| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผู้สละโลก (๑๒)
![]()
ผู้สละโลก
โดยท่านอาจารย์วศิน อินทสระ
ตอนที่ผ่านมา
๑๒. อุปาฌาย์องค์แรกในญัตติจตุตถกรรม
วิธีอุปสมบทในพระพุทธศาสนาซึ่งมีอยู่ ๓ วิธีนั้น วิธีแรกคือเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระศาสดาทรงประทานเองแก่ผู้มุ่งอุปสมบทด้วยพระวาจาว่า จงมาเป็นภิกษุด้วยกันเถิด เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์
ถ้าผู้นั้นถึงที่สุดแห่งทุกข์แล้ว คือบรรลุอรหัตตผลแล้ว ขออุปสมบทก็จะไม่ตรัสประโยคหลัง ตรัสเพียงว่า จงมาเป็นภิกษุด้วยกันเถิด
ต่อมาเมื่อพระพุทธองค์ทรงส่งพระสาวกไปประกาศพระศาสนา มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสปรารถนาจะบวช พระสาวกต้องพามาเฝ้าพระศาสดาเพื่อประทานอุปสมบทให้ บางทีต้องเดินทางมาจากที่ไกล พระพุทธองค์ทรงเห็นความลำบากของผู้มุ่งการอุปสมบทและพระสาวก จึงทรงอนุญาตให้พระสาวกอุปสมบทได้เอง โดยให้ผู้ปรารถนาบวช เปล่งวาจาถึงพระรัตนตรัยว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ เป็นต้น วิธีนี้เรียกติสรณคมนูปสัมปทา (การอุปสมบทโดยวิธีถึงสรณะ ๓)
ต่อมา ทรงอนุญาตการอุปสมบทแบบญัตติจตุตถกรรม คือมีการเสนอญัตติ ๑ ครั้ง และขอความยินยอมพร้อมใจจากสงฆ์อีก ๓ ครั้ง สามวาระ รวมเป็น ๔ ทั้งญัตติ จึงเรียกญัตติจตุตถกรรม วิธีนี้เป็นการมอบความเป็นใหญ่ให้สงฆ์อย่างแท้จริง มีพระสารีบุตรเป็นอุปฌายะองค์แรก พระราธะเป็นภิกษุรูปแรกของวิธีนี้
พระราธะเกิดในสกุลพราหมณ์ เมื่อเป็นคฤหัสถ์ได้เป็นผู้ตกยากในยามชรา ซึ่งเป็นความทุกข์หนักของชีวิต ไม่มีที่พึ่งอื่น จึงไปอาศัยภิกษุทั้งหลายอยู่ในวัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ช่วยดายหญ้าวัด กวาดบริเวณวัด และถวายน้ำล้างหน้า บ้วนปาก น้ำล้างมือล้างเท้าเป็นต้นแก่ภิกษุทั้งหลาย
พราหมณ์ราธะ มีศรัทธาในพระศาสนาอยากบวชเหลือเกิน แต่ไม่มีภิกษุรูปใดยอมบวชให้ เพราะเห็นว่าราธพราหมณ์แก่แล้ว เกรงจะเป็นผู้มีทิฐิมานะจัดว่ายากสอนยาก พราหมณ์ผ่ายผอมลงเพราะความไม่สมหวัง
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2551 , 09:42:02 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1วันหนึ่ง พระศาสดาทรงตรวจดูอุปนิสัยของสัตวโลก ทรงเห็นอุปนิสัยแห่งอรหันตตผลของราธพราหมณ์ จึงเสด็จไปยังที่ที่พราหมณ์กวาดลานวัดอยู่ ตรัสถามว่าได้รับการสงเคราะห์อะไรจากภิกษุทั้งหลายบ้าง ? พราหมณ์กราบทูลว่าได้อาหารพอยังชีพ ได้อาศัยหลับนอน สิ่งที่เขาต้องการที่สุดคือการได้บวชในศาสนา แต่ไม่มีภิกษุรูปใดยอมบวชให้ ด้วยเห็นว่าแก่แล้ว
พระศาสดาทรงปรารภเรื่องราธพราหมณ์นี้เป็นเหตุ รับสั่งให้ประชุมสงฆ์ ตรัสถามท่านกลางสงฆ์ว่า ภิกษุทั้งหลาย ! ในบรรดาภิกษุจำนวนเท่านี้ ใครเคยได้รับอุปการะไรๆ แม้เพียงเล็กน้อยจากราธพราหมณ์บ้าง ?
เมื่อภิกษุอื่นๆ นิ่งอยู่ พระสารีบุตรจึงกราบทูลขึ้นว่า ข้าพระจอมมุนี ! ข้าพระองค์ระลึกได้อยู่ วันหนึ่งนานมาแล้ว ข้าพระองค์ออกบิณฑบาตในเมืองราชคฤห์ ราธพราหมณ์ได้ให้อาหารทัพพีหนึ่งแก่ข้าพระองค์
สารีบุตร ! เมื่อเป็นดังนี้ เธอช่วยเปลื้องทุกข์ของพราหมณ์ผู้เคยมีอุปการะแก่ตนมิควรหรือ?
ควรพระเจ้าข้า พระสารีบุตรกราบทูล ข้าพระองค์จักให้พราหมณ์นี้บวชเอง
ดูเถิดภราดา ! ดูความงามแห่งอุปนิสัยของผู้มีธรรมในจิต ซึ่งมีความกตัญญูกตเวทีเป็นพื้นฐาน ระลึกถึงอุปการะของผู้เคยทำความดีแก่ตนแม้เพียงเล็กน้อยเพียงข้าวทัพพีเดียว ไม่ต้องกล่าวถึงอุปการะมากโดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2551 , 09:42:40 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 2เมื่อพระราธะบวชแล้วด้วยญัตติจตุตถกรรมวิธีโดยความยินยอมของภิกษุสงฆ์ดังนี้แล้ว ก็มีความชื่นชมโสมนัสเป็นที่ยิ่ง เพราะเป็นสิ่งที่คอยและหวังมาเป็นเวลานาน ประหนึ่งพื้นปฐพีอันแห่งผากแตกระแหงเพราะขาดน้ำ เมื่อได้พิรุณหลั่งลงอย่างหนักย่อมชุ่มชื้นกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันพลัน พร้อมที่จะเป็นบ่อเกิดแห่งพืชพันธุ์อันอุดมเป็นที่ชื่นชมโสมนัสแก่สัตว์ทั่วปฐพี
พระราธะต้องลำบากเรื่องอาหารการขบฉันบ้างเล็กน้อย เพราะเป็นผู้บวชภายแก่และเป็นพระใหม่ ในโรงฉันท่านต้องนั่ง ณ อาสนะสุดท้าย ตามธรรมเนียมทายกย่อมถวายอาหารแก่สงฆ์ตั้งต้นแต่พระสังฆเถระลงมา เมื่อท่านพระราธะเป็นผู้ใหม่และอยู่หลายแถว อาหารย่อมถึงแก่ท่านบ้าง ไม่ถึงแก่ท่านบ้าง แต่ท่านก็อดทนไม่เคยปริปากบ่นในเรื่องนี้
ฝ่ายพระธรรมเสนาบดีได้ทราบความลำบากเรื่องอาหารของพระราธะผู้เป็นลัทธิวิหาริกของตน จึงขวนขวายช่วยเหลือโดยการนำไปสู่ที่จาริกต่างๆ มีภิกษุตามไปน้อย พระธรรมเสนาบดี มีบารมีสูง มีคนเลื่อมใสมาก จึงไม่ลำบากด้วยขัชชโภชนาหาร พระราธะก็ได้อาศัยให้อินทรีย์กระปรี้กระเปร่าขึ้น มีผิวพรรณผ่องใสขึ้น ในขณะที่จาริกอยู่นั้นพระสารีบุตรก็พร่ำสอน อบรม และตักเตือนพระราธะอยู่เนืองๆ ว่าสิ่งนี้ควรเว้น สิ่งนี้ควรทำ
พระราธะเป็นพระแก่ที่ว่าจ่าย สอนง่าย รับโอวาทด้วยความเคารพ ปฏิบัติตามโอวาทของพระสารีบุตรอยู่อย่างสม่ำเสมอ ไม่นานนักก็ได้สำเร็จอรหัตตผล
พระสารีบุตรนำพระราธะกลับมาสู่สำนักพระศาสดาที่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า สารีบุตร ! ศิษย์ของเธอเป็นผู้ว่าง่ายหรือ ?
ว่าง่ายเหลือเกินพระเจ้าข้า พระสารีบุตรทูล เมื่อข้าพระองค์เห็นความผิด ความบกพร่องไรๆ แล้ว กล่าวสอนอยู่พระราธะไม่เคยโกรธเลย
สารีบุตร ! หากเธอได้ลัทธิวิหาริก (ศิษย์) อย่างนี้ จะได้รับสักเท่าใด ?
รับได้มากมายไม่จำกัด พระเจ้าข้าโดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2551 , 09:43:25 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 3ภราดา ! คนดีแม้มีมากก็ไม่หนัก ส่วนคนชั่วแม้มีน้อยก็หนักแผ่นดิน บางคนหนักจนแผ่นดินรับไว้ไม่ได้ ถูกแผ่นดินสูบไปก็มี คนดีแม้อยู่กันมากก็ไม่วุ่นวาย ไม่เดือดร้อน ส่วนคนชั่วอยู่กันเพียงจำนวนน้อยก็วุ่นวายเดือดร้อน ผู้น้อยที่ว่ายากสอนยาก แม้เพียงคนเดียวก็เป็นที่หนักใจของผู้ใหญ่ ถ้าว่าง่ายสอนง่าย แม้มีจำนวนมากก็ไม่ก่อความหนักใจให้ มีแต่ให้ความโปร่งใจเบาใจและชื่นใจ เพราะทำอะไรพูดอะไรก็ถูกใจไปหมด
ภราดา ! คนสอนยากมีอยู่ ๒ พวก คือ พวกหนึ่งมีทิฐิจัดกระด้าง ไม่ยอมรับฟังโอวาท อีกพวกหนึ่งรับฟังโอวาท ไม่กระด้าง แต่มีสติปัญญาน้อย ไม่สามารถเข้าใจในคำสอนได้โดยง่าย ต้องคอยเข็น คอยชี้ จี้ให้ทำ เขาไม่มีปัญญาเครื่องพิจารณ์ด้วยตนเอง ว่าอะไรควรทำอย่างไรให้เหมาะสมเป็นเรื่องๆ ไป
คนอย่างนี้เป็นศิษย์ก็เป็นที่หนักใจเหนื่อยใจของครู เป็นผู้อาศัยก็เป็นที่เหนื่อยใจหนักใจของเจ้าของบ้าน การใช้ให้คนโง่ทำงาน บางทีก็เหนื่อยกว่าทำเองเสียอีก...เหนื่อยใจ เพราะเขาทำงานให้ผิดให้เสีย การตามแก้ความผิดความเสียของงานนั้น เป็นความเหน็ดเหนื่อยทั้งทางกายและทางใจ เริ่มทำใหม่เสียเองยังจะสบายกว่า อย่างน้อยก็เป็นความสบายใจ เพราะฉะนั้นคนที่มีนิสัยดีอยู่แล้ว การฝึกตนให้เป็นผู้มีสติปัญญาดี เฉลียวฉลาด จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น
วันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายประชุมสนทนากันที่ธรรมสภาว่า พระสารีบุตรเถระเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีระลึกถึงอุปการะของพราหมณ์ผู้เคยถวายอาหารแก่ตน แม้เพียงทัพพีเดียว เป็นอุปฌายะให้พราหมณ์ตกยากบวชแล้ว นับว่าได้ทำกิจที่บุคคลอื่นทำได้ยาก ฝ่ายพระราธะเล่าก็เป็นผู้ว่าง่าย อดทนต่อโอวาท ได้ท่านผู้ควรแก่การสั่งสอนเหมือนกันเป็นอาจารย์โดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2551 , 09:43:47 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 4ภราดา ! ธรรมดาบุคคลผู้มีความกตัญญูกตเวทีนั้น ย่อมระลึกถึงอยู่เสมอ ซึ่งอุปการะที่ผู้อื่นกระทำแล้วแก่ตนแม้เพียงเล็กน้อย คอยหาโอกาสตอบแทนความดีที่คนอื่นทำแล้วแก่ตน ฝังจิตฝังใจของตนอยู่ตลอดเวลา ตรงกันข้ามกับคนผู้ไม่มีความกตัญญูกตเวที ใครทำคุณให้คุณนั้นปรากฏเพียงชั่วคราวเหมือนรอยขีดลงในน้ำ
คนมีความกตัญญูย่อมไม่ถือเอาข้อบกพร่องเล็กน้อยของผู้มีคุณมาลบล้างคุณงามความดีส่วนใหญ่ ทำนองเอาใบบัวปิดท้องฟ้า หากว่าใบบัวนั้นอาจปิดตาของตนไม่ให้เห็นท้องฟ้าได้ แต่ท้องฟ้าย่อมปรากฏแก่คนทั่วไปอยู่เสมอ
คนกตัญญูกตเวที มีแต่ความเจริญไม่เสื่อม ส่วนคนอกตัญญูมีแต่ความเสื่อม ไม่เจริญ
พระศาสดาเสด็จมายังธรรมสภา ทรงทราบเรื่องที่ภิกษุทั้งหลายสนทนากันแล้วตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ! ไม่เพียงแต่ในบัดนี้เท่านั้นที่สารีบุตรเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที แม้ในชาติก่อนสมัยเป็นช้าง ซึ่งเป็นเดรัจฉาน สารีบุตรก็มีความกตัญญูกตเวทีเหมือนกัน
เมื่อตรัสดังนี้แล้ว ตรัสเล่าเรื่องช้างเชือกหนึ่งถูกตอไม้แหลมตำเท้าเดินไปไหนไม่ได้ พวกช่างไม้กลุ่มหนึ่งไปพบเข้าในป่า ช่วยกันถอนตอไม้แหลมนั้นออกจากเท้า นำยาสมุนไพรมาพอกให้ ช้างนั้นหายโรคแล้ว ระลึกถึงอุปการะของพวกช่างไม้ นำลูกช้างเผือกเชือกหนึ่งมาให้เป็นเครื่องตอบแทน ช้างผู้กตัญญูนั้นคือพระสารีบุตรในบัดนี้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2551 , 09:50:22 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 5พระศาสดาทรงปรารภพระสารีบุตร ตรัสเรื่องช้างดังนี้แล้ว ทรงปรารภพระราธะตรัสเรื่องความเป็นผู้ว่าง่ายต่อไปว่า
ภิกษุทั้งหลาย ! ธรรมดาภิกษุควรเป็นผู้ว่าง่ายเหมือนพระราธะ เมื่ออาจารย์ชี้โทษกล่าวสอนอยู่ก็ไม่ควรโกรธ พึงมองเห็นบุคคลผู้ตักเตือนสั่งสอนเสมือนผู้บอกขุมทรัพย์ให้ ดังนี้แล้วทรงย้ำว่า
ผู้ฉลาดควรเห็นว่า คนที่ชี้โทษตักเตือน ในเมื่อเห็นความผิดกล่าวปรามให้เว้นชั่วนั้น เป็นเสมือนผู้ชี้บอกขุมทรัพย์ให้ท่านเป็นผู้มีปัญญา เป็นบัณฑิต ใครคบเข้าก็มีแต่ทางดี ไม่มีทางเสียเลย
ดูก่อนท่านผู้เป็นโอรสแห่งธรรม ! ท่านลองตรองดูเถิดว่า การตักเตือนสั่งสอนผู้อื่นนั้นเป็นเรื่องยากเพียงใด คนเตือนจะต้องคิดแล้วคิดอีกหลายครั้งหลายหนก่อนจะเตือนใครได้ เพราะเกรงเขาจะโกรธบ้าง เหตุผลในการเตือนมีเพียงพอหรือไม่บ้าง ถ้าเขาเถียงมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันเกิดขึ้น ควรจะทำอย่างไรบ้าง เขาอาจด่าว่าใส่หน้าเอาว่า มัวเที่ยวเตือนคนอื่นอยู่ ข้อบกพร่องของตนก็มีทำไมไม่ตักเตือนตน แก้ไขข้อบกพร่องของตนบ้างเป็นต้น
โดยนัยดังกล่าวมา การตักเตือนคนอื่นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้เตือนจะต้องเสี่ยงต่อหลายอย่าง การตัดสินใจเตือนผู้อื่นเป็นความเสียสละอย่างหนึ่งที่กล่าวมาหมายถึงผู้เตือนด้วยความหวังดี มิใช่ผู้มุ่งร้ายโดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2551 , 09:50:46 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 6ภราดา ! ผู้ชี้โทษนั้นมีอยู่ ๒ จำพวก คือผู้แส่หาโทษ คอยจ้องหาความผิดของผู้อื่นพวกหนึ่ง คนพวกนี้ชอบตำหนิติเตียน หรือทักท้วงข้อบกพร่องของผู้อื่น ท่ามกลางชุมนุมชนด้วยจุดประสงค์เพื่อให้เขาละอาย มีความมุ่งร้ายเป็นตัวนำพวกนี้ใช้ไม่ได้
ส่วนอีกพวกหนึ่ง คือท่านผู้หวังความเจริญแก่ผู้ถูกเตือน มีความเจริญด้วยศีลเป็นต้น มีความประสงค์จะอุ้มชูเพราะความเอ็นดูในเขา ต้องการให้รู้สิ่งที่เป็นโทษ ดำเนินในสิ่งที่เป็นคุณ พวกที่สองนี้ดี เมื่อเตือนใครคนนั้นไม่ควรโกรธ ควรทำความรู้สึกในท่านผู้นั้น ว่าเหมือนผู้บอกขุมทรัพย์ให้
ดูก่อนผู้เห็นภัยในวัฏฏะ ! เกี่ยวกับเรื่องการเตือนนี้ สำหรับภิกษุควรปวารณา คือเปิดโอกาสให้ตักเตือนกันว่า ท่านอยู่ในฐานะเป็นอุปฌายะอาจารย์ของกระผมเป็นความดีอันยิ่งใหญ่ที่กรุณาเตือนกระผม ต่อไปขอท่านได้โปรดเตือนกระผมอีก เมื่อเห็นกระผมทำสิ่งใดอันไม่เหมะไม่ควร
ดูก่อนผู้แสวงหาคุณ ! ที่ตรัสว่ากล่าวปราม (นิคฺคยฺหวาที) นั้น คือเมื่อเห็นโทษแม้เพียงเล็กน้อยก็รีบบอกให้รู้ บังคับให้เลิกกระทำเช่นนั้นเสีย อาจารย์หรืออุปฌายะบางพวกเห็นข้อบกพร่องของศิษย์แล้วไม่กล้าพูด ด้วยเกรงจะเสื่อมจากความรักความนับถือของศิษย์ เกรงเธอจะเลิกอุปฐาก เลิกปรนนิบัติเสีย การกระทำดังนี้เป็นการเกลี่ยหรือเรี่ยรายหยากเยื่อลงในศาสนา
ส่วนอาจารย์หรืออุปฌายะที่ดีนั้น เมื่อเห็นข้อบกพร่องของศิษย์แล้วจะต้องกล่าวตักเตือนหรือลงโทษตามสมควรแก่โทษ ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า ดูก่อน อานนท์ ! เราจักพูดปรามแล้วปรามเล่า ซึ่งคนที่ควรปราม เราจักกล่าวยกย่องแล้วยกย่องเล่า ซึ่งบุคคลผู้ควรยกย่องผู้ใดเข้มแข็ง มีสาระในศาสนาก็จักอยู่ได้ ดังนี้โดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2551 , 09:51:17 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 7ด้วยเหตุนี้ผู้เป็นครูอาจารย์ จึงต้องหมั่นตักเตือนสั่งสอนศิษย์ ครูอาจารย์ที่ศิษย์จะรักในบั้นปลายก็คือครูที่หมั่นสั่งสอนวิชาอบรมบ่มนิสัยศิษย์ให้เป็นคนดี ปลูกฝังให้เป็นคนมีอุดมคติ มีหลักใจ ส่วนครูอาจารย์ที่ปล่อยปละละเลย ศิษย์อาจเห็นเป็นทางสบายในเบื้องต้น แต่ก็จะดูหมิ่นในเบื้องล่าง ถึงจะมีความเคารพนับถือก็ไม่แน่นแฟ้น เพียงสักแต่ว่าแสดงความเคารพนับถือพอเป็นพิธี เพื่อมิให้คนทั้งหลายกล่าวได้ว่า ไม่เคารพนับถือครูอาจารย์
กล่าวในระหว่างมิตร-มิตรสหายที่หวังดีต่อกันต้องตักเตือนกัน คนฉลาดย่อมเห็นมิตรผู้เตือนตนเป็นมิตรแท้ ส่วนคนโง่ทำตนให้ใครเตือนไม่ได้ ในที่สุดก็หามิตรดีไม่ได้ จะได้ก็แต่มิตรปอกลอก มิตรหัวประจบ มิตรชักชวนในทางฉิบหาย
พ่อแม่ก็ทำนองเดียวกัน เมื่อรักลูกก็ต้องหมั่นตักเตือนอบรมสั่งสอนปลูกฝังให้เป็นคนดี เพราะความเป็นคนดีนี่แหละ จะเป็นที่พึ่งของลูกในภายหน้า เมื่อมารดาบิดาหาชีวิตไม่แล้ว เมื่อลูกทำผิดก็ลงโทษตามควรแก่โทษ ไม่ใช่ลูกคนไหนเป็นที่รักมากแล้ว ทำอะไรเห็นเป็นถูกไปหมด กลายเป็นคนกลัวลูก ถ้าอย่างนี้อีกหน่อยลูกก็จะเป็นโจรเป็นพาลเกเร คนที่ต้องเสียใจภายหลังก็คือพ่อแม่นั่นเอง ลูกจะเสียอนาคตไปทั้งชาติ การอบรมลูกให้ดีแม้จะเหน็ดเหนื่อยลำบากบ้างในเบื้องต้น แต่ก็มีผลอันน่าชื่นใจเป็นอันมากในบั้นปลาย
กล่าวถึงผู้ตักเตือน เมื่อรู้ว่าความหวังดีของผู้เตือนดังนี้แล้ว ก็ควรรับคำเตือนด้วยความเคารพให้ความหวังผู้เตือน ว่าคำตักเตือนสั่งสอนของเขาจักไม่เป็นหมันเสียทีเดียว อย่างน้อยผู้ถูกเตือนก็นำไปปฏิบัติตามบ้างตามสามารถหรืออย่างน้อยที่สุดก็พยายามเพื่อปฏิบัติเช่นนั้น อย่างนี้ท่านเรียกว่าผู้ว่าง่ายสอนง่าย
ความเป็นคนสอนง่ายนั้นเป็นเสน่ห์ เป็นทางผูกมิตร เป็นกุญแจสำคัญไขไปสู่ความดีงามต่างๆ อีกมากมาย เป็นที่ยกย่องของบัณฑิตมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [26 ธ.ค. 2551 , 09:51:36 น.] ( IP = 125.27.170.142 : : )
สลักธรรม 8มาอ่านวันนี้ ได้เห็นความกตัญญูกตเวทีของท่านพระสารีบุตร แม้จะได้รับอาหารเพียงข้าวทัพพีเดียว ท่านก็ตอบแทนคุณความดีพร้อมทั้งอบรมและตักเตือนรวมทั้งช่วยเหลือมิให้ต้องลำบากในการดำรงชีวิต
และขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย รับฟังโอวาทของครูอาจารย์
กราบขอบพระคุณค่ะโดย เซิ่น [26 ธ.ค. 2551 , 22:58:38 น.] ( IP = 58.8.54.184 : : )
สลักธรรม 9กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ
มาอ่านสิ่งที่เป็นมงคลให้กับตนเอง
นอกจากจะได้รับความรู้เรื่องการบวชแล้ว
ยังเห็นความสำคัญของการฝึกตนให้เป็นผู้เคารพต่อผู้มีคุณธรรม และอ่อนน้อมถ่อมตน
การเป็นผู้ว่านอนสอนง่าย จึงเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่ควรประพฤติโดย น้องอุ๊ [26 ธ.ค. 2551 , 22:58:52 น.] ( IP = 125.25.199.59 : : )
สลักธรรม 10
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [29 ธ.ค. 2551 , 11:38:37 น.] ( IP = 124.121.178.156 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |