| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หลักในการดำรงชีวิต (๓)
ธรรมบรรยาย
เรื่อง หลักในการดำรงชีวิต
ของ หลวงพ่อเสือ
ตอนที่ผ่านมา
กัมมวัฏฏ์
คำว่า กรรมหมายถึง การกระทำ การกระทำ มีการทำดี พูดดี คิดดี แล้วก็มีการกระทำไม่ดี พูดไม่ดี คิดไม่ดี
คือ กาย วาจา ใจ ที่เป็นไปในทางที่ดี และไม่ดี เรียกว่ากรรม เป็นไปในทางกุศล และอกุศลกรรม เราจะได้เข้าใจว่า ถ้าเผื่อพูดถึงกรรมนั้นไม่มีอย่างเดียว มันมีทั้งดีและชั่ว เมื่อมีกรรมแล้วก็ต้องมีวัฏฏะ วงกลมของการหมุนเวียนอยู่ร่ำไป เรียกว่า กัมมวัฏฏ์ การหมุนเวียนของกรรมนั่นเอง
กรรมที่เกิดการหมุนเวียนอยู่ในสังสารวัฏฏ์ให้มีอยู่เนิ่นนาน ได้แก่กรรมอะไร
เมื่อพูดถึงกรรม ก็ต้องเข้าใจให้แจ้งว่า กรรมคืออะไร ได้แก่อะไร สภาวะเป็นอย่างไร ทำให้เกิดความถูกต้องขึ้นมา จึงจะเข้าใจคำว่ากรรม สภาวะของกรรม ความจริงของกรรม ได้แก่ตัว เจตนา ต้องเข้าใจว่า พูดถึงกรรมก็คือ เจตนา สภาวะของกรรมก็คือ เจตนา
เจตนา แปลว่า ความจงใจ แปลชัดๆนะลูกนะ เจตนาก็คือ เจตนาเจตสิกนั่นเอง จิตเป็นตัวรู้ อารมณ์เป็นตัวถูกรู้ อารมณ์ที่ถูกปรุงแต่งด้วยเจตสิก เป็นเจตนาชนิดไหน กุศล หรือ อกุสล จึงเรียกว่า เจตนาเจตสิก
เมื่อจะถามต่อไปว่า เจตนาอะไร ก็คือ เจตนาที่เป็นกุศล หรือเจตนาที่เป็นอกุศลนั่นเอง เป็นกรรม พอเข้าใจนะว่า การกระทำคือ เจตนา เจตนาก็คือกรรม กรรมที่ทำด้วยเจตนาเรียกว่า กัมมวัฏฏ์ จะอธิบายเรื่องกรรมดี ขึ้นมาก่อนว่า กัมมวัฏฏ์นั้น มีทั้งฝ่ายกรรมในโลกุตตระ และโลกียะ
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ธ.ค. 2551 , 18:37:00 น.] ( IP = 118.173.33.182 : : )
สลักธรรม 1
ขออธิบายเรื่องโลกุตตระก่อน เพราะลูกจะได้เข้าใจว่า การทำกรรมดีก็เกิด กรรมไม่ดีก็เกิด แล้วกรรมชนิดใดจะไม่เป็นกรรมหมุนเวียน คือกรรมส่วนโลกุตตระทั้ง ๔
จะอธิบายโลกุตตรก่อน เป็นกุศลที่ทำให้นำออกจากสังสารวัฏฏ์ เป็นกรรมชนิดเดียวที่นำออกจากสังสารวัฏฏ์ นอกนั้นอยู่ในสังสารวัฏฏ์ทั้งสิ้น เป็นกุศลที่ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ มีอยู่ ๔ คือ โลกุตตรกุศล ๔ นั่นเอง พอนึกออกไหม ได้แก่ มรรคจิต ๔ คือ
โสดาปัตติมรรค
สกิทาคามิมรรค
อนาคามิมรรค
และอรหัตตมรรค
๔ ตัวเท่านี้ ที่จะไม่เป็นการหมุนเวียน นอกนั้นเป็นกัมมวัฏฏ์
ธรรม ๔ ข้อที่เอ่ยชื่อมา มีโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ เป็นธรรมที่ทำให้ดับซึ่งสังสารวัฏฏ์ จึงไม่จัดเข้าอยู่ในกัมมวัฏฏ์ มรรคทั้ง ๔ นี้ จึงเรียกว่า วิวัฏฏะ ไม่ใช่ วัฏฏะ เติม วิ เข้าไป คือทำลายวัฏฏะนั่นเอง เป็นวิวัฏฏคามินีกุศล
วิวัฏฏะคามินีกุศล แปลว่า กุศลที่ทำให้ออกจากวัฏฏะนั่นเอง นอกนั้นอยู่ในวัฏฏะ
ใครอยากจะเข้าใจเรื่องกุศลชนิดนี้อย่างละเอียด เรียนกับอาจารย์บุญมีได้ นะลูกนะ พ่ออธิบายพื้นฐานเท่านั้นเอง แล้วให้การปฏิบัติเลย
มีกุศลกรรมอยู่ ๒ ชนิด มีกรรมดี กรรมชั่ว กรรมที่ไม่ประกอบทั้งดีทั้งชั่ว ยกเว้นไว้ก่อนยังไม่อธิบาย
ทำดีก็เกิด ทำชั่วก็เกิด เพราะการกระทำกรรมเป็นกัมมวัฏฏ์ หมุนเวียนอยู่เรื่อยๆ วิวัฏฏะคามินีกุศล เป็นกุศลที่นำออกจากวัฏฏะ เพราะว่าการออกจากวัฏฏะได้ต้องออกด้วยกุศล ไปในทางไต่เต้าแห่งการรู้ทุกข์ จะพ้นทุกข์ได้ ไม่ใช่ไปทางสุข ต้องไปทางทุกข์ ไต่เต้าไปในทางทุกข์ด้วยกุศล ใช่ไหม
ทำกุศล จิตเป็นกุศลอยู่เสมอ เว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลง แล้วชีวิตเราต้องเจอทุกข์ การเกิดเป็นทุกข์อย่างนี้ เพราะทุกอย่างที่ประสบนั้นมีแต่เป็นทุกข์ ไม่เที่ยง บังคับบัญชาไม่ได้ จึงจะต้องมีจิตที่รู้ทัน พอรู้ทัน อะไรเกิด สติเกิด เป็นกุศล เป็นฝ่ายกุศลที่รู้จักทุกข์ และนำออกจากทุกข์นั่นเอง พอเข้าใจไหมอันนี้ กุศลที่เป็นไปในวัฏฏะ
แต่สำหรับกุศลในมรรค ๔ เป็นวิวัฏฏะกุศล คือกุศลที่นำออกจากวัฏฏะ มีอยู่ ๔ ตัวเท่านั้น แล้วเรียนเรื่องมรรคจะรู้
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ธ.ค. 2551 , 18:46:56 น.] ( IP = 118.173.33.182 : : )
สลักธรรม 2
การที่เป็นกัมมวัฏฏ์ก็ดี ทำความดีให้ดีอย่างไรก็เกิด เพราะเป็นวัฏฏะ เป็นการหมุนเวียน มี ๔ อย่าง คือ
๑ อกุศลเจตนา
๒ กามาวจรกุศลเจตนา
๓ รูปาวจรกุศลเจตนา
๔ อรูปาวจรกุศลเจตนา
ในกรรม ๔ อย่างนี้ อย่างแรก อกุศลเจตนา เป็นชนิดใด
อกุศลเจตนาก็คือ เป็นบาปไปในทางกายทุจริต ๓ วจีทุจริต ๔ มโนทุจริต ๓ เรียกว่า อกุศลกรรมบถ ๑๐ ถึงบอกให้ละนะลูก โดยเฉพาะข้อ สัมผัปปลาปวาท เหนียวแน่นมาก แล้วยังแน่นอยู่เสมอนะ ตั้งแต่เริ่มสอน แบ่งเป็น
เป็นไปในทางกายทุจริต ๓ คือ เจตนาฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ล่วงกาเม เรียกว่ากายทุจริต ๓
เป็นไปในทางวจีทุจริต ๔ ก็คือ เจตนาในการพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ
เป็นไปในทางมโนทุจริต ๓ ก็คือ
มีความยินดี เพ่งเล็งในทรัพย์สมบัติของผู้อื่น อยากจะได้มาเป็นของของตน ๑
แล้วมีความพยาบาทปองร้าย ให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนอีก ๑
แล้วก็มีความเห็นผิดจากความเป็นจริง เรียกว่า มิจฉาทิฏฐิ อีก ๑
แล้วทิฏฐิตัวนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นมโนกรรม
มโนทุจริตพอเข้าใจไหม อกุศลกรรมบถ ๑๐ แปลว่า อกุศลเจตนา
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ธ.ค. 2551 , 18:59:52 น.] ( IP = 118.173.32.19 : : )
สลักธรรม 3
ต่อไป กามาวจรกุศลเจตนา กามาวจร แปลว่า การท่องเที่ยวอยู่ในกุศลที่มีเจตนา แปลรวมก็คือ การกระทำกุศลที่ทำให้อยู่ในวัฏฏะนั่นเอง เพราะท่องเที่ยวอยู่ไม่พ้นกามภพ ก็คือ การบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา ก็เป็นไปในทางกาย วาจา ใจ
ต้องมีกายสุจริต ๓ วจีสุจริต ๔ ดังนั้น นักเรียนต้องตอบให้ถูกนะลูกนะ เพราะถามว่า กรรมบถมีเท่าไหร่ ตอบกัน ๑๐ หมด ต้องตอบ ๒๐ เป็นไปทางชั่ว ๑๐ ทางดี ๑๐ เรียกว่ากรรมบถ ๒๐ แบ่งออกเป็นอกุศลกรรมบถ และกุศลกรรมบถ ตรงกันข้ามเลย ก็คือ
เป็นไปในทางกายสุจริต ๓ คือ เว้นจากการฆ่า เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการผิดกาเม
เป็นไปในทางวจีสุจริต ๔ คือ เว้นจากการพูดเท็จ เว้นจากการพูดคำหยาบ เว้นจากการพูดส่อเสียด เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ
เป็นไปในทางมโนสุจริต ๓ คือ ไม่เอาเปรียบ เพ่งเล็งอยากได้ของเขามาเป็นของเรา ไม่คิดพยาบาทปองร้าย ไม่เห็นผิดจากสภาวะที่เป็นจริง
นี่เรียกว่ากุศลกรรมบถ ๑๐
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ธ.ค. 2551 , 19:07:26 น.] ( IP = 118.173.32.19 : : )
สลักธรรม 4
ต่อไป รูปาวจรกุศลเจตนา และอรูปาวจรกุศลเจตนา แปลว่า มีรูปในการทำกุศล กับไม่มีรูปในการทำกุศล
มีรูปก็คือ เป็นคน เป็นเทวดาตั้งแต่จาตุมหาราชิกา ดาวดึงสา ยามา ดุสิตา นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี พรหม
ส่วนอรูปพรหมก็คืออันนี้ อรูปาวจรกุศล
กุศล ๒ ชนิดนี้ เรียกว่า มหัคคตกุศล คือ เป็นไปในทางมโนทวารอย่างเดียวเท่านั้นเอง เพราะเกี่ยวเนื่องไปในทางใจ คือ สมาธิ กับ ปัญญา ไม่มีกาย ไม่มีวาจา เพราะสมาธิก็เป็นการทำฌาน ไม่มีการพูด การกระทำทางกายไม่มี เพราะการทำสมาธิก็นั่งเฉยๆ ไม่ได้พ้นไปจากทุกข์ ลงมือกระทำไปแล้วเป็นกรรม ย่อมมีผลแน่นอน
นี่เรื่องกัมมวัฏฏ์ ฉะนั้นเราเลือกได้แล้วใช่ไหม ว่ากรรม ๔ อย่างนี้ ให้รู้ว่ายังเกิด แล้วให้เพียรไปในทางมรรค คือมรรคจิตนั่นเอง แล้วรีบไปนะลูก จะเป็นอะไรก็ได้ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี หรืออรหันต์ได้ก็ยิ่งดี
อกุศลเจตนา กามาวจรกุศลเจตนา รูปาวจรกุศลเจตนา และอรูปาวจรกุศลเจตนา เป็นจิต ๒๙ ดวง ที่นำปฏิสนธิใน ๓๑ ภูมิ มีการกระทำ กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา อยู่ในนี้หมด
เพราะยังมีตัณหาอยู่ ข้องเกี่ยวอยู่ในวัฎฎะ ฉะนั้นไม่ว่าทั้งดี ทั้งชั่ว ก็ยังเป็นกัมมวัฏฏ์ ต้องเดินตามมรรค ๘ จนมรรค ๘ มาประชุมเป็นมรรคสามัคคี นั่นแหละ เป็นวิวัฏฏะ
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ธ.ค. 2551 , 19:15:00 น.] ( IP = 118.173.32.19 : : )
สลักธรรม 5
วิบากวัฏฏ์
วิบาก หมายถึง ผลของกรรมที่ได้ทำไว้ หรือผลของกัมมวัฏฏ์นั่นเอง เพราะกรรมที่เป็นวัฏฏะ วิบากของกรรมอันนั้น ก็ย่อมเป็นผลของวัฏฏะนั่นเอง ยังข้องอยู่ในวัฏฏะ คือ การหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
เมื่อพูดถึงขันธ์ เรามีขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ตัววิบากวัฏฏ์เป็นขันธ์ ๑ ใหม่นะลูก ขันธ์ ๑ อันนี้ก็คือ สังขารขันธ์นั่นเอง อยู่ในสังขารเห็นไหม คือการปรุงแต่งจิตเข้าไป ปรุงแต่งจิตให้มีการทำกุศลกับอกุศล
ขันธ์ ๑ ก็คือ สังขารขันธ์ คำว่าเจตนานั้น จึงอยู่ในสังขารขันธ์นั่นเอง คือมีเจตนา เจตนาต้องปรุงแต่งจิตใช่ไหม จิตเป็นตัวรู้ มีตัวปรุงแต่ง สังขารแปลว่าธรรมชาติที่ถูกปรุงแต่ง ก็ได้แก่วิบากจิต
เมื่อตายลงไป วิบากจิตอันนี้ก็สร้างกัมมชรูปขึ้นมา ผลของกรรมทั้งดีทั้งชั่ว วิบาก คือ ผลของของดี ของชั่ว แล้วผลอันนี้เกิดขึ้น ทำให้ขันธ์ ๕ ไม่รู้จักหยุดจักหย่อนในการเกิด เพราะมีสังขารขันธ์ปรุงแต่งอยู่เสมอ
ธรรมชาติที่ถูกปรุงแต่งด้วยกุศล และอกุศล ทำให้เกิดวิบากจิต พอวิบากจิตมีการปฏิสนธิ ก็สร้างกัมมชรูปเป็นรูปใดล่ะ ในครรภ์มารดา ในฟองใข่ ในของโสโครก ในภูมิของโอปปาติกะ
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ธ.ค. 2551 , 19:21:47 น.] ( IP = 118.173.32.19 : : )
สลักธรรม 6
สรุป
การดำรงชีวิตที่ถูกต้องก็คือ การดำรงชีวิตให้เป็นไปในการกระทำที่ถูกต้อง เพื่อชำระล้างกิเลส ขันธสันดานให้หมดสิ้น เพื่อแก้ทุกข์ ไม่ใช่เพื่อแก้อยาก
หลักในการดำรงชีวิตมีสภาวธรรม ๒ อย่าง คือ ดำรงไปด้วยธรรม กับ อธรรม ทั้ง ๒ อย่างนี้ให้ผลแตกต่างกัน คือ
อธรรม คือสิ่งที่ทำไปแล้ว ให้ผลไปในทางชั่ว ทางเสื่อม ทางไม่เจริญ
ธรรม เมื่อทำไปแล้ว ย่อมให้ผลไปในทางดี ทางส่งเสริมทางก้าวหน้า และทางเจริญ
ผู้ใดก็แล้วแต่ที่มีหลักธรรมประจำใจ ธรรมก็ย่อมจะรักษาให้ผู้นั้นมีความเจริญยิ่งๆขึ้นไป อยู่ภายใต้ความร่มเย็น สงบสุขของความจริง และมีการส่งเสริมชีวิตไปในทางที่ดี ไปในทางที่ถูกต้อง ทางที่สมควร ตามความเหมาะสม แห่งเหตุแห่งผล
ธรรมที่มีอุปการะมาก หมายถึง การส่งเสริมไปในทางที่ดี มีอยู่ ๒ ข้อ ได้แก่
๑. สติ คือ ความระลึกได้
๒. สัมปชัญญะ คือ การรู้สึกตัว
ผู้ที่มีธรรม ๒ อย่างนี้ คือ สติ และ สัมปชัญญะ ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ภายใต้ความไม่ประมาท ประมาท แปลว่า กล้าเสี่ยงโดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ธ.ค. 2551 , 19:30:10 น.] ( IP = 118.173.32.19 : : )
สลักธรรม 7
เมื่อดำรงชีวิตด้วยสติ และสัมปชัญญะแล้ว ธรรมที่มีอุปการะมากนี้ก็ส่งเสริมให้มีบุคลิกอันสง่างาม ในทุกๆสถานที่ ธรรมที่ช่วยในการส่งเสริมบุคลิกของตนเอง ให้ตรงต่อความจริง ให้เป็นที่น่านับถือ ก็มีอยู่ ๒ ข้อ ได้แก่
๑. ขันติ คือ ความอดกลั้น
๒. โสรัจจะ คือ ความสงบเสงี่ยม
เมื่อขันติ และโสรัจจะ คือ ความอดกลั้น ทำให้เกิดความสงบเสงี่ยมขึ้นมานี้ ก็ส่งเสริมให้ผู้นั้นมีความสง่างาม มีบุคลิกลักษณะน่านับถือ น่าไว้วางใจ เป็นคนหนักแน่นไม่อ่อนไหว มีการกระทำด้วยความสุภาพเรียบร้อย
ดังนั้น ผู้ที่มีขันติ และโสรัจจะ ประกอบไปด้วย สติและสัมปชัญญะ ก็สามารถพาตัวเองให้ห่างจากปุถุชนได้
ปุถุชน แปลว่า ผู้หนาแน่นด้วยกิเลส มีชีวิตเต็มไปด้วยกิเลสและตัณหา มีตัวนำพาชีวิตไปในความเศร้าหมอง ไม่สงบ เป็นทุกข์อยู่ร่ำไป
ดังนั้น เราสามารถพึ่งตัวเองได้ด้วยธรรมอันแท้จริง เพราะธรรมชาติที่มีอยู่ในตัวเอง การช่วยเหลือตัวเองนั้น ก็จะต้องรู้เรื่องตัวเองให้ดีที่สุด
เมื่อมีขันติ วิริยะก็ย่อมจะเกิดขึ้น โสรัจจะก็จะให้ผล สติ สัมปชัญญะก็ส่งต่อ สามารถทำตัวเองให้ได้รับความสุขอันแท้จริง และเป็นบันไดสู่ความเที่ยงแท้ถาวรได้ คือพระนิพพาน
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [2 ธ.ค. 2551 , 19:39:53 น.] ( IP = 118.173.32.19 : : )
สลักธรรม 8ติดตามมาอ่านต่อค่ะ ได้ทั้งหลักการที่ดีและความรู้ทางปริยัติที่เข้าใจได้ง่าย ...อ่านไปก็คิดถึงความเมตตาและความเป็นบัณฑิตของหลวงพ่อ ที่ท่านใช้ภาษางาม ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และไม่ล่วงเกินกล่าวกระทบผู้ใด ทั้งยังส่งเสริมผู้ที่อยู่ร่วมให้มีความสูงส่งมากขึ้น
ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะพี่ธัญธรโดย น้องกิ๊ฟ [3 ธ.ค. 2551 , 10:57:12 น.] ( IP = 125.27.174.163 : : )
สลักธรรม 9
นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ได้มีโอกาสอ่านหลักในการดำรงชีวิตืถูกที่ควร ในสภาวะที่ห้อมล้อมด้วยอำนาจโลภะ โทสะและโมหะ
ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [4 ธ.ค. 2551 , 10:32:12 น.] ( IP = 124.121.175.246 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |