มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความหลัง (๑๐)




ความหลัง
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ




ตอนที่ผ่านมา

๑๐. เด็กน้อยผู้ฉลาด

ดูก่อนภราดา การปลูกฝังคุณธรรมเป็นสิ่งยากอย่างยิ่ง มนุษย์โดยทั่วไป ไม่ค่อยสนใจในการปลูกฝังคุณธรรม แต่เมื่อปลูกฝังได้แล้วก็จะเป็นประโยชน์ใหญ่ และมีผลยั่งยืน สามารถมีคุณธรรมนั้นติดตน ข้ามภพ ข้ามชาติไปได้ เปรียบเหมือนการปลูกต้นไม้ใหญ่ แม้จะมีผลช้าไปบ้าง แต่เมื่อมีผลแล้วก็จะมีผลอันยั่งยืนและมีร่มเงาอันเย็น เป็นที่พึ่งอาศัยของฝูงวิหค นกกา และประชาชนผู้สัญจร เด็กที่มีคุณธรรมดีมีใจสูง ก็จะเป็นที่พึ่งแก่ผู้ใหญ่ เช่น บิดามารดา เป็นต้นได้

ดูก่อนภราดา พระบรมศาสดา เมื่อทรงเสวยพระชาติเป็นเด็กน้อยผู้มีคุณธรรมก็เคยเป็นที่พึ่งแก่บิดามารดามาแล้ว ดังเรื่องต่อไปนี้

ในเมืองสาวัตถี ราชธานีแห่งแคว้นโกศลนั้น มีบุรุษผู้หนึ่ง เมื่อมารดาสิ้นชีวิตแล้ว ก็ตั้งใจปฏิบัติบำรุงบิดาเป็นอย่างดี ทำงานทั้งภายในบ้านและนอกบ้านด้วยตนเอง เหน็ดเหนื่อยเท่าไรก็ไม่บ่น ด้วยต้องการจะให้บิดามีความสุข บิดาเห็นใจ จึงเสนอว่าจะหาหญิงสักคนหนึ่งมาเป็นสะใภ้เพื่อให้ช่วยงานบุตร

แต่บุตรบอกท่านบิดาว่าไม่จำเป็น เพราะถ้าเขาเป็นคนดีก็ดีไป ถ้าหญิงนั้นเป็นคนไม่ดีก็จะก่อเรื่องเดือดร้อนรำคาญแก่บิดา เขาคนเดียวก็ทำการงานเลี้ยงบิดาได้ บิดามิได้ฟังคำทัดทานห้ามปรามของบุตร ได้นำหญิงคนหนึ่งที่ท่านเห็นว่าดีมาเป็นสะใภ้

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [28 พ.ย. 2551 , 08:54:16 น.] ( IP = 58.9.135.19 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

นางตั้งใจปฏิบัติบำรุงสามีและบิดาของสามีด้วยดี มีความเคารพยำเกรงสามีรักใคร่ไว้ใจอย่างยิ่ง ได้อะไรที่ดี ๆ มาก็มอบให้นางทั้งสิ้น ด้วยหวังว่านางจักนำของนั้น ๆ ไปปฏิบัติบำรุงบิดาและบริโภคใช้สอยเองให้เป็นสุข

วันเวลาล่วงไป นางเข้าใจผิด คิดว่าสามีรักและหลงนางเพียงผู้เดียว หาได้เคารพรักบิดาไม่ จึงคิดจะกำจัดบิดาของสามีเสีย นางจึงทำหลายอย่างเพื่อยั่วให้พ่อผัวโกรธ เช่นให้น้ำร้อนเกินไปบ้าง เย็นเกินไปบ้าง ทำอาหารให้เค็มเกินไปบ้าง จืดเกินไปบ้าง

เมื่อพ่อของสามีบอกว่าให้ทำให้พอดี นางก็โกรธกระฟัดกระเฟียดบ่นว่าใครจะเอาใจคนแก่ได้ นางแล้งทำบ้านเรือนให้รุงรังและสกปรก เช่น ถ่มน้ำลายไว้ทั่วบ้าน เมื่อสามีกลับมา นางก็รีบฟ้องว่า "ดูเถิด ดูการกระทำของคนแก่ ฉันทนไม่ไหวแล้ว"

เรื่องทำนองนี้มีอยู่ประจำวัน จนวันหนึ่ง นางบอกสามีว่าขอให้สามีเลือกเอาคนหนึ่ง คือจะเลือกนางหรือจะเลือกพ่อ ถ้าเลือกพ่อนางก็จะไป นางไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนแก่เลอะเทอะอย่างนั้นได้

ฝ่ายสามีเป็นคนดี เป็นคนมีความคิดอ่านเฉียบแหลม มีอุปนิสัยอันดีติดมาแต่ปุเรชาติ (ชาติก่อน) จึงตัดสินใจบอกภรรยว่า "เธออายุยังน้อยอยู่ จะไปไหน จะทำมาหากินอะไรก็ยังพอทำได้โดยสะดวก ส่วนพ่อของฉันท่านแก่แล้ว ไม่สามารถไปไหนหรือทำอะไรโดยสะดวกได้ เพราะฉะนั้น ขอให้เธอออกจากบ้านฉันไป ส่วนพ่อควรจะต้องอยู่กับฉันแน่นอนตลอดชีวิตท่าน"

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [28 พ.ย. 2551 , 08:58:14 น.] ( IP = 58.9.135.19 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อเห็นว่าสามีมั่นคงเช่นนั้น ภรรยาก็รู้สึกสำนึกผิด หมอบลงแทบเท้าของสามี พลางขอให้อดโทษในความพลั้งผิด ตั้งแต่นั้นมา นางก็ปฏิบัติต่อสามีและพ่อผัวด้วยดีเช่นเดิม

บุรุษผู้เป็นบัณฑิตนั้นเป็นอุบาสก นับถือพระรัตนตรัย ไปเฝ้าพระศาสดาที่เชตวนารามเสมอ เขาหายไปหลายวัน ตอนที่มีเรื่องยุ่ง ๆ ทางบ้าน แต่พอหมดเรื่องยุ่งแล้ว เขาก็ไปเฝ้าพระศาสดา เมื่อพระพุทธองค์ตรัสถามว่าเหตุใดจึงหายไปหลายวัน เขาก็กราบทูลเรื่องทั้งปวงให้ทรงทราบ

พระศาสดาทรงระลึกถึงเรื่องในอดีตของพระองค์และของเขา ว่าเคยเป็นมาอย่างไร แล้วตรัสว่า

"อุบาสก ในชาตินี้เท่านั้นที่ท่านมิได้เชื่อฟังถ้อยคำของภรรยาเพราะอานุภาพที่ท่านเคยได้ฟังคำเตือนคำสั่งสอนของบัณฑิตในกาลก่อน คำเตือนคำสั่งสอนนั้น ฝังใจท่านอยุ่ตลอดเวลาที่ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏ แต่ในชาติก่อน ท่านเคยเชื่อฟังคำยุยงของภรรยา วางแผนจะฆ่าบิดาของท่านเองมาแล้ว ได้อาศัยบุตรผู้ฉลาด จึงสามารถเว้นบาปอนันตริยกรรมเสียได้" ดังนี้แล้ว ตรัสเล่าเรื่องโดยพิสดารว่า

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [28 พ.ย. 2551 , 09:01:52 น.] ( IP = 58.9.135.19 : : )


  สลักธรรม 3

ในอดีตกาล ที่เมืองพาราณสี เด็กหนุ่มคนหนึ่งชื่อสวิฏฐกะ เมื่อมารดาสิ้นชีวิตแล้ว ตั้งใจบำรุงเลี้ยงบิดา เรื่องต่อไปนี้เป็นทำนองเดียวกับเรื่องในปัจจุบัน เรื่องที่แปลกกันก็คือ เมื่อภรรยายุยงอยู่บ่อย ๆ สามีก็เชื่อตามคำของภรรยา คือนำบิดาไปทุบศีรษะให้สิ้นชีวิตแล้วฝังเสียในป่าช้าผีดิบ

สามียังหวั่นอยู่ว่า การฆ่าคนเป็นเรื่องใหญ่ และคน ๆ นั้นเป็นบิดาเสียด้วยจะทำอย่างไรดี ภรรยาออกอุบายให้ว่า ตอนเช้าให้ไปยังที่นอนของพ่อ ทำเสียงดังให้ทุกคนได้ยินว่า "ลูกหนี้ที่หมู่บ้านโน้น เมื่อลูกไปคนเดียวเขาก็ไม่ยอมใช้หนี้ ขอให้พ่อไปเก็บหนี้เอง" แล้วนำพ่อไปฆ่าเสียในป่าช้าผีดิบ

บุรุษผู้โง่เขลาตกลงใจว่า จะทำตามอุบายของภรรยา แต่เขาโชคดีที่มีบุตรชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเด็กเฉลียวฉลาดอายุเพียง ๗ ขวบ แต่สามารถคิดอะไรได้ดี เด็กคนนี้ได้ยินเสียงพ่อแม่พูดกันเรื่องที่จะฆ่าปู่ คิดว่าพ่อและแม่กำลังจะทำบาปกรรมอันใหญ่หลวง จึงคิดอุบายได้อย่างหนึ่ง รีบขึ้นไปอยู่ในเกวียนตั้งแต่เช้า เมื่อพ่อพาปู่ขึ้นบนเกวียนเพื่อจะนำไปยังป่าช้าผีดิบนั้น บุตรชายได้ขึ้นไปอยู่ก่อนแล้ว

"ขึ้นมาอยู่บนเกวียนทำไม?" พ่อถามอย่างไม่พอใจ

"ลูกจะไปด้วยฮะ"

"ไปทำไมกัน ไม่ใช่เรื่องของเด็ก" พ่อบอก

"ลูกจะไปเป็นเพื่อนปู่และเป็นเพื่อนพ่อฮะ"

พ่อพยายามอ้อนวอนเท่าไร ลูกชายก็ไม่ยอมลงจากเกวียน พ่อซึ่งมีลูกคนเดียวและรักลูกมากจึงใจอ่อน ยอมให้ลูกไปด้วย คิดว่า "ก็เด็กเล็ก ๆ คนเดียวจะอะไรนักหนา"

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [28 พ.ย. 2551 , 09:06:29 น.] ( IP = 58.9.135.19 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อไปถึงป่าช้าผีดิบ ให้บิดาและบุตรพักอยู่ในเกวียน ตนเองถือจอบลงไปขุดหลุม ลูกชายแอบลงไปด้วย เห็นพ่อกำลังขุดหลุมจึงถามว่า

"คุณพ่อฮะ บ้านเรามีผักหญ้าเผือกมันมากมาย พ่อมาขุดหลุมในป่าช้าจะปลูกอะไรอีก?"

พ่อตอบว่า "ลูกรัก ปู่ของลูกทุพพลภาพมากแล้ว มีโรคภัยเบียดเบียนมา มีทุกข์มาก พ่อจะฝังปู่ของเจ้าเสียเพื่อจะได้พ้นทุกข์"

เด็กน้อยได้ยินดังนั้น เมื่อพ่อพักเหนื่อย จึงเอาจอบไปขุดหลุมอีกหลุมหนึ่ง เมื่อพ่อถามว่าขุดทำไม เขาตอบว่าต่อไปภายหน้าเมื่อพ่อทุพพลภาพ มีโรคภัยเบียดเบียนมาก อยู่อย่างเป็นทุกข์ เขาก็จะได้นำพ่อมาฝังเสียเหมือนที่พ่อฝังปู่

เมื่อได้ฟังดังนั้น จิตสำนึกที่ดีเพราะปรารถตนเองก็เกิดขึ้นแก่บิดา เขาขอบใจลูกที่ให้สติเขา แล้วนำลูกและพ่อกลับบ้าน พ่อนั้นยอมรับสารภาพกับลูกว่า เพราะภรรยายุยง จึงหลงผิดไป ลูกบอกว่าแม่ของเขาเป็นคนพาล ใจบาปหยาบช้า ควรไล่ไปเสีย มิฉะนั้นจะก่อนกรรมทำเข็ญอย่างหนัก

ฝ่ายภรรยาใจร้ายอยู่ทางบ้าน มีความร่าเริงยินดีว่าต่อไปนี้คงจะมีความสุข เพราะคนกาฬกัณณี คือพ่อผัวคงจะต้องตายเป็นแน่แท้ จึงเตรียมบ้านไว้อย่างดีเพื่อฉลองการกลับมาของสามีผู้อยู่ในโอวาทและลูกน้อยผู้มีปัญญา

ครั้นเห็นคนทั้ง ๓ กลับมามีหน้าตายิ้มแย้มร่าเริงก็ผิดหวัง จึงร้องด่าออกไปว่า พาคนกาฬกัณณีกลับมาทำไมกัน สามีไม่ได้ตอบทันที ปลดโคออกจากเกวียนแล้วขึ้นบ้าน ชี้หน้าภรรยาว่า มึงนั่นแหละเป็นคนกาฬกัณณี มึงเป็นหญิงถ่อยอนาจาร จงรีบออกจากบ้านของกูเสียโดยพลันมิฉะนั้นกูจะฆ่ามึง

ขณะที่นางตะลึงอยู่เพราะไม่รู้ว่าเหตุการณ์กลับเป็นเช่นนี้ได้ฉันใดนั้น สามีก็ลงมือทุบตีภรรยาเสียจนบอบช้ำลากเท้าออกไปจากเรือน พร้อมร้องเตือนว่าอย่าได้กลับมายังที่นี้อีกเป็นันขาด

เมื่อไล่ภรรยาออกไปแล้วสวิฏฐกะก็จัดแจงอาบน้ำให้บิดาและบุตรพร้อมทั้งตนเอง เสร็จแล้วร่วมกันรับประทานอาหารอย่างสุขสำราญใจ หญิงใจร้ายต้องไปอาศัยผู้อื่นอยู่ด้วยความทุกข์ทั้งกายและทางใจ

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [28 พ.ย. 2551 , 09:12:18 น.] ( IP = 58.9.135.19 : : )


  สลักธรรม 5

วันเวลาล่วงไปเพียงเล็กน้อย บุตรชายออกความคิดว่า เพียงเท่านี้ยังน้อยไปสำหรับการลงโทษมารดา ควรจะทำทีเป็นว่าไปนำสตรีในที่อื่นมาเป็นภรรยา ปรนนิบัติพ่อและบิดาของพ่อ (ปู่) ให้ผาสุก เพื่อมารดาจะได้มีทุกข์เพิ่มเป็นทวีคูณ จะได้หลาบจำในการปองร้ายท่านผู้มีคุณและไม่เคยคิดประทุษร้ายตน บิดาผู้เชื่อถือปัญญาของลูกมาแต่ต้นก็ทำตาม จึงมีข่าวเล่าลือกันไปทั้งตำบลว่าสาธุชนคนดี ชื่อสวิฏฐกะ จะนำหญิงหนึ่งมาเป็นภรรยาเพื่อปรนนิบัติบิดาให้ผาสุก

หญิงผู้เคยใจร้ายกลับได้คิดว่า มิตรที่แท้จริงคือคุณงามความดี ศรีของสตรีคือการหมั่นปรนนิบัติพัสดาและพ่อแม่ของสามีพร้อมด้วยบริวารชนด้วยน้ำใจอันงาม จึงกลับมาอ้อนวอนบุตรขอให้เป็นที่พึ่งต่อไป จะคำนึงถึงแต่ความสุขของผู้อื่น ไม่ให้ปู่และพ่อของเจ้าต้องตรอมตรมขมขื่นอีกต่อไป

บุตรผู้เป็นบัณฑิตเห็นว่า มารดาสำนึกผิดแล้วจึงให้อภัย นำความนั้นบอกบิดาและปู่ ให้ท่านทั้งสองให้อภัยในความพลั้งพลาดแต่หนหลัง เมื่อรู้ว่าท่านมีใจอ่อนโยนแล้ว ก็นำมารดามากราบขอขมาและขอให้มารดาดำรงมั่นอยู่ในธรรมแห่งผู้ครองเรือน ปรนนิบัติสามีและพ่อของสามีอย่างดี มารดาและบิดาตั้งอยู่ในโอวาทของบุตรผู้มีปรีชา ได้ทำบุญทำทานตามสมควรแก่ฐานของตน สิ้นชีพแล้วไปสู่สุคติโลกสวรรค์

ดูก่อนภราดา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนำเรื่องในอดีตนี้มาเล่าจบแล้ว ทรงประกาศอริยสัจ ในการจบอริยสัจ อุบาสกนั้นได้บรรลุโสดาปัตติผล เป็นอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา

พระศาสดาทรงประชุมชาดกว่า บิดา บุตร และสะใภ้ในกาลนั้นได้มาเป็นบิดา บุตร และสะใภ้ในกาลนี้ ส่วนเด็กน้อยผู้เป็นบัณฑิตมิใช่ใคร่อื่น ที่แท้คือตถาคตนี้เอง

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [28 พ.ย. 2551 , 09:17:06 น.] ( IP = 58.9.135.19 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะ
การปลูกฝังคุณธรรมเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง

แต่หากมีความมั่นคงแล้ว
ก็ทำให้ชีวิตไม่ไหลไปสู่ที่ตกต่ำได้

โดย น้องอุ๊ [28 พ.ย. 2551 , 10:23:30 น.] ( IP = 125.24.23.192 : : )


  สลักธรรม 7




การปลูกฝังคุณธรรมเป็นสิ่งยากอย่างยิ่ง

แต่หากว่า เมื่อคุณธรรมนั้นฝั่งรากลึกแล้ว ก็นับว่ามีคุณอนันต์

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่นำความหลังอันทรงคุณค่ามาให้ได้คิดพิจารณาและเจริญรอยตาม

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [28 พ.ย. 2551 , 11:17:50 น.] ( IP = 124.121.171.41 : : )


  สลักธรรม 8

นอกจากเรื่องของการปลูกฝังคุณธรรมแล้ว ยังพบว่า ผู้คนในสมัยนั้นแม้จะทำผิดลงไปบ้าง แต่เมื่อได้สติรู้สึกตัวก็ไม่คิดโทษใครแล้วพร้อมกลับตัวใหม่ได้ในทันที ..ช่างเป็นชีวิตที่มีคุณภาพมากดีจัง

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [28 พ.ย. 2551 , 20:19:46 น.] ( IP = 61.90.64.227 : : )


  สลักธรรม 9

เมื่อได้ปลูกฝังคุณธรรมอย่างมั่นคงแล้ว ก็จะไม่หลงไหลไปในทางเสื่อม

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ ที่ได้นำธรรมะมาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [30 พ.ย. 2551 , 21:40:29 น.] ( IP = 58.8.54.83 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org