มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผู้สละโลก (๙)






ผู้สละโลก
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ


ตอนที่ผ่านมา

๙. บรรลือสีหนาท

แม้จะได้รับการยกย่องจากพระศาสดาและเพื่อนพรหมจารีในพระศาสนามากถึงปานนั้น พระสารีบุตรก็ยังประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นอย่างยิ่ง ดังเรื่องต่อไปนี้

คราวหนึ่งเมื่อออกพรรษาแล้ว พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรประสงค์จะจาริกไปชนบท เพื่อประกาศธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทูลลาพระผู้มีพระภาคถวายบังคมแล้วออกไปด้วยบริวารของตน มีภิกษุไปส่งท่านกันมาก พระสารีบุตรเถระได้ทักทายปราศรัยกับภิกษุทั้งหลายผู้มีน้ำใจไปส่งตามสมควร และให้เหมาะสมกับฐานานุรูปของท่านนั้นๆ แล้วบอกให้กลับ

ภิกษุรูปหนึ่งคิดว่า “จะเป็นการดีหาน้อยไม่ ถ้าพระเถระจะทักทายปราศรัยกับเราแล้วบอกให้กลับ” แต่เนื่องจากมีภิกษุจำนวนมากด้วยกัน พระเถระจึงไม่อาจทักทายปราศรัยให้ทั่วถึงได้ ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ภิกษุนั้นเกิดความไม่พอใจในพระเถระ ว่ามิได้ยกย่องตนเหมือนภิกษุทั้งหลายอื่น บังเอิญชายสังฆาฏิของพระสารีบุตรเถระไปกระทบภิกษุนั้นเข้าหน่อยหนึ่งขณะท่านเดินผ่าน

ภิกษุนั้นเห็นได้ช่องที่จะกล่าวหา จึงรีบเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูลว่า “พระเจ้าข้า พระสารีบุตรทะนงตนว่าเป็นอัครสาวก เมื่อจะจากไปแกล้งเอาชายสังฆาฏิมากระทบข้าพระองค์แล้วมิได้ขอโทษแม้แต่น้อย”

พระศาสดารับสั่งให้พระรูปหนึ่งไปตามพระสารีบุตรกลับมา ขณะนั้นเอง พระมหาโมคคัลลานะและพระอานนท์ ได้ทราบเรื่องนั้นคิดว่า “พระบรมศาสดาจะไม่ทรงทราบความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็หาไม่ แต่รับสั่งให้พระสารีบุตรพี่ชายของเรากลับเข้าไปเฝ้า คงจะทรงประสงค์ให้บันลือสีหนาท คือกล่าววาจาอันอาจหาญประทับใจท่ามกลางพุทธบริษัท เราควรให้พุทธบริษัทประชุมกัน”

ดังนี้แล้ว เที่ยวประกาศให้ภิกษุทั้งหลายในเชตวนารามประชุมกันเพื่อฟังการบันลือสีหนาทของพระธรรมเสนาบดี ณ เบื้องพระพักตร์แห่งพระศาสดา ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประชุมกันแล้ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2551 , 11:13:13 น.] ( IP = 125.27.175.187 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เมื่อพระสารีบุตรเข้าเฝ้าแล้ว พระศาสดาตรัสว่า “เพื่อนพรหมจารีรูปหนึ่งกล่าวหาเธอว่ากระทบเขาด้วยชายสังฆาฏิแล้วไม่ขอโทษ หลีกไปสู่ที่จาริก สารีบุตรว่าอย่างไร?”

นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พระสารีบุตรจึงกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นที่พึ่งของโลก ! พึงเป็นไปได้ที่ภิกษุผู้มิได้ อบรมกายคตาสติภาวนา กระทบเพื่อนพรหมจารีรูปใดรูปหนึ่งแล้วไม่ขอโทษ หลีกไปสู่ที่จาริก

“พระองค์ผู้เจริญ ! ชนทั้งหลายทิ้งของสะอาดบ้างไม่สะอาดบ้าง คูถบ้าง มูตรบ้าง น้ำลายบ้าง น้ำเลือด น้ำหนองบ้างลงบนแผ่นดิน แผ่นดินก็มิได้เกลียดชังสิ่งนั้น มิได้ระอิดระอาสิ่งนั้น คงรับไว้ด้วยอาการอย่างเดียวกัน ทั้งกองหยากเยื่อและกองดอกไม้ฉันใด ข้าพระองค์ก็ฉันนั้นเหมือนกัน มีใจเช่นเดียวกับแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ไม่มีประมาณ ไม่เลือกที่รักผลักที่ชัง มีใจเสมอในบุคคลทั้งปวง ไม่มีเวร ไม่มีความคิดเบียดเบียน

“ข้าแต่พระจอมมุนี ! น้ำย่อมรับของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง...ลมย่อมพัดของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง...ไฟย่อมเผาของสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง น้ำ ลม ไฟ ย่อมไม่เกลียดชัง ไม่ระอิดระอาต่อของเหล่านั้นฉันใด ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น มีใจเสมอด้วยน้ำ ลม และไฟ ไม่มีเวรกับใคร ไม่คิดเบียดเบียนใคร...”

ต่อจากนั้น พระธรรมเสนาบดีได้เปรียบตนเองกับผ้าเช็ดธุลี เด็กจัณฑาล โคเขาขาด สตรีหรือบุรุษผู้เกลียดชังซากศพงู คนประคองภาชนะน้ำมัน โดยนัยว่า อันว่าผ้าเช็ดธุลี ย่อมเช็ดได้ทั้งของหอมของเหม็น ของสะอาดและของโสโครก เด็กจัณฑาล ถือตระกร้านุ่งผ้าเก่าเข้าไปยังบ้านหรือนิคม ย่อมตั้งใจนอบน้อมเข้าไป

โคที่เขาขาดแล้ว ได้รับการฝึกดีแล้ว ย่อมสงบเสงี่ยมเดินไปตามถนนหนทาง ตามตรอกเล็กซอกน้อย ก็ไม่เอาเท้าหรือเขากระทบอะไรๆ ฉันใด ข้าพระองค์ก็ฉันนั้นมีใจอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่มีเวร ไม่คิดเบียดเบียนใคร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2551 , 11:13:40 น.] ( IP = 125.27.175.187 : : )


  สลักธรรม 2

“พระองค์ผู้เจริญ" พระธรรมเสนาบดีทูลต่อไป “อนึ่งบุรุษหรือสตรีรุ่นหนุ่มสาว เป็นคนชอบประดับประดา พึงอึดอัดระอาต่อซากศพงูหรือซากศพสุนัข ที่มีคนมาผูกไว้ที่คอฉันใด ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น ย่อมอึดอัดระอาต่อกายอันเปื่อยเน่านี้

“พระองค์ผู้เจริญ ! อันว่าบุคคลผู้ประคองภาชนะน้ำมันข้น มีรูทะลุเป็นช่องเล็กช่องใหญ่ ไหลเข้าไหลออกอยู่ฉันใด ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น บริหารกายนี้ประคับประคองกายนี้ ซึ่งมีรูทะลุเป็นช่องเล็กช่องใหญ่ มีสิ่งปฏิกูลไหลเข้าไหลออกอยู่เนืองนิตย์ ข้าพระองค์ย่อมระอิดระอาต่อกายนี้

อนึ่ง บุรุษผู้ประคองถาดน้ำมันที่เต็ม และมีคนอื่นถือดาบอันคมกริบอยู่ข้างหลัง พลางบังคับให้ถือถาดน้ำมันโดยดี ถ้าหกเพียงหยดเดียวจะประหารชีวิตเสีย บุรุษนั้นย่อมตั้งใจประคับประคองถาดน้ำมันนั้นอย่างไร ข้าพระองค์ก็ประคับประคองกายของตนฉันนั้น

พระองค์ผู้เจริญ ! สติอันเป็นไปในกายอันภิกษุใดมิได้เข้าไปตั้งไว้ด้วยดีแล้ว ภิกษุนั้นพึงกระทบเพื่อนพรหมจรรย์แล้วหลีกไปโดยมิได้ขอโทษเป็นแน่แท้”

เมื่อพระธรรมเสนาบดีกล่าวคุณของตนอยู่อย่างนี้ มหาปฐวีได้แสดงอาการหวั่นไหวแล้ว ขณะที่พระเถระเปรียบตนด้วยผ้าเช็ดธุลี เด็กจัณฑาล โคเขาขาด และถาดน้ำมันนั้น ภิกษุผู้เป็นปุถุชนไม่อาจกลั้นน้ำตาได้ ฝ่ายพระอรหันต์ขีณาสพ ปลงธรรมสังเวช

ขณะนั้นเอง ความเร่าร้อนในสรีระได้เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้กล่าวตู่ หมอบลงแทบพระบาทยุคลแห่งพระศาสดาแล้วทูลว่า “พระองค์ผู้เจริญ ! ข้าพระองค์เป็นคนพาล เป็นคนหลง ไม่ฉลาด ได้กล่าวตู่พระธรรมเสนาบดีด้วยคำเท็จ ขอได้โปรดอดโทษให้ข้าพระองค์ด้วยเถิดเพื่อความสำรวมระวังต่อไป”

พระศาสดาตรัสว่า “การทำความผิดแล้วรู้สึกผิดแล้วขอโทษเสีย เพื่อสำรวมระวังต่อไปนั้น เป็นความเจริญในวินัยของพระอริยเจ้า” ดังนี้แล้ว ตรัสกับพระสารีบุตรว่า “สารีบุตร ! ท่านควรอดโทษให้โมฆะบุรุษนี้ ก่อนที่ศีรษะของเขาจะแตกเป็นเจ็ดเสี่ยง”

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2551 , 11:14:24 น.] ( IP = 125.27.175.187 : : )


  สลักธรรม 3

พระธรรมเสนาบดีรีบลุกจากอาสนะ นั่งกระโหย่งประคองอัญชลีและกล่าวว่า “ผู้มีอายุ ผมอดโทษให้ท่าน ถ้าโทษไรๆ ของผมมีอยู่ ขอท่านได้โปรดอดโทษให้ผมด้วย”

ภิกษุทั้งหลายได้เห็นดังนั้น ชมเชยพระสารีบุตรว่า เป็นผู้มีคุณไม่ต่ำทราม (อโนมคุณ) มิได้โกรธหรือถือโทษภิกษุผู้กล่าวตู่เลยแม้แต่น้อย ยังนั่งกระโหย่งประคองอัญชลี ขอให้ภิกษุนั้นอดโทษตนเสียอีก

พระศาสดาทราบเรื่องนั้นแล้ว ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ! คนเช่นสารีบุตรนั้นใครๆ จะทำให้โกรธไม่ได้ ภิกษุทั้งหลาย ! จิตของสารีบุตรเหมือนแผ่นดิน เหมือนเสาเขื่อน” ดังนี้แล้วตรัสย้ำว่า

“บุคคล ผู้มีจิตเสมอด้วยแผ่นดิน ย่อมไม่แสดงอาการขึ้นลง ท่านเป็นผู้มั่นคงเหมือนเสาเขื่อน เป็นผู้มีวัตรดีผ่องใสอยู่ประดุจห้วงน้ำลึกใสแจ๋วไม่ขุ่นมัวด้วยตม”

ภราดา ! ดูเถิด...ดูคุณอันไม่ต่ำทรามของพระเถระผู้เป็นที่สอง รองจากพระบรมศาสดา และเป็นเลิศกว่าพระสาวกทั้งหลายทางปัญญา เป็นผู้มีจิตอ่อนโยน และมั่นคงอย่างยิ่ง ไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรม อันความพอใจ หรือความไม่พอใจถูกต้องไม่ได้ ใจของท่านผ่องใสอยู่อย่างนั้น อารมณ์อะไรๆ ทำให้ขุ่นมัวไม่ได้ ไม่ดีใจ ไม่เสียใจ เพราะได้และไม่ได้ปัจจัยหรือสักการะสัมมานะ

ภราดา ! บุคคลยินดีมาก เมื่อได้ เขาจะต้องยินร้ายมากกว่านั้น เมื่อเสียและความสูญเสียจะต้องมีอย่างแน่นอน เตรียมใจไว้รับเถิด เร็วหรือช้าเท่านั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2551 , 11:14:51 น.] ( IP = 125.27.175.187 : : )


  สลักธรรม 4

ภราดา ! ลองตรองดูให้แน่ชัดเถิด ในชีวิตของปุถุชนนั้น บุคคลเคยลุ่มหลงเพลิดเพลินกับสิ่งใด ย่อมจะต้องทุกข์ทรมานกับสิ่งนั้น พูดอีกทีหนึ่ง สิ่งใดที่ให้ความทุกข์ทรมานอยู่เวลานี้ เขาเคยเพลิดเพลินหลงใหลกับสิ่งนั้นมาบ้างแล้วหรือไม่ในอดีต ลองตรวจดู ลองสำรวจ จะเห็นและจะเห็นทุกเรื่องไปที่เป็นโลกียารมณ์ หรือโลกียสมบัติ

ภราดา ! พระอริยเจ้าท่านกล่าวว่าน้ำขุ่นเพราะมีฝุ่นละออง หรือเปือกตมฉันใด ใจของคนก็ย่อมขุ่นมัวเพราะเปือกตมคือกาม หนามธรรมดาย่อมเสียบแทงผู้เหยียบมันให้เจ็บช้ำฉันใด หนามคือกาม (กามกัณฏกะ) ย่อมเสียบแทงใจของผู้หลงในกามคุณให้ชอกช้ำฉันนั้น

ภราดา ! พระธรรมเสนาบดีท่านระอิดระอาอยู่ เหนื่อยหน่ายอยู่ ซึ่งอัตตภาพนี้...อัตตภาพอันเปรียบเสมือนซากงู หรือซากสุนัข ไม่มีความกำหนัด ไม่มีความพอใจ อัตตภาพอันเป็นเสมือนถาดน้ำมันที่มีรูทะลุ

ภราดา ! คราวหนึ่งมีผู้มาถามพระพุทธองค์ว่า อะไรเป็นเหตุแห่งราคะ โทสะ โมหะ ความยินดี ความไม่ยินดี และความกลัว มีอะไรเป็นเหตุความตรึกในใจ เกิดแต่อะไรแล้วดักจิตไว้

พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า “อัตตภาพนี้แหละเป็นเหตุแห่งราคะ โทสะ โมหะ ความยินดียินร้ายและความกลัวเกิดแต่อัตตภาพนี้ความตรึกในใจก็เกิดแต่อัตตภาพนี้แล้วดักจิตไว้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2551 , 11:15:32 น.] ( IP = 125.27.175.187 : : )


  สลักธรรม 5

“อันว่าย่านไทรเกิดจากต้นไทร แล้วแผ่ปกคลุมไปในป่าฉันใด ความคิดชั่วต่างๆ เกิดขึ้นในใจเพราะมีตัณหาเป็นแดนเกิด แล้วแผ่ซ่านไปในวัตถุกามทั้งหลาย อัตตภาพนี้เกิดจากตัณหา ผู้ฉลาดรู้ว่าอัตตภาพนี้เกิดจากสิ่งใดแล้วบรรเทาสิ่งนั้นเสีย จงฟังเถิด บุคคลเช่นนั้นแหละย่อมสามารถข้ามห้วงกิเลสที่ข้ามได้ยากนี้เสีย เป็นผู้ไม่มีภพอีกต่อไป”

ภราดาเอย ! สมัยเมื่อมหาอำมาตย์แห่งแคว้นมคธและวัสสการพราหมณ์เตรียมการสร้างเมืองใหม่ในเขตปาฏลิคาม ให้ทูลอาราธนาพระศาสดา และพระภิกษุสงฆ์ สาวกบริวารไปเสวยในนิเวศน์ของตนในเขตปาฏลิคามนั้น เมื่อเสวยเสร็จแล้ว ทรงอนุโมทนาแล้วเสด็จออกจากนิเวศน์ของมหาอำมาตย์สุนิธะและวัสสการพราหมณ์ตามส่งเสด็จไปเบื้องหลัง พร้อมกับตั้งใจว่า วันนี้พระสมณโคดมบรมศาสดาเสด็จออกทางประตูใด จะตั้งชื่อประตูเมืองตรงนั้นว่าประตูโคดม เสด็จข้ามแม่น้ำคงคาตรงท่าใด จะตั้งชื่อท่านั้นว่า ท่าโคดม

พระมหาสมณโคดม บรมศาสดาเสด็จยังแม่น้ำคงคา อันมีน้ำเปี่ยมฝั่งพอกาดื่มได้ (กากเปยยา) ขณะนั้นบุคคลผู้ต้องการข้ามฝั่ง บางพวกแสวงหาเรือ บางพวกผูกแพ แต่พระศาสดาพร้อมด้วยพระสาวกทรงหายจากฝั่งนี้ไปปรากฏ ณ ฝั่งโน้น ด้วยอำนาจฤทธิ์ เร็วเหมือนบุรุษผู้มีกำลังเหยียดแขนออกแล้วคู้แขนเข้าฉะนั้น ทรงเห็นพวกมนุษย์วุ่นวายอยู่ด้วยการหาเรือหาแพ จึงทรงเปล่งอุทานด้วยความเบิกบานพระทัยว่า

“ผู้ใด ข้ามห้วงน้ำใหญ่คือสังสาระ และสระคือตัณหาด้วยสะพานคือ อริยมรรคได้แล้ว ไม่เปื้อนเปียกตมคือกาม เมื่อคนทั้งหลายจะข้ามน้ำแม้น้อยๆ ยังต้องอาศัยเรือแพ แต่พระพุทธเจ้าและพระพุทธสาวกไม่ต้องอาศัยเรือแพก็ข้ามได้”

ดูก่อนผู้แสวงหาธรรม ! พระตถาคตเจ้าและพระสาวกของพระตถาคตเจ้ามีพระสารีบุตรเป็นต้นเป็นอย่างนี้ คือมีปกติอดทนสิ่งที่คนทั้งหลายทนได้ยาก เอาชนะสิ่งที่คนทั้งหลายเอาชนะได้ยาก และทำสิ่งที่คนทั้งหลายทำได้ยาก จึงได้รับสิ่งที่คนทั้งหลายรับได้ยาก

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [23 ธ.ค. 2551 , 11:16:07 น.] ( IP = 125.27.175.187 : : )


  สลักธรรม 6

อ่านแล้วเห็นถึงพระจริยาวัตรอันงามของพระสารีบุตรที่ท่านมีจิตอ่อนโยน มั่นคงและไม่หวั่นไหว

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่เณรค่ะ

โดย เซิ่น [23 ธ.ค. 2551 , 15:27:08 น.] ( IP = 58.137.94.76 : : )


  สลักธรรม 7

เปรียบเทียบสถานการณ์ของการถูกกล่าวหา ..ถ้าหากเป็นเราก็คงจะร้อยรุ่มใจในการพูดอธิบายเพื่อแก้ไขให้เกิดการเข้าใจถูก และก็อาจอดไม่ได้ที่มีโกรธผู้พูดเท็จเหล่านั้น..พิจารณาแล้วก็เห็นข้อบกพร่องที่เรายังมีความยึดอยู่ในตัวตนอย่างเหนียวแน่น จึงทำให้เกิดอกุศลขึ้นมาได้ง่ายๆ ..ซึ่งต่างจากพระอรหันต์ที่ท่านมีความราบเรียบเสมอในจิต ทำให้เห็นภาพของ กิริยาจิต ได้อย่างชัดๆ เลยค่ะ

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 ธ.ค. 2551 , 10:16:13 น.] ( IP = 125.27.170.207 : : )


  สลักธรรม 8

อ่านตอนนี้แล้วได้ข้อพิจารณาว่า.. พระอรหันต์ขีนาสพผู้ประหาณกิเลสเป็นสมุทเฉทมีจริยาวัตรที่สงบราบเรียบเป็นเช่นนี้เอง โดยเฉพาะท่านพระธรรมเสนาบดีสารีบุตร

มีปกติอดทนสิ่งที่คนทั้งหลายทนได้ยาก เอาชนะสิ่งที่คนทั้งหลายเอาชนะได้ยาก และทำสิ่งที่คนทั้งหลายทำได้ยาก

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะพี่เณร

โดย ธัญธร [24 ธ.ค. 2551 , 21:19:59 น.] ( IP = 118.173.42.37 : : )


  สลักธรรม 9


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [29 ธ.ค. 2551 , 11:35:49 น.] ( IP = 124.121.178.156 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org