| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๒ (ตอนที่ ๓)
![]()
ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๒
( วิปัสสนา เล่ม ๔ )
ของหลวงพ่อเสือ
ตอนที่ผ่านมา
คำถาม จะทำอย่างไรไม่ให้จิตฟุ้งซ่าน
คำตอบ ใครไม่ฟุ้งซ่านแล้วยกมือขึ้น ใครยังรู้ตัวว่าฟุ้งอยู่ประจำยกมือขึ้น ฉะนั้น เรื่องนี้มีประโยชน์ที่สุด เราอยากจะหายฟุ้งซ่านจริงๆ เราต้องรู้ว่าอะไรจริง อดีตเป็นของจริงไหม อดีตเป็นของไม่จริง อนาคตเป็นของจริงไหม ไม่จริง อะไรเป็นของจริง ปัจจุบัน อดีตเป็นความปด อนาคตเป็นความฝัน ปัจจุบันเท่านั้นคือความจริง
เราต้องรู้จักความจริงในชีวิตของเรา ทำอย่างไรจะเห็น ต้องเห็นที่ปัจจุบัน เห็นเมื่อวานมีไหม นี่คือการเล่าถึงใช่ไหมว่าฉันได้เห็นมา เห็นพรุ่งนี้มีไหม ต้องเห็นเดี๋ยวนี้ ฉะนั้น จะเห็น จะได้ยิน จะได้กลิ่น จะรู้รส ได้สัมผัส ได้ถูกต้อง ทางทวารทั้ง ๖ ต้องที่ปัจจุบัน ปัจจุบันเท่านั้นคือความจริง คำว่าฟุ้งซ่านที่เราจะแก้ เราต้องรู้ว่าตัวฟุ้งซ่านนี่จริงหรือไม่จริง
ฟุ้งซ่านหมายถึงการที่จิตระลึกนึกไปในสิ่งที่ผ่านมาแล้วเป็นอดีต และยังไม่เกิดขึ้นเป็นอนาคต ซึ่งไม่ใช่ความ จริงเลย เมื่อจิตระลึกนึกไปในสิ่งที่ผ่านมาแล้ว อาจจะทำให้เกิดความโกรธใหม่ได้ อาจจะทำให้เกิดความโลภใหม่ได้ ทำให้จิตนั้นอยู่กับกิเลสได้เนืองๆ เช่น นึกไปในเรื่องที่เขาว่าฉันเมื่อวานนี้ ตอนนี้โกรธอีกแล้ว สร้างอำนาจโกรธให้กับตัวเอง เห็นไหมลูก เพราะนึกไปทำให้เกิดโทสะและโลภะได้
กับนึกไปในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น คือความกลัว วิตก โทสะก็เกิด หรือความปรารถนาสร้างความมัญญนาฟุ้งซ่านไป มีโลภะ พรุ่งนี้ฉันต้องได้เท่านั้นเท่านี้ พรุ่งนี้ฉันจะต้องถูกหวยแน่ๆ โลภะเข้า จึงเป็นเหตุทำให้เกิดโลภะและโทสะได้ทั้งอดีตและอนาคต ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่มีเลย
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [18 ธ.ค. 2551 , 21:07:10 น.] ( IP = 118.173.42.12 : : )
สลักธรรม 1
ดังนั้น ความฟุ้งซ่านรำคาญใจนี้ สร้างอำนาจอันน่าวิตกและน่าหวาดหวั่นอยู่เสมอ จิตจึงไม่สงบ ใช่ไหมลูก วิธีที่จะทำให้สงบในหลักของพระพุทธศาสนา คือสมาธิ
สมาธิคือการที่จิตกำหนดอารมณ์ อารมณ์เดียวไม่ให้ซัดส่าย ไม่ให้ฟุ้งซ่าน ด้วยวิธีการหาอะไรมาเป็นตัวกำหนด เช่น กำหนดลมหายใจเข้า กำหนดลมหายใจออก กำหนดกสิณดิน น้ำ ลม ไฟ หาอารมณ์อย่างหนึ่งเพื่อให้จิตมีงานทำเป็นหน้าที่
แต่คนเราลองคิดดูนะลูก อันนี้เป็นอุบายของพ่อ ลูกนั่งพุทโธ สัมมาอรหัง ขนาดสั้นๆ ชีวิตจะไม่ฟุ้งได้อย่างไร ลูกนั่งแผ่เมตตา สัพเพสัตตา อเวรา ของใหม่เราตั้งใจทำ เมื่อเราเกิดความเคยชินแล้ว เกิดความชำนาญแล้ว จิตมันก็ซัดส่ายได้ ( หลวงพ่อทำท่าให้ดูว่า นั่งท่องไปตาก็สอดส่ายมองไปในที่ต่างๆ ) เราจะมีอุบายอะไรที่จะช่วยได้ คือการหมั่นปฏิเสธ เป็นพุทธวิธีที่ดีที่สุด
คนเราลองหัดปฏิเสธสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์เสียบ้าง ส่วนมากเราไม่เคยปฏิเสธสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับเราเลย มิหนำซ้ำยังให้ท้ายด้วย ใช่ไหมลูก เช่นอย่างไร เราทุกข์ไปในเรื่องอดีต ให้ท้ายเลย แหม ฉันไม่น่าทำอย่างนั้นเลยนะ คิดไปเลย เอาอารมณ์นั้นสร้างภาพให้เกิดความน่าสนใจ ให้ท้ายใช่ไหม กับเรื่องอนาคตให้ท้ายเลย แล้วเราจะต้องแต่งตัวอย่างนี้ไปรับนะ เราจะต้องเอาคนไปคุ้มครองถ้าเผื่อถูกรางวัลที่หนึ่ง ตอนนี้ยังไม่ถูกเลยนะ เราจะซื้อบ้าน จะซื้อรถ จะให้ท่านหมดเลย ( หมายถึงอาจารย์วิชิต ธรรมรังษี ) สร้างอำนาจฟุ้งไป เห็นไหมลูก อยากได้นิดเดียว ฟุ้งไปในอนาคต สร้างอำนาจว่าจะต้องเอาคนนั้นไป ไปลงหนังสือพิมพ์ว่าฉันถูก เห็นไหมฟุ้งดะ ทุกข์อยู่ในนั้นหมด
ฉะนั้น หมั่นปฏิเสธบ้าง เวลาเราจะนึกคิด ตอนนี้เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรเราแล้ว คือตัดอารมณ์ที่จะส่งเสริม ฟุ้งไปเป็นของธรรมดา แต่ตัดการส่งเสริมออก เมื่อหมั่นตัดการส่งเสริมออก จิตก็จะมีอำนาจที่จะสลัดออกจากสิ่งนั้น และเมื่อจิตมีความกล้าแข็งเต็มที่แล้ว เมื่อระลึกนึกไปปุ๊บ อดีตคือความปดมันก็เข้ามา ทำให้เรานั้นตัดออกมาได้ หันกลับมาสู่ปัจจุบัน
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [18 ธ.ค. 2551 , 21:14:00 น.] ( IP = 118.173.42.12 : : )
สลักธรรม 2
คำถาม สร้างกุศลอะไรจะได้เป็นมหากุศล
คำตอบ คำว่า มหา แปลว่ายิ่งใหญ่ มหามาจากไหน ก็มาจากการกระทำนิดๆ ยกตัวอย่างเช่น มหาเศรษฐีมาจากไหน ก็มาจากเศรษฐีธรรมดา แล้วเศรษฐีมาจากไหน ก็มาจากคนธรรมดาที่เก็บสะสม จากคนที่มีเงินเขาเรียกเศรษฐี มีเงินมากๆเขาเรียกมหาเศรษฐี คำว่ามากย่อมมาจากน้อย อยู่ดีๆมากโผล่มาเลยมีไหม คนเราเกิดมาก็ต้องค่อยๆเจริญเติบโต เงินก็ค่อยๆมี สติจึงต้องค่อยๆมีเช่นกัน จึงจะเป็นมหาสติได้
บุญ คือ เครื่องชำระล้างจิตใจให้หมดจดจากกิเลสจากเครื่องเศร้าหมอง บุญเมื่อทำแล้วจึงเกิดประโยชน์กับตัวเอง มหาบุญก็คือมหาปัญญา เมื่อมีปัญญาแล้วจะไม่ลุ่มหลง เพ้อเจ้อและฟุ่มเฟือยไปในสิ่งที่เปล่าประโยชน์ ทำให้จิตนั้นเป็นอิสระจากเครื่องพันธนาการ เพราะรู้เหตุรู้ผลว่า มันมีอยู่จริงหรือไม่ ได้แก่ กัมมัสสกตาปัญญา เป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่
การเจริญมหาสติปัฏฐานเป็นมหากุศล การให้ทานปัญญาก็เป็นมหากุศล ฉะนั้น คำว่ากุศลที่ยิ่งใหญ่ก็คือ กุศลที่ประกอบด้วยปัญญา มีปัญญาพิจารณาอยู่ตลอดเวลา รู้เหตุ รู้ผล เรียกว่า มหากุศล
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [18 ธ.ค. 2551 , 21:20:02 น.] ( IP = 118.173.42.12 : : )
สลักธรรม 3
คำถาม ปัญญากับสมาธิอันไหนมาก่อนกัน
คำตอบ ต้องมีความตั้งมั่นของจิตเสียก่อน จึงจะสามารถเปิดทางให้แก่ปัญญาได้ สมาธิคือความตั้งมั่นของจิต ทำให้ไม่ฟุ้ง ถ้าไม่มีสมาธิก็ฟุ้ง แล้วไหนล่ะปัญญาจะมา เพราะเวลาฟุ้งก็เพลิดเพลินไปกับความฟุ้ง โลภ โกรธ หลงก็เข้า
คำถาม แต่บางครั้งก็คิดว่าปัญญาจะมาบ้าง แต่ไม่ได้สมาธิมีไหม
คำตอบ ลูกอย่าบางครั้งเอาของจริงไปคิด
คำถาม คิดว่าตัวเองนั่งสมาธิไม่ได้ แต่ปัญญาก็พอจะตัดอะไรได้
คำตอบ ตัดอะไรลูก
คำถาม ตัดอารมณ์หรืออะไรต่ออะไรได้
คำตอบ เขาเรียกว่าปลงอย่างนั้นใช่ไหม
คำถาม ใช่ ปลงกับปัญญานี้เป็น....
คำตอบ ปัญญาคือความรู้จริง เช่น นั่งอยู่นี่ถ้ามีปัญญาจะรู้ว่าไม่ใช่เรานั่ง รูปมันนั่ง พอเห็นปุ๊บ นี่ไม่ใช่เราเห็น นามมันเห็น นี่เรียกว่าปัญญา แต่ถ้าเผื่อนั่งปุ๊บ อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด เบื่อแล้ว อันนี้เป็นโทสะ โทสะทำให้เกิดความคิดอันนั้น หรือจะไปไหนก็ไปรำคาญ นี่โทสะ ปลงไหม อันนี้โทสะทำให้พูด
คำถาม ขันติกับอุเบกขาในพรหมวิหารต่างกันอย่างไร
คำตอบ ขันติ คือ ความอดกลั้นต่อความลำบาก ลำบากในที่นี้คืออะไร ลำบากทางจิต เพราะจิตมีโทสะเข้ามาจึงอดกลั้น อดอารมณ์ ข่มอารมณ์ของตัวเองไว้ ขันติจึงเป็นยอดตบะ เพราะทำให้เกิดการกระทำที่จะแสดงออกไปในทางไม่ดีหยุดชะงักได้
ส่วนอุเบกขาในพรหมวิหาร คือ การวางเฉยต่ออารมณ์ ไม่ยินดีไม่ยินร้าย ไม่ลำเอียงในการกระทำ
ขันติใช้ควบคุมโทสะ
แต่ถ้าอุเบกขาจะใช้ควบคุมโลภะ โทสะ และโมหะ ต่างกันมาก
โดย ธัญธร [18 ธ.ค. 2551 , 21:36:45 น.] ( IP = 118.173.42.12 : : )
สลักธรรม 4
คำถาม เมื่อเราถูกว่า ถูกตี ควรใช้ขันติหรืออุเบกขา กรณีใดควรใช้ขันติ กรณีใดควรใช้อุเบกขา
คำตอบ ถูกว่าใช้ขันติ ถูกตีใช้อุเบกขา เพราะอุเบกขาคือรู้กระทบรู้กระทำ ขันติคือ ความอดกลั้นเพื่อไม่ให้แสดงอารมณ์ที่ขุ่นมัวออกไปได้ แยกออกไหมลูก
คำถาม เวลาที่เรากำหนดรูปนั่งเสร็จแล้วก็เกิดความง่วง ก็แก้ด้วยการลุกขึ้นไปเดิน แล้วทีนี้พอไปนั่งก็ง่วงอีก ก็ไปเดิน ทีนี้เดินบ่อยๆก็เกิดความรู้สึกว่าอันนี้มันจะเป็นตัณหาให้เดินหรือเปล่า
คำตอบ ใช่ ตัณหาให้เดิน
คำถาม แล้วจะทำอย่างไร นั่งอยู่มันจะหลับ
คำตอบ ลองล้างหน้าบ้างหรือเปล่า
คำถาม เคยล้างหน้าเหมือนกันแต่มันก็ไม่หายง่วงอีก
คำตอบ เป็นระยะเวลาไหน
คำถาม ตอนกลางวัน
คำตอบ อากาศร้อน เพราะเหตุปัจจัยมันไม่สมบูรณ์ด้วย ใครเคยไปอ้อมน้อยมาบ้าง พอเดินเข้าไปเขาเขียนว่า สุญญาคาร แปลว่าอะไรรู้ไหม อาคารว่างใช่ไหมลูก เรือนว่าง ว่างจากการทำภารกิจ ว่างสิ่งที่มาเสริมต่อปรุงแต่งกิเลสตัณหา มันต้องพร้อมหลายๆอย่าง
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [18 ธ.ค. 2551 , 21:45:20 น.] ( IP = 118.173.42.12 : : )
สลักธรรม 5
คำถาม ถ้ามีเงินสักพันบาท ไปทำบุญตามวัดต่างๆที่ขาดปัจจัย ๔ เช่นที่.... กับการมาฟังหลวงพ่ออธิบายธรรมะ อย่างไหนจะได้บุญมากกว่ากัน
คำตอบ ไม่ตอบทั้งที่นั่นและที่อื่น เพราะพ่อเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น จะตอบให้ฟังว่า บุญมี ๒ ลักษณะ คือ บุญที่ประกอบด้วยปัญญา และบุญที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา
บุญที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา หมายถึง การทำบุญโดยไม่ละโทษ เช่น ทำตามประเพณี ทำเพื่อลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทำให้เขาชื่นชมโสมนัสว่าฉันเป็นคนดี นี่ไม่มีปัญญาทำ เพราะไม่รู้ว่าบุญคืออะไร
บุญคือ เครื่องชำระล้างจิตใจให้หมดจดจากกิเลส ไม่ต้องการอะไรเข้า แต่ต้องการดึงของเก่าที่ไม่ดีออก ไม่ใช่มาเก็บ นี่คือบุญที่ประกอบด้วยปัญญา ฉะนั้น ทำบุญอยู่ดีแล้วลูก แต่ฟังธรรมะจะได้สัจธรรม ได้ปัญญา ทำบุญย่อมได้รับผลบุญ ฟังสัจธรรมจะได้รู้แจ้งเห็นจริง เปรียบเทียบกันไม่ได้ ไม่ใช่ฟังหลวงพ่อเสือแล้วจะได้บุญมากกว่า
ใครก็แล้วแต่ถ้าได้ฟังธรรมะแล้ว ตอนนั้นจิตเป็นกุศลย่อมได้บุญ ถ้าเป็นเนื้อหาในเรื่องปรมัตถ์จะได้ปัญญา ไม่ใช่บอกลูกศิษย์ว่าต้องฟังแต่หลวงพ่อเสือนะ หลวงพ่อเสือก็ไม่เที่ยง ถ้าร่างทรงตายไม่มีหลวงพ่อเสือเลยไม่ได้ทำบุญ อย่ามาติดกับพ่อ ให้ติดในความจริง รู้ในความจริง แจ้งในความจริง พยายามทำตัวเองให้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ใครเขาจะว่าเราโง่ ก่อนนั้นเคยโกรธใช่ไหมลูก โกรธเป็นอะไร โทสะ โทสะเป็นอะไร อกุศล ขาดทุนย่อยยับ เริ่มต้นใหม่ ถ้าเผื่อจับพลัดจับผลูถูกเขาว่า แหมเธอนี่โง่จัง จริงซินะเราโง่ ถ้าเผื่อไม่โง่ไม่ต้องมาเกิดแล้ว เป็นพระอรหันต์ รู้จริง ตื่นบนความจริง เบิกบานใจว่า ฉันจะได้มีการกระทำเพื่อจะได้หายโง่ไป
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [18 ธ.ค. 2551 , 21:52:28 น.] ( IP = 118.173.42.12 : : )
สลักธรรม 6
คำถาม ร่างทรงไม่มีโอกาสไปนิพพานจริงหรือไม่
คำตอบ คำว่า พระนิพพาน หมายถึง สภาวะที่หมดจดจากกิเลส สิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด คนทรงหรือไม่ใช่คนทรงนิพพานได้เหมือนกันและไม่นิพพานได้เหมือนกัน จะนิพพานได้ต้องเดินตามมรรค จนมรรคมาเป็นมรรคสามัคคี มรรคผลนิพพานก็เป็นของเรา
ถ้าลูกถามแบบนั้นแปลว่ามีผู้ให้นิพพานเอง แจกนิพพาน ถ้าเผื่อเป็นคนทรงไม่ให้นิพพาน นิพพานเป็นอารมณ์ ใครทำใครได้ ใครพบใครพ้น ถ้าเผื่อไม่เป็นคนทรงเท่านั้นไปนิพพานได้ ในลักษณะที่ลูกเข้าใจนั้นมีคนตั้งนิพพาน มีคนแจกนิพพาน เป็นไปไม่ได้ นั่นไม่ใช่นิพพาน เป็นเพียงตะพาน เพราะว่าถ้าถามว่าร่างทรงไปนิพพานแบบนั้นได้ไหม ต้องตอบว่าไปไม่ได้เพราะต้องมาทรงอยู่ แต่ถ้าเผื่อไปนิพพานเขาไปเองได้
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [18 ธ.ค. 2551 , 22:00:18 น.] ( IP = 118.173.42.12 : : )
สลักธรรม 7ขออนุโมทนากับพี่จริงๆครับ ที่เพียรสร้างกุศลให้เป็นอาจิณมาเสมอครับ
ดีใจมากครับ ที่มีพี่ผู้หนึ่ง มาช่วยลงธรรมะที่มีค่า ให้แก่สาธารณะชน ได้เข้ามาอ่านนะครับ
และดีใจมากอีกเช่นกัน ที่เดี๋ยวนี้พี่สามารถพิมพ์ ใส่สี และเน้นคำตัวหนา ได้ดีมากและน่าอ่านมากครับผมโดย พี่เณร [19 ธ.ค. 2551 , 08:21:19 น.] ( IP = 58.9.137.241 : : )
สลักธรรม 8กราบนมัสการค่ะ ได้อ่านธรรมะ ได้เตือนสติที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง กรรมดำหนักหนาเหลือเกินค่ะ ลืมสติ ขาดปัญญาเมื่อไร ทุกข์สาหัสได้ทุกครั้ง ไม่รู้ว่าโยมไปทำกรรมหนักหนากับใครมันถึงเจ็บปวดได้ขนาดนี้ ขยาด กลัว ไม่กล้าทำแล้วค่ะความชั่ว แต่ความดีบางเรื่องไม่น่ายากแต่ทำไมถึงได้ทำยากจังค่ะหลวงพ่อ โยมมีใจขุ่นมัวกับแม่ที่เขาลำเอียงไม่ใส่ใจหลาน(ลูกสาวของโยม)เพราะที่ผ่านมาโยมมั่นใจว่าตั้งใจที่จะตอบแทนพระคุณของเขา แต่เขาทำให้โยมเสียใจ
วันนี้ตั้งใจว่าจะใช้ธรรมะเป็นเครื่องขัดเกลากิเลส เพื่อพบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ จะใช้เวลานานสักแค่ไหนก็จะยอมทุกๆ ชาติไป
โดย แม่น้องขิม [19 ธ.ค. 2551 , 10:27:26 น.] ( IP = 58.8.221.42 : : )
สลักธรรม 9มาสร้างมหากุศลต่อ..สวัสดีค่ะพี่ธัญธร อนุโมทนาและขอบพระคุณมากนะคะที่สละเวลาพิมพ์มาให้อ่านเสมอๆ ..สาธุ
สวัสดีค่ะคุณแม่น้องขิม ..ขอให้สติปัญญาที่เกิดขึ้นแล้วนั้นทำให้ความขุ่นข้องหมองใจคลายลงได้ แม้ในวันนี้จะยังทำได้ไม่เต็มที่..แต่ความพยายามจะทำให้สำเร็จสมปรารถนาได้ในสักวัน ..
ปล. คุณแม้น้องขิมพิมพ์รหัสสีมีตัวเลขเกิน ๖ ตัวค่ะ จึงอาจได้สีไม่ตรงใจ เข้าไปแก้ไขให้แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่า ระหว่าง =#ff6699 กับ =#ff6633 กับ = #ff9933 นั้นคุณแม่น้องขิมต้องการใช้สีไหน เพราะเห็นพิมพ์รหัสว่า =#ff669933 ...และต้องขออภัยด้วยนะคะที่ท้วงติงเสมอ
โดย น้องกิ๊ฟ [19 ธ.ค. 2551 , 11:29:14 น.] ( IP = 125.27.170.11 : : )
สลักธรรม 10กราบสวัสดีค่ะ พี่เณร และน้องกิ๊ฟ
ดีใจกับคำชมที่ได้รับค่ะ
ครั้งนี้คงจะเป็นการลงกระทู้ที่มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด
จึงทำให้ออกมาได้ตามต้องการค่ะ และสอบผ่านได้คะแนนจากพี่เณร
กราบขอบพระคุณที่ให้กำลังใจค่ะ
สวัสดีค่ะคุณแม่น้องขิม ดีใจที่ได้มีส่วนในการนำธรรมะอันทรงคุณค่าของหลวงพ่อมาให้ได้อ่านค่ะ
และขอให้มีความเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปนะคะโดย ธัญธร [19 ธ.ค. 2551 , 18:39:50 น.] ( IP = 118.173.32.228 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |