| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความหลัง (๑๔)
ความหลัง
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
![]()
ตอนที่ผ่านมา
๑๔. ญาตัตถจริยา
วันหนึ่ง ที่พระเชตวันมหาวิหาร ภิกษุทั้งหลายสนทนากัน ณ ธรรมสภา เรื่องพระศาสดาทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่พระญาติ พระพุทธองค์เสด็จมา ทรงทราบเรื่องที่ภิกษุสนทนากันแล้ว ตรัสว่าไม่เพียงแต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อนก็เคยทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่พระญาติมาแล้วเหมือนกัน คือ
ชาติหนึ่ง ทรงถือกำเนิดเป็นพญาลิง สูงใหญ่ ล่ำสัน มีกำลังวังชามาก มีบริวารมากเป็นจำนวนหมื่นอยู่ในป่าใหญ่ ณ ที่นั่นมีต้นมะม่วงใหญ่ต้นหนึ่ง มีผลใหญ่ประมาณเท่าหม้อ รสหอมหวานอร่อย เนื่องจากกิ่งมะม่วงบางส่วนแผ่ปกคลุมลงไปในแม่น้ำ ผลมะม่วงสุกจึงอาจหล่นลงไปในแม่น้ำได้ และภัยอันตรายอาจเกิดแก่ฝูงวานรเพราะผลมะม่วงที่ตกลงไปในน้ำนั้น ข้อนี้เป็นความคิดเห็นการณ์ไกลของหัวหน้าซึ่งมีปัญญาแหลมคม คาดการณ์ล่วงหน้าได้
ด้วยเหตุนี้ พญาวานรจึงให้บริวารทั้งหมดช่วยกันเก็บผลมะม่วงทั้งสุกทั้งอ่อนที่กิ่งซึ่งแผ่ลงไปในน้ำนั้นให้หมดสิ้น ไม่ให้เหลือ ให้คอยดูแลอยู่ทุกวัน
แต่ถึงกระนั้น ก็ยังลอดตาไปได้ คือมีมะม่วงผลหนึ่งซ่อนอยู่ในรังมดแดง ลอดตาของวานรเป็นอันมากไปได้ เมื่อสุกแล้วก็หล่นลงในแม่น้ำ ลอยไปตามน้ำ ชาวประมงกลุ่มหนึ่งเก็บได้ นำไปถวายพระราชา เมื่อตรัสถามว่าเป็นผลอะไร ชาวประมงไม่ทราบและทูลว่าพวกพรานไพรคงจะทราบ
ทรงให้เรียกพวกพรานไพรมาตรัสถาม ทรงทราบว่าเป็นผลมะม่วงสุก ทรงให้พรานไพรลองกินดูก่อน แล้วลองเสวยดูและให้ข้าราชบริพารกินคนละเล็กน้อย เป็นการลอง ปรากฏว่า รสแห่งผลมะม่วงสุกนั้นแผ่ซาบซ่านไปทั่วพระสรีระ ทรงติดในรสมะม่วง ทรงทราบจากพวกพรานว่า ต้นของมะม่วงนี้อยู่ในป่าหิมพานต์เหนือน้ำขึ้นไป จึงรับสั่งให้ต่อเรือขนาด ถ่อเรือทวนกระแสน้ำขึ้นไปหลายวันจึงถึง
ต้นมะม่วงนั้นเป็นต้นใหญ่แผ่กิ่งไพศาล ร่มครึ้มเสด็จขึ้นบรรทมใต้ต้น เสวยผลมะม่วงสุก ซึ่งมีรสเลิศจริง ๆ แล้วทรงบรรทมหลับไป ราชบุรุษได้ก่อไฟไว้ทุกทิศวางเวรยามไว้อย่างแข็งขัน พวกลิงไม่อาจมากินมะม่วงได้ ต่อเมื่อเที่ยงคืนแล้ว จึงได้พากันมากินมะม่วง
พระราชาทรงตื่นบรรทม ทอดพระเนตรฝูงลิงแล้ว ทรงปลุกข้าราชบริพารให้ตื่น รับสั่งให้เรียกพวกแม่นธนูมา ตรัสว่าให้ล้อมต้นมะม่วงไว้ อย่าให้ลิงหนีไปได้ พรุ่งนี้ยิงลิงให้หมดจะเสวยผลมะม่วงกับเนื้อลิง พวกวานรเห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น กลัวภัยจนตัวสั่นกันไปหมด ไม่อาจหนีได้ พากันไปหาหัวหน้าว่าจะทำอย่างไรกันดี พญาวานรเป็นผู้มีความกล้าหาญ เข็มแข็งและเสียสละ ปลอบใจบริวารว่าอย่ากลัวเลย จะช่วยให้ปลอดภัยโดย เทพธรรม..นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2551 , 05:52:35 น.] ( IP = 58.9.139.252 : : )
สลักธรรม 1ดูก่อนภราดา พระผู้พระภาคเจ้าตรัสไว้มิใช่หรือว่า "ความกล้าหาญ เรี่ยวแรง กำลังรู้ได้เมื่อมีอันตราย"
บัดนี้ อันตรายแห่งชีวิตมาถึงแล้ว ผู้กล้าหาญย่อมแสดงความกล้าหาญให้ปรากฏ พญาลิงจึงได้กระโดดขึ้นยังกิ่งมะม่วงที่ชี้ขึ้นเบื้องบน แล้วกระโดลงไปยังกิ่งที่ทอดไปในแม่น้ำ กระโดดข้ามไปยังฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ กระโดดลงบนยอดไม้ต้นหนึ่ง กะระยะว่าจะยาวสักเท่าใดแล้ว คัดเลือกหวายยาวเท่าระยะระหว่างต้นไม้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำผูกปลายข้างหนึ่งเข้ากับกิ่งไม้ฝั่งโน้น ปลายอีกข้างหนึ่งผูกเอวของตนกระโดดกลับมาเพื่อจะผูกกับกิ่งต้นไม้ทางฝั่งนี้กะพลาดไปหน่อยหนึ่ง
เชือกไม่พอที่จะผูกกับกิ่งไม้ได้ จึงเอามือดึงเชือกไว้ เอาตัวแทนเชือก ที่ขาดไปให้บริวารเหยียบหลังของตนแล้วไต่เชือกข้ามไปฝั่งโน้น พวกวานรบริวารขอขมาเคารพพญาวานรแล้วเหยียบหลังข้ามไปฝั่งโน้นโดยปลอดภัย
ครั้งนั้นมีวานรบริวารตัวหนึ่ง โกรธแค้นพญาวานอยู่ (ด้วยเรื่องอะไรไม่ทราบ) เห็นเป็นโอกาสที่จะแก้แค้นได้ จึงกระโดดสูงขึ้นไปแล้วทุ่มตัวลงบนหลังของพญาวานร แล้วหลีกไป ส่วนพญาลิงโพธิสัตว์ได้เหน็ดเหนื่อยบอบช้ำจากการช่วยบริวารมาเป็นเวลานาน มาถูกกระแทกด้วยเจตนาร้ายอย่างนั้นเข้าอีก ถึงกับหัวใจแตกทำลายได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส หมอบอยู่ ณ ที่นั้นเองโดย เทพธรรม..นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2551 , 05:55:55 น.] ( IP = 58.9.139.252 : : )
สลักธรรม 2เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ หาได้พ้นสายพระเนตรของพระราชาไปไม่ ทรงสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา เพราะทรงบรรทมไม่หลับ ทรงดำริว่า พญาวานรนี้เป็นสัตว์ดิรัจฉาน ยังสามารถทำความสวัสดีให้แก่บริวารถึงปานนี้ มิได้คำนึงถึงชีวิตของตนเลย ทรงพอพระทัยและเลื่อมใสในการกระทำของพญาวานรยิ่งนัก พอสว่างก็รับสั่งให้ข้าราชบริพารนำพญาวานรลงเรือ ให้อาบน้ำ ให้ดื่มน้ำอ้อย ชะโลมตัวของพญาวานรด้วยน้ำมัน (สมุนไพร) ซึ่งเคี่ยวอย่างดีแล้ว แต่ความบอบช้ำมีมากเกินกว่าจะเยียวยาได้ พญาวานรจึงสิ้นใจตายในความดูแลของพระราชานั่นเอง ยังความโศกสลดให้เกิดแก่พระราชาและข้าราชบริพารเป็นอันมาก
ทรงให้อำมาตย์และข้าราชบริพารทำฌาปนกิจศพของพญาลิงเช่นเดียวกับพระศพแห่งพระราชา ทรงให้ชาววังนุ่งผ้าแดง (ไว้ทุกข์) สยายผม ถือประทีปมีด้าม (โคมไฟ) ห้อมล้อมพญาลิงอยู่ เมื่อเผาศพเสร็จแล้ว มหาอำมาตย์ได้นำกระโหลกศีรษะของพญาลิงไปถวายพระราชา ทรงให้สร้างเจดีย์ไว้ในป่าช้าเป็นที่ระลึก ให้ตามประทีปและบูชาด้วยดอกไม้ของหอมเป็นต้น ทรงให้เลี่ยมกะโหลกศีรษะของพญาลิงด้วยทองคำวางไว้บนปลายเหล็กแหลม ทรงบูชาด้วยของหอมและดอกไม้
ต่อมาเมื่อเสด็จกลับนครพาราณสี ทรงให้ตั้งกะโหลกนั้นไว้ที่ประตูพระราชวังแล้ว ตกแต่งพระนครทำพิธีฉลองทำการบูชากะโหลกศีรษะนั้นเช่นเดียวกับบูชาพระธาตุเป็นเวลา ๗ วัน เสร็จแล้วทรงสร้างเจดีย์บรรจุกะโหลกศีรษะนั้นไว้เป็นที่บูชาสักการะของพระองค์และมหาชนตลอดไป
ดูก่อนท่านผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ บัณฑิตในกาลก่อนให้ความเคารพสักการะแม้ในสัตว์ดิรัจฉานผู้มีคุณธรรม จะกล่าวใยถึงมนุษย์เล่า ด้วยเหตุนี้ ธรรมจึงเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดในหมู่ชนทั้งในบัดนี้และภายหน้า
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [4 ธ.ค. 2551 , 06:06:53 น.] ( IP = 58.9.139.252 : : )
สลักธรรม 3![]()
การบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ช่วยเหลือญาติและบริวารนั้น แม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็ได้รับการยกย่อง
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่นำภาพความหลังที่ทรงคุณค่ายิ่งนี้ มาเป็นกรณีศึกษาให้ได้ประพฤติและปฏิบัติตามค่ะ
กราบอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [4 ธ.ค. 2551 , 10:13:10 น.] ( IP = 124.121.175.246 : : )
สลักธรรม 4เคยได้ฟังได้อ่านเวอร์ชั่นของพระโพธิสัตว์ที่ถูกวานรพาล(เทวทัต)กระโดดเหยียบหลังมาแล้ว ตอนนั้นก็รู้สึกว่าเป็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของผู้นำเสียเหลือเกิน ..มาคราวนี้ได้อ่านต่อถึงพิธีการหลังการเสียชีวิตของพญาวานรก็ยิ่งประทับใจในคุณค่าของความดีขึ้นไปอีก
ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่านโดย น้องกิ๊ฟ [4 ธ.ค. 2551 , 11:41:02 น.] ( IP = 125.27.174.97 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |