก็อดอาลัยในคุณความดีของท่านอาจารย์บุญมีฯ ไม่ได้ ที่ได้ต่อสู้เพื่อพระอภิธรรม ให้ออกมาสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับข้าพเจ้า ที่ท่านเป็นผู้ผลักดันให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสสอนพระอภิธรรม ทั้งที่ในชีวิตไม่เคยคิดจะเป็นครู และยิ่งกว่านั้นยังเป็นกำลังใจผลักดันให้มูลนิธิแนบมหานีรานนท์ ถนนพุทธมณฑลสาย ๕ ปรากฏขึ้นอีกด้วย " โดย มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ [20 พ.ย. 2551 , 08:04:53 น.] ( IP = 58.9.142.87 : : )
สลักธรรม 4แสงชวาลสว่างฉานไปทั่วทิศ
คือศิษยานุศิษย์ผู้ศึกษา
ได้เรียนรู้พระอภิธรรมนำปัญญา
จากเล่มเทียนเจิดจ้า...พระอาจารย์บุญมี
ห้าสิบปีที่ท่านมุ่งมั่นสอน
เพื่อรื้อถอนความเห็นเดียรถีร์
ออกจากจิตผู้ลุ่มหลงโลกีย์
ได้เกิดมีปัญญาพาพ้นภัย
ท่านเติมต่อก่อแสงแท่งเทียนศิษย์
เนรมิตให้กระจ่างสว่างไสว
หนุนปวงศิษย์สร้างศิษย์กระจายไป
เพื่อสืบสานการให้แสงปัญญา
หากมิมีเทียนครูผู้ให้แสง
ศิษย์มิอาจรู้แจ้งในศึกษา
หากมิมีพระอาจารย์ผู้เมตตา
หรือจะมีศิษย์เก่งกล้าการบรรยาย
มาบัดนี้สิบเจ็ดปีที่ท่านลับ
น้อมคำนับนำผลกุศลถวาย
จัดพิธีรำลึกวันท่านวางวาย
ศิษย์ทั้งหลายกราบเคารพในพระคุณ
![]()
โดย มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ [20 พ.ย. 2551 , 08:08:24 น.] ( IP = 58.9.142.87 : : )
สลักธรรม 5![]()
ไม่มีสิ่งใดที่จะทดแทนพระคุณของท่านอาจารย์ได้หมดเลยครับ นอกจากกระทำคุณงามความดีให้เกิดขึ้นที่ตน และช่วยเผยแพร่ผลงานของท่านอาจารย์ที่มีไว้ ออกสู่สายตาประชาชนให้มากที่สุดครับ
ความกตเวทิตาที่กระผมจะทำได้นั้น และร่วมเชิญชวนลูกศิษย์ร่วมกระทำได้ ก็คือการระลึกสำนึกในพระคุณของท่านอาจารย์ครับ จึงขอกระทำงานนี้สืบมาด้วยหัวใจที่บูชาอาจารย์ยิ่ง และเทิดพระคุณท่านอาจารย์ไว้เหนือเกล้าตลอดมาครับผม.โดย เทพธรรม [20 พ.ย. 2551 , 08:12:30 น.] ( IP = 58.9.142.87 : : )
สลักธรรม 6พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ชื่อว่าเป็นสิกขกามบุคคล
การที่พระพุทธศาสนายังคงมีชีวิตอยู่ สถิตสถาพร มีสถานภาพ บทบาทและแพร่หลายในระดับ ศาสนาสากล ใช่ว่าอยู่ที่พระสัทธรรมที่เป็นอกาลิกะ ให้คุณประโยชน์ได้ทุกเมื่อที่นำมาปฏิบัติเท่านั้นก็เป็นการเพียงพอไม่ แต่หากด้วยอาศัยการศึกษาการทำงานทางพุทธศาสนา อย่างเอาจริงเอาจัง ให้สามารถรู้จัก รู้รอบ รู้แจ้ง และรู้จริง สืบทอดกันมาของพุทธสาวก และนักปราชญ์ผู้ใคร่ต่อการศึกษาและทำงานประโยชน์เพื่อความสุขของมหาชนอย่างไม่ลดละ ที่เรียกว่า สิกขกามบุคคล
ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาทั้งทางโลกตะวันตกและโลกตะวันออก เช่นบุคคลที่สำคัญที่เป็นผู้สืบทอดพระพุทธศาสนาตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน อาทิ พระพุทธโฆษาจารย์แห่งศรีลังกา พระศิริมังคลาจารย์แห่งล้านนาไทย และจนปัจจุบันในสมัยรัตนโกสินทร์ก็มี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระพรหมคุณาภรณ์(ปยุทธ์ ปยุตโต) ศาสตราจารย์พิเศษสุชีพ ปุญญานุภาพ พันเอกปิ่น มุทุกัณต์ พระอาจารย์บุญมี เมธางกูร
จึงเห็นความจริงว่า พระพุทธศาสนาไม่อาจตั้งอยู่มั่นคงและปลอดภัยให้เกิดหิตานุหิตประโยชน์แก่มนุษยชาติ สามารถค้ำจุนโลกต่อไปได้ถ้าขาดพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร และบุคคลทั้งหลายเหล่านี้โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี [20 พ.ย. 2551 , 08:14:22 น.] ( IP = 58.9.142.87 : : )
สลักธรรม 7งานวันรำลึกถึงครู.. วันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน นี้ คงไม่พลาดแน่ๆ
เพราะ เป็นเสมือนโอกาสดีที่พวกเราจะได้มีโอกาสแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาที่ท่านอาจารย์บุญมีได้สร้างสถานที่ คือ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิแห่งนี้
ทำให้พวกเราได้มีโอกาสเรียนรู้จักชีวิตที่แท้จริงของตนเอง ได้มีโอกาสทำกิจธุระของพระศาสนาได้เต็มที่
กราบแทบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์บุญมี เป็นอย่างยิ่งค่ะ
โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [20 พ.ย. 2551 , 08:17:07 น.] ( IP = 58.9.142.87 : : )
สลักธรรม 8คือประทีปดวงงามยามแรกเริ่ม
คือผู้เพิ่มทางปัญญาพาผ่องใส
คือผู้นำอภิธรรมให้ก้าวไกล
คือผู้ใช้ชีพนี้เพลีเพื่อธรรม
อดีตที่ผ่านมา เคยร่วมงานเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดมีจริงๆ กับท่านอาจารย์มาร่วม ๑๐ ปีเศษ ปัจจุบันนี้ได้เพียรพยายามนำผลงานของท่านมาเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต
สองช่วงกาลดังกล่าว ได้พบคุณค่าในชีวิตของท่านอาจารย์อย่างมากมายเกินรำพัน ยิ่งถ้าเป็นความแตกฉานในพระอภิธรรมแล้ว ผมยังไม่เคยได้สัมผัสความรอบรู้ในเชิงวิชาการของใครๆเลย ที่จะมีเท่าท่านอาจารย์ครับ
ดังนั้นถ้าจะพูดถึงความสูญเสียนั้นยิ่งใหญ่นัก ที่ท่านอาจารย์ลาลับไปจากวงการพระพุทธศาสนานี้ วันเวลาล่วงมาถึง ๑๗ ปีแล้ว แต่ชื่อเสียงเกรียติคุณ อีกทั้งผลงานของท่านนั้น มิเคยลาลับไปเลย ยังคงมีประโยชน์อย่างยิ่งต่ออนุชนรุ่นหลังมาตลอดเวลา
ดังนั้น วันแห่งความสูญเสียท่านไปเวียนมาบรรจบ กระผมขอร่วมรำลึกในพระคุณอันสูงค่าของท่านอาจารย์ ด้วยอย่างเต็มที่เพื่อกระทำกตเวทิตาธรรมให้ดีที่สุดครับ
รักเคารพและคิดถึงท่านอาจารย์มากครับ
![]()
โดย พี่เณร [20 พ.ย. 2551 , 08:36:06 น.] ( IP = 58.9.142.87 : : )
สลักธรรม 9กราบระลึกคุณของท่านอาจารย์ครับ
ที่ทำให้ผมประจักษ์ว่า..หัวใจที่เปี่ยมเมตตานั้น เปรียบเสมือนน้ำพุแห่งความปลื้มปิติสุข ที่ทำให้ทุกสิ่งรายล้อมสดชื่นด้วยรอยยิ้ม และแสงสว่างที่มีคุณค่าต่อชีวิตครับ
ท่านอาจารย์เป็นต้นแบบชีวิตของผู้ให้ที่หาผู้ใดในปัจจุบันเทียมได้เลยครับ และจะขอเดินตามรอยทางนั้นด้วยความเคารพระลึกถึงพระคุณตลอดไปครับ
![]()
โดย ทับตะวัน [20 พ.ย. 2551 , 09:21:23 น.] ( IP = 58.9.142.87 : : )
สลักธรรม 10
ไม่มีโอกาสได้เห็น หรือแม้แต่ชื่อท่านอาจารย์ ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เมื่อกุศลวิบากชักนำให้ได้มารู้จักกับมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ ก็ได้มีโอกาสทำความเข้าใจพระอภิธรรมโดยอาศัยสื่อคือ ...เสียงของท่านอาจารย์... ช่วยขยายอรรถต่างๆ ให้ชัดเจน
ยิ่งได้ทราบเรื่องราวชีวิตของท่านในการต่อสู้เพื่อให้มวลชนได้เข้าถึงหลักความจริงของชีวิตด้วยชีวิตท่านทั้งชีวิตแล้ว ความรัก ความศรัทธา ก็เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ
ทุกครั้งที่กราบท่าน ก็ระลึกถึงบุญคุญของท่านเสมอมา ด้วยเพราะมูลนิธิอภิธรมมูลนิธิแห่งนี้ ที่ท่านรังสรรค์สร้างขึ้นมานี้เอง ที่ช่วยปรับเปลี่ยนทิฏฐิให้ตนเอง และก็ได้มีโอกาสใช้สถานที่แห่งนี้แหละ สืบสานงานของท่านด้วยการช่วยเผยแพร่พระอภิธรรมให้เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายได้มีโอกาสเข้าใจในชีวิตในตัวตนที่แท้จริง
เนื่องในโอกาสที่เวียนมาบรรจบครบรอบของการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของมูลนิธิฯ ขอร่วมน้อมระลึกพระคุณท่าน แสดงความกตเวทิตาคุณอย่างเต็มที่ค่ะและเต็มใจที่สุดค่ะ
ขอกราบบูชาระลึกถึงพระคุณท่านด้วยควมเคารพและศรัทธายิ่งค่ะ
โดย พี่ดา [20 พ.ย. 2551 , 09:21:26 น.] ( IP = 124.121.176.121 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |