มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สัมภเวสี..คืออะไรแน่ครับ




คือว่าผมอ่านหนังสือแล้วไปเจอเรื่อง สัมภเวสี

ในความหมายของศาสนาพุทธนี่ หมายถึงอะไรครับ

ผมอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ ในสำนวนที่อ่านมา

และอีกอย่างหนึ่งนะครับ ที่ศาสนาพุทธ เมื่อตายแล้ว

เกิดทันที คือการเคลื่อนย้ายจิต .
.
แล้วพวกวิญญาณเร่ร่อน คืออะไรครับ

(เท่าที่อ่านมาไม่ใช่สัมภเวสีตามที่ส่วนใหญ่เข้าใจ)

ถือซะว่าเป็นกระทู้คลายเครียดแล้วกันนะครับ

และก็ประดับความรู้ของผม ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคน

นับถือศาสนาพุทธให้กระจ่างขึ้นบ้าง นะครับผม

ขอบคุณครับ

โดย อภิรมย์ [18 มิ.ย. 2545 , 16:51:02 น.] ( IP = 202.183.238.196 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สัมภเวสี หมายถึงผู้ที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสัสารวัฏอย่างไม่รู้วันจบสิ้น ไม่ใช่ผู้ที่ยังหาที่เกิดไม่ได้ ไม่ใช่วิญญาณที่ล่องลอย เพราะทุกบุคคลตายแล้วต้องเกิดทันทีทันใด ยกเว้นพระอรหันต์เท่านั้น ดังนั้นพวกเราเองก็เรียกว่าสัมภเสีค่ะ

โดย เล็ก [19 มิ.ย. 2545 , 08:10:22 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )


  สลักธรรม 2

สัมภเวสี หมายถึงผู้ที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๓๑ ภูมิ มีนรก เปรต อสุรกาย มนุษย์ เทวดา พรหม ล้วนเป็นสัมภเวสีได้ทั้งนั้น มีบุคคลประเภทเดียวพ้นจากภาวะสัมภเวสีคือพระอรหันต์เท่านั้น เพราะไม่มีภพใหม่สำหรับท่านอีกแล้ว

โดย ศิริราช [19 มิ.ย. 2545 , 11:31:34 น.] ( IP = 203.107.138.71 : : )


  สลักธรรม 3

คำว่าตายแล้วเกิดทันทีนั้นถูกต้อง แต่คำว่าการเคลื่อนย้ายจิต ใช้คำไม่ถูกต้อง จิตเป็นนามธรรม เกิดที่ใด ดับในที่นั้น ไม่ต้องอาศัยการเดินทาง เคลื่อนย้ายไปไหนไม่ได้ แต่มีพลังงานที่สั่งสมมาก่อนที่จิตจะดับ เป็นปัจจัยให้จิตดวงใหม่เกิดขึ้นได้

โดย ศิริราช [19 มิ.ย. 2545 , 11:34:43 น.] ( IP = 203.107.138.71 : : )


  สลักธรรม 4

พูดถึงพลังงานที่สั่งสมนั้น ลองนึกถึงการเตะลูกบอล แรงที่ใช้ในการเตะนั้นมีพลังงานช่วยส่งทำให้ลูกบอลลอยไปในทิศทางต่าง ๆ จนถึงเป้าหมายได้ฉันใด จิตก็เช่นกัน เกิดขึ้นได้ก็ด้วยแรงส่งก่อนหน้าตนนั่นเอง ในที่นี้ให้คิดถึงแรงส่งเท่านั้น ไม่นำลูกบอลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย (ถึงแม้ลูกบอลจะเป็นตัวเคลื่อนตามแรงจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งก็ตาม) การอุปมานี้อาจจะเข้าใจยากสักหน่อย
ลูกบอลที่ตกพื้นได้ ก็ด้วยแรงเตะในครั้งแรกเป็นปัจจัยให้นั่นเอง ถ้าจะเปรียบการเกิดดับของจิตแล้ว ให้นับเฉพาะจุดแรกที่เตะ(เปรียบกับจิตขณะดับ) กับจุดสุดท้ายที่ลูกบอลตกพื้น(เปรียบกับขณะจิตดวงใหม่เกิด) ไม่นับเหตุการณ์ระหว่างที่ลูกบอลลอยอยู่ และห้ามนำเหตุการณ์นี้มาคิดรวมด้วยเลย เพราะจะทำให้ไขว้เขวไปว่าจิตมีการเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ (ซึ่งเป็นการอนุมานที่ห่างไกลจากความจริงไปมาก)

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ขอตอบในเบื้องต้นนี้ก่อนว่าเป็นธรรมเนียมของจิต หรือนิยามความเป็นไปของจิตเป็นเช่นนั้นเอง ไม่มีใครมากำหนดควบคุมหรือบังคับให้เป็นตามใจชอบได้เลย เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมผลย่อมเกิดขึ้น

โดย ศิริราช [19 มิ.ย. 2545 , 11:39:57 น.] ( IP = 203.107.138.71 : : )


  สลักธรรม 5

ส่วนวิญญาณเร่ร่อนเป็นคำที่ใช้พูดต่อ ๆ กันมา และสร้างเป็นภาพยนต์ที่สามารถทำเงินให้แก่ผู้สร้างไม่น้อย จากพื้นฐานความเชื่อที่รู้สึกว่ามีอีกมิติหนึ่งที่คล้ายมนุษย์ มีความเป็นทิพย์ กายละเอียดซ้อนอยู่ เมื่อบุคคลตายไป ความทรงจำและความผูกพันขณะเป็นมนุษย์ ทำให้บุคคลนั้นยังคงมาคลุกคลีกับมนุษย์ไม่ด้านการช่วยเหลือก็ด้านการทำลาย แล้วแต่ผู้ประพันธ์หรือผู้สร้างจะจินตนาการให้เป็นไป ซึ่งเป็นการอนุมานที่ห่างไกลจากความจริงไปมากเช่นกัน
จะว่าไปแล้วคำว่าเร่ร่อนของคนโบราณ หมายถึง การเรียกตัวตนอย่างอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์และสัตว์ที่เห็นได้ด้วยตานั่นเอง และเหมาเอาว่าเป็นวิญญาณที่เร่ร่อนหาที่เกิด(เพื่อเกิดเป็นมนุษย์) เมื่อใดก็ตามที่ได้เกิดเป็นมนุษย์แล้วก็ไม่ต้องเร่ร่อนหาที่เกิด นั่นเป็นเพียงความเชื่อแล้วบอกเล่าสืบต่อมา จริง ๆ แล้วไม่ใช่ ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับมนุษย์เช่นกัน

โดย ศิริราช [19 มิ.ย. 2545 , 11:45:54 น.] ( IP = 203.107.138.71 : : )


  สลักธรรม 6

ดังได้กล่าวแล้วว่าตายแล้วเกิดทันที ชีวิตภายหลังความตายมีแหล่งกำเนิดอยู่ ๔ ที่ ไม่จำเป็นต้องเกิดเป็นมนุษย์เท่านั้น แต่ละที่มีความเป็นอยู่ประจำภพภูมิของตน ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย ปกติความทรงจำเก่าระหว่างบุคคลไม่สามารถติดตามไปสู่ภพภูมิใหม่ได้ (มีส่วนน้อยมากที่เป็นกรณียกเว้นเท่านั้น) มีแต่อุปนิสัยส่วนตนที่ฝึกฝนไว้เท่านั้นที่ติดตามตนไปในทุกภพภูมิ

การจะเกิดในแหล่งใดนั้น ย่อมเป็นไปตามกรรมของตน(ยถากรรม) เลือกแหล่งกำเนิดเองแทบไม่ได้เลย นอกจากผู้ที่ศึกษาจนเข้าใจถึงภัยและโทษของสังสารวัฏฏ์ ก็จะมีการทำกรรมใหม่ที่ไม่เป็นไปในภูมิต่ำอีก เลือกเกิดในที่ดี ไม่ลำบาก จนกระทั่งสามารถหยุดการเกิดอันเป็นสภาพทุกข์ของตนเองได้

โดย ศิริราช [19 มิ.ย. 2545 , 11:58:40 น.] ( IP = 203.107.138.71 : : )


  สลักธรรม 7

แหมอ่านเพลินเลยครับผม เก่งจริงๆแต่พี่เณรต้องขอให้ฝึดการพูดกันหน่อย เพราะจวนออกงานอีกแล้วนะครับพ๊ม

โดย พี่เณรชิต [19 มิ.ย. 2545 , 14:46:04 น.] ( IP = 203.170.150.190 : : )


  สลักธรรม 8

คุณศิริราชเก่งจังเลยค่ะ อ่านแล้วละเอียดมากเลยค่ะ

โดย เล็ก [20 มิ.ย. 2545 , 07:47:26 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )


  สลักธรรม 9

ขออนุโมทนาค่ะ
น้องศิริราชนี่ช่างยกตัวอย่างเตะบอลเข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันคือบอลโลกจริงๆ เยี่ยมๆๆๆ

โดย พี่ดาค่ะ [23 มิ.ย. 2545 , 21:19:23 น.] ( IP = 203.113.33.10 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org