มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ภาพงานกตอัญชลี...พระอาจารย์บุญมี




ภาพงานกตอัญชลี...พระอาจารย์บุญมี..

























โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [24 พ.ย. 2551 , 17:18:50 น.] ( IP = 125.27.175.65 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1




















โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2551 , 17:19:44 น.] ( IP = 125.27.175.65 : : )


  สลักธรรม 2








โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2551 , 17:20:10 น.] ( IP = 125.27.175.65 : : )


  สลักธรรม 3























โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2551 , 17:20:32 น.] ( IP = 125.27.175.65 : : )


  สลักธรรม 4
















โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2551 , 17:20:56 น.] ( IP = 125.27.175.65 : : )


  สลักธรรม 5

หลังจากที่ลูกศิษย์ทั้งหลายได้เข้ามาประชุมพร้อมเพรียงกันในห้องแล้ว อาจารย์บุษกรได้กล่าวปฏิสันถารกับทุกคนที่มาร่วมงาน ต่อจากนั้นก็มีการฉายสไลด์ชุด กตอัญชลี..ท่านอาจารย์บุญมี เพื่อเป็นการย้อนรำลึกถึงพระคุณของท่าน

เมื่อการฉานสไลด์จบลงแล้วอาจารย์บุษกรได้เชิญ "พี่เล็ก" ภรรยาของอาจารย์วินัย อ.ศิวะกุล ซึ่งเป็นลูกศิษย์รุ่นเก่าที่ได้มาร่วมงานในวันนี้ออกมาแสดงความรู้สึกถึงท่านอาจารย์บุญมี

เรื่องราวโดยสรุปนั้นเป็นการกล่าวถึงความเสียสละทั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ของท่านอาจารย์บุญมี ได้ก่อตั้งอภิธรรมมูลนิธิขึ้นมาเพื่อเผยแพร่พระอภิธรรมปิฎก รวมทั้งความเสียสละของอาจารย์บุษกรผู้สืบสานงานต่อจากท่านอาจารย์บุญมีด้วย

"พี่เล็ก" บอกว่า ถ้าหากไม่ได้อาจารย์บุษกรมาช่วยสืบต่อ พวกเราก็คงไม่ได้มีโอกาสมานั่งอยู่ตรงนี้

"พี่เล็ก" กล่าวด้วยความตื้นตันว่า เท่าที่ทราบนั้นนอกจากอาจารย์บุษกรจะสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงแล้วยังได้เสียสละเวลาอย่างทุ่มเทมายาวนาน เพื่อสืบต่อเจตนาของท่านอาจารย์บุญมีมาจนกระทั่งบัดนี้ และพอมาเห็นภาพจากสไลด์แล้วน้ำตาก็จะไหลเพราะนึกถึงสมัยเก่าๆ ที่ท่านอาจารย์บุญมีเองก็สละทั้งชีวิตเพื่อเผยแพร่พระอภิธรรม

"พี่เล็ก" ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทุกๆ สำนักเรียนนั้นมีกลุ่มบุคคลผู้ก่อตั้ง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็กลายเป็นสถานที่ร้างเพราะไม่มีผู้สืบทอด ไม่มีคนสานต่อ และพุทธศาสนิกชนก็ขาดความเข้าใจ มัวแต่ดีใจว่าไปทำบุญตรงนั้นตรงนี้แต่หาได้เข้าใจว่า นั่นแค่ทานบารมี แต่ถามว่า สำคัญไหม? สำคัญเพราะต้องอาศัยเป็นเสบียง

"พี่เล็ก" บอกว่าที่นี่เป็นสถานที่หาได้ยากมากเพราะเราได้สืบต่อการเรียนการสอนที่ให้ปัญญา เป็นการศึกษาถึงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา และผู้ที่สืบต่อที่เป็นกำลังหลักสำคัญตลอดมาก็คืออาจารย์บุษกรที่ทำให้ได้มาเห็นน้องๆ เด็กๆมาศึกษาที่นี่ก็ยิ่งรู้สึกดีใจ ได้เห็นสถานที่ที่หาได้ยาก ได้พบกับบุคลากรที่มาช่วยกันสอนอยู่ตรงนี้ซึ่งหาได้ยากเช่นกันเพราะต้องเสียสละเวลามาก เลย .. ก็รู้สึกดีใจ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2551 , 17:21:54 น.] ( IP = 125.27.175.65 : : )


  สลักธรรม 6



"พี่เล็ก" บอกว่า อย่างท่านอาจารย์วินัยนั้นท่านก็ทุ่มเทมาเกือบตลอดชีวิต พยายามที่จะสอนและสร้างบุคคลากร สร้างวิทยากร แต่ก็ยากมากแม้จะทุ่มเทตลอดชีวิตก็ยังไม่ได้ดังที่หวังไว้ แต่ก็เข้าใจว่าการเรียนธรรมะนั้นสวนทางกับทางโลกเพราะไม่มีสิ่งจูงใจ ผู้ที่มีปัญญาบารมีมาเท่านั้นจึงจะมาเรียนได้อย่างเข้าใจ

อย่างพี่วินัยนั้นเขาเต็มที่มากๆ เลย ในการเผยแพร่ บางเสาร์-อาทิตย์ก็พากันขับรถไปต่างจังหวัดเพื่อสอนพระอภิธรรมนี่แหละ ดิฉันก็เป็นผู้ติดตามไปอย่างเดียวเพราะพี่วินัยเขาขับรถเอง ไปสอนตรงนั้นสามชั่วโมงแล้วก็ขับรถต่อไปอีกแห่งหนึ่งเพื่อสอนต่ออีกสามชั่วโมง แล้วตอนเย็นก็ขับกลับบ้าน..ซึ่งเขาไม่เหนื่อยเลย แต่คนติดตามไปนั้นจะแย่แล้ว

ซึ่งในตอนท้ายนั้น "พี่เล็ก" กล่าวว่าขอชื่นชมอาจารย์บุษกรที่ได้ทุ่มเทอย่างมากมายแม้จะมีปัญหาสุขภาพ และชื่นชมท่านอาจารย์บุญมีที่ท่านเขียนหนังสือไว้หลายเล่มเพราะท่านเห็นประโยชน์ แต่ถ้าปราศจากพวกเราที่เห็นคุณค่าเห็นประโยชน์ของการศึกษา..ที่นี่ก็จะอยู่ต่อไปได้ไม่ตลอด จึงขอให้อย่าประมาท

และ"พี่เล็ก"ยังบอกว่า ผู้ที่มาเรียนพระอภิธรรมนั้นเหมือนผู้ที่กำลังประกวดกันอยู่ เพราะรอบแรกคือการประกวดเข้าสู่ภูมิมนุษย์ ซึ่งกว่าจะผ่านก็ยากมากเพราะการเกิดเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก พอผ่านรอบแรกมาแล้วก็เข้ามาสู่รอบของการได้พบพระพุทธศาสนา รอบต่อมาก็คือมีความศรัทธาในการศึกษาพระอภิธรรม และรอบสุดท้ายก็คือการเข้าปฏิบัติ

"พี่เล็ก" ได้อนุโมทนากับทุกคนที่ฝ่าด่านกิเลสจนเข้ามาศึกษาและเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน แล้วย้ำว่า กว่าที่จะมีอภิธรรมมูลนิธิมาให้นั่งศึกษากันตรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2551 , 17:22:16 น.] ( IP = 125.27.175.65 : : )


  สลักธรรม 7



หลังจากที่ "พี่เล็ก"ได้เล่าสู่กันฟังจบลงแล้ว อาจารย์บุษกรก็ได้เน้นให้ทุกคนเห็นการใช้เวลาอย่างมีค่าของท่านอาจารย์บุญมีที่ท่านได้เห็นมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นการไปทำงานเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง หรือแม้กระทั่งนั่งเรือข้ามฟาก

หากท่านอาจารย์บุญมีคิดอะไรได้ท่านก็จะเขียนสิ่งที่ท่านคิดได้อยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งออกมาเป็นหนังสือมากมายอย่างที่พวกเราได้เห็น ท่านจะมีเวลาให้กับตัวเองก็คือ การพักผ่อนและการดูข่าวเท่านั้น พอข่าวจบก็ไปนั่งเขียนธรรมะต่อ เมื่อเช้าขึ้นมาก็ออกจากบ้านไปสอนที่พุทธสมาคม และตามที่ต่างๆ เท่าที่มีคนเชิญมา

อาจารย์บุษกรบอกว่า เคยร่วมเดินทางไปกับคณะของท่านอาจารย์บุญมีซึ่งมีอาจารย์วินัยไปด้วยนั้นอยู่หลายครั้ง และครั้งหนึ่งก็เดินทางไปไกลถึงสิงคโปร์ มาเลเซีย เพื่อไปพิสูจน์เรื่องของชีวิตให้คนที่มาฟังนั้นเกิดสัมมาทิฏฐิแม้จะเพียงคนเดียวก็คุ้มแล้ว

นอกจากนี้อาจารย์บุษกรยังได้กล่าวถึงหลวงพ่อแสวง หรือพระครูศรีโชติญาณว่า ชีวิตของหลวงพ่อแสวงนั้นต่างไปจากพระรูปอื่นมาก เพราะรอบตัวท่านมีแต่ตำราพระธรรม แล้วท่านก็จะอ่านจะค้นคว้าอย่างมีที่มา หลวงพ่อแสวงท่านพูดเสมอว่าถ้าหากจะรู้จักธรรมะนั้นต้องศึกษาให้เก่า ฉะนั้น ที่มูลนิธิแห่งนี้จึงเรียนพระอภิธรรมทั้ง ๙ ปริจเฉทวนอยู่อย่างนี้

เพราะชีวิตไม่มีมากไปกว่ารูปนามขันธ์ห้าที่มีไตรลักษณ์ปกคลุม และเราเรียนเรื่องราวแค่นี้ไปจนตายก็ไม่จบเพราะภายใต้ชีวิตนั้นก็มีจิตเจตสิกมีรูป แต่ละอย่างนั้นก็มีแยกออกไปอีกเป็นสิบๆ โดยต้องศึกษาให้เข้าใจว่า จิตที่เกิดขึ้นนั้นเป็นจิตบุญหรือจิตบาป มีเหตุประกอบอะไรบ้าง

ซึ่งในการศึกษาเช่นนี้หลวงพ่อแสวงท่านจึงได้เขียนตำราเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ศึกษา และท่านเป็นผู้ที่มีความรู้มากจนถึงขั้นที่พระของสหภาพพม่าที่เป็นประเทศที่เผยแพร่พระอภิธรรมอย่างกว้างขวางแล้วยังต้องขึ้นเครื่องบินมาถามปัญหากับท่าน และท่านก็เป็นปรมาจารย์ที่ก้าวเข้ามาแทนท่านอาจารย์บุญมี มาช่วยเผยแพร่อยู่ตรงนี้ด้วย

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2551 , 17:22:34 น.] ( IP = 125.27.175.65 : : )


  สลักธรรม 8



จากนั้นในช่วงที่อยู่ระหว่างรอท่านเจ้าคุณพระราชวิจิตรปฏิภาณมาปาฐกถา อาจารย์บุษกรได้เชิญลูกศิษย์เก่าอีกสองท่านขึ้นมาพูดคุยเล่าสู่กันฟัง ซึ่งท่านแรกนั้นก็คือ "ป้าหอม" ที่ขึ้นมาแสดงความรู้สึกด้วยคำพูดที่จริงใจแต่น่าขบขันในการใช้สร้อยคำและการเรียงไวยากรณ์ของประโยคจนหลายคนหายง่วงอย่างปลิดทิ้ง

ส่วนท่านที่สองคือ "พี่แอ๊ะ" ที่ได้กล่าวว่า อาจารย์บุษกรเป็นผู้เตรียมงานนี้ด้วยตนเองอยู่หลายวัน และเมื่อได้ดูสไลด์ของท่านอาจารย์บุญมีแล้วก็รู้สึกซึ้ง แล้วก็นึกถึงภาพตอนที่ท่านอยู่อ้อมน้อย ..หลังจากที่ท่านบวชแล้ว..ป่วยแล้ว เข้า-ออกโรงพยาบาล ..เวลาไปพบท่านทีไรก็จะเห็นท่านนั่งเขียนธรรมะเสมอ แม้กระทั่งในวาระสุดท้ายท่านก็อยากจะเขียนธรรมะลงวารสารชีวิตแต่ท่านเขียนไม่ได้ ก็เลยไปช่วยเขียนให้ท่านโดยจดจากคำที่ท่านบอก

ในย่ามของท่านอาจารย์บุญมีนั้นก็มีแต่กระดาษฟูลสแก๊ปที่เป็นลายมือเก่าๆ ของท่านที่พับอยู่ในย่าม ซึ่งท่านจะเอาออกมาอ่านแล้วก็เพิ่มเติมให้เราเขียนเพื่อนำลงวารสาร ต้องยอมรับว่าในชีวิตนี้ไม่เคยเห็นใครทุ่มเทให้กับพระพุทธศาสนาได้อย่างนี้ ..คนแรกก็คือท่านพระอาจารย์บุญมี และท่านที่สองก็คือหลวงพ่อแสวง แต่สำหรับอาจารย์วินัยนั้นก็"ได้ข่าว" และได้พบท่านในตอนที่ท่านพาคนมาอ้อมน้อย

จึงมีความซาบซึ้งกับผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่องานเผยแพร่พระอภิธรรม และสำหรับอาจารย์บุษกรนั้นไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะอยู่กับท่านมาตลอดและได้เห็นท่านป่วยหนัก แต่ทุกครั้งที่ออกจากโรงพยาบาลท่านก็จะรีบมาที่มูลนิธิทันที บางครั้งก็ให้รถพยาบาลมาส่งที่มูลนิธิเลยก็มี..

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2551 , 17:22:51 น.] ( IP = 125.27.175.65 : : )


  สลักธรรม 9



หลังจากนั้นท่านเจ้าคุณได้เดินทางมาถึงแล้วจึงเข้าสู่ช่วงของการปาฐกถาธรรม ซึ่งในวันนี้เป็นการอัดรายการธรรมรส - ธรรมรัฐที่จะออกอากาศทางช่อง ๑๑ (NBT) ด้วย จึงขอนำเพียงหัวข้อที่ท่านร้อยเรียงเป็นคำกลอนมาฝากให้เป็นข้อคิดถึงสองตอนว่า

หลักของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ..คิดถึงแม้ใกล้ไกล รักใคร่สายสัมพันธ์ เคารพกันอย่างมั่นคง สงเคราะห์เมื่อยามยาก ระวังปากยามเจรจา อยู่ด้วยสามัคคีธรรม..

และ ๑๕ อย่า นำมาซึ่งสามัคคีธรรม ..อย่าอวดรู้ อย่าดูแคลน อย่าแสนงอน อย่าซ่อนเงื่อน อย่าเชือนแช อย่าแส่เรื่องของเพือก อย่าเสือกงานของเขา อย่าเอาแต่งานของตัว อย่ากลัวเขาหาว่า อย่าด่าเจ้านาย อย่าขายความลับ อย่าจ้องจับผิด อย่าคิดไม่ซื่อ อย่าดื้อจนด้าน อย่าค้านจนแค้น..

จากนั้นก็เข้าสู่พิธีการถวายผ้าจีวรสำหรับเปลี่ยนครองหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนผืนใหม่ และการฟังพระสงฆ์สวดพระปริตรรวมทั้งการถวายสังฆทาน ซึ่งในครั้งนี้เป็นการสวดพระปริตรที่ยาวนานด้วยสุ้มเสียงที่ดังมากของพระภิกษุทั้งห้ารูป โดยได้แอบถามพระมหารูปหนึ่งที่มาสวดว่า สวดบทไหนบ้าง ท่านตอบว่า สวดหมดทั้ง ๑๒ ตำนานเลย

ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน อาจารย์บุษกรก็ได้แจกผ้ายันตร์พระสุนทรีวาณีแก่ผู้ที่มาร่วมงานเพื่อเป็นที่ระลึกด้วย และเมื่อทุกคนกลับบ้านหมดแล้วอาจารย์หมดแรงก็ถึงกาลหมดแรงแต่อิ่มใจที่ได้ทำกุศลถวายท่านอาจารย์บุญมีอย่างเต็มที่ในวันนี้


โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ย. 2551 , 17:23:10 น.] ( IP = 125.27.175.65 : : )


  สลักธรรม 10

กราบแทบเท้าขอบพระคุณในความเมตตาที่ท่านอาจารย์มีให้แก่ทุกๆชีวิต

กราบระลึกถึงพระคุณอันหาที่สุดมิได้

โดย abctoy - [24 พ.ย. 2551 , 22:46:24 น.] ( IP = 118.172.240.229 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org