| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หลักในการดำรงชีวิต (๖)
ธรรมบรรยาย
เรื่อง หลักในการดำรงชีวิต
ของ หลวงพ่อเสือ
ตอนที่ผ่านมา
ผู้ที่ได้เข้าฟังการบรรยายธรรมของหลวงพ่อเสือหลายท่าน ได้กราบเรียนถามข้อสงสัย และหลวงพ่อก็ได้กรุณาตอบและแนะนำชี้แจงให้เข้าใจ จึงได้คัดคำถามและคำตอบมาพิมพ์ไว้ในตอนท้ายนี้ เพื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้สนใจใคร่ศึกษาต่อไป
คำถาม การให้อย่างไรที่เรียกว่าให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ (จาคะ)
คำตอบ จาคะ ในที่นี้ หัวใจของจาคะคือ การให้สิ่งที่มีค่าแก่ชีวิต เป็นประโยชน์ที่สุด ให้ความจริงถ้าทำได้ ทรัพย์ของพระอริยะ คือการให้ปัญญา
คำถาม ทาน คืออย่างไร
คำตอบ ทานก็มีความสำคัญ ทานนั้นจะต้องเป็นของที่ได้มาโดยสุจริต จึงจะเป็นกุศล ไปขโมยเขามาแล้วให้นี่ มันก็ไม่มีกุศลมาก การให้ทานเสื้อผ้าของเรา ให้เขาได้ไหม ของของเรานี่ ขโมยเขามาหรือเปล่า ไม่ได้ขโมย ให้เขาได้ ถือว่าเป็นกุศล
จาคะ ที่เป็นอริยทรัพย์ของพระอริยะก็คือการให้ปัญญา เช่น เขาทุกข์ใจ มาถึงก็ด่าๆๆ เราก็ด่าๆๆๆต่อ อย่างนี้ไม่ใช่ให้ ส่งเสริมให้เขาเกิดอกุศลมากขึ้น พร้อมทั้งตัวเองได้ด้วย เมื่อเขาปรับทุกข์มา เรื่องไม่ดี ไม่ต้องไปส่งเสริมเขา ให้ความจริง ที่ได้รับคือวิบาก ที่กระทำคือกรรม สองประโยคนี่ พอแล้ว
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [6 ธ.ค. 2551 , 18:03:45 น.] ( IP = 118.173.35.190 : : )
สลักธรรม 1
คำถาม ทาน กับ จาคะนี่ ครอบคลุมไปถึงสัตว์เดรัจฉานด้วยหรือไม่ เช่น เราให้แก่สัตว์ จะเรียกว่าจาคะได้หรือไม่
คำตอบ มีหลายระดับ อย่างลูก จาคะก็คือ ถ้าเกิดสัตว์นั้นจะต้องไม่สบาย ให้ยากิน นั่นก็ให้แล้ว ให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ว่าพอหลวงพ่อสอน หมาที่บ้านป่วย นั่งบอกความจริง นี่ไม่มีปัญญาบอก จะต้องรู้ว่า ที่ใดควรให้อะไร จะต้องมีเหตุ มีผล ในการคิด พิจารณา ทบทวน ใคร่ครวญ แล้วค่อยตัดสินในการกระทำ
คำถาม จาคะนี้ นอกจากให้ปัญญาแล้ว ยังมีอะไรอีกบ้าง
คำตอบ ให้สิ่งที่ไม่เป็นภัย มีมากหลายระดับ ถ้าให้ปัญญาก็เป็นของสูงสุด ได้ทั้งนั้น ให้สิ่งที่ควรให้ เป็นประโยชน์ ให้แก่ผู้อื่น คือการทำบุญเหมือนกัน จาคะนี่ คือการทำบุญ ให้ในสิ่งที่ไม่ใช่เหลือเดน ไม่ใช่เหลือใช้ เช่น คนเขามาขอเสื้อผ้า เดี๋ยว ไปหาที่จะทำผ้าขี้ริ้วให้เขา ไม่ได้ ถ้าเป็นบุญระดับสูงขึ้นไป คือ เห็นเขาได้ทุกข์ ก็ให้แก้ทุกข์ เป็นวัตถุสิ่งของก็ได้ ยาก็ได้
ความหมายของจาคะ กว้างกว่าการให้ทาน เช่น เราเดินไปพบคนขอทาน เราก็ให้ไป การให้นั้นเกิดบุพพเจตนามาก่อนหรือเปล่า ไม่มี ทานนี้เกิดน้อยนะ บุพพเจตนา เพราะเจอปุ๊บให้ปั๊บ แต่จาคะนี่ มีบุพพเจตนา แล้วมีการกระทำ มีการระลึกได้ ๓ องค์ ครบในจาคะ
ทานเป็นกุศลทีไม่ประกอบด้วยปัญญาก็มี แต่จาคะเป็นการกระทำที่ประกอบไปด้วยปัญญา คือ กัมมัสสกตาปัญญา เป็นระดับที่กว้างมากขึ้น แล้วมีปัญญาทำ ให้ในสิ่งที่ควรให้ เช่น มาหาหลวงพ่อ ขอพระองค์หนึ่ง ไม่ให้หรอก เพราะอันนั้นยุโลภะ ไม่ใช่ให้จาคะ สนองโลภะ ไม่ให้
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [6 ธ.ค. 2551 , 18:11:31 น.] ( IP = 118.173.35.190 : : )
สลักธรรม 2
คำถาม การซื้ออาวุธให้ทหาร เป็นจาคะหรือไม่
คำตอบ ไม่เป็นหรอกลูก เพราะรู้ว่าเขาจะเอาไปทำอะไร
คำถาม ที่ซื้ออาวุธให้ทหาร ก็เพราะต้องการจะช่วยป้องกันประเทศ
คำตอบ เราไม่ต้องไปป้องกัน ป้องกันตัวเองก่อน ถ้าต่างคนต่างป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดโลภ เกิดโกรธ เกิดหลง ไม่ต้องป้องกัน ไม่ต้องสร้างอาวุธเลย ไม่จำเป็น ไม่ต้องทำ ที่สร้างอาวุธขึ้นมาเพราะอะไร เพราะสนองความโลภ ความโกรธ ความหลงผิด ถ้าต่างคนต่างป้องกัน ไม่มีโลภ ไม่มีโกรธ ไม่มีหลง ไม่มีหรอกลูก ไอ้นิวเคลียร์อะไร ที่มีกันก็เพราะสนองตัณหา
คำถาม งั้นประเทศเราก็ต้องแพ้มัน
คำตอบ มันก็คือมัน แล้วเราล่ะ แพ้หรือยัง เราแพ้เราอยู่วันยังค่ำ ชนะมัน แต่เราแพ้ นี่อายเขา แพ้ตัวเอง จงชนะตัวเอง แล้วก็ช่วยผู้อื่น เหมือนกับมีเงินอยู่ในกระเป๋า จึงค่อยให้ ไม่ใช่ไปยืมเขามาให้ มันเป็นทุกข์
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [6 ธ.ค. 2551 , 18:18:48 น.] ( IP = 118.173.35.190 : : )
สลักธรรม 3
คำถาม สามีของลูกชอบดื่มเหล้าโดยอ้างว่าทำเพราะสังคม จะทำอย่างไรจะให้เขาเปลี่ยนความคิดเลิกดื่มได้
คำตอบ ถ้าพ่อบ้านกินเหล้าเมายา กินเบียร์แล้วอ้างว่ากินเพื่อสังคม เรามีความปรารถนาไม่อยากจะให้เขากิน ต่างคนต่างมีความต้องการ คนที่อยากจะเปลี่ยนเขา เพราะต้องการความสบาย ความเป็นของฉัน ความไม่เปลือง กลับมาสู่บ้านของฉัน ส่วนผู้ที่กิน เมื่ออ้างแล้วก็ทำเพื่อฉัน ไม่มีใครทำเพื่อใครหรอกลูก ถ้าเข้าไปอยู่ในสังคมแล้วไม่กิน เพราะกลัวเขาจะว่า เขาจะด่า เขาจะประณามว่าตัวเองไม่ดี กลัวที่ตัวเองทั้งสิ้น
ฉะนั้น เมื่อเราเรียนธรรมะแล้ว อย่าไปแก้ที่ใคร แก้ที่ตน แก้ตรงไหน เราเคยครุ่นคิด เราเคยกลุ้มใจ เราเคยหาทางแล้ว มันเป็นทุกข์ไหมลูก ครุ่นคิดเป็นทุกข์ไหม หาทางแก้ไขเป็นทุกข์ไหม เป็นทุกข์ทั้งสิ้น เราจงสลัดความนึกคิดออก เขากินก็ช่าง เราอย่าไปกินเข้าก็แล้วกัน ใครทำใครได้ ระหว่างที่เขากินนี่ โมหะก็เข้า มีความสนุกเพลิดเพลิน เรารู้ว่าตอนนี้เขานั่งกินเหล้าแน่ ไม่กลับบ้าน ระหว่างเขาสบายแต่เราเป็นทุกข์นี่ ใครจะเอาทุกข์ เลือกเอา
ต้องทำที่ตนเองให้พร้อมเสียก่อน จึงจะสามารถแผ่อาณาจักรแห่งความพร้อมให้ผู้อื่นได้ ต้องทำได้ก่อนจึงจะพูดออกไป ในเมื่อตัวเองยังไม่มีพร้อม จงอย่าประมาท จะสอนใครต้องทำที่ตนเองให้เป็น จะว่าใคร ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [6 ธ.ค. 2551 , 18:24:00 น.] ( IP = 118.173.35.190 : : )
สลักธรรม 4
คำถาม คนที่ชอบกินเหล้าจะได้ผลในชาติหน้าอย่างไรบ้าง
คำตอบ พวกที่เคยชินกับการดื่มสุราเมรัย ผลก็คือ จิตจับอารมณ์อะไร ก็ไปปฏิสนธิอย่างนั้น และโดยเฉพาะศีลข้อที่ ๕ คือการประมาทในการบริโภคสุราเมรัย ทำให้กรรมชรูปสึกหรอเร็วในปัจจุบันชาติ สมองที่เคยทำงานดีก็จะเฉื่อยชา การนึกคิดก็จะมีความมึนงง เพราะฝึกฝนอยู่กับโมหะ
๙๗%ของพวกที่คุ้นเคยกับสุราเมรัยจะตกนรกทันที ๓%เท่านั้นของผู้ที่ทำกุศลด้วยอสังขาริก และจิตนั้นไปจับอารมณ์ดีได้ ก็จะได้ปฏิสนธิที่สุคติภูมิ คือเป็นมนุษย์ ได้ชนกกรรมดี แต่กรรมพี่เลี้ยงที่เคยกระทำมา ก็จะทำให้เขาเป็นพวกปัญญาเสื่อม เป็นคนพิการทางสมอง บ้างก็พูดไม่ชัด อ้อแอ้เหมือนกับที่เราเรียกว่าลิ้นไก่สั้น เรียนอะไรก็ไม่ค่อยรู้ ดูอะไรก็ไม่ค่อยแจ้ง แสดงอะไรก็ไม่มีเหตุผล ทำตนน่าเบื่อหน่าย
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [6 ธ.ค. 2551 , 18:30:02 น.] ( IP = 118.173.35.190 : : )
สลักธรรม 5
คำถาม การกินอาหารมังสวิรัติ เป็นข้อปฏิบัติที่จำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการจะถึงมรรคผลนิพพานหรือไม่ เพราะเป็นการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ อันทำให้ศีลไม่บริสุทธิ์
คำตอบ การกินอาหารมังสวิรัติ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เบียดเบียนผู้อื่นอย่างเดียว แต่เป็นการกระทำหลีก ละ รูป รสต่าง กลิ่นต่างๆ ซึ่งเป็นอุบายที่จะไม่ให้เกิดความจำเจในสิ่งที่ชอบเท่านั้นเอง แต่มิได้มีความจำเป็น สำหรับผู้ที่จะเดินทางสู่มรรคผลนิพพานโดยแท้จริง เราจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ทำโดยประมาณ เพื่อไม่ประมาท คำว่า ประมาท แปลว่า กล้าเสี่ยงต่อความดี ต่อความชั่ว ที่เราไม่สามารถจะรู้ได้เลยในอนาคต
ร่างกายของเราอยู่ได้ด้วยคำข้าวและคำน้ำ ถ้าวิเคราะห์ร่างกายของเราแล้ว เราต้องรู้ตัวเองว่า ถ้าร่างกายอ่อนเพลียมาก มีสมรรถภาพในการทำงานน้อย เราจะต้องเติมอาหารเพื่อชดเชยสิ่งที่สึกหรอ อาหารที่กินเข้าไปจะเกิดการสันดาป และส่งเลี้ยงเซลล์ต่างๆทั่วทุกอวัยวะ ทำให้มีการเจริญเติบโต ทำงานได้คล่องตัว เมื่อเรารู้แล้วว่า ร่างกายเราต้องการเกลือแร่ ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน น้ำ โปรตีน ครบถ้วน ขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้ เราไปกินมังสวิรัติ กินแต่ผักอย่างเดียว เนื้อสัตว์ไม่ได้กิน เราเป็นผู้ที่ดำรงอยู่ในความประมาท
เพราะว่าถ้าเราไม่มีชีวิต เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เมื่อเราตายจากปัจจุบันชาติแล้ว เราจะพบมรรคผลนิพพานหรือไม่ ทุกคนตายปุ๊บต้องเกิดทันที แต่เมื่อร่างกายอ่อนเพลีย มีทุกขเวทนามากในการเจ็บป่วย ขาดอาหารที่จะชดเชยร่างกาย ความอ่อนเพลียนั้นทำให้ระบบการทำงานของหัวใจเหนื่อยง่าย ความมึนงงความชาก็ต้องมี นั่นเรากล้าเสี่ยงทำลายชีวิตทั้งๆที่รู้ เราจะต้องควบคุมตัวเอง กินทุกอย่างเพื่อแก้ทุกข์ ไมใช่กินเพื่อแก้อยาก อันนี้พอ ถ้าร่างกายเราเป็นโรคกระเพาะอยู่ เขาบอกว่ากินพริกแล้วถึงพระนิพพาน เราเชื่อ เราก็แย่
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [6 ธ.ค. 2551 , 18:35:03 น.] ( IP = 118.173.35.190 : : )
สลักธรรม 6
คำถาม แล้วเราจะแก้ข้อโต้แย้งเรื่องนี้ได้อย่างไร
คำตอบ เขาก็คือเขา เราก็คือเรา เราจะทุกข์ เราจะสุข เราจะรู้ เราจะไม่รู้ อยู่ที่เราทั้งสิ้น จงทำหน้าที่ หน้าที่คืออะไร หน้าที่คือที่หน้า เมื่อหน้าที่ตอนนี้ต้องเขียนก็เขียนไป ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด เมื่อหน้าที่ของเราจำเป็นจะต้องออกความคิด ทำตรงนั้นให้ดีที่สุด แล้วหยุดตรงนั้น เราให้ความจริงดีที่สุดแล้ว เกินความสามารถไม่มีใครทำได้ เขาจะรับได้หรือรับไม่ได้อยู่ที่เขา
เปรียบสมือนเราให้อาหาร ผู้ที่จะรับเอาไปกิน เขาต้องเคี้ยวแล้วกลืนลงไปเอง ถ้าเขาไม่กินก็ช่วยไม่ได้ นี่คือหน้าที่ของเรา
เราจะทำอย่างไรให้ทางโลกก็ไม่ช้ำ ทางธรรมก็ไม่เสีย ทางโลกก็ไม่ช้ำคือ ไม่อยากมีศัตรูเพราะไปโต้แย้งเขามาก และทางธรรมเราก็ไม่อยากจะให้เสีย ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด ไม่จำเป็นไม่ต้องค้าน ไม่จำเป็นไม่ต้องออกความคิด ไม่จำเป็นไม่ต้องถาม จะมีปัญหาน้อยที่สุด
คำถาม ที่ว่าธรรมทั้งหลายไหลมาจากเหตุ เราไม่ได้เป็นผู้ทำ แต่เราทานเข้าไป เราทานทั้งๆที่รู้ว่า สิ่งที่เราทานเข้าไปได้มาจากการฆ่า เราก็ต้องช่วยกันรณรงค์ว่า เนื้อสัตว์นี่อย่ากินเลย เพราะว่าชีวิตเขาแท้ๆเขาก็รัก ถ้าเราไม่ดับที่เหตุเสีย ผลก็ต้องเกิดอยู่ร่ำไป
คำตอบ มันไม่ต้องไปดับที่เหตุ ที่แม่ค้า แต่ดับที่ตน คือ ตัณหา เมื่อเรากินเพื่อแก้ทุกข์ ไม่ใช่กินเพื่อแก้อยาก ปกคลุมไปทั่วอาณาจักรของความดี เพราะอะไร คนที่ไม่กินเนื้อสัตว์เพื่อยึดลัทธิของตน ก็ยังยึดอยู่ แต่เรากินเนื้อสัตว์นี่ เรากินเพื่อแก้ทุกข์ ไม่ใช่กินเพื่อแก้อยาก นั่นกำลังสร้างผลบุญอันมีปัญญาเข้าไป
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [6 ธ.ค. 2551 , 18:45:03 น.] ( IP = 118.173.35.190 : : )
สลักธรรม 7
คำถาม ศีลจำเป็นจะต้องสมาทานจากพระหรือไม่
คำตอบ ศีลเกิดได้ที่ปัจจุบัน ศีลขาดได้ก็ที่ปัจจุบัน ไม่ใช่ที่อดีตหรืออนาคต คำว่า ศีลแปลว่าปกติ ถ้าไม่ปกติก็แปลว่าไม่มีศีล เรานั่งอยู่นี่ไม่ได้ไปฆ่าใครก็มีศีล อยู่ในความปกติทางกาย การไม่ไปทำบาป ไม่ไปล่วงเกินผู้อื่นก็เรียกว่ามีศีล ไมใช่ว่าศีลจะต้องไปขอจากใคร มีอยู่แล้วในตัว
ทุกอย่างมีอยู่แล้วในตัวทั้งดีทั้งชั่ว แต่ทีนี้ถ้าดีมันออกมาเล่น ชั่วก็ออกมาไม่ได้ แต่ถ้าชั่วมันออกมาเล่น ดีก็ออกมาไม่ได้ เพราะจิตเกิดดับทีละขณะ ไม่ต้องไปรอว่าไปวัด ถึงจะเรียกว่าคนมีศีล เราอยู่ที่บ้าน มีความสำรวมกาย วาจา ใจ และเราจะดูว่ามีข้อตัดสินอะไรที่เรียกว่า ผิดศีล คือ ทำความไม่ปกติ ง่ายๆก็ศีล ๕
๑. ห้ามฆ่าสัตว์ เพราะสัตว์นั้นก็มีชีวิต มีความรักชีวิต มีความหวงแหนชีวิต มีความเจ็บปวด มีความทุกข์ มีความไม่เที่ยง เหมือนๆกัน ที่เราเรียกชื่อสัตว์ต่างๆ เพราะเราเอาสมมุติไปใช้ว่า..นี่เรียกว่าแมว ..นี่เรียกว่านก ที่แท้ก็คือรูปและนามเหมือนกัน
นกมันก็ต้องมีนามธรรม คือสั่งให้บิน สั่งให้เกาะ ถ้าเป็นแต่รูปนกเฉยๆ ไม่มีนามสั่ง มันก็บินเองไม่ได้ เกาะต้นไม้ไม่ได้ ดังนั้น คำว่าสิ่งมีชีวิต คือสิ่งที่ประกอบด้วยรูปและนาม ความปกติก็คือ การดำรงชีวิตให้ตรงต่อความพ้นทุกข์ ที่หาทุกข์นั่นคือความไม่ปกติ
จะรู้ได้อย่างไรว่าผิดศีลข้อนี้ ก็เพราะว่า
๑) สัตว์นั้นมีชีวิต
๒) รู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
๓) มีจิตคิดจะฆ่าเป็นเจตนา
๔) มีความพยายามและดำเนินการ
๕) สัตว์นั้นได้ตายลง
๒. ห้ามลักทรัพย์ มีข้อตัดสินคือ
๑) สิ่งนั้นมีเจ้าของครอบครอง
๒) รู้ว่าสิ่งนั้นมีเจ้าของ
๓) มีจิตคิดจะลักขโมย
๔) มีความพยายามและดำเนินการ
๕) ได้ของนั้นมา
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [6 ธ.ค. 2551 , 18:59:14 น.] ( IP = 118.173.35.190 : : )
สลักธรรม 8
๓. ห้ามประพฤติผิดในกาม มีข้อตัดสินคือ
๑) บุคคลที่ไม่ควรล่วงเกิน เรามาดูว่าใครบ้างที่ไม่ควรล่วงเกิน ตามพื้นฐานเราก็มีแค่ลูกเขา เมียเขา แต่คนที่ไม่ควรล่วงเกินที่จะทำให้ศีลข้อนี้เป็นวิสุทธิได้ คือ นอกเหนือจากตัวเรา แม้กระทั่งลูกเรา ควรล่วงเกินไหม เพราะเขาก็มีทั้งรูปทั้งนาม มีความหวงแหน ความเดือดร้อน ความทนอยูไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ควรล่วงเกินใครทั้งสิ้นนอกเหนือจากตัวเรา
๒) มีจิตคิดจะล่วงเกิน
๓) มีความพยามยามและดำเนินการ
๔) ล่วงเกินได้สมความปรารถนา นับตั้งแต่อวัยวะถึงอวัยวะ ศีรษะจรดปลายเท้า
๔. ห้ามพูดปด มีข้อตัดสินคือ
๑) เรื่องนั้นไม่จริง
๒) คิดจะพูดให้ผิดจากความเป็นจริง
๓) ได้พูดออกไป
๔) คนฟังรู้ความ
๕. ห้ามดื่มสุราและเมรัย มีข้อตัดสินคือ
๑) รู้ว่าสุราคือน้ำเมาที่กลั่น เมรัยคือน้ำเมาที่หมักดอง
๒) มีจิตคิดจะดื่มกิน
๓) มีความพยายาม เช่น ไปซื้อ รินใส่แก้ว
๔) ได้ดื่มกินล่วงผ่านลำคอลงไป
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [6 ธ.ค. 2551 , 19:07:59 น.] ( IP = 118.173.35.190 : : )
สลักธรรม 9
คำถาม ยังมีปัญหาว่า ถ้ารู้ว่าผิดแล้วจะทำอย่างไร หมายความว่าเผลอไป
คำตอบ ถ้ารู้ว่าผิดแล้ว เช่น เราไม่มีจิตคิดจะฆ่า ไม่เป็นบาป เพราะเจตนาคือกรรม กรรมอันนี้คือเจตนาที่มีทั้งดีและชั่ว กรรมดี กรรมชั่ว
เดินไปเหยียบอะไรสักอย่างหนึ่งเพราะรีบเดิน มีเจตนาไหม แต่พอกลับบ้าน เก็บรองท้าขึ้นมา เห็นซากศพใต้รองเท้า จิตตอนนั้นรู้ว่าฉันเหยียบ ตอนนี้อกุศลจิตเข้าแล้ว มันก็หยุดแค่นี้ไม่ได้ มันสร้างอกุศลให้สืบเนื่อง
วิธีการแก้ไขเพื่อให้กุศลเกิดขึ้นเมื่อรู้ว่าเกิดของไม่ดีก็คือ แผ่เมตตา เพราะการแผ่เมตตาไม่ใช่ให้สัตว์ที่ตายลงไปได้รับ แต่เป็นการชำระล้างจิตใจที่บาปเกิดขึ้นอยู่ ให้บุญเกิดขึ้นแทน
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [6 ธ.ค. 2551 , 19:15:55 น.] ( IP = 118.173.35.190 : : )
สลักธรรม 10เป็นคำตอบที่กระชับสั้นและเข้าใจง่าย ...ทำให้หันกลับมาดูตนเองได้ทันที่ในทุกคำถาม หากผู้ที่สนใจในการปฏิบัติธรรมได้มีโอกาสเข้ามาอ่านก็คงช่วยทำให้มีความเข้าใจในเรื่องของทานและการกินมังสวิรัติได้มากขึ้น
อนุโมทนาและขอบพระคุณมากนะคะพี่ธัญธรโดย น้องกิ๊ฟ [8 ธ.ค. 2551 , 15:48:26 น.] ( IP = 125.27.171.91 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |