| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๒ (ตอนจบ)
![]()
ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา ๒
( วิปัสสนา เล่ม ๔ )
ของ หลวงพ่อเสือ
ตอนที่ผ่านมา
คำถาม ทำไมจึงเรียกธรรม ว่าเป็นเครื่องกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี
คำตอบ ธรรมชาติทุกวันนี้เราเห็นเป็นของแท้ไหมลูก เราเห็นไม่แท้ เราอยู่กับของปลอม แต่ธรรมในที่นี้หมายถึงอะไร หมายถึงธรรมชาติล้วนๆ คือปรมัตถธรรม แต่เราไม่เคยเห็นเลยจึงต้องกำหนดให้ทัน ถ้าเราบรรลุได้ คือเห็นไตรลักษณ์แล้ว
คราวนี้ธรรมในที่นี้หมายถึงอะไร รูปธรรมและนามธรรมมันปิดบังความจริงใช่ไหมลูก จึงต้องมีสติอยู่กับธรรม ตรงไหนล่ะ เช่น เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง แต่เรากลับไปรู้สึกว่าฉันเย็น ฉันร้อน ฉันอ่อน ฉันตึง ทั้งๆที่รูปมันเย็น ร้อน อ่อน ตึง ของมันเอง มันปิดบังความจริง
ทางนาม เมื่อย ปวด ชา มันเป็นความรู้สึกแค่นั้นเอง แต่เราคิดว่าขาเราเมื่อย ไปดูที่รูปหมด ทั้งๆที่นามมันเมื่อย มีใครพูดบ้างว่าฉันรู้สึกชา มันรู้สึกที่ไหน ขา แขน หัว ปวดหัว ปวดท้อง ท้องมันปวดได้ไหมลูก หัวมันปวดได้ไหม ไม่ได้ นามมันปวด มันจึงปิดบัง จึงต้องเอาอันนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าธรรมชาตินั้นมันมีรูปมีนาม เพื่อให้สติเข้าไปถึง
แต่ถ้าได้กระแสพระนิพพานแล้ว ธรรมคือเครื่องแจ้งเหตุพระนิพพาน ตอนนี้ยังไม่แจ้ง ยังปิดบังอยู่ แต่ถ้าได้กระแสพระนิพพาน ธรรมชาตินั้นก็จะเผยความจริงเป็นกระแสถึงซึ่งพระนิพพานอีกที
ฉะนั้น อิริยาบถใหม่จึงปิดบังอิริยาบถเก่าอยู่เสมอเพราะเราติดอยู่ เมื่อเปลี่ยนปุ๊บเราก็ไปใส่ใจอุปาทานยึดมั่นอันนั้นเลย เช่น นั่งนานๆเมื่อย ถ้าเราลุกพรวดพราดไปเพราะความทนไม่ได้ เราไม่เคยกำหนดทุกข์เลย มันก็ไปยินดีว่าหายเมื่อยแล้ว เห็นไหมมันปิดบังความจริง ปิดบังอะไร อิริยาบถปิดบังทุกขัง สันตติปิดบังอนิจจัง ฆนสัญญาปิดบังอนัตตา นี่แหละเครื่องกีดขวางไตรลักษณ์
ตอนที่เรากำหนดทุกข์ก่อน ตอนนั้นทำลายตัณหา เมื่อทำลายตัณหาได้ขณะหนึ่ง เหตุที่จะเปลี่ยนไปด้วยตัณหาก็หมดไป จึงจะต้องรีบมีสติกับอิริยาบถใหม่ เพื่อไม่ให้สุขวิปลาสเกิด มันกันคนละอย่าง ตรงที่กำหนดทุกข์ เพื่อให้รู้จักทุกข์ด้วยและเป็นการกั้นตัณหา นอกจากกั้นตัณหาแล้ว เราต้องมีสติกำหนดรูปใหม่เลย เพื่อกันสุขเวทนาที่เข้ามา คือสุขวิปลาส
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2551 , 21:39:49 น.] ( IP = 118.173.42.37 : : )
สลักธรรม 1
คำถาม เวลาเราเปลี่ยนอิริยาบถ จะเป็นการยืน เดิน นั่ง นอน ก็แล้วแต่ จิตทำงานอยู่ที่ไหน ไปทำงานที่อวัยวะตรงไหน มันสั่งอยู่ที่หทยวัตถุหรือมันวิ่งไปวิ่งมา
คำตอบ มันสั่งอยู่ที่หทยวัตถุ ไม่ต้องไปอยู่ที่ขา
คำถาม ในการรับรู้อารมณ์ทางทวารต่างๆนี่ จิตไปเกิดตามทวารต่างๆใช่หรือไม่
คำตอบ มันไปเกิดพร้อมกับทวารตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แต่ถ้าการเดิน การยืน การนั่ง การนอน ที่ทรงสภาวะนั้นอยู่ได้เพราะจิตอาศัยหทยวัตถุ บังคับปฐวี อาโป เตโช วาโย ทำให้การเคลื่อนไหวของรูปดำเนินไปได้ มันอยู่ที่ขาไม่ได้ เพราะขาไม่มี
ลักษณะของรูปนี่เยอะแยะ ลองดูนะ
ปฐวี ดิน หมายถึงอะไร มีความอ่อนและแข็งเป็นหลัก
อาโป น้ำ มีการไหลและเกาะกุมเป็นลักษณะ
วาโย ลม มีการเคลื่อนไหวและเคร่งตึงเป็นลักษณะ
เตโช ไฟ มีความร้อนและเย็นเป็นลักษณะ
จักขุปสาทะ มีความใสและสามารถรับรู้อารมณ์เป็นลักษณะ
โสตปสาทะ มีความใสสามารถรับการเคลื่อนไหวต่างๆ รับเสียงได้ ฯลฯ มันยาว พ่อไม่สอนนะ
คำถาม ที่ว่าหลักในการเจริญวิปัสสนากรรมฐานบอกว่า อย่าตั้งใจเกินไปกับอย่าตั้งใจแรงเกินไป ต่างกันอย่างไร
คำตอบ อย่าตั้งใจเกินไป จิตก็จะเป็นสมาธิ ไม่ใช่วิปัสสนา อย่าตั้งใจแรงเกินไป เพื่อจะถือว่าเป็นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เป็นตัณหา
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2551 , 21:49:41 น.] ( IP = 118.173.42.37 : : )
สลักธรรม 2
คำถาม การนอนหลับของคนธรรมดาที่ไม่ปฏิบัติธรรม กับการนอนหลับของผู้เจริญวิปัสสนาต่างกันอย่างไร
คำตอบ ในขณะหลับของปุถุชน จิตเกิดดับด้วยรักษาภพชาติ และจิตเกิดขึ้นเองตามลำพังไม่ได้ มีโมหะอยู่ แต่ผู้ที่ปฏิบัติเจริญวิปัสสนาจนเกิดความชำนาญ ชำนาญในสติ สติก็จะมาทำหน้าที่แทนโมหะ สติคือการระลึกรู้สึกตัว สติทำให้ตื่นตัวอยู่เสมอแม้ขณะที่กำลังหลับ ไม่ได้หลับด้วยโมหะ
คำถาม พระอรหันต์ก็ต้องปฏิบัติแบบนี้ใช่หรือไม่
คำตอบ ไม่ต้อง พระอรหันต์ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติแบบนี้ ผู้ปฏิบัติวิปัสสนาบ่อยๆก็หลับเช่นนี้ได้ เราเรียกว่าจิตตื่นนั่นเอง ผู้เจริญวิปัสสนาจะตื่น ตื่นในคุณงามความดี แต่ผู้ไม่ปฏิบัติวิปัสสนาปล่อยชีวิตไปวันๆหนึ่ง จิตจะแส่ จิตแส่หมายความว่ามีความซัดส่ายไปในเรื่องของเขา เรื่องนอกตัว เรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ ซัดส่ายแส่ไปสร้างความทุกข์ให้
คำถาม พระนิพพานเป็นอย่างไร ขอให้อธิบาย
คำตอบ ถ้าไม่มีอดีต ปัจจุบันก็มีไม่ได้ มีปัจจุบันโดยไม่มีอดีตก็ไม่ได้ เพราะสองตัวนี้คือหัวต่อที่เราไม่สามารถตัดขาดออกไปได้ แต่กระแสพระนิพพานสามารถตัดหัวต่อของภวังค์เก่า ตรงนี้คือสติอันมหาศาลที่อภิชฌาและโทมนัสไม่สามารถจะเข้ามาได้ ตัดการรับช่วง ตัดการเริ่มต้นใหม่ คือตัดสมุทัยนั่นเอง
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2551 , 21:56:07 น.] ( IP = 118.173.42.37 : : )
สลักธรรม 3
คำถาม ตอนที่จะตายจะต้องได้รับอารมณ์ตามกรรมนิมิตสำหรับปุถุชน ส่วนพระอรหันต์มีนิพพานเป็นอารมณ์อย่างเดียวใช่หรือไม่
คำตอบ พระอรหันต์มีนิพพานเป็นอารมณ์ อารมณ์ที่ปราศจากกิเลสตัณหา ขันธ์ ๕ ยังอยู่ แต่เป็นอนุปาทานขันธ์ ตัวที่จะเกิดได้ต้องมีรูปนามใช่ไหมลูก มีจิตแต่จิตนั้นเหมือนมีประตูกั้นกิเลสตัณหา มีอารมณ์แต่เป็นอารมณ์นิพพาน จิตก็ไม่จับอารมณ์ เพราะไม่มีอภิชฌาและโทมนัสเข้ามา สภาพของจิตเองก็ไม่เที่ยง จิตเกิดดับทุกขณะ
ทุกคนเมื่อจะตาย เอาพระมาให้เห็นก็พอใจ โลภะเกิด อภิชฌาเข้า จิตจะจับอารมณ์ตรงนั้น ถ้าเห็นคนที่มาเยี่ยมไม่ชอบใจ โทมนัสเกิด มรณาสันนกาลเข้า จับอารมณ์โกรธเป็นโทมนัส
แต่อารมณ์พระอรหันต์ไม่มีทั้งอภิชฌาและโทมนัส จิตเกิดดับเป็นธรรมชาติ แต่มันไม่มีที่จะเกาะ จิตจะต้องมีรูปอิงอาศัยเกิด เราจะต้องพอใจในรูปใช่หรือไม่ ต้องเห็นรูป เสียงที่ได้ยินเป็นรูป ถ้าเกิดความพอใจจิตก็จับอารมณ์รูปนั้น
เมื่อทำลายอภิชฌาและโทมนัสหมดแล้ว รูปมีไหม ไม่มี ไม่ใช่รูปกายนะลูก รูปที่มากระทบ จิตเกิดขึ้นเองตามลำพังไม่ได้ รูปจะทำงานเองตามลำพังก็ไม่ได้ มันก็ทำหน้าที่อยู่ในภวังค์ ไม่จับอารมณ์ ตรงที่ไม่จับอารมณ์นั้น เรียกว่าอารมณ์นิพพาน
ลักษณะของจิตที่เกิดดับ เกิดดับ ตอนนั้นจิตอิงอาศัยหัวใจทำงาน ควบคุมการทำงานแล้วก็ทันอยู่กับปัจจุบัน ตั้งมั่นอยู่กับปัจจุบัน จิตซึ่งเป็นอนุปาทานขันธ์ ก็ทำงานอยู่ในภวังค์รักษาภพชาติ ปราศจากอภิชฌาและโทมนัส
ลักษณะของจิตไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และบังคับบัญชาไม่ได้ การตายของพระอรหันต์จึงไม่มีที่จับรูป ตรงที่เห็นเป็นรูป รู้เป็นนาม รู้กระทบแล้วดับ กลับมารู้ที่นามตัวเองตลอดเวลา ทำงานอยู่ตลอดเวลา ไม่เกี่ยวกับรูปแล้วตอนนั้น อยู่กับการสั่งงาน จิตที่เคยอิงอาศัยรูปคือหัวใจ หัวใจก็ไม่เที่ยง ถึงวาระหมดกรรม หมดอายุขัย จิตจึงดับ ไม่มีที่ไปเกิด ตรงนี้ตัดขาดจากภวังค์เก่าและภวังค์ใหม่
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2551 , 22:07:56 น.] ( IP = 118.173.42.37 : : )
สลักธรรม 4
คำถาม การทำงานของพระอรหันต์นั้นไม่มีกรรม เป็นกิริยาจิตหรือไม่
คำตอบ เป็นกิริยาจิต ไม่มีการกระทำกรรมก็ไม่มีคติ คนเราเกิดมาต้องมีกรรมเป็นพื้นฐาน กรรมนั้นคืออะไร กุศลชาติและอกุศลชาติ แต่กรรมของพระอรหันต์เป็นกิริยาจิต แสดงออกไปตามสิ่งที่มากระทบ จึงไม่มีกรรมเป็นพื้นฐาน ปฏิสนธิไม่ได้
คำถาม ปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้เป็นพระโสดาบัน
คำตอบ คำว่าพระโสดาบัน หมายถึง กระแสเป็นเครื่องถึงพระนิพพาน ไม่ใช่พระที่ใส่สีเหลืองหรือเป็นคนใดคนหนึ่ง หรือมีการยกย่องว่านี่คือลักษณะของพระโสดาบันโดยสมมุติขึ้น
คุณสมบัติของพระโสดาบัน หมายถึง ผู้ที่สามารถทำลายความหลงผิดในกายตน คือ สักกายทิฏฐิ ความเข้าใจผิดว่าเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นหญิง เป็นชาย เพราะรู้ความจริงว่า ไม่มีคน ไม่มีสัตว์ มีแต่รูป มีแต่นาม นี่คือลักษณะของการทำลายความวิปลาสออกไป
คุณสมบัติของพระโสดาบัน สามารถทำลายความลังเลสงสัย คือ วิจิกิจฉา ในการกระทำที่จะเป็นเหตุตรงต่อมรรคผลนิพพานได้ คือ สามารถเข้าใจแจ่มแจ้งในหนทางเดินสู่มรรผลนิพพานได้ว่า อะไรคือมรรค และอะไรไม่ใช่ เพระว่าได้มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิแล้ว
สามารถทำลายสีลัพพตปรามาส คือ ความประมาทในศีล ในพรต เพราะคนเราตามธรรมดาชอบยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เป็นสาระแก่นสารแต่ที่ตัวเองพอใจ เช่น ยึดมั่นว่า ถือศีลอย่างเดียวก็พ้นทุกข์ได้ ยึดมั่นว่าทำสมาธิให้สงบจนจิตตรงดิ่ง ก็สามารถเข้าฌานสมาบัติได้ มีความประมาทอยู่เพราะไม่เข้าใจชีวิตจริงว่า ชีวิตของคนเรานั้นมีจิตเป็นตัวรู้อารมณ์อยู่ตลอดเวลา มีการเกิดดับและปรุงแต่งด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง อยู่เสมอๆ
พระโสดาบันผู้ละทิ้งจากความประมาทแล้ว ด้วยการครองชีวิตตัวเองให้มีสติอยู่ทุกขณะจิต ทำลายความโลภ ความโกรธ ความหลง
ทำอย่างไรจึงจะได้เป็นพระโสดาบัน ก็ต่อเมื่อเราเข้าใจปรมัตถธรรมให้ถูกต้องว่า ชีวิตคือสิ่งที่ประกอบกันขึ้นจากรูปธรรมและนามธรรม ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ลักษณะที่เห็นคือนามเห็น สีที่มากระทบเป็นรูป ได้ยินเป็นนาม กลิ่นคือรูป รสคือรูป เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง คือรูป รู้สึกเย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง คือนาม ทำลายอภิชฌาและโทมนัส เป็นผู้รู้ชีววิทยาได้ถูกต้อง
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2551 , 22:17:10 น.] ( IP = 118.173.42.37 : : )
สลักธรรม 5
การที่จะเป็นพระโสดาบันไม่มีใครขอได้ ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นที่ตนและสำเร็จที่ตน จิตวิจิตรได้ด้วยการกระทำ เรารู้คุณลักษณะของพระโสดาบันว่าสมารถทำลายสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส รู้แค่ลักษณะ แต่ไม่รู้หนทางเดินไปก็ไม่สามารถทำได้
หนทางรวบรัดที่จะเดินสู่ความเป็นพระโสดาบันถึงพระอรหันต์ก็คือ ขอให้ลูกนั้นมีสติอยู่ทุกๆขณะจิต ไม่ว่าจะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน หรือจะเปลี่ยนอิริยาบถ หรือจะทำงานอะไรก็แล้วแต่ ให้มีสติเว้นกั้น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ให้มีสติรู้อยู่ในปรมัตถ์นั้น ทำลายสมมุติสัจจะออกไปจนหมดสิ้น นี่คือเหตุผลที่ทำให้ตัวเองเป็นพระอรหันต์ ต้องเริ่มต้นจากการสามารถประหัตประหารกิเลสได้ กิเลสมี ๓ ชนิด ได้แก่
กิเลสอย่างหยาบ คือ การแสดงออกทางกาย วาจา เช่น การฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดปด พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ถ้าเราผ่านอย่างหยาบไปไม่ได้ เราก็ไม่สามารถหวังผลและเห็นผลได้เลย กิเลสอย่างหยาบนี้สามารถทำลายได้ด้วยการรักษาศีล
ศีลก็ยังไม่สามารถระงับความฟุ้งซ่าน ความโลภ ความโกรธ ความพยาบาท ความง่วงเหงาหาวนอน ความลังเล ต่างๆได้ ต้องมีสมาธิเป็นที่พึ่ง สมาธิ คือการที่จิตกำหนดอารมณ์ๆเดียว ไม่ให้ซัดส่ายไม่ให้ฟุ้งซ่าน จึงจะสามารถประหารกิเลสอย่างกลางได้
กิเลสที่มีความรุนแรง และทำให้มีการเวียนว่ายตายเกิดอันมิรู้จักจบ คือ กิเลสอย่างละเอียด หรืออนุสัยกิเลส เพราะว่าพื้นฐานเดิมของปุถุชน คือผู้หนาแน่นด้วยกิเลส มีอวิชชา คือความไม่มีปัญญา
ทำไมจึงไม่มีปัญญา เพราะ
ทุกข์ เป็นของมีอยู่แท้จริง แต่ไม่ได้กำหนดรู้ ไม่มีปัญญาเท่าทันความทุกข์
สมุทัย เป็นของมีอยู่แท้จริง แต่ไม่ได้ละ รู้ไม่เท่าทันว่าสิ่งนั้นเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
นิโรธ ความสิ้นสุดทุกข์ เป็นของมีอยู่แท้จริง แต่ไม่ได้ทำให้แจ้ง
มรรคอันมีองค์ ๘ เป็นหนทางเดินสู่ความพ้นทุกข์ เป็นของมีอยู่แท้จริง แต่ไม่ได้ดำเนินตาม
ชีวิตของเราจึงย่อมท่องเที่ยวในความเป็นอย่างนั้นบ้าง เป็นอย่างนี้บ้าง ไม่สามารถบรรลุธรรมอันเป็นเครื่องรู้ได้
ส่วนพระโสดาบันท่านมีศีลอันบริสุทธิ์ไม่ด่างพร้อย มีคุณลักษณะพิเศษแห่งการให้อยู่ตลอดเวลา เพราะรู้ว่าการแสดงออกโดยการขัดเกลากิเลสต่างๆ ตัวเองก็จะหมดจดจากกิเลส ไม่พอกพูนกิเลสเข้าไว้ กิเลสคือโรคทางใจ ถ้าผู้ใดมีเพื่อนเป็นตัณหา ผู้นั้นย่อมท่องเที่ยวไปในสังสารวัฏโดยไม่มีที่สิ้นสุด
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2551 , 22:27:26 น.] ( IP = 118.173.42.37 : : )
สลักธรรม 6
นั่งอยู่นี่วันนี้ครึ่งวัน ป่านนี้คนในโรงหนังกำลังหัวเราะก็มี ร้องไห้ก็มีกับบทโศกที่เลอะเทอะไร้สาระ บางคนกำลังนั่งจั่วไพ่ บางคนกำลังนั่งตกปลา ยิงนก กำลังฆ่าสัตว์ ขณะนี้คนกำลังด่ากันก็มี และขณะนี้คนกำลังใกล้ตายก็เยอะ เวลานี้ตายแล้วไม่รู้กี่ศพ แล้วเราล่ะ ยังมีลมหายใจเข้าออกอยู่ ตักตวงคุณงามความดีให้มากที่สุด เพื่อลูกจะได้ไม่ต้องมานั่ง นอน ยืน เดิน ซ้ำๆซากๆ ไม่รู้อีกกี่ภพกี่ชาติ น่ากลัวนะลูกนะ
อยากให้ลูกของพ่อทุกคนมีฐานะมั่นคง จะได้ไม่ต้องทำมาหากินให้เดือดร้อน พ่อมีความปรารถนาอยากให้ลูกทุกคนปลดหนี้ปลดสินได้หมด แล้วพ่อก็มีความปรารถนาสูงสุด คือ อยากให้ลูกของพ่อทุกคนเป็นพระอรหันต์ ความปรารถนาอันสูงสุดนี้จะขอเริ่มต้นด้วยว่า พ่อขอวิงวอนเหลือเกินอย่างสุดหัวใจว่า ละความชั่วเถิด ทำความดี อะไรที่จิตเรารู้ว่าชั่วจงละ จะละได้ก็ต่อเมื่อเริ่มต้นทำวันนี้นะลูกนะ เวลาลูกคิด เวลาลูกโกรธ หรือเวลาอยากได้อะไรที่มันเกินไป ขอให้แรงจิตของพ่อเป็นเสียงวิงวอนเข้าไปหยุดยั้งความชั่วของลูกได้โดยเร็ว
พ่อรู้นะลูก ลูกของพ่อทุกคนไม่มีความสุขหรอก เศร้า เสียใจ หดหู่ วุ่นวาย ข่มได้ด้วยธรรมะเป็นบางขณะ ขณะที่ลูกนอนอยู่พ่อก็ดูว่าลูกครุ่นคิด นอนคิดไปในอดีตแล้วก็น้อยเนื้อต่ำใจ บางครั้งก็ตัดใจได้ บางครั้งก็คิดได้ว่าเรายังมีหลวงพ่อ พ่อขอบใจที่ยังมีพ่ออยู่ในใจ พ่อจึงเป็นห่วงสุดชีวิต เพราะว่าชีวิตของลูกก็ทนมามากแล้ว ดิ้นรน แก้ไขกันมามากแล้ว มาเดินตามทางพ่อเถิด เพื่อจะได้สุดทางพ้นทุกข์ไป ให้พ่อเป็นคนสุดท้ายยืนดูลูกพ้นไปจากสังสารวัฏ เมื่อนั้นชีวิตทั้งชีวิตของพ่อเสือ ซึ่งไม่เคยมีความปลื้มใจและมีความสุขเลย จะสุขก็ต่อเมื่อลูกของพ่อทุกคนเป็นพระอรหันต์
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2551 , 22:31:50 น.] ( IP = 118.173.42.37 : : )
สลักธรรม 7
ด้วยความตั้งใจอย่างปรารถนาดีของพ่อ ที่พยายามเอาเคล็ดลับและแนวทางปฏิบัติ ที่จะทำให้ชีวิตของลูกเปลี่ยนจากความเป็นผู้ที่หนาแน่นด้วยกิเลส คือโคตรปุถุชนสู่ความเป็นอริยชน ด้วยหัวใจอันเปี่ยมด้วยเมตตาปรารถนาดี และบริสุทธิ์ใจต่อลูก ก็ขอให้เป็นแรงบันดาลให้ชีวิตของลูกนั้นตื่น รู้ และกระเพื่อมในธรรมสักนิด อย่านิ่งนอนตกตะกอนอยู่กับกิเลส จงหัดเป็นครูของตนเอง จงหัดแข็งกล้าด้วยขันติ วิริยะ และปัญญา สามารถนำชีวิตของตนเองไม่ระเหเร่ร่อนไปในภพภูมิต่างๆ มีจุดหมายแห่งสุคติภูมิเป็นที่ตั้งทุกๆชาติ
และทุกๆชาติของลูกขอให้มีสติและสัมปชัญญะเป็นที่ตั้ง มีโอกาสคลุกคลีกับสัปบุรุษ ได้รับฟังธรรม ได้ไกล้ชิดรัศมีพระธรรม และมีการโน้มน้าวจิตใจเดินทางธรรม คุ้นกับศีล สมาธิ และปัญญา พาชีวิตลูกเป็นพระอรหันต์ได้เร็วๆ
ขอแม่พระคงคาจงพาทุกข์ พาโศก พาโรค พาภัย พาเสนียดจัญไรให้วินาศสันติ ให้อยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้ากัน ให้ความจำดี ให้ปัญญาดี ให้แตกฉานในธรรมะและการปฏิบัติ ให้รู้รอบประกอบไปด้วยสติและสัมปชัญญะ นำพาชีวิตให้พ้นทุกข์ พ้นโศก พ้นโรค พ้นภัยพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดทั่วหน้าทุกคน
และชีวิตที่ลูกยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ ขอกุศลเจตนาของลูกกับความตั้งใจของพ่อที่จะมาปิดประตูอบายภูมิของลูกทุกคน จงสิ้นสุดจากการตกไปอยู่ในทุคติภูมิ มีโอกาสนำชีวิตอยู่ในสุคติภูมิด้วยความมีปัญญา เป็นคนมีเหตุ มีผล รู้จักตน รู้จักกาล รู้จักประมาณ รู้จักชุมชน และรู้จักเลือกคบคน พาตนสู่ความเป็นพระอรหันต์ได้สมใจพ่อ ขออนุโมทนากุศลกับลูกทุกคน
ขอวันจันทร์ถึงศุกร์จงแคล้วคลาดจากภัยพิบัตินานาประการ จงมีความสำราญรื่นรมย์อยู่กับสติสัมปชัญญะ จงมั่นทั้งกาย วาจา ใจ ให้เพียบพร้อมในกุศล ห่างไกลจากอกุศลได้สำเร็จ เหตุร้ายจงแคล้วคลาดจากชีวิตลูกของพ่อได้ทั้งสิ้น
จงเป็นตัวเองให้สำเร็จ การมีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่นเป็นทุกข์ยิ่งนัก.
โดย ธัญธร...นำมาฝาก [24 ธ.ค. 2551 , 22:42:52 น.] ( IP = 118.173.42.37 : : )
สลักธรรม 8เข้ามาอ่านต่อค่ะ ยิ่งเห็นว่าเป็นตอนสุดท้ายก็ยิ่งตั้งใจพิจารณา แล้วก็พบว่า แต่ละคำถามนั้นหลวงพ่อท่านตอบได้เข้าใจง่ายดีจริงๆ
แล้วก็ยิ่งซาบซึ้งที่ได้อ่านพบว่า "พ่อรู้นะลูก ลูกของพ่อทุกคนไม่มีความสุขหรอก เศร้า เสียใจ หดหู่ วุ่นวาย ข่มได้ด้วยธรรมะเป็นบางขณะ ขณะที่ลูกนอนอยู่พ่อก็ดูว่าลูกครุ่นคิด นอนคิดไปในอดีตแล้วก็น้อยเนื้อต่ำใจ บางครั้งก็ตัดใจได้ บางครั้งก็คิดได้ว่าเรายังมีหลวงพ่อ พ่อขอบใจที่ยังมีพ่ออยู่ในใจ พ่อจึงเป็นห่วงสุดชีวิต.." เพราะไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป คำพูดนี้ก็ยังเป็นผู้ที่ตามดูแลลูกๆ อยู่เสมอ และเป็นเสมือนคำสัญญาที่หลวงพ่อมอบไว้ให้กับลูกทุกคน
รู้สึกดีใจและมีความสุขที่ได้เข้ามาอ่าน..กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่ธัญธรเป็นอย่างยิ่งค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [25 ธ.ค. 2551 , 16:24:45 น.] ( IP = 125.27.170.214 : : )
สลักธรรม 9มาอ่านแล้วก็ได้รับความสุข
เพราะคำพูดของพ่อเป็นเสมือนยารักษาโรคของลูกๆ
และยังเปี่ยมไปด้วยความเมตตาอย่างล้นท้นใจ
ทำให้รู้สึกว่าเหมือนกำลังอยู่ใกล้ๆหลวงพ่อเลย
กราบขอบพระคุณพี่ธัญธรมากค่ะ
ขออนุโมทนาในกุศลที่พี่ได้กระทำมาตลอดนะคะโดย น้องอุ๊ [26 ธ.ค. 2551 , 23:11:34 น.] ( IP = 125.25.199.59 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |