| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความหลัง (๑๘)
ความหลัง
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
![]()
ตอนที่ผ่านมา
๑๘. ความเสียสละ
ดูก่อนภราดา ตามที่กล่าวมานี้ จะเห็นว่าบัณฑิตในกาลก่อน จะเห็นว่าบัณฑิตในกาลก่อนย่อมสลดในเรื่องที่ควรสลด และพอใจในการดำเนินตาม แบบอย่างที่ของท่านผู้รู้ ผู้สงบ ท่านได้บรรลุธรรมกันมาก พระศาสดาของเรานั้น ทรงมีพระอัธยาศัยในทางบรรพชามานานแสนนาน ไม่เพียงแต่ในชาติปัจจุบันเท่านั้น ดังเรื่องต่อไปนี้
วันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายสนทนากัน ณ ธรรมสภาแห่งเชตวันวิหาร เมืองสาวัตถีว่า เป็นการอัศจรรย์ที่พระศาสดาผู้สมบูรณ์ด้วยความสุขอย่างพระราชาทุกอย่าง แล้วเสด็จออกบรรพชา พระผู้มีพระภาคเสด็จมาแล้วตรัสว่า การที่พระองค์ทรงบำเพ็ญพระบารมีอย่างเต็มเปี่ยม แล้วเสด็จออกบรรพชาในบัดนี้ไม่เป็นสิ่งอัศจรรย์ แม้ในกาลก่อนก็ทรงสละราชสมบัติออกบวชมาแล้ว ทรงเล่าเรื่องในอดีตอันเป็นความหลังให้ภิกษุทั้งหลายฟังดังนี้
ในอดีตกาล พระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในเมืองพาราณสี พระโพธิสัตว์ถือกำเนิดในท้องของภรรยาหลวงของราชปุโรหิต คลอดวันเดียวกับพระราชโอรสของพระราชา พระโพธิสัตว์มีชื่อว่า สุสีมกุมาร ส่วนพระราชโอรสทรงพระนามว่า พรหมทัตกุมาร ทั้งสองเจริญวัยแล้วมีรูปงาม มีพลานามัยสมบูรณ์ไปศึกษาศิลปวิทยาด้วยกันที่เมืองตักกศิลา สำเร็จแล้วกลับมา พระราชกุมารดำรงตำแหน่งอุปราช ทรงเสวย ดื่ม ประทับนั่ง และบรรทมร่วมกับพระโพธิสัตว์
เมื่อพระชนกสิ้นพระชนม์แล้ว อุปราชก็ได้ขึ้นเสวยราชย์เป็นพระราชา ทรงตั้งพระสหายสุสีมะไว้ในตำแหน่งปุโรหิต มีหน้าที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน วันหนึ่งเสด็จเลียบพระนคร ประทับบนคอช้างมงคล ให้พระโพธิสัตว์นั่งด้านหลัง
สมเด็จพระราชชนนีประทับยืนที่ช่องพระแกลด้วยตั้งพระทัยว่าจักมองดูพระราชโอรสและขบวนเลียบพระนคร ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์นั่งอยู่เบื้องหลังของพระราชโอรส ทรงมีพระทัยปฏิพัทธ์อย่างมาก ราคะได้กลุ้มรุมพระทัยอย่างที่ไม่อาจจะทรงหักห้ามได้ เสด็จเข้าห้องบรรทมไม่ยอมเสวยพระกระยาหาร ตั้งพระทัยว่าจะยอมสิ้นชีวิตด้วยวิธีนี้ถ้าไม่ได้พระโพธิสัตว์ พระราชาผู้เป็นพระราชโอรสเมื่อไม่เห็นพระชนนีก็เสด็จไปเยี่ยม ทราบว่าทรงประชวรแต่เมื่อตรัสถามว่าทรงประชวรเป็นอะไรก็ไม่ทรงเล่า เพราะทรงละลายเกินไปในเรื่องเช่นนี้ พระราชาจึงเสด็จกลับรับสั่งให้พระมเหสีเข้าเฝ้า ขอร้องให้ทูลถามพระราชชนนีว่าทรงประชวรเป็นอะไรโดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2551 , 08:48:30 น.] ( IP = 58.9.150.194 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1พระมเหสีเสด็จไปเฝ้า ทรงนวดพระปฤษฎางค์ (หลัง) พลางทูลถามไปพลาง โดยทั่วไป หญิงจะเปิดเผยความลับทำนองนี้กับหญิงด้วยกัน ดังนี้พระราชชนนีจึงตรัสบอกความจริงกับพระสุณิสา (หญิงสะใภ้) จนหมดสิ้น
พระราชาทรงทราบเรื่องนั้นแล้ว มิได้ทรงพิโรธแม้แต่น้อย ทรงเป็นบัณฑิต ทรงเข้าพระทัยในชีวิตมนุษย์ได้ดี จึงตรัสกับพระมเหสีว่าขอให้ไปกราบทูลพระราชชนนีว่า ขอให้ทรงเบาพระทัยเถิดจะทรงตั้งปุโรหิตเป็นพระราชาและทรงตั้งพระราชชนนีเป็นพระราชินี
พระราชาทรงปรารภเรื่องนี้แก่ปุโรหิต คือพระโพธิสัตว์และขอร้องว่าจงช่วยให้ชีวิตแก่เสด็จแม่เถิด ขอท่านจงเป็นพระราชา เสด็จแม่เป็นอัครมเหสี ส่วนข้าพเจ้าเองจักเป็นอุปราช พระโพธิสัตว์คัดค้านอย่างแข็งขันว่า จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง มันเป็นการผิดศีลธรรมมิใช่หรือ?
พระราชาทรงอ้อนวอนพระโพธิสัตว์ให้เห็นแก่มนุษยธรรม คือเมตตา กรุณาที่จะต้องช่วยชีวิตของพระราชชนนี และสนองพระคุณของท่าน ให้ท่านมีความสุขในสิ่งซึ่งไม่เหลือวิสัยที่จะช่วยได้ พระราชชนนีก็ทรงเป็นหม้าย สหายเล่าก็เป็นโสด จะเป็นความผิดอะไรในด้านศีลธรรมและมนุษยธรรม สิ่งที่น่าวิตกก็เพียงแต่คำติเตียนของคนทั้งหลายซึ่งอาจจะมีบ้างในตอนแรก ๆ แต่เมื่อเขาเข้าใจเหตุผลแล้วก็คงจะเห็นใจ เข้าใจ และให้อภัยไปเอง
เมื่อถูกอ้อนวอนบ่อยเข้า พระโพธิสัตว์ก็ยินยอมเพื่อสนองความดีของพระราชาซึ่งเป็นทั้งสหายรัก และผู้มีอุปการะคุณ แต่ต้องฝืนใจเป็นอันมากในการทำเช่นนั้นโดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2551 , 08:52:25 น.] ( IP = 58.9.150.194 : : )
สลักธรรม 2พระโพธิสัตว์ได้รับอภิเษกให้เป็นพระราชา พระราชชนนีเป็นพระราชินีหรืออัครมเหสี พระราชาทรงลดพระองค์เป็นอุปราชเหตุการณ์ก็ปกติสุขเรื่อยมา แต่พระโพธิสัตว์ก็ทรงฝืนพระทัยไปได้ไม่นานนัก ทรงเบื่อหน่ายในการครองเรือน ทรงรู้สึกเหมือนอยู่ในเรือนจำ เหมือนไก่ที่ถูกขังอยู่ในกรง ไม่ทรงยินดีอยู่ในกามคุณ จึงพอพระทัยในการอยู่ผู้เดียว ยืน เดิน นั่ง นอน แต่ผู้เดียว
พระอัครมเหสีทรงหวาดหวั่นพระทัยว่า จะถูกทอดทิ้ง ข้อนี้ทรงได้หวั่นพระทัยมาแต่ต้นแล้ว ทรงดำริว่า "เราแก่แล้ว มีหงอกบนศีรษะ ส่วนพระราชายังหนุ่มแน่นแข็งแรงและรูปงาม คงจะทรงเบื่อเป็นแน่แท้"
พระราชินีทรงหาอุบายได้อย่างหนึ่ง วันหนึ่งขณะทรงสนิทสนมใกล้ชิดกัน พระราชินีแหวกพระเกศาของพระราชาเล่น ทรงทำเป็นตกพระทัยว่า เกศาหงอกปรากฏบนพระเศียรของพระราชาแล้ว
"หงอกแล้วหรือ" พระราชาตรัสถาม ทรงสะดุ้งเล็กน้อย "ไหนลองเอาออกมาให้ดูซิ" ทรงแบพระหัตถ์ออกรับ
"นี่เพคะ" พระราชินีทรงส่งพระเกศาเส้นหนึ่งถวายทอดพระเนตร อันที่จริงทรงถอนพระเกศาจากพระเศียรของพระราชาเส้นหนึ่งแล้วทิ้งไป เส้นที่ทรงส่งถวายนั้นเป็นพระเกศาของพระนางเอง
พระราชาทอดพระเนตรแล้วทรงเชื่อ ทรงสะดุ้งพระทัยจนพระเสโทไหลจากพระนลาฏ ทรงสังเวชสลดพระทัยอย่างยิ่ง ทรงโอวาทพระองค์เองว่า
"สุสีมะ บัดนี้เจ้าแก่แล้ว มีเกศาหงอกแล้ว อย่าจมอยู่ในการครองเมืองเลย จงหาทางละกามคุณออกบวชประพฤติพรหมจรรย์เถิด"โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2551 , 08:56:33 น.] ( IP = 58.9.150.194 : : )
สลักธรรม 3เมื่อเหตุการณ์กลับตรงกันข้ามกับที่หวังไว้เช่นนี้ พระราชินีก็ทรงตกพระทัย จึงทรงสารภาพความจริงออกมาว่า
"ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ผมหงอกนั้นเป็นของหม่อมฉันเองหาใช่ของพระองค์ไม่ หม่อมฉันได้ทูลคำเท็จต่อพระองค์ เพราะความเห็นแก่ประโยชน์ของตน มุ่งประโยชน์ของตน ขอพระองค์ได้ทรงโปรดประทานอภัยให้ด้วยเถิด มหาราช พระองค์ยังทรงเป็นหนุ่ม มีพระโฉมน่าทัศนา ยังทรงอยู่ในปฐมวัย เหมือนตองกล้วยแรกผลิ ฉะนั้นขอพระองค์ได้เสวยราชย์ต่อไป ดูแลหม่อมฉันให้เป็นสุขด้วยเถิด อย่างเพิ่งประพฤติพรหมจรรย์เลย" พระโพธิสัตว์ทรงสดับแล้วตรัสว่า
"ถึงอย่างไร ๆ ทุกคนก็แก่ เจ็บ และตาย ผมซึ่งเคยดำนี้อีกหน่อยก็ต้องเปลี่ยนเป็นสีขาวเหมือนใยป่าน ความหนุ่มสาวย่อมลงท้ายด้วยชรา และในที่สุดก็ต้องตาย กุมารีรุ่นสาว มีรูปร่างสวยงาม ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ทรวดทรงเฉิดฉาย อ่อนละมุนละไมเหมือนเถาวัลย์ต้องลมโชย ต่อไปเขาก็ต้องแก่ถือไม้เท้า ตัวสั่นงันงกอยู่ ถ้ามีอายุยืนยาวไปถึง ๘๐-๙๐ ปี ก็ต้องเป็นอย่างนี้เหมือนกันทุกคน
"ข้าพเจ้าครุ่นคิดถึงคุณและโทษของรูปกายอยู่อย่างนี้ จึงพอใจในการยืน เดิน นั่ง นอนเพียงอย่างเดียว ไม่ปรารถนากามคุณไม่อาลัยในกามคุณอันเป็นเสมือนเครื่องผูกมัดที่ตัดยาก"
พระโพธิสัตว์ เมื่อกล่าวธรรมด้วยพุทธลีลาอันประเสริฐเช่นนี้ แล้วได้มอบราชสมบัติคืนให้แก่สหาย แล้วออกบวชเป็นฤๅษีทำฌานและอภิญญาให้เกิดขึ้น เมื่อสิ้นชีพแล้วไปบังเกิดในพรหมโลกโดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2551 , 08:59:44 น.] ( IP = 58.9.150.194 : : )
สลักธรรม 4ดูก่อนท่านผู้แสวงหาสัจจะ พระโพธิสัตว์ในครั้งนั้นก็คือพระตถาคต อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานี่เอง พระอัครมเหสีคือมารดาแห่งพระราหุล พระราชาผู้เป็นสหาย คือพระอานนท์ พุทธอนุชานั่นเอง
ดูก่อนภราดา บัณฑิตแต่โบราณย่อมสลดใจในเรื่องที่ควรสลดอย่างนี้ ท่านเป็นผู้มีใจใฝ่ธรรมอยู่เสมอ เห็นสิ่งใดได้ฟังสิ่งใดก็น้อมใจเข้าไปหาธรรม หรือน้อมธรรมเข้ามาในตน จึงเป็นอันเดียวกันกับธรรมและไม่เสื่อมจากธรรม
เมื่อภิกษุทั้งหลายสนทนากันมาได้เพียงเท่านี้ เสียงระฆังในอโศการามก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณเตือนให้ภิกษุทั้งหลายเตรียมตัวเข้าประชุมฟังโอวาทของพระสังฆเถระ ซึ่งถือเป็นกิจวัตประจำวัน ลมเย็นโชยมาเบา ๆ หอบเอากลิ่นดอกไม้หอมเป็นต้นว่าพิกุลมาด้วยทำให้รู้สึกชื่นบาน และที่ชื่นบานกว่านั้นก็คือดวงใจของภิกษุจากวรรณไวศยะผู้ได้ธัมโมทก น้ำคือธรรมกถาของเพื่อนพรหมจารีมาโสรจสรงดวงใจซึ่งเร่าร้อนกระวนกระวายให้สงบเย็นลง ยินดีในการประพฤติพรหมจรรย์ มองเห็นแสงสว่างในทางชีวิตบนเส้นทางที่เดินยาก แต่ร่มเย็นเป็นสุขสำหรับผู้ที่เดินเป็น
ท่านประคองอัญชลี นมัสการเพื่อนพรหมจารี จากวรรณะพราหมณ์ ซึ่งได้เสียสละเวลาอันมีค่าในการบำเพ็ญเพียรทางจิตมากล่าวธรรมกถา เพื่อระงับความกระวนกระวาย จัดเป็นบุญกิริยาอันน่าสรรเสริญและควรอนุโมทนา ดังพระพุทธวาจาที่ว่า "การให้ธรรมย่อมชนะการให้ทั้งปวง รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง และความสิ้นตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง" ดังนี้โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2551 , 09:03:23 น.] ( IP = 58.9.150.194 : : )
สลักธรรม 5ความหลังแห่งจริยาของพระศาสดา ได้ช่วยลบรอยแห่งความทุกข์ความกระวนกระวาย ความเศร้าหมองในดวงใจของท่านให้เบาบางลง
และคงจะมีสักวันหนึ่งที่รอยนั้นถูกลบให้หายไปโดยสิ้นเชิงไม่มีเชื้อเหลือโดยการซึมซาบแห่งน้ำคือ ธรรมเข้ามาเอิบอาบอยู่ในดวงจิต ออกฤทธิ์กำจัดอาสวะคือ อธรรมที่หมักหมมในใจนานแสนนานให้ปลาสกนาการ นำความเบ่งบานชื่นสุขอย่างแท้จริงมาสู่ชีวิตโดยไม่ต้องกลับกลายเป็นทุกข์อีก นี่คือยอดปรารถนาแห่งชีวิตทุกชีวิตที่อุบัติขึ้นในโลกนี้
อวสาน
![]()
![]()
โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [10 ธ.ค. 2551 , 09:07:18 น.] ( IP = 58.9.150.194 : : )
สลักธรรม 6
ก้าวมากับคืนวันอันเวิ้งว้าง
บอกดวงใจบอบบางให้เข้มแข็ง
เผชิญหน้ากล้าหาญการเปลี่ยนแปลง
เสวยแสวงคุณค่าอย่างท้าทาย
บนเส้นทางสายยาวมีหนาวร้อน
แต่ละช่วงแต่ละตอนมีความหมาย
บรรจงฝันปั้นยิ้มให้พริ้มพราย
ตะเกียกตะกายต่อสู้อยู่เรื่อยมา
ก็อาจจะมีบ้างในบางหน
ที่สับสนเสียใจเพราะไขว่คว้า
อาจจะมีบ้างในบางครา
ที่น้ำตารินหยดลงรดมือ
ชีวิตคนรุ่มรามด้วยความหวัง
ชีวิตมีความหลังเหมือนหนังสือ
ชีวิตรุ่งเรืองรองด้วยสองมือ
ชีวิตคือการอยู่สู้ความจริง
ผ่านมุมหม่นบนโลกโศกสลด
เรียนรู้รสเศร้าสุขแล้วทุกสิ่ง
รู้กัดฟันขันแข่งรู้แย่งชิง
รู้หยุดนิ่งข่มใจให้เย็นลง
ก้าวมาถึงปลายทางอย่างสง่า
ซาบซึ้งค่าของมนุษย์สุดประสงค์
ทั้งลาภยศชื่อเสียงไม่เที่ยงตรง
ที่มั่นคงงดงามคือความดี
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [10 ธ.ค. 2551 , 09:13:36 น.] ( IP = 58.9.150.194 : : )
สลักธรรม 7
ติดตามอ่านความหลังมาโดยตลอด
นับว่ามีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นการเพิ่มความมั่นใจในการเพียรกระทำความดี และทำให้เกิดความกลัวเกรงต่อผลของบาปอกุศลต่างๆ มากขึ้น
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เทพธรรมมากค่ะที่นำภาพแห่งความหลังที่ทรงคุณค่านี้มาให้ได้อ่านและศึกษา เปรียบเป็นตัวอย่าง เป็นกรณีศึกษาให้เห็นชัดถึงผลแห่งการกระทำความดี และผลแห่งการกระทำความชั่วต่างๆได้ชัดเจน ขึ้นชื่อว่าบาป แม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่พึงกระทำ
กราบอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [10 ธ.ค. 2551 , 09:40:04 น.] ( IP = 124.121.178.157 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณมากค่ะท่านอาจารย์เทพธรรม และขอกล่าว สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ
ในแต่ละตอนที่ผ่านมาอุดมไปด้วยคุณค่า และเห็นแบบอย่างอันงดงาม รวมทั้งเป็นกรณีศึกษาที่ควรนำมาคิดพิจารณาอย่างยิ่งโดย น้องอุ๊ [10 ธ.ค. 2551 , 20:03:24 น.] ( IP = 125.24.74.42 : : )
สลักธรรม 9อ่านแล้วได้ความสงบใจบอกไม่ถูก
กราบขอบพระคุณค่ะโดย herbs [11 ธ.ค. 2551 , 19:54:41 น.] ( IP = 202.28.181.200 : : 10.7.160.166 )
สลักธรรม 10สาธุ สาธุ สาธุ
กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะที่นำความสงบร่มรื่นใจมากฝากเสมอโดย น้องกิ๊ฟ [12 ธ.ค. 2551 , 10:48:05 น.] ( IP = 125.27.172.156 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |