มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความหลัง (๑๑)




ความหลัง
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ




ตอนที่ผ่านมา

๑๑. ผู้อันธรรมคุ้มครองแล้ว

ดูก่อนท่านผู้แสวงสันติวรบท ข้าพเจ้าได้กล่าวแล้วว่า การปลูกฝังคุณธรรมเป็นเรื่องยากในหมู่มนุษย์ เพราะโดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์เป็นผู้เห็นแก่ตัวและพวกพ้องของตัว ทำนองเดียวกับสัตวโลกประเภทอื่น ๆ ต่างแต่เพียงว่ามนุษย์สามารถฝึกตน อบรมตนพัฒนาตนให้ดีขึ้น ให้เป็นผู้ไม่เห็นแก่ตัว ให้เป็นผู้เสียสละเพื่อผู้อื่นหรือเพื่อคุณธรรมได้ ทั้งนี้หมายเฉพาะมนุษย์ ผู้รู้จักฝึกตนเท่านั้น พระศาสดาของเราตรัสไว้มิใช่หรือว่า "บุคคลผู้มีตนซึ่งฝึกดีแล้วย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้โดยยาก"


เมื่อได้ปลูกฝังคุณธรรมให้มั่นคงในตนและตระกูลของตนแล้ว ย่อมได้ความมั่นใจบางอย่าง เช่น จะเป็นผุ้มีอายุยืน สิ้นชีวิตเพราะอายุขัย ไม่ตายเมื่อยังหนุ่มเป็นต้น ดังเรื่องของธรรมบาลกุมารที่พระศาสดาทรงเล่าให้พระพุทธบิดาทรงสดับ ใจความสำคัญมีดังนี้

เมื่อพระพุทธองค์เสด็จกรุงกบิลพัสดุ์ครั้งแรก ประทับอยู่ ณ นิโครธาราม พระเจ้าสุทโธทนะ พุทธบิดาเสด็จมาเฝ้า ถวายข้าวต้มตอนเช้า ขณะที่เสวยนั้น พระพุทธบิดาตรัสเล่าว่า "เมื่อพระพุทธองค์ทรงทำความเพียรเพื่อพระโพธิญาณอยู่นั้น ได้มีเทวดามาบอกหม่อมฉันว่า พระสิทธัตถกุมารสิ้นชีวิตเสียแล้วเพราะอาหารน้อย หม่อมฉันไม่เชื่อ บอกกับเทวดาว่า พระสิทธัตถะจะไม่สิ้นพระชนม์ก่อนที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า"

"มหาบพิตร ไม่เพียงแต่ในบัดนี้เท่านั้นที่พระองค์ไม่ทรงเชื่อแม้ในกาลก่อนสมัยที่ทรงเป็นบิดาของธรรมบาลกุมาร พระองค์ก็ไม่ทรงเชื่อแล้วเหมือนกัน" พระศาสดาตรัส และได้ทรงนำเรื่องของพระองค์และพระพุทธบิดามาตรัสเล่าดังนี้

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [1 ธ.ค. 2551 , 08:19:06 น.] ( IP = 58.9.135.119 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในอดีตกาล ในแคว้นกาสี มีหมู่บ้านพราหมณ์หมู่หนึ่ง ชื่อบ้านธรรมบาล เพราะคนในหมู่บ้านต่างก็คุ้มครองธรรมรักษาธรรมประพฤติอยู่ในธรรมคือกุศลกรรมบถ ๑๐ และรักษาอุโบสถศีลเป็นต้น

พระโพธิสัตว์เกิดในหมู่บ้านนั้น ชื่อธรรมบาลกุมาร เมื่อเจริญวัยแล้ว บิดามอบทรัพย์ให้พันหนึ่งเพื่อไปศึกษาศิลปวิทยา ณ เมืองตักกศิลา เขาเรียนดี ประพฤติดี จึงได้รับแต่งตั้งจากอาจารย์ให้เป็นหัวหน้ามานพจำนวน ๕๐๐ คน วันหนึ่งบุตรคนโตของอาจารย์สิ้นชีวิตลง ใคร ๆ พากันร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเสียดาย มีแต่ธรรมบาลกุมารเท่านั้นที่ไม่ร้องไห้คร่ำครวญ

เขาบอกเพื่อนร่วมสำนักว่า สงสัยว่า ทำไมบุตรของอาจารย์จึงต้องตายตั้งแต่ยังหนุ่ม เพื่อนถามว่า ในเรือนของท่านไม่มีใครตายตั้งแต่ยังหนุ่มเลยหรือ? เขาตอบว่าไม่มี ไม่เคยมีจริง ๆ เขาตายเมื่อชราทั้งนั้น

มานพเหล่านั้น นำเรื่องที่สนทนากับธรรมบาลกุมารไปเล่าให้อาจารย์ฟัง อาจารย์แปลกใจอยากจะทดลองแสวงหาความจริงจึงเรียกธรรมบาลมาถามว่าเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ ธรรมบาลกุมารยืนยันตามนั้น อาจารย์จึงมอบหน้าที่สั่งสอนศิษย์ให้ธรรมบาลเป็นชั่วคราว ทำนองจะเดินทางไปต่างเมือง ดังนี้แล้ว ให้คนรับใช้หากระดูกแพะมาล้างให้สะอาดใส่กระสอบแล้วเดินทางไปยังแคว้นกาสีถึงหมู่บ้านธรรมบาล เมื่อถึงเรือนแห่งบิดาของธรรมบาล ท่านยืนอยู่หน้าประตู ให้คนรับใช้ของบ้านนั้นบอกเจ้าของบ้านว่า อาจารย์ของธรรมบาลมาหา

คนในบ้านนั้น เริ่มประพฤติธรรมคือ อาคันตุกวัตร ตั้งแต่ประตูบ้านทีเดียว ด้วยการปราศรัยด้วยถ้อยคำที่น่ารัก คนรับใช้หลายคนมาช่วยกัน บางคนรับร่มและรองเท่าของอาจารย์ บางคนรับกระสอบจากคนรับใช้ของอาจารย์ เชื้อเชิญให้เข้าไปข้างใน พราหมณ์เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับเชื้อเชิญให้นั่งบนตั่ง เอาน้ำมันมาทาเท้าให้ ถามถึงธุระที่มา เลี้ยงด้วยโภชนะอันประณีต

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [1 ธ.ค. 2551 , 08:24:29 น.] ( IP = 58.9.135.119 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่ออิ่มหนำแล้วอาจารย์ก็กล่าวถึงธรรมบาลกุมารว่าเป็นคนดีมีสติปัญญาดี เรียนจบไตรเพทและศิลปศาสตร์ ๑๘ ประการ แต่น่าเสียดายเหลือเกิน บัดนี้ตายเสียแล้วด้วยโรคบางอย่าง สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ท่านพราหมณ์อย่าเศร้าโศกเสียใจเลย

พราหมณ์ได้ฟังดังนั้น ก็ตบมือหัวเราะขึ้น เมื่ออาจารย์ถามว่าทำไมจึงหัวเราะเช่นนั้น พราหมณ์กล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่ธรรมบาลกุมารจะตายเมื่อยังหนุ่ม ตระกูลของเรา ๘ ชั่วคนมาแล้วไม่มีใครตายเมื่อยังหนุ่ม

"ท่านไม่เห็นกระดูกบุตรของท่านหรือ?" อาจารย์ถาม

"เห็นกระดูก" พราหมณ์ตอบ "แต่คงเป็นกระดูกหรือกระดูกสุนัขเป็นแน่ ไม่ใช่กระดูกบุตรของข้าพเจ้า"

ขณะนั้นคนในบ้านทั้งหมดได้ทราบว่า อาจารย์นำข่าวเรื่องธรรมบาลกุมารตายมาบอก จึงพากันหัวเราะขึ้นพร้อมกันด้วยอาจารย์ ยิ่งประหลาดใจมากขึ้น จึงถามพราหมณ์ว่า "อะไรทำให้ท่านมั่นใจเหลือเกินว่า บุตรของท่านจะไม่ตายตั้งแต่ยังหนุ่ม"

พราหมณ์จึงกล่าวว่า "ตระกูลของเราล้วนประพฤติธรรม ตั้งมั่นอยู่ในธรรม พวกเราชอบใจธรรมของสัตบุรุษ ไม่พอใจอธรรมของอสัตบุรุษ พวกเราให้ทาน รักษาศีลและอบรมจิตด้วยดี สงเคราะห์คนกำพร้าและคนเดินทาง ประพฤติธรรมของผู้ครองเรือนหรือธรรมของสามีภริยา เป็นต้น"

และแล้ว พราหมณ์ได้กล่าวถึงอานิสงส์ของการประพฤติธรรมว่า..

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [1 ธ.ค. 2551 , 08:28:52 น.] ( IP = 58.9.135.119 : : )


  สลักธรรม 3

"ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ธรรมที่ประพฤติดีแล้วย่อมนำสุขมาให้ นี่คืออานิสงส์ในธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ผุ้ประพฤติดีแล้วย่อมนำสุขมาให้ นี่คืออานิสงส์ในธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ผู้ประพฤติธรรมย่อมไม่ไปสู่ทุคติ ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเหมือนร่มคันใหญ่ในฤดูฝน (ย่อมป้องกันผู้ถือร่มมิให้เปียกฝน)

ธรรมบาลกุมารบุตรของเราอันธรรมคุ้มครองแล้ว ย่อมไม่ตายตั้งแต่ยังหนุ่ม กระดูกนั้นคงเป็นกระดูกของสัตว์อื่นเป็นแน่แท้ ลูกของเราจะต้องอยู่เป็นสุข"

อาจารย์ได้ฟังดังนั้น มีความชื่นชมยินดียิ่งนัก กล่าวว่า "การมาของข้าพเจ้าคราวนี้ไม่ไร้ผล ได้ประโยชน์อย่างยิ่ง อนึ่ง ข้าพเจ้าขอโทษที่กล่าวเท็จ เอากระดูกแพะมาลวงว่าเป็นกระดูกของธรรมบาลกุมาร มุ่งเพียงเพื่อทดสอบความจริงเท่านั้น " ดังนี้แล้วขอให้บิดาของธรรมบาลบอกธรรมที่ควรประพฤติ ยับยั้งอยู่ที่นั้น ๒-๓ วัน แล้วลากลับไป

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [1 ธ.ค. 2551 , 08:31:12 น.] ( IP = 58.9.135.119 : : )


  สลักธรรม 4

พระบรมศาสดาตรัสเล่าเรื่องนี้จบแล้ว ทรงประกาศอริยสัจ ในการจบอริยสัจ พระเจ้าสุทโธทนะทรงบรรลุอนาคามิผล

พระทศพลตรัสว่า ธรรมบาลกุมาร ในครั้งนั้นหาใช่ใครอื่นไม่ ที่แท้คือ ตถาคตนี้เอง บิดาของธรรมบาลกุมา คือ สมเด็จพระพุทธบิดา ส่วนอาจารย์ทิศาปาโมกข์คือพระสารีบุตร

ดูก่อนภราดา พลังอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกนี้ ก็คือบุญบารมีที่บุคคลสั่งสมไว้ทั้งในอดีตชาติและปัจจุบัน โดยการทำคุณงามความดีต่าง ๆ ด้วยจิตใจที่มั่นคงแน่วแน่ เมื่อมาถึงระดับหนึ่ง บุคคลย่อมมีความมั่นใจในตน และมั่นใจในบุญกุศลหรือธรรมที่ประพฤติแล้ว เหมือนร่มคันใหญ่ในฤดูฝน ป้องกันคนผู้กางกั้นมิให้เปียก

อนึ่ง ธรรมย่อมคุ้มครองรักษาผู้ประพฤติธรรม ผู้มีธรรม มีแต่ช่วยยกเชิดชู ช่วยหนุนให้ฟูเฟื่องขึ้น ให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ประสงค์ บางอย่างบุคคลย่อมได้ด้วยความเพียร แต่บางอย่างบุคคลย่อมได้ด้วยบุญ

ดูก่อนท่านผู้แสวงบุญ พระศาสดาของเราได้ทรงแสดงอานิสงส์แห่งบุญไว้เป็นอันมาก เช่น

"ขุมทรัพย์คือบุญนี้ ย่อมอำนวยผลที่น่าใคร่ทั้งปวงแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้คือ ความมีผิวพรรณดี ความมีเสียงไพเราะ ความมีสัณฐานดีและรูปงาม ความเป็นใหญ่ มีบริวารดี ความสุขอย่างพระราชา และสุขในทิพยสมบัติ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ ตลอดถึงนิพพานสมบัติ ฯลฯ ล้วนสำเร็จด้วยบุญทั้งสิ้น ความพรั่งพร้อมด้วยบุญมีประโยชน์มากอย่างนี้ นักปราชญ์ผู้เป็นบัณฑิตทั้งหลายจึงสรรเสริญบุคคลผู้มีบุญอันได้ทำไว้แล้ว

อนึ่ง บุญญานิธินี้ไม่ทั่วไปแก่ผู้อื่น (เป็นของเฉพาะตน) โจรก็ลักไปไม่ได้ เพราะฉะนั้น นักปราชญ์จึงควรทำบุญอันจะติดตามตนไปได้ในสัมปรายภพ"

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [1 ธ.ค. 2551 , 08:36:02 น.] ( IP = 58.9.135.119 : : )


  สลักธรรม 5

ได้เห็นภาพที่ชัดเจนมากของพระพุทธพจน์บทนี้ ที่มีการนำมาพูดเสมอๆ แต่มิได้ยกตัวอย่างของการคุ้มครองมาประกอบด้วย

ตลกดีกับการหัวเราะขบขันที่ไม่เชื่อว่าธรรมบาลกุมารได้ตายไปแล้ว ลำพังแค่บิดามาหัวเรายังไม่เท่าไหร่ พอนึกภาพคนอื่นในบ้านพากันมาหัวเราะด้วยนั้นทั้งตลกและเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ในความศรัทธาและอานุภาพของบุญ

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [1 ธ.ค. 2551 , 15:36:40 น.] ( IP = 125.27.174.4 : : )


  สลักธรรม 6

ได้เห็นถึงอานิสงส์ของการประพฤติธรรม ธรรมย่อมคุ้มครองรักษาผู้นั้น

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ ที่ได้นำธรรมะมาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [3 ธ.ค. 2551 , 12:48:04 น.] ( IP = 58.137.94.76 : : )


  สลักธรรม 7


ภาพความหลังในตอนนี้ แสดงให้เห็นชัดถึงว่า....เมื่อตนเองและครอบครัว ได้รับการปลูกฝังคุณธรรมไว้อย่างมั่นคงแล้ว คุณธรรมนั้นย่อมปรากฏอานุภาพให้ประจักษ์ และคุ้มครองผู้ที่ประพฤติธรรมนั้นด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาเสมอ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะ ที่นำภาพความหลังต่างๆ มาให้ได้อ่าน และเป็นกรณีศึกษา ในการเพียรกระทำความดีต่อไปค่ะ

กราบอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [4 ธ.ค. 2551 , 09:30:18 น.] ( IP = 124.121.175.246 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org