มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความหลัง (๗)




ความหลัง
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ


ตอนที่ผ่านมา

๗ ทุรภิรม

ดูก่อนผู้บำเพ็ญตบะ การประพฤติพรหมจรรย์นั้นเป็นของยาก สมดังที่พระศาสดาตรัสว่า "การบวชเป็นของยาก การยินดีในการบวช หรือการประพฤติพรหมจรรย์เป็นของยาก การครองเรือน ถ้าครองไม่ดีก็เป็นทุกข์มาก การอยู่ร่วมกับคนที่เสมอกันก็เป็นทุกข์ (เพราะการต้องแข่งดีกัน) ผู้เดินทางไกลถูกทุกข์ติดตามก็เป็นทุกข์ (เพราะต้องแข่งดีกัน) ผู้เดินทางไกลถูกทุกข์ติดตามก็เป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นไม่พึงเดินทางไกล (คือสังสารวัฏ) ไม่พึงเป็นผู้ถูกทุกข์ติดตาม"

ดูก่อนภราดา การบวชชื่อว่าเป็นของยาก เพราะต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจ ต้องสละเครือญาติและปิยชน มีมารดาและบิดาเป็นต้น ต้องสละกองโภคะและความสะดวกสบายอย่างฆราวาสโดยสิ้นเชิง

เมื่อบวชแล้ว การที่จะยินดีในการบวชก็เป็นของยาก เพราะภาวะแห่งผู้บวชไม่เหมือนความเป็นอยู่อย่างคฤหัสถ์ ต้องการของร้อนก็ได้ของเย็น ต้องการของเย็นก็ได้ของร้อน ที่นอนปราศจากฟูกอันอ่อนนุ่ม อาหารก็ต้องฉันในเวลาอันจำกัด คือเช้าถึงเที่ยงเท่านั้นและต้องฉันตามที่บิณฑบาตได้มา เลือกไม่ได้ ต้องเว้นขาดจากความเกี่ยวข้องด้วยสตรีเพศในทางรักใคร่เสน่หา ต้องอยู่ในกฎข้องบังคับระเบียบวินัยมากมายหลายร้อยข้อเป็นต้นเหล่านี้ ทำให้ผู้บวชแล้วอึดอัดเป็นการยากที่จะให้เกิดความพอใจในการบวช แต่ข้อปฏิบัติและกฎเกณฑ์เหล่านี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านผู้มุ่งขัดเกลากิเลสให้หมดสิ้นไป ผู้มุ่งต่อพระนิพพาน ท่านเหล่านี้ย่อมเกิดความพอใจในบรรพชาได้ง่าย อยู่อย่างรู้สึกปลอดโปร่ง

บางท่านบวชในเมื่อยังไม่เคยผ่านความสุขทางโลกมาเลย เมื่อถึงวัยอันสมควร (วัยหนุ่ม) ความคิดฝันถึงความสุขทางโลก คือความสุขจากเพศตรงข้ามคอยเข้ามารบกวนกายและใจอยู่เสมอ เห็นชายหนุ่มรุ่นเดียวกันเอิบอิ่มพรั่งพร้อมด้วยกามคุณ ๕ ก็ให้หวนคิดถึงตนที่ต้องอดทนประพฤติพรหมจรรย์ ในวัยที่ยังหนุ่ม เช่นนั้น ก็คิดฝันอยากสึกออกไปบริโภคกามคุณเช่นชายหนุ่มคนอื่น ๆ บ้าง เห็นสมณเพศเป็นชีวิตที่อึดอัดขัดข้อง เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ความยินดีในการบวชเป็นของยาก

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [25 พ.ย. 2551 , 08:27:07 น.] ( IP = 58.9.146.162 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บางท่านเคยผ่านความสุขทางโลกมาแล้วพอสมควร คิดว่าเมื่อบวชคงอยู่ได้โดยสงบสุขไม่มีสิ่งใดรบกวน แต่ความสุขเป็นสิ่งหวานใจ ทำให้ระลึกถึงอยู่เนือง ๆ ภาวะแห่งผู้บวชไม่อาจได้รับความสุขเช่นนั้นได้ การหวนระลึกถึงความสุขเก่า ๆ เป็นความทรมานใจอย่างหนึ่ง เพราะคนที่หวนถึงความสุขเก่านั้น ก็คือคนที่กำลังขาดความสุขในปัจจุบัน เมื่อขาดความสุขในปัจจุบันหวนถึงความสุขเก่าอยู่เนือง ๆ และไม่มีความสุขอย่างอื่นมาทดแทน ความอึดอัดกระวนกระวายก็เกิดขึ้น

บางท่านไม่มีปัญหาดังกล่าวมา แต่มีความคับแค้นใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่เช่นเรื่องอาหาร เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องการปกครองในอาวาสที่อยู่ การขัดแย้งกันในหมู่เพื่อนร่วมพรหมจรรย์เป็นต้น ก็ไม่อาจยินดีในการบวชได้

รวมความว่าอุปสรรคในการบวช และความยินดีในการบวชนั้นมีมาก ซึ่งแต่ละบุคคลมีปัญหาไม่เหมือนกัน

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [25 พ.ย. 2551 , 08:30:35 น.] ( IP = 58.9.146.162 : : )


  สลักธรรม 2

ข้อว่า เรือนครองไม่ดีเป็นทุกข์นั้น มีอธิบายว่าการครองเรือนโดยปกติเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ลำบากด้วยการทำมาหากิน ประกอบอาชีพเพื่อให้ได้ทรัพย์มาพอเลี้ยงตน บุตร ภรรยา บ่าวไพร่ให้เป็นสุขต้องมีที่ดินบ้านเรือนเป็นที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง

ดูก่อนผู้บำเพ็ญตบะ ผู้ครองเรือนต้องแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งถวายพระราชาเป็นราชพลี ต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้กฎข้อบังคับของพระราชา หรือผู้ปกครองรัฐ เขาต้องการอย่างไรต้องทำอย่างนั้น ไม่เป็นอิสระแก่ตน

นอกจากนี้ ยังต้องเอาใจอิสรชน คือผู้เป็นใหญ่เหนือตน เช่น เสนาบดี อำมาตย์ หรือนายจ้างของตน มีคนที่ต้องสงเคราะห์ อนุเคราะห์มากมาย หาได้เท่าไรก็ไม่ค่อยพอใช้ เพราะมีทางออกมากเหมือนหม้อทะลุ ตักน้ำใส่เท่าไรก็ไม่รู้จักเต็ม พร่องอยู่เสมอด้วยเหตุนี้ พระศาสดาจึงตรัสว่า โลกพร่องอยู่เป็นนิตย์ จึงต้องตกเป็นทาสของตัณหา

ความทุกข์ของผู้ครองเรือนไม่ดีนั้น มีมากสุดจะพรรณนาได้ ผู้ครองเรือนเช่นนั้นย่อมเห็นอยู่ด้วยตนเองแล้ว ชีวิตของผู้ครองเรือนมีต่างชนิดต่างรส ผู้ครองเรือนยิ่งจนมากเท่าใดก็ยิ่งเป็นทุกข์มากเท่านั้น ความทุกข์จากความจนนั้น คนมั่งมีที่ไม่เคยจนไม่อาจเข้าใจได้หรือไม่ยอมเข้าใจกันก็มี ความทุกข์ใด ๆ ก็ตามที่เราจะรู้รสมันอย่างซาบซึ้งนั้นต้องเกิดแก่ตนเอง

คนที่ไม่มีข้าวจะกิน ไม่มีบ้านจะอยู่ ไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ ไม่มียารักษาโรคเมื่อเจ็บป่วย ไปที่ไหนก็มีแต่คนมองด้วยสายตาที่แสดงความเหยียดหยาม ก็คือคนจนนั่นเอง ความจนเป็นศัตรูอันร้ายแรงอย่างหนึ่งของความสุขในชีวิต และจะทำให้รู้รายละเอียดแห่งความทุกข์อย่างอื่นด้วย

การครองเรือนไม่ดีนั้น คือ ผู้ครองเรือนเกียจคร้าน ๑ ผู้ครองเรือนไม่ปรองดองกัน สามีภรรยาไม่เข้าใจกันทะเลาะกันอยู่เนือง ๆ ๑ ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ๑ ไม่หาของที่หายแล้ว ไม่รู้จักซ่อมแซมของที่ชำรุด ๑ มีความเป็นอยู่เติบเกินตัวหรือฐานะของตัว จมไม่ลง ๑ หมกหมุ่นในอบายมุข ๑

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [25 พ.ย. 2551 , 08:34:54 น.] ( IP = 58.9.146.162 : : )


  สลักธรรม 3

ลักษณะพฤติกรรมดังกล่าวมานี้ เป็นลักษณะของพ่อบ้านแม่เรือนที่ครองเรือนไม่ดี รังแต่จะนำความทุกข์มาให้ และทำให้ล่มจม

ข้อว่า การอยู่ร่วมด้วยคนเสมอกันเป็นทุกข์นั้น น่าจะเป็นเพราะการแก่งแย่งแข่งดีกัน การชิงดีชิงเด่นกัน การไม่ยอมผ่อนปรนต่อกัน คนเราจะอยู่ร่วมกันเป็นสุขก็โดยที่เมื่อคนหนึ่งใหญ่อีกคนหนึ่งยอมเล็ก ถ้าใหญ่ด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ สัตว์โลกชนิดใดจะมีอหังการ หรืออัสมิมานะเสมอมนุษย์นั้นเห็นจะไม่มี

มนุษย์ที่มีปัจจัย ๔ พร้อมแล้ว ไม่เดือดร้อนด้วยเรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และมีกามบริบูรณ์นั่นแหละ ยิ่งแข่งขันกันเบ่งอัตตาให้ใหญ่ขึ้น แข่งรัศมีกันว่าใครจะใหญ่กว่าใคร ใครจะแน่กว่าใคร จะต้องทำลายหรือประหารกันให้ย่อยยับไปข้างหนึ่ง หรืออย่างน้อยก็ให้ฝ่ายหนึ่งยอมรับในความยิ่งใหญ่ของตน ยอมด้อยเสียข้างหนึ่ง จึงจะอยู่ร่วมกันเป็นปกติสุขต่อไป

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [25 พ.ย. 2551 , 08:37:10 น.] ( IP = 58.9.146.162 : : )


  สลักธรรม 4

ในวัดหนึ่ง จะมีภิกษุเป็นเจ้าอาวาสเสมอกัน ๒ รูปไม่ได้ แม้แต่สุนัขในวัดก็มีตัวโจกอยู่เพียงตัวเดียว ถ้าตัวไหนเด่นขึ้นมาตีตนเสมอ ก็ต้องฟัดกันจนแพ้ไปข้างหนึ่ง แต่ธรรมดามีอยู่ว่าตัวหนึ่งหนุ่มกว่า มีกำลังแข็งแรงกว่าย่อมชนะและครองความเป็นใหญ่ต่อไป นี่คือความเป็นจริงในสังคมของสัตว์ที่ต่อสู้กันด้วยเขี้ยวเล็บและกำลังกาย

กล่าวในหมู่มนุษย์ มนุษย์มีเขี้ยวเล็บคือเครื่องมือต่าง ๆ และกำลังกายเหนือสัตว์โลกบางชนิด และมีกำลังสติปัญญาเหนือสัตว์โลกอื่น ๆ การต่อสู้ชิงชัยของมนุษย์ จึงมีความสลับซับซ้อนมากสุดจะกล่าวให้หมดสิ้นได้

นักเลงโตสองคนอยู่ตำบลเดียวกันไม่ได้ ต้องฟาดฟันกันจนยอมแพ้ไปข้างหนึ่งจึงจะอยู่กันต่อไปได้ นี่คือหลักธรรมดาของโลกที่เป็นอย่างนี้มานานแล้ว กำลังเป็นอยู่และจะเป็นต่อไป

ย่อเข้ามาในหน่วยเล็กที่สุด มีหัวหน้าครอบครัวเพียงคนเดียว ถ้ามีสองคนเมื่อไรก็ยุ่งเหมือนกัน สามีภรรยาสองคนอยู่ด้วยกัน ถ้าเสมอกันไม่ยอมกันก็อยู่ด้วยกันไม่เป็นสุข ต้องยกให้เป็นผู้นำเสียคนหนึ่ง ใครจะยอมใครก็ได้ ถ้าท่านเห็นครอบครัวใดอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุข ขอให้ท่านนึกว่า ต้องมีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ยอมแพ้ และเมื่อได้ยอมแพ้แล้วก็ต้องยอมแพ้ตลอดไป ตลอดชีวิต แข่งดีขึ้นมาเมื่อไรก็แตกหักเมื่อนั้น

พระดำรัสของพระบรมศาสดาที่ว่า การอยู่ร่วมกับผู้เสมอกันเป็นทุกข์นั้น น่าจะมีความหมายตรงตัวทีเดียว

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [25 พ.ย. 2551 , 08:40:15 น.] ( IP = 58.9.146.162 : : )


  สลักธรรม 5

ข้อว่า ผู้เดินทางไกลถูกทุกข์ติดตามนั้น หมายความว่า ผู้เดินทางไกลกันดารคือวัฏฏะ ได้แก่การเวียนว่ายตายเกิด ยังเดินทางไกลคือสังสารวัฏอยู่ตราบใด ย่อมถูกทุกข์ติดตามอยู่ตราบนั้น ทุกข์จะหยุดติดตามต่อเมื่อตัดวัฏฏะได้แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรเดินทางไกล คือไม่ควรวนเวียนอยู่ในวัฏฏะนาน ควรรีบเดินทางให้ถึงจุดหมายคือพระนิพพานโดยเร็ว เมื่อถึงพระนิพพานแล้ว ทุกข์ก็หยุดติดตาม เพราะเป็นผู้ถึงที่สุดแห่งทุกข์แล้ว

ดูก่อนภราดา พระศาสดาทรงปรารภภิกษุโอรสแห่งเจ้าลิจฉวีในเมืองเวสาลี แคว้นวัชชีท่านหนึ่ง จึงตรัสพระพุทธพจน์ดังกล่าวมา

ภิกษุรูปนั้นเคยเป็นโอรสแห่งพระเจ้าลิจฉวี แคว้นวัชชีอันมีเวสาลีเป็นนครหลวง ออกบวชด้วยศรัทธา พำนักอยู่ ณ ราวป่าใกล้เมืองเวสาลี

คราวหนึ่ง มีการเล่นมหรสพตลอดคืนในเมืองเวสาลี ภิกษุนั้นได้ยินเสียงประโคมดนตรีกึกก้องอยู่ ระลึกถึงตนที่โดดเดี่ยวอยู่ในป่าแล้วรำพึงว่า

เราผู้โดดเดี่ยวเท่านั้นอยู่ในป่า เหมือนท่อนไม้ที่เขาทิ้งแล้วในราตรีเช่นนี้ ใครเล่าจะด้อยกว่าเรา

อนิจจา! เจ้าชายรัชทายาทแห่งเวสาลี ผู้สละราชสมบัติอันจะมาถึงเข้าตามวาระของตนแล้วออกบวช เมื่อเจ้าชายอื่น ๆ ผู้มีวัยเสมอกันกำลังรื่นเริงด้วยมหรสพในวันนักขัตฤกษ์ อันเป็นที่เบ่งบานแห่งดอกโกมุท ตัวท่านเองต้องมาโดดเดี่ยวอยู่ในป่า เดินจงกรมในที่จงกรมใหญ่ ๖๐ ศอก เห็นพระจันทร์เต็มดวงเด่นอยู่กลางท้องฟ้า ยืนพิงแผ่นกระดาน ณ ปลายสุดแห่งที่จงกรม มองดูอัตภาพแห่งตนที่ปราศจากผ้าโพกและเครื่องอลังการ รู้สึกว่าตนเสมือนท่อนไม้อันไร้ค่าที่เขาทิ้งไว้ในป่า รำพึงอยู่ว่า "ในราตรีเช่นนี้ มีใครหนอที่ต่ำต้อยกว่าเรา" แม้เป็นผู้ประกอบด้วยคุณมีการอยู่ป่าเป็นวัตรเป็นต้น แต่เมื่อถูกความไม่ยินดีบีบคั้นก็อดคิดเช่นนั้นไม่ได้

เทวดาผู้สถิตอยู่ ณ ราวป่านั้นประสงค์จะให้กำลังใจแก่ภิกษุนั้นและให้สังเวชในความคิดเช่นนั้นของท่าน จึงกล่าวว่า

"ท่านผู้เดียวอยู่ในป่าเหมือนท่อนไม้ที่เขาทิ้งแล้วก็จริง แต่ชนเป็นอันมากกระหยิ่มต่อท่าน (คือนิยมชมชื่นในตัวท่าน) เหมือนสัตว์นรกกระหยิ่มต่อผู้อยู่สวรรค์ฉะนั้น"

การบวชเป็นของยาก การยินดีในการบวชเป็นของยาก เรือนที่ครองไม่ดีเป็นทุกข์ การอยู่ร่วมกับคนเสมอกันเป็นทุกข์ ผู้เดินทางไกลถูกทุกข์ติดตาม เพราะฉะนั้นไม่ควรเป็นผู้เดินทางไกล และไม่ควรเป็นผู้ถูกทุกข์ติดตาม"

เมื่อจบพระธรรมเทศนา ภิกษุนั้นเป็นผู้เบื่อหน่ายในทุกข์ที่พระองค์ตรัสในฐานะ ๕ อย่าง ทำลายสังโยชน์ ๑๐ ประการ บรรลุอรหัตตผล

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [25 พ.ย. 2551 , 08:46:54 น.] ( IP = 58.9.146.162 : : )


  สลักธรรม 6


ความหลังในตอนนี้ ช่างเป็นคำสอนที่ตรงกับเหตุการณ์ ณ ปัจจุบัน ..... มนุษย์ที่มีปัจจัย ๔ พร้อมแล้ว ไม่เดือดร้อนด้วยเรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และมีกามบริบูรณ์นั่นแหละ ยิ่งแข่งขันกันเบ่งอัตตาให้ใหญ่ขึ้น แข่งรัศมีกันว่าใครจะใหญ่กว่าใคร ใครจะแน่กว่าใคร จะต้องทำลายหรือประหารกันให้ย่อยยับไปข้างหนึ่ง หรืออย่างน้อยก็ให้ฝ่ายหนึ่งยอมรับในความยิ่งใหญ่ของตน ยอมด้อยเสียข้างหนึ่ง จึงจะอยู่ร่วมกันเป็นปกติสุขต่อไป

การครองเรือนก็เป็นทุกข์ การออกบวชก็ชื่อว่าเป็นของยาก ตราบเท่าที่ยังคงต้องเดินทางไกล เมื่อนั้นทุกข์ก็ยังคงตามติด

ขอตั้งจิตธิษฐาน...ให้มีสัทธาอย่างมั่นคงในพระรัตนตรัย และเป็นผู้ที่ไม่ต้องเดินทางไกลมากนัก

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่นำความหลังที่ทรงคุณค่ายิ่งมาให้ได้ติดตามอ่าน และเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตต่อไปด้วยดี

โดย พี่ดา [25 พ.ย. 2551 , 10:14:54 น.] ( IP = 124.121.176.130 : : )


  สลักธรรม 7

พิจารณาตามก็พบว่า ..การบวชชื่อว่าเป็นของยากจริงๆ ..เพราะถ้าไม่มีใจเด็ดเดี่ยวแล้วก็ยากที่จะอยู่กับปัจจุบันและข้อวิรัติที่มากมายได้

นอกจากนี้ยังได้เข้าใจว่า .การอยู่ร่วมด้วยคนเสมอกันเป็นทุกข์นั้น ..มีความหมายในทางใดบ้าง ซึ่งก็คงเป็นจริงเช่นนั้นถ้าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ยินดีที่จะเป็นผู้ยอมแพ้ ความแตกหักก็เกิดขึ้นในที่สุด ยิ่งสมัยนี้ก็ยิ่งมีให้พบเห็นมาก

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [25 พ.ย. 2551 , 14:43:56 น.] ( IP = 125.27.171.149 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาค่ะ

โดย abctoy - [26 พ.ย. 2551 , 22:31:42 น.] ( IP = 118.172.243.125 : : )


  สลักธรรม 9

อ่านแล้วได้ข้อเตือนใจค่ะ..ผู้เดินทางไกลถูกทุกข์ติดตาม เพราะฉะนั้นไม่ควรเป็นผู้เดินทางไกล และไม่ควรเป็นผู้ถูกทุกข์ติดตาม

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ ที่ได้นำธรรมะมาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [30 พ.ย. 2551 , 21:05:42 น.] ( IP = 58.8.54.83 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org